การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 873 ความเห็นแก่ตัวขององค์หญิงจิ่นซิ่ว (1)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 873 ความเห็นแก่ตัวขององค์หญิงจิ่นซิ่ว (1)
เดิมทีทหารเหล่านั้นนึกว่าต้วนอวี้เป็นสตรีที่มาสร้างความสุขให้องค์ชายรองเหยียนหลิ่งรุ่ย แต่ตอนนี้เห็นนางรู้จัก
กับองค์หญิงจิ่นซิ่วที่บ้าอำนาจ ทั้งยังเป็นน้องสาวขององค์หญิงเหอซั่วที่ได้รับการแต่งตั้งจากฝั่าบาทอีก ดังนั้นแต่ละคนจึง
มีท่าทีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในพริบตา
พวกเขาต่างแสดงท่าทีนอบน้อม หยิบยกเก้าอี้มาให้นั่ง รินนํ้าให้ดื่มอย่างกระตือรือร้น
ต้วนอวี้หรานรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ทว่าพอเข้าใจที่มาที่ไปได้ นางจึงแสยะยิ้มออกมา จากนั้นดื่มดํ่ากับความ
เคารพนอบน้อมที่เหล่าทหารมอบให้
นางจึงวางมาดที่มีออกมา ทั้งยังไม่ถือสาที่เหล่าทหารแสดงกิริยาที่ไม่ดีกับนางเมื่อครู่ กลับคิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำ
เป็นเรื่องที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
เหล่าทหารเห็นท่าทางที่วางมาดใหญ่โต สูงศักดิ์ของต้วนอวี้หราน ต่างอดไม่ได้ที่จะดูแคลนนางในใจ
ประจวบเหมาะกับที่ต้วนอวี้หรานรู้สึกอ่อนเพลีย นางจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ที่พวกทหารจัดไว้ให้ในตำแหน่งสูงสุด แล้ว
หันกลับมาชี้หน้าเหล่าทหาร “เชอะ! ข้าพวกพวกเจ้าแล้ว องค์หญิงจิ่นซิ่วจะต้องพบข้า ดูเอาแล้วกันว่าสุดท้ายจะเป็น
อย่างที่ข้าพูดไว้หรือไม่?”
ทหารเหล่านั้นต่างตอบด้วยความรู้สึกดูแคลน “ใช่ขอรับ ใช่ขอรับ พวกกระผมมีตาหามีแววไม่ขอรับ!”
ทหารคนนั้นที่เมื่อครู่ปฏิบัติกับต้วนอวี้หรานไม่ดี ได้แสดงความเคารพนอบน้อมต้วนอวี้หรานเป็นอย่างดี ไม่ใช่
เพราะฐานะของต้วนอวี้หราน แต่เป็นเพราะฐานะขององค์หญิงจิ่นซิ่วต่างหาก ถ้าต้วนอวี้หรานมีประโยชน์กับองค์หญิง
จิ่นซิ่วขึ้นมาจริงๆ โทษที่พวกเขาต้องเจอคือไม่เคารพให้เกียรตินาง ถึงตอนนั้นคงโดนลงโทษอย่างหนัก!
แต่ถ้าองค์หญิงจิ่นซิ่วปฏิเสธการเข้าพบ ต้วนอวี้หรานคงต้องอับอายจนขายขี้หน้าไม่มีชิ้นดี!
