การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 876 ความเห็นแก่ตัวขององค์หญิงจิ่นซิ่ว (4)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 876 ความเห็นแก่ตัวขององค์หญิงจิ่นซิ่ว (4)
พอเหยียนหลิ่งเจวี๋ยสูญเสียอำนาจ ถึงตอนนั้นไทเฮาหาคนอื่นขึ้นมาแทน ย่อมเป็นภัยสำหรับฮองเฮาและเหยียน
หลิ่งเจวี๋ย
ขอเพียงมีโอกาสที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอาจหลุดจากบัลลังก์มังกร จิตใจของฮองเฮาย่อมร้อนรนดั่งไฟแผดเผา ความ
คิดเช่นนี้คอยยํ้าเตือนนางเสมอ ไม่ว่าจะใช้เล่ห์เหลี่ยมใดด้องรักษาตำแหน่งของโอรสให้ได้ เพื่อปูทางเดินให้ราบเรียบมาก
ที่สุด
แน่นอนว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วรู้ใจฮองเฮาในเวลานี้มากที่สุด… ถึงแม้ไม่รู้สถานการณ์ในวังหลวงชัดเจน รวมถึงอำนาจ
ในวังหลังที่ไทเฮากุมอยู่ แต่ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยยังคงออกว่าราชการแทนโดยมีไทเฮาอยู่หลังม่าน องค์หญิงจิ่นซิ่วจึงมั่นใจ
ว่าองค์ชายใหญ่อยู่ไม่ห่างจากบัลลังก์มังกรแล้ว
ถ้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้ขึ้นครองราชย์ต่อ องค์หญิงจิ่นซิ่วก็จะกลายเป็นองค์หญิงใหญ่ที่อยู่ใต้เพียงฝั่าบาท แต่เหนือ
คนนับหมื่นในใต้หล้า ตำแหน่งนี้นำมาซึ่งอำนาจอย่างไร้ขอบเขต รวมไปถึงความอู้ฟูั่ที่จะตามมา
ดังนั้นสิ่งที่องค์หญิงจิ่นซิ่วทำไปทั้งหมด เพื่อปูทางในวันข้างหน้าให้กับตัวเอง ในเวลานี้นางจึงหันไปพูดกับฮองเฮา
“เสด็จแม่โปรดวางพระทัยได้ ถ้าแผนการที่วางไว้ไม่สำเร็จ ลูกมีแผนสำรองเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว!”
เมื่อฮองเฮาได้ยินว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วมีแผนสำรองไว้แล้ว นางจึงถามอย่างใคร่รู้ “จิ่นซิ่วมีแผนสำรองอะไรเอ่ย?”
ไม่พบหน้าเพียงไม่กี่วัน องค์หญิงจิ่นซิ่วที่บุ่มบ่ามกลับกลายเป็นคนที่ใช้ความคิดเล่ห์เหลี่ยมในการเล่นงานคนไป
แล้ว?
องค์หญิงจิ่นซิ่วพูดอย่างมีภาพในใจ “วิธีการนั้นคือให้อ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิงได้แต่งงานกันจริงๆ”
“นี่เป็นแผนการที่ดีตรงไหนเนี่ย?” ฮองเฮาพูดอย่างผิดหวัง
การที่อ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิงแต่งงานกันต้องใช้ระเบียบกฏเกณฑ์ในราชสำนัก นั่นหมายถึงฝั่าบาทต้องเป็น
ประธานในพิธี ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะบอกว่า “แต่งงาน” ก็ทำได้ทันที มิอย่างนั้นแผนการที่ทำไว้กับฝั่าบาท อาจหลุดออก
ไปให้คนอื่นรู้กันทั่ว!
