การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 872 จิตใจสกปรกของต้วนอวี้หราน
ถึงแม้ต้วนอวี้หรานจะสืบข่าวคราวมาได้พอสมควรแล้ว แต่นางจะทำอย่างไรดีให้อ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิงต้องเสีย
เปรียบ สิ่งนี้ยังคิดไม่ออกเลย
ในเมื่อต้วนอวี้หรานไม่มีกำลังที่มากเพียงพอ ก็ต้องหาคนที่มีกำลังอย่างองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมาช่วยเหลือ
ต้วนอวี้หรานตาลุกเป็นประกาย… ใช่แล้ว ต้องไปหาองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ย
ต้วนอวี้หรานลุกขึ้นพูดกับเยวี่ยหวา “เยวี่ยหวาช่วยข้าเปลี่ยนชุด ข้าจะเข้าวังหลวง”
เยวี่ยหวาถึงกับสะดุ้งโหยง “คุณ… คุณหนูจะเข้าวังหลวงหรือเจ้าคะ?”
หลายวันก่อนคุณหนูใหญ่กลับจากวังหลวง ด้วยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ถึงแม้บ่าวใช้ที่ไปด้วยกันจะเป็นหัวหน้า
บ่าวใช้อย่างชิวหนิงและเยวี่ยเจีย แต่เยวี่ยหวาก็ถามอะไรจากปากพวกนางไม่ได้เลย เพียงสังเกตดูท่าทางต้วนชิงหมิงไม่สู้
ดี
ตอนนี้ องค์ชายสามหายตัวไป ส่วนองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเหมือนถูกทำร้าย จนวังหลังวุ่นวายไปเสียหมด
ในเวลานี้ต้วนอวี้หรานกลับอยากเข้าวังไปทำไมกัน
เยวี่ยหวามีลางสังหรณ์ว่าการที่ต้วนอวี้หรานไปเข้าวังหลวงในครั้งนี้ ต้องมีเรื่องไม่ดีตามมาภายหลัง!
ตามนิสัยของต้วนอวี้หรานเป็นคนรั้น หากเยวี่ยหวาปรามไม่ให้นางเข้าวังหลวง มีหวังถูกด่าเละเทะอย่างแน่นอน
นางจึงได้แต่เป็นห่วงไม่รู้ว่า หากเกิดเรื่องขึ้นใครจะมาช่วยคุณหนูรองได้ทัน
เยวี่ยหวาจึงพูดอย่างระมัดระวัง “คุณหนูเจ้าค่ะ ได้ยินมาว่าฮูหยินใหม่ไม่ค่อยให้ใครไปเข้าวังในช่วงนี้… แล้วคุณ
หนูจะพูดอย่างไร… อีกอย่างการเข้าวังไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเราก็ไม่มีปั้ายอนุญาตแล้วจะเข้าไปได้อย่างไรเจ้าคะ?”
การเข้าวังไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปต้องพูดถึงการปีนกำแพงข้ามไปเลย แต่ดูจากท่าทางของต้วนอวี้หรานแล้วมีความ
มุ่งมั่นอยากเข้าวังอย่างยิ่ง
เยวี่ยหวาได้แต่ส่ายหัว พูดเสียงอ่อยๆ “คุณหนู อย่างนั้นพวกเราอย่าไปเข้าวังเลยเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานหันค้อนขวับมาที่นาง เอ่ยด้วยเสียงเย็นชา “ถ้าเจ้ากลัวขึ้นมาก็ไม่ต้องตามข้าไป อย่างไรเสียข้าไปถึง
หน้าประตูวังหลวงย่อมหาทางเข้าไปได้อย่างแน่นอน!”