ต้วนอวี้หรานรีบเบ่งอำนาจสั่งการ “พวกเจ้าที่เข้าเวร ต่อไปจงจำหน้าข้าเอาไว้ให้ดี……”
เหล่าทหารต่างมองนางอย่างหยามเหยียด… ถ้าไม่เห็นว่าเจอเข้ากับฉีเอ๋อร์และพูดคุยกันถึงองค์หญิงจิ่นซิ่ว ปั่านนี้
พวกเขาคงไล่นางตะเพิดไม่ให้เกะกะขวางทางแล้ว
แม้เหล่าทหารจะได้ฟังบทสนทนาระหว่างฉีเอ๋อร์กับต้วนอวี้หรานไม่หมด แต่ดูจากท่าทางของต้วนอวี้หรานแล้วก็
รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไรนัก ดังนั้นภายนอกที่พวกเขาทำทีเป็นเกรงอกเกรงใจ แต่ภายในแทบไม่อยากมองแม้แต่หางตา
ทางด้านเยวี่ยหวาที่เห็นการกระทำของต้วนอวี้หรานแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีไปเลย เพียงแต่นางเป็นแค่บ่าว
ใช้ตัวเล็กๆ ที่มิอาจเลือกเจ้านายได้ ในเวลานี้นางได้แต่ยืนก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใดทั้งสิ้น
หลังจากนั้นไม่นาน ฉีเอ๋อร์เดินออกมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
เหล่าทหารต่างจับจ้องสีหน้าของฉีเอ๋อร์ พวกเขาคิดว่าหากฉีเอ๋อร์บอกว่า “องค์หญิงไม่พบ” เท่านั้น พวกเขาจะ
รีบไล่ต้วนอวี้หรานออกไปให้เร็วที่สุดในชีวิต!
ใครจะไปถึงนึกละว่าฉีเอ๋อร์เดินเข้าไปด้านหน้าต้วนอวี้หราน ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้ว แต่สุดท้ายกัดฟันพูดอย่าง
ชัดถ้อยชัดคำ “ต้วนอวี้หราน องค์หญิงเรียกเข้าพบ ตามข้ามา!”
องค์หญิงต้องการพบต้วนอวี้หราน?
เหล่าทหารต่างผิดหวังกันถ้วนหน้า ในขณะเดียวกันก็ดีใจที่ไม่ได้ล่วงเกินนาง มิอย่างนั้นต้วนอวี้หรานเอาเรื่องไป
ฟั้ององค์หญิงจิ่นซิ่ว พวกเขาคงต้องจบเห่กันหมดนี่แหละ
สรุปแล้วตอนนี้นางเข้าวังไปด้วยดี!
ก่อนที่ต้วนอวี้หรานจะเดินจากไปได้หันไปฉีกยิ้มให้กับทหาร “ข้าไปก่อนละนะ!”
ในตอนนี้เหล่าทหารต่างอ้าปากค้างให้กับการวางมาดที่สูงศักดิ์ของต้วนอวี้หราน ไม่รู้ว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วจะพบสตรี
แบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่!
ด้านองค์หญิงจิ่นซิ่วได้ตบปากรับคำให้ต้วนอวี้หรานเข้าพบแล้ว
หลายวันมานี้ เรื่องขององค์หญิงเหอซั่วทำให้วังหลวงครึกโครมขึ้นมารอบหนึ่ง
ไทเฮาต่อว่าฮองเฮา จนฮองเฮาอารมณ์ไม่ดี ออกมาอาละวาดระบายกับคนไปทั่ว
ส่วนอารมณ์ของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็ยํ่าแย่ยิ่งกว่า เขาถูกฟันไปที่มือทั้งยังถูกเล่นงานจนเสียหน้า ไม่ว่าร่างกายหรือ
จิตใจล้วนได้รับการทำร้ายทั้งสิ้น
ส่วนองค์หญิงจิ่นซิ่วแม้จะไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่ก็พลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย เพราะไปหาฮองเฮา
กลับโดนต่อว่ายกใหญ่ ไปหาไทเฮาก็ไม่อยากพบหน้านาง
ถ้านางไปหาเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็เท่ากับแกว่งเท้าหาเสี้ยน คงต้องทนนั่งฟังเขาระบายอารมณ์ไม่หยุด ฉะนั้นองค์
หญิงจิ่นซิ่วจึงพลอยอารมณ์ไม่ดีไปด้วย
ด้วยสถานการณ์แบบนี้ องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่มีกระจิตกระใจจะไปพบหน้าใครทั้งนั้น แต่พอรู้ว่าต้วนอวี้หรานอยาก
เข้าเฝั้า นางก็เตรียมระบายอารมณ์เครียดใส่ต้วนอวี้หรานเลยแล้วกัน
เนื่องจากองค์หญิงจิ่นซิ่วหงุดหงิดตั้งแต่เช้า จนเก็บความรู้สึกนั้นมาถึงตอนช่วงกลางวัน ตอนนี้ต้วนอวี้หรานมาได้
จังหวะพอดี ทีแรกจะไม่พบ แต่พอฉีเอ๋อร์รายงานว่า ต้วนอวี้หรานมาเพราะเรื่องอ๋าวฮั่นกับต้วนชิงหมิง รวมกับเรื่องเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ นางจึงรู้ว่าต้องมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นเป็นแน่แท้
มีเรื่องสนุกนับว่าดี แต่จะต้องเป็นเรื่องสนุกที่องค์หญิงจิ่นซิ่วอยากฟังด้วย!