หากแผนการที่มีความเสี่ยงต่อความลับที่ปกปิดไว้ ไทเฮาและฮองเฮาย่อมไม่มีทางยอมทำอย่างแน่นอน ดังนั้น
เรื่องนี้ฮองเฮาจึงเห็นว่าไม่สมควร ต่อให้เปั้นฝั่ายไทเฮาหรือตระกูลสื่อต้องไม่ยอมทำเป็นอันขาด
ฉะนั้นการให้อ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิงได้แต่งงานกันจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝั่ายไม่อยากให้สำเร็จ
องค์หญิงจิ่นซิ่วรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นในวังหลวง จึงโน้มน้าวฮองเฮาให้ใจเย็นเอาไว้ “้เสด็จแม่ลองคิดดู การแต่งงาน
ถือเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต อีกทั้งฐานะของอ๋าวฮั่นก็พิเศษอีก… จากที่สังเกตนิสัยของอ๋าวฮั่นย่อมไม่มีทางยอมแต่งงานที่ต้า
เซี่ยอย่างแน่นอน ดังนั้นพวกเราจะให้สองคนนี้แต่งงานกันไม่ได้ ทำได้เพียงคอยยํ้าเตือนเรื่องนี้บ่อยๆ … ต่อให้อ๋าวฮั่นไม่
อยากแต่งงาน พวกเราก็ต้องวางแผนลับๆ บีบบังคับให้เขาต้องยอมรับการแต่งงาน ไม่ก็ทำให้อ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิงมี
สัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยกัน ถึงตอนนั้นพวกเราเพียงแค่รอดูปฏิกิริยาของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็คงรู้ความสัมพันธ์ของเขากับนางว่า
เป็นอย่างไรมิใช่หรือ?”
ฮองเฮาเอ่ยปากถามอย่างสงสัย “ความหมายของลูกคือ……”
ฮองเฮาที่นิสัยขี้ระแวงเป็นทุนเดิม ประกอบกับถูกไทเฮากดดันมาหลายปี จึงกลายเป็นคนตัดสินใจไม่เด็ดขาด
ตอนนี้นางมองหน้าจิ่นซิ่วที่คิดแผนการอันแยบยลได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
องค์หญิงจิ่นซิ่วอธิบายต่อไป “เสด็จแม่ลองคิดต่อไป ไม่ว่าตอนนี้ไทเฮาหรือว่าเสด็จพี่ล้วนเกลียดชังเหยียนหลิ่งอวี๋
ถ้าต้วนชิงหมิงกับเหยียนหลิ่งอวี๋มีความสัมพันธ์แบบลับๆ นั่นเท่ากับเขาต้องมาทำให้การแต่งงานไม่สำเร็จ หรือไม่ต้วนชิง
หมิงอาจพังงานแต่งลง ถึงเวลานั้นพวกเราค่อยวางแผนเล่นงานเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้วนชิงหมิงและอ๋าวฮั่นไปพร้อมกันดี
ไหม?”
พวกเราแค่วางแผนล้างแค้น
ฮองเฮาถามขึ้นอย่างเสียงดังฟังชัด “ลูกมีอะไรก็พูดออกมาให้หมดเลยทีเดียว”
“เรื่องทั้งหมดทั้งมวลในตอนนี้คือบีบให้ต้วนชิงหมิงและอ๋าวฮั่นแต่งงานกัน ทีนี้ไทเฮาก็จะยุ่งอยู่กับการตระเตรียม
พิธี จนไม่มีเวลามาสนใจเสด็จพี่ยังไงละท่านแม่”
ไทเฮาไม่มีเวลามาสนใจเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็เท่ากับว่าเขารอดปลอดภัยแล้ว
ที่แท้เปั้าหมายขององค์หญิงจิ่นซิ่วเป็นอย่างนี้นี่เอง
ฮองเฮาพยักหน้าเห็นด้วย “ลูกแม่วิธีการนี้ใช้ได้เลย!”