เยวี่ยหวาฟังแล้วรู้ว่าโน้มน้าวเพียงใดก็ไร้ผล จึงได้แต่ช่วยเปลี่ยนชุด จากนั้นตามต้วนอวี้หรานออกไป
ในครั้งก่อนที่ต้วนอวี้หรานได้ส่งข่าวให้องค์หญิงจิ่นซิ่วจนสามารถเล่นงานต้วนชิงหมิงและเหยียนหลิ่งอวี๋ได้นั้น
องค์หญิงจิ่นซิ่วจึงให้ปั้ายเข้าวังให้นางชิ้นหนึ่ง
เพียงแต่องค์หญิงจิ่นซิ่วก็ไม่เขลา เพราะปั้ายเข้าวังที่นางให้เป็นขององค์ชายรองเหยียนหลิ่งรุ่ย ด้วยองค์ชายหมาย
ปองอยากได้ต้วนอวี้หรานมาเป็นสนมเช่อเฟย ดังนั้นปั้ายนี้ให้ไปแล้วก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรให้มากความ
ยิ่งไปกว่านั้นปั้ายเข้าวังนี้อนุญาตให้ต้วนอวี้หรานและผู้ติดตามเข้าวังหลวงได้เพียงเท่านั้น และต้องใช้ประตูด้าน
ข้างและประตูเล็กประตูน้อยที่คนส่งเสบียงอาหารใช้กัน
แต่ต้วนอวี้หรานหาได้ใส่ใจในเรื่องนี้ ขอแค่เข้าวังหลวงให้ได้ก็เพียงพอแล้ว
ตอนนี้นางสามารถใช้ปั้ายเข้าวังผ่านประตูด้านข้างเข้ามาวังหลวงได้แล้ว สองข้างทางที่ใช้ก็มีคนมาส่งผัก ส่งปลา
จนเยวี่ยหวารู้สึกสะอิดสะเอียนไปหมด
ส่วนต้วนอวี้หรานกลับเต็มไปด้วยความดีใจ นางควักปั้ายเข้าวังยื่นให้ทหารดู ทารนั้นมองดูการแต่งตัวของนางไม่
เหมือนคนมาส่งเสบียงอาหาร และพอสังเกตให้ดีก็พบว่าเป็นปั้ายขององค์ชายรองที่ถูกกักบริเวณ จึงอดสงสัยไม่ได้ว่านาง
ยังจะกล้าเข้าวังอีก!
ทหารคนนั้นโยนปั้ายเข้าวังของต้วนอวี้หรานทิ้งอย่างไม่แยแส พร้อมผลักไสไล่ส่งนางให้ออกไปด้านนอก “องค์
ชายรองกำลังพักผ่อน ไม่รับแขกทั้งนั้น!”
คำว่า “พักผ่อน” ของทหารหมายถึง “ถูกกักบริเวณ” ซึ่งเป็นคำที่ใช้บอกกับคนนอกวังเท่านั้น!
เมื่อต้วนอวี้หรานเห็นว่ามิอาจเข้าไปด้านในได้ นางจึงพูดอย่างร้อนใจ “นี่เป็นปั้ายที่องค์หญิงจิ่นซิ่วมอบให้ข้า
ทำไมเป็นขององค์ชายรองไปได้?”
ปั้ายเข้าวังที่องค์หญิงจิ่นซิ่วมอยให้?
ทหารคนนั้นมองต้วนอวี้หรานด้วยความสงสัย “เป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นปั้ายเข้าวังขององค์หญิงจิ่นซิ่ว จะต้องไม่ใช้
ประตูด้านข้างเข้าวัง……”
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานได้ฟังเต็มสองรูหูก็งงเป็นไก่ตาแตก
ห๊ะ… แม้จะมีปั้ายเข้าวัง แต่กลับเข้าวังไม่ได้?
ทหารคนนั้นเห็นนางยืนงงจึงตัดบทอย่างรำคาญ “เจ้าจะไปไม่ไป? ถ้าไม่ไปข้าจะให้คนมาจับไปมัด ส่งเข้าไปในคุก
หลวง!”
ได้ยินว่าจะจับมัดและโยนเข้าคุกหลวง ต้วนอวี้หรานผงะถอยหลังไปสองก้าวอย่างรวดเร็ว จนทหารคนนั้นหัวเราะ
เยาะชอบใจ
ต้วนอวี้หรานสีหน้าซีดขาว ไม่รู้จะใช้วิธีใดในการเข้าไปด้านในวัง
ในตอนนั้นเอง ภายในกำแพงมรนางกำนัลคนหนึ่งเดินมาพูดกับทหารคนนั้น “ของที่องค์หญิงพวกเราต้องการจัด
เตรียมเรียบร้อยหรือยัง? ขืนชักช้าคุณหนูจะสั่งตีขาพวกเจ้าให้หักทุกคน……”
ทหารคนนั้นที่เพิ่งดุต้วนอวี้หราน รีบพินอบพิเทานางกำนัลคนนั้น “แม่นางฉีเอ๋อร์วางใจได้ อีกประเดี๋ยวของก็จะ
ส่งไปให้ถึงที่เลย!”
นางกำนัลฉีเอ๋อร์ ต้วนอวี้หรานรู้จักเหมือนกัน นางจึงส่งเสียงเรียก “แม่นางฉีเอ๋อร์ แม่นางฉีเอ๋อร์” `
ฉีเอ๋อร์เหมือนได้ยินคนเรียกชื่อ ก็หันกลับมามอง “ใครเรียกข้าอยู่ตรงนั้น?”