เมื่อหลายวันก่อน องค์หญิงจิ่นซิ่วรู้เรื่องที่อ๋าวฮั่นฟันเข้าไปที่มือของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนเรื่องที่ต้วนชิงหมิงต้องทำให้นางหน้าแหกในงานเลี้ยงวันเกิด แค้นนี้องค์หญิงจิ่นซิ่วยังไม่ได้ชำระเลย
ในเวลานี้ ต้วนอวี้หรานมาได้จังหวะพอดี องค์หญิงจะต้องใช้ประโยชน์จากนางให้มากเสียหน่อย ถึงแม้ต้วนอวี้
หรานจะเล่นงานต้วนชิงหมิงไม่ได้เลย แต่การใช้น้องสาวสร้างความลำบากให้ต้วนชิงหมิง นับว่าเปั้นกลยุทธ์ที่ดีไม่น้อย!
ส่วนฉีเอ๋อร์รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไปหมดแล้ว เพราะองค์หญิงจิ่นซิ่วบอกนางว่า หากเรื่องที่ต้วนอวี้หรานเล่าไร้
ประโยชน์ คนที่จะต้องโดนลงโทษก็คือนาง!
พอฉีเอ๋อร์ได้ยินรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมสำหรับอย่างยิ่ง เดิมทีนางก็ไม่อยากผิดใจกับต้วนอวี้หราน แต่ตอนนี้นางและต้
วนอวี้หรานกลับถูกยดลงเรือลำเดียวกันโดยไม่ทันตั้งตัว
ฉีเอ๋อร์เดินนำทางต้วนอวี้หราน พร้อมกับจิตใจที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย เดิมทีนางไม่อยากไป
รายงานองค์หญิงว่าพบต้วนอวี้หราน แต่สุดท้ายนางกลับไปรายงาน จนกระทั่งองค์หญิงเรียกพบตัว… หากเรื่องที่ต้วนอวี้
หรานนำมาบอกไร้ประโยชน์ ฉีเอ๋อร์ต้องซวยตามไปด้วย!
นางคิดมาตลอดทางว่าวันนี้ต้องไม่ได้ดูปฏิทินฤกษ์ยามมงคลมาเป็นแน่ ถึงต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้!
ต้วนอวี้หรานจอมสังเกตเห็นสีหน้าของฉีเอ๋อร์ไม่สู้ดี จึงพอเดาได้ว่านางจะต้องโดนองค์หญิงจิ่นซิ่วเอ็ดมา
ดังนั้นนางจึงเดินเข้าไปตีสนิทกับฉีเอ๋อร์ พูดหยอกเย้า “พี่ฉีเอ๋อร์ วันนี้ต้องขอบคุณมากๆ ถ้าไม่ได้พี่ฉีเอ๋อร์ ไม่รู้ว่า
ข้าจะได้พบหน้าองค์หญิงไหม… ถ้าเรื่องนี้องค์หญิงไม่รู้ คงหาทางเล่นงานคนพวกนั้นไม่ได้……”
ต้วนอวี้หรานมิได้พูดต่อไป แต่เลือกตัดบทแทน “อย่างไรเสีย องค์หญิงจะต้องขอบคุณพี่ฉีเอ๋อร์อย่างแน่นอน!”