วิธีการนี้ไม่เพียงจะดีแล้ว ยังเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอีกต่างหาก
หึ หึ หึ! เรื่องที่ต้วนชิงหมิงไปอ่อยยั่วเย้าหลิวยวนยังไม่จบ ถ้าครั้งนี้ต้วนชิงหมิงกับอ๋าวฮั่นแต่งงานหรือมีสัมพันธ์
เกินเลย นางก็ไม่มีทางใกล้ชิดหลิวยวนได้อีกต่อไปแล้ว
การที่องค์หญิงจิ่นซิ่ววางแผนทุกอย่างให้ต้วนชิงหมิงกับอ๋าวฮั่นแต่งงานกัน ไม่ใช่เพราะปรารถนาดีกับทั้งสองคน
หรอก นางคิดแค่ให้ต้วนชิงหมิงชื่อเสียงปั่นปี ชีวิตพลิกผัน ถึงตอนนั้นแม้แต่ตำแหน่งองค์หญิงของนางจะไม่มีรักษาไว้ได้
แน่
พอเห็นฮองเฮาเกิดเคลือบแคลงถึงวิธีการว่าจะได้ผลไหม องค์หญิงจิ่นซิ่วก็ตอกยํ้าขึ้นมา “อั๊ยย่ะ เสด็จแม่ เรื่องนี้
เอาตามนี้แล้วกัน… เสด็จแม่ทราบดีไม่ใช่หรือ เสด็จพี่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเสียใจขนาดไหน ลูกแค่เห็นก็รู็สึกเจ็บปวดรวดร้าว
แทนแล้ว”
“ก็ได้ อย่างนั้นเอาตามที่ลูกวางแผนไว้แล้วกัน” ฮองเฮาตอบ
การที่ฮองเฮาถูกไทเฮากดดันในทุกเรื่องเป็นเวลานานหลายต่อหลายปี ส่งผลให้ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองไป หาก
อาวุโสกว่าจะฟังไทเฮา หากอายุน้อยกว่าจะฟังจิ่นซิ่ว ส่วนเรื่องที่เกี่ยวโยงถึงเหยียนหลิ่งเจวี๋ย นางจะฟังจากปากเขา
ในใจของฮองเฮามั่นใจแล้วว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วย่อมไม่มีทางให้ร้ายพี่ชายอย่างเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ที่เหลือก็รอแค่นาง
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยและจิ่นซิ่วร่วมแรงร่วมใจฝั่าฝันอุปสรรคทุกอย่างไปด้วยกัน
เมื่อเห็นว่าฮองเฮาตอบตกลงแล้ว องค์หญิงจิ่นซิ่วยิ้มหน้าระรื่นออกมา “ลูกทราบแล้ว ประเดี๋ยวจะไปจัดการตาม
แผนที่วางไว้!”
สายตาที่องค์หญิงจิ่นซิ่วแสดงออกมาปรากฏความโหดเหี้ยมอำมหิตออกมาด้วย… ในเมื่อเรื่องนี้มอบให้นาง
จัดการแล้ว เช่นนั้นนางก็จะระบายความคับแค้นใจ โดยทรมานต้วนชิงหมิงให้สาสม อย่างไรเสียต้วนชิงหมิงก็เป็นลูกไก่
ในกำมือไปแล้วที่นางจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
เหอะ เหอะ! ต้วนชิงหมิงครั้งนี้แหละ ข้าต้องให้เจ้าสัมผัสแผนงานของข้าบ้าง ดูสิว่าถึงตอนนั้นตำแหน่งองค์หญิง
จะยังรักษาได้อยู่หรือเปล่า!
พอกล่าวจบ องค์หญิงจิ่นซิ่วก็สาวเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนฮองเฮาก็รู้สึกโล่งใจออกมา “เจวี๋ยเอ๋อร์ แม่
ต้องส่งลูกก้าวขึ้นไปนั่งบัลลังก์มังกรให้จงได้!”
หากเหยียนหลิ่งเจวี๋ยยังมิอาจขึ้นไปตำแหน่งสูงสุดได้ จิตใจของนางก็คงไม่สงบอยู่ดี ในที่สุดโอกาสได้มาถึงแล้ว มี
หรือที่ฮองเฮาจะไม่รู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่นระริกระรี้?