ทหารเห็นต้วนอวี้หรานต้องการเข้ามาปั่วน จึงเดินเข้าไปตั้งใจไล่ ต้วนอวี้หรานจึงส่งเสียงดังขึ้นกว่าเดิม “แม่นางฉี
เอ๋อร์ ลืมข้าแล้วเหรอ? ข้าคือต้วนอวี้หรานจากจวนต้วน… ครั้งก่อนพวกเราเคยเจอหน้ากันยังไง?”
ฉีเอ๋อร์พยายามย้อนนึกและเห็นหน้าต้วนอวี้หรานคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเจอ แต่นึกไม่ออกว่าเจอกัน
ที่ไหน เพราะคุณหนูจากตระกูลต่างๆ มากมายต่างมาห้อมล้อมองค์หญิงจิ่นซิ่ว ฉีเอ๋อร์จึงจำไม่ได้มากมายหรอกว่าใคร
เป็นใคร
แต่สำหรับต้วนอวี้หรานกลับไปเหมือนคุณหนูคนอื่น เพราะนางมีพี่สาวที่มีชื่อเสียงโดดเด่นไปทั่ว!
ในที่สุดฉีเอ๋อร์ก็จำได้แล้ว ต้วนอวี้หรานเคยช่วยส่งข่าวให้องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่น้อย และไม่ถูกกับพี่สาวของนาง แต่
ลมใดพัดนางมาถึงประตูวังหลวงได้?
อันที่จริง ฉีเอ๋อร์ไม่อยากแยแสต้วนอวี้หราน ทว่านึกถึงนิสัยที่ขี้ระแวงขององค์หญิงจิ่นซิ่ว หากปฏิเสธไม่ให้คนที่
ส่งข่าวเข้าไปพบ ถึงตอนนั้นองค์หญิงอาจสงสัยว่าฉีเอ๋อร์มีแผนการชั่วอยู่ในใจ
ด้วยความจนปัญญา ฉีเอ๋อร์จึงโบกมือให้ทหารออกกลับมา โดยที่นางเดินเข้าไปพูดเบื้องหน้าต้วนอวี้หราน “ข้าจำ
คุณหนูได้ ท่านเป็นน้องสาวขององค์หญิงเหอซั่ว ซึ่งก็คือคุณหนูรองบุตรสาวลูกอนุจวนต้วน… คุณหนูรองมีธุระอะไรหรือ
เปล่า?”
เมื่อฉีเอ๋อร์เอ่ยถึงต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้หรานรู้สึกไม่สบอารมณ์… ชิชะ! ต้วนชิงหมิงสามารถเข้าวังอย่างหน้าชื่นตา
บาน ส่วนนางกลับถูกทหารสกัดเอาไว้ด้านนอก เรื่องนี้ต้องโทษต้วนชิงหมิงที่ทำให้การเข้าวังของนางลำบากถึงเพียงนี้ ทั้ง
ต้องมาขอร้องวิงวอนนางกำนัลอีก
ถึงแม้จะเกลียดชังต้วนชิงหมิงเพียงใด แต่อีกฝั่ายจำได้ว่านางเป็นน้องสางของต้วนชิงหมิง ด้วยเหตุนี้ต้วนอวี้หราน
จึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความไม่สบอารมณ์
ต้วนอวี้หรานเดินก้าวขึ้นไปข้างหน้า พูดด้วยดีใจ “แม่นางฉีเอ๋อร์ ข้ามีเรื่องต้องการพบองค์หญิง……”
“เจ้ามีเรื่องใดต้องการพบองค์หญิง?” ฉีเอ๋อร์ถามอย่างสงสัย
ต้วนอวี้หรานผู้นี้แม้แต่พี่สาวแท้ๆ ของนางยังกล้าเอามาขายได้ มีหรือที่ฉีเอ๋อร์จะไม่เชื่อ?
ต้วนอวี้หรานเอ่ยอย่างรีบร้อน “ข้ามีเรื่องเกี่ยวกับต้วนชิงหมิงและองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่น”
อันที่จริงเรื่องของนางนั้นต้องการบอกเล่าให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยฟังต่างหาก เพื่อสร้างความประทับใจ แต่ตอนนี้นาง
เข้าวังไม่ได้ จึงต้องหาคนใกล้ตัวที่สุดแทนซึ่งนั่นก็คือองค์หญิงจิ่นซิ่ว สรุปแล้วหากเรื่องนี้สามารถล้มต้วนชิงหมิงได้ ต้วนอ
วี้หรานจะพลอยได้รับประโยชน์ไปด้วย……
เรื่องต้วนชิงหมิงกับองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่น?