ฉีเอ๋อร์หันไปตอบด้วยเสียงเย็นชา “องค์หญิงขอบคุณไม่ขอบคุณไม่ได้อยู่ในความคิดเลย ข้าแค่รู้ว่าหากเรื่องที่นำ
มาเล่าไร้ประโยชน์คนที่ซวยคนแรกก็คือคุณหนูรองต่างหาก!”
ต้วนอวี้หรานรีบถามกลับทันที “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”
ฉีเอ๋อร์ที่ไม่สบอารมณ์เป็นทุนเดิม พอคิดว่าเรื่องนี้ของต้วนอวี้หรานจะพานางติดร่างแหไปด้วย นางจึงพูดอย่าง
ขัดเคือง “องค์หญิงของข้าบอกแล้ว ถ้าเรื่องที่นำมาเล่าไร้ประโยชน์จะต้องถูกลงโทษ!”
ในตอนนี้ ฉีเอ๋อร์ผลักความกดดันทั้งหมดไปที่ต้วนอวี้หราน ถ้านางเล่าเรื่องไร้ประโยชน์ต้องซวยอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานได้ฟังก็รีบรับประกันทันที “พี่ฉีเอ๋อร์วางใจได้ เรื่องที่ข้าจะเล่าต้องทำให้องค์หญิงพอใจ
แน่นอน!”
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น!” ฉีเอ๋อร์พูดนิ่งๆ
ฉีเอ๋อร์นั้นไม่ได้คาดหวังอะไรในตัวของต้วนอวี้หรานอยู่แล้ว อย่างไรเสียนางก็แค่บุตรสาวลูกอนุที่วางมาดไม่รู้จัก
โต หากนางมีความสามารถได้เสียครึ่งหนึ่งของพี่สาวอย่างต้วนชิงหมิง ก็ไม่จำเป็นต้องมาช่วยรองไม้รองมือองค์หญิงจิ่นซิ่
วอยู่อย่างนี้
ฉีเอ๋อร์เคยพบหน้าต้วนชิงหมิงที่ดูสูงศักดิ์ อรชรและงดงามมาก่อน พอเอาเทียบกับน้องสาวอย่างต้วนอวี้หราน
แล้ว ช่างต่างอะไรราวฟั้ากับดิน
เดิมทีฉีเอ๋อร์ต้องการผลักความกดดันให้กับต้วนอวี้หราน แต่นึกไม่ถึงว่านางกลับมีความมั่นใจในสิ่งที่จะเล่าอย่าง
ที่สุด!
“พี่ฉีเอ๋อร์วางใจได้ ประเดี๋ยวเข้าไปแล้ว ข้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง” ต้วนอวี้หรานมั่นใจมาก
“หวังว่าจะเป็นอย่างที่พูด” ฉีเอ๋อร์ได้แต่ภาวนา
ตำหนักที่องค์หญิงจิ่นซิ่วพำนักอยู่ห่างออกไปค่อนข้างไกล แต่เรื่องที่พูดคุยระหว่างมากมีไม่น้อยทีเดียว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกต้วนอวี้หรานไปตำหนักขององค์หญิงจิ่นซิ่ว แต่ว่าการมาในครั้งที่แล้วกับครั้งนี้มีความแตกต่างกัน
โดยสิ้นเชิง
ต้วนอวี้หรานเดินเข้าไปในตำหนักก็เห็นสตรีคนหนึ่งนั่งรออยู่แล้ว
นางจึงเดินเข้าไปคุกเข่าและคำนับกับพื้น “หม่อมฉันต้วนอวี้หราน คารวะองค์หญิงจิ่นซิ่ว!”
พอสิ้นเสียงบรรยากาศภายในตำหนักก็เงียบสงัด จนนางมิกล้าเงยหน้าขึ้นมามอง
จู่ๆ ข้างหูของนางมีเสียงหัวเราะดังขึ้น นางจึงอดแปลกใจเสียมิได้… นั่นเป็นเสียงใครหัวเราะกัน?
ทันใดนั้น มีคนที่สวมรองเท้าสีชมพูก้าวย่างเข้ามาใกล้นางอย่างเนิบนาบ มาหยุดยืนเบื้องหน้า พร้อมกับพยายาม
กลั้นขำเอาไว้ “เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอย่างไรนะ?”