ทางด้านจวนต้วน ไม่มีใครรับรู้ถึงแผนการชั่วร้ายของฮองเฮาและองค์หญิงจิ่นซิ่วเลย พวกเรามัวแต่ดูฤกษ์ยามใน
การย้ายของเข้าจวนใหม่ที่ฝั่าบาทพระราชทานให้
ข้าวของส่วนใหญ่ของอ๋าวฮั่นได้ให้คนขนไปไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะเขาตัดสินใจจะอาศัยอยู่ในจวนขององค์หญิง
เหอซั่ว
ส่วนต้วนชิงหมิงได้ขนย้ายข้าวของไปไม่มากนัก นางได้จัดแจงประดับประดาจวนให้เพียบพร้อม ทว่ายังไม่ได้
ตัดสินใจจะไปอยู่จวนใหม่
สาเหตุที่ต้วนชิงหมิงไม่ไปอยู่จวนใหม่นั้น เพราะยังห่วงต้วนอวี้ รวมทั้งอ๋าวฮั่นยังไม่มีที่อยู่เป็นของตัวเขาเองในต้า
เซี่ยจึงทำให้ทำสิ่งต่างๆ ได้ไม่สะดวกนัก ดังนั้นจวนขององค์หญิงจึงกลายเป็นที่พำนักของเขาอย่างเต็มใจ
พออ๋าวฮั่นเข้าไปในจวนใหม่ ต้วนชิงหมิงก็ไม่สะดวกที่จะอยู่ด้วยกันภายในจวน เหตุผลคือทั้งคู่เป็นเพียงคู่หมั้น
หมายที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีสมรสตามธรรมเนียม จึงต้องแยกกันอยู่ไปก่อน เพื่อจะได้ไม่เป็นที่ครหาติฉินนินทาของคนอื่นด้วย
ต้วนชิงหมิงและอ๋าวฮั่นปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้เขาไปพำนักอยู่จวนองค์หญิงก่อน ส่วนนางยังขอ
อาศัยอยู่ที่จวนต้วนไปก่อน หากยังไม่ได้แต่งงานนางจะยังไม่ข้ามไปอยู่ในจวนเดียวกัน
แต่ว่าฐานะของอ๋าวฮั่นพิเศษเป็นถึงว่าที่สามีของต้วนชิงหมิง ที่สำคัญจวนนี้ฝั่าบาทพระราชทานให้โดยใช้ชื่อของ
นาง ดังนั้นนางจึงเป็นเจ้าของจวนตัวจริง
ในช่วงสองวันนี้ นางต้องยุ่งอยู่กับการหาซื้อของเข้ามาตกแต่งประดับประดาจวนใหม่ แต่ปัญหาที่ต้องเผชิญคือมี
กำลังคนไม่เพียงพอ!
บรรดาคนของอ๋าวฮั่นได้เข้ามาอยู่ในต้าเซี่ยทั้งหมดแล้ว มีทั้งที่เปิดเผยตัวตนได้และไม่เปิดเผยตัวตน พวกเขามา
จากต่างบ้านต่างเมืองจึงไม่คุ้นชินกับชีวิตและธรรมเนียมในต้าเซี่ย พวกเขาทำหน้าที่เพียงแค่ช่วยขนของที่เป็นของอ๋าวฮั่น
มาเท่านั้น ที่เหลือก็ดูจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก!
โชคดีที่ยังมีแม่นมจางและแม่นมหลิน คอยกำชับและชี้แนะให้บ่าวใช้จากจวนท่านแม่ติงโหรว เริ่มจัดแจงทุกอย่าง
ให้เข้าดีเข้าทาง
เนื่องจากเป็นจวนที่ฝั่าบาทพระราชทานให้องค์หญิงจึงมีพื้นที่ค่อนข้างมาก และจำเป็นต้องใช้เงินอยู๋ไม่น้อย ดัง
นั้นต้วนชิงหมิงจึงเอาเงินที่สะสมมาทั้งหมด เพื่อซื้อของตกแต่งจะได้ไม่ดูจืดชืดและโหวงเหวง
ทางด้านตู้ชิงหรวนใช้ให้ชุนถาวนำเงินจำนวนไม่น้อยมาให้ รวมถึงของแสดงความยินดีมากมาย จนสุดท้ายก็
ตกแต่งจนดูดีขึ้นมา
พอมาดูอีกทีเวลาที่ใช้ก็ล่วงเลยไปถึงหกเจ็ดวันกว่าจะตกแต่งจัดแจงได้เสร็จสมบูรณ์ ที่เหลือก็แค่รอเลือกฤกษ์ยาม
ที่ดีให้อ๋าวฮั่นเข้ามาพำนัก
หลายวันมานี้ ต้วนชิงหมิงไม่เห็นต้วนอวี้หรานปรากฏตัวออกมาเดินนอกเรือนเลย แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ต้
วนอวี้หรานก็ออกมาสูดอากาศข้างนอก ด้วยท่าทางที่อ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง สีหน้าซีดจนเหลือง หากไม่รู้จักนางคงคิดว่า
ปั่วยเป็นโรคที่รักษาไม่ได้!
แต่จุดที่น่าสังเกตคือถ้าต้วนอวี้หรานปั่วยเป็นโรคที่รักษาไม่ได้จริง มีหรือที่ต้วนชิงหมิงจะไม่ทราบเรื่อง?