ถึงแม้ฉีเอ๋อร์จะใช้ชีวิตอยู่ในวัง ทว่านางเกลียดการทรยศพี่น้องของคนเองมากที่สุด การกระทำของต้วนอวี้หรา
นที่ร่วมมือกับคนนอกทำลายพี่สาวแท้ๆ ของตน คนประเภทนี้ฉีเอ๋อร์ไม่อยากร่วมวงสนทนาด้วยซํ้าไป!
ฉีเอ๋อร์จึงตอบด้วยเสียงราบเรียบ “องค์ชายใหญ่ชิงตั๋วเป็นถึงว่าที่ผู้นำคนถัดไปของเขตทุ่งหญ้า คุณหนูใหญ่ต้วนก็
ถูกแต่งตั้งจากฝั่าบาทเป็นองค์หญิงเหอซั่ว ดังนั้นไม่ควรที่จะเรียกชื่อโดยตรง แต่ควรเรียกตามยศที่เป็น!”
ต้วนอวี้หรานหน้าซีดทำตัวไม่ถูก คำพูดของฉีเอ๋อร์เหมือนมีดเสียบเข้าไปกลางอกของนาง!
ต้วนชิงหมิงกลายเป็นองค์หญิงที่สูงส่งไปแล้ว แม้แต่ฐานะอ๋าวฮั่นก็จะกลายเป็นผู้นำคนถัดไป ส่วนต้วนอวี้หรานก
ลับไม่มีอะไรติดตัวทั้งนั้นก็แค่คุณหนูจอมสร้างเรื่อง ด้วยเหตุนี้มีหรือที่ต้วนอวี้หรานจะทนได้
ไม่ว่าอย่างไรต้วนอวี้หรานตัดสินใจแน่วแน่ ต้องทำให้ต้วนชิงหมิงซวยให้จงได้!
ต้วนอวี้หรานคิดไปคิดมายืดยาว ก่อนจะเอ่ยเสียงตํ่า “แต่ข้ารู้มาว่า พี่สาวของข้ากับองค์ชายสามมีความสัมพันธ์
กัน!”
ฉีเอ๋อร์แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน นางมองซ้ายมองขวาก่อนตำหนิออกมา “คุณหนูพูดจาเลอะเทอะอะไรกัน
เนี่ย”
ต้วนอวี้หรานเห็นฉีเอ๋อร์ตกใจขนาดนี้ก็เข้าทาง นางจึงรีบสำทับเพิ่มเติม “ข้าขอสาบานว่าสิ่งที่พูดมานั้นล้วนเป็น
ความจริงทั้งสิ้น!”
ฉีเอ๋อร์เห้นว่าเรื่องนี้ค่อนข้างใหญ่จึงไม่กล้าตัดสินใจ แต่นางก็ไม่อยากให้ต้วนอวี้หรานผู้นี้เข้าวังไป ด้วยไม่อยากยุ่ง
เกี่ยวกับคนใจไม้ไส้ระกำ
“คุณหนูรองรออยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะไปทูลองค์หญิงเพื่อถามความประสงค์”
ต้วนอวี้หรานฟังยินเช่นนั้นก็รีบสนับสนุนทันทีทันใด
“ข้าขอบอกคุณหนูไว้คำหนึ่ง สิ่งที่พูดมาเมื่อครู่อย่าได้ไปพูดกับใครทั้งนั้น คุณหนูเข้าใจไหมเอ่ย?”
ต้วนอวี้หรานรีบพยักหน้าตอบ “แม่นางฉีเอ๋อร์วางใจได้ ข้าจะไม่พูดไปเรื่อย!”
พอฉีเอ๋อร์เดินจากไป ต้วนอวี้หรานก็แสยะยิ้มออกมา
ดูท่าแล้วเรื่องนี้น่าจะเป็นไปได้ด้วยดี องค์หญิงจิ่นซิ่วจะต้องเรียกนางเข้าพบเป็นแน่
เมื่อทหารที่เฝั้าประตูวังเห็นต้วนอวี้หรานน่าจะรู้กับฉีเอ๋อร์จริง จึงมีท่าทางเกรงใจนางขึ้นมา พวกเขายกเก้าอี้สีดำ
ออกมา พูดกับต้วนอวี้หราน “คุณหนูรองรีบมานั่งเร็วเถิดขอรับ……”