หากนางปั่วยหนักจริง ชื่อเสียงของตู้ชิงหรวนอาจเสื่อมเสียที่ไม่ดูแลบุตรสาว ต่อให้ต้วนชิงหมิงมิอยากแยแสต้วน
อวี้หรานเพียงใด นางก็ต้องแยกแยะความไม่ชอบกับหน้าที่ในฐานะพี่สาวออกจากกัน
ต้วนชิงหมิงจึงถามต้วนอวี้หรานขึ้นมา “น้องอวี้หรานเป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนอย่างนั้นหรือ?”
ไม่ใช่เพราะข่าวของต้วนชิงหมิงไม่ดี แต่เพราะองค์หญิงจิ่นซิ่วสั่งไม่ให้ทำเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นต้วนอวี้หราน
ไม่มีหน้าบอกความจริงที่ทำมา รวมไปถึงคำพูดที่กล่าวออกมากระทบเป็นวงกว้าง ดังนั้นไม่ว่าต้วนอวี้หรานหรือว่าอวี้
หลินต่างไม่กล้าแพร่งพรายเรื่องนี้หลุดออกจากปากแม้แต่แอะเดียว
ในตอนนี้ต้วนชิงหมิงยืนอยู่ภายใต้แสงตะวันที่ส่องรำไรลงมากระทบร่างกาย ชุดที่ใส่ในวันนี้เป็นชุดกระโปรงยาวสี
ม่วงอ่อนพริ้วไสวไปตามสายลม แก้มทั้งสองข้างที่แดงระเรื่อจากการเดินเร็ว ทำให้ต้วนอวี้หรานรู้สึกขัดหูขัดตาเป็นที่สุด
ใบหน้าที่แสดงความตกใจออกมาของต้วนชิงหมิง ทำให้ต้วนอวี้หรานมองนางด้วยสายตาเสียดสี รวมถึงพูดด้วย
นํ้าเสียงเย็นชา “ข้าไม่ได้ปั่วยสักหน่อย… เจ้าไม่ต้องมายุ่ง!!!”
เมื่อต้วนอวี้หรานพูดจบก็สะบัดหน้าหันไปทางอื่นและเดินเขย่งซ้ายทีขวาที โดยมีเยวี่ยหวาคอยประคองอยู่ข้าง
กายไม่ห่าง “คุณหนูเดินช้าหน่อยเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้หรานกัดฟันพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้ายังไม่ตายง่ายๆ หรอก!”
เยวี่ยหวากลัวว่าต้วนอวี้หรานจะโมโหโทโสเพิ่มขึ้น จึงเลือกปิดปากเงียบโดยไม่พูดคำใดออกมาอีก ส่วนต้วนอวี้
หรานยังคงต่อว่าด่าทอนางตลอดทางไม่หยุดหย่อน
พอต้วนอวี้หรานเดินจากไปแล้ว สีหน้าของต้วนชิงหมิงก็ขึงขังขึ้นมา
วันนี้ต้วนอวี้หรานดูแปลกไปกว่าปกติจนต้วนชิงหมิงสังเกตได้ แต่สายตาของนางกลับไม่เหมือนคนที่เพิ่งปั่วยหนัก
แม้แต่น้อยเลย
ทันใดนั้น ชิวหนิงได้พูดจากด้านหลังต้วนชิงหมิงขึ้นมา “ช่วงหลายวันมานี้คุณหนูเอาแต่ยุ่ง คงยังไม่ทราบว่าวัน
นั้นคุณหนูรองออกจวนไป พอกลับมาก็เอาแต่นอนซมอยู่บนเตียงหลายต่อหลายวัน… บ่าวได้ยินมาว่าคุณหนูรองเชิญ
ท่านหมอมารักษาอาการโดยเฉพาะ ที่วำคัญหัวเด็ดตีนขาดยังไง คุณหนูรองก็ไม่ให้ใครดูแผลทั้งนั้น จนสุดท้ายแม่นมของ
คุณหนูรองต้องแอบๆ เชิญท่านหมอหญิงมารักษาถึงสองครั้ง บ่าวได้ยินว่าฮูหยินเรียกท่านหมอหญิงไปถามอาการ ท่าน
หมอหฺงตอบเพียงว่านางมีแผลในที่ลับของสตรีเจ้าค่ะ……”