การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 877 หลิวหรงไม่ยอมหยุดนิ่ง
แต่ชิวหนิงแอบเห็นของที่นำออกมาจากเรือนต้วนอวี้หราน ทั้งหมดเป็นผ้าที่ซับเลือดสดๆ แดงฉาดเต็มไปหมด ดูก็
รู็ว่าต้องแผลสด ที่ไม่ใช่แผลจากจุดลับของสตรีอย่างแน่นอน
จากการสังเกตมา ต้วนอวี้หรานไม่เหมือนคนที่ล้ม ชนสิ่งของจนเลือดไหล ถูกคนร้ายใช้มีดแทง แต่ดูเหมือนถูก
คนใช้ไม้โบยอย่างหนักมาต่างหาก
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรนั้นยังไม่แน่ชัด ไม่ว่าใครจะคาดเดาอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ ที่สำคัญไม่มีใครเป็น
ห่วงเป็นใยต้วนอวี้หรานจากใจจริง บางคนมาแอบดูด้วยความกระหายใคร่รู้ ดูต้วนอวี้หรานที่บ้าอำนาจตกอยู่สภาพไหน
แค่นั้นเอง
ต้วนชิงหมิงนึกๆ ดูแล้วก็พึมพำออกมา “ชิวหนิงไปวางแผนสืบหาให้แน่ชัดสิ คุณหนูรองปั่วยตรงไหน บาดเจ็บ
ตรงไหนบ้าง?”
ชิวหนิงพยักหน้ารับ “ในเวลานี้บ่าวใช้ในเรือนคุณหนูรองต่างใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะที่ใช้แล้วต่างถูกเผาทิ้งไม่
เหลือเศษซาก โดยให้เหตุผลกลัวคนที่เห็นจะตื่นตกใจขวัญหนี แต่บ่าวเห็นว่าคนเหล่านี้แค่กลบเกลื่อนเพียงเท่านั้น! บ่าว
ใช้ในเรือนคุณหนูรองต่างถูกขู่ให้ปิดปากสนิท อย่าได้เเพร่งพรายสิ่งที่เห็นให้คนอื่นฟัง แต่บ่าวมีคนรู้จักที่ทำงานในเรือน
คุณหนูรองพอดีที่พอจะสืบเรื่องราวได้ อีกอย่างบ่าวจะหาตัวคนที่ไปตามท่านหมอหญิงมาสอบถามให้รู้ความทีเดียวไปป
เลยเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงจึงกำชับชิวหนิงไปว่า “ถ้าเจ้าไปสืบจากท่านหมอหญิงแล้วไม่ยอมบอก ให้ไปดูสิว่านางเขียนใบสั่งยา
อะไรบ้าง ไม่ก็ตามไปที่ร้านยาเพื่อดูการจัดยา ถ้าไม่ได้จริงๆ ให้ดูว่าท่านหมอหญิงมีคนติดตามมาด้วยไหมจะได้สอบถาม
จากคนพวกนั้นให้ชัดเจน!”
ชิวหนิงได้ฟังก็รีบตอบรับทันที “บ่าวรับทราบแล้วเจ้าค่ะ”
“ไปเถอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน ไปสืบว่าเรื่องราวเป็นไปเป็นมาอย่างไร ขั้นต่อไปพวกเราถึงจะคิดหาทางได้!”
ชิวหนิงมั่นใจว่าท่านหมอหญิงที่มาดูอาการให้ต้วนอวี้หรานจะต้องถูกยัดเงินให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ถ้าหากไป
ถามจากปากท่านหมอหญิงคงจะไม่คืบหน้า แต่ถ้าไปสืบถามจากคนรอบข้างตามที่ต้วนชิงหมิงแนะนำ ไม่แน่ว่าอาจสืบ
อะไรมาได้บ้าง
ในเมื่อต้วนอวี้หราน3มอบเรื่องนี้ให้ชิวหนิงรับผิดชอบ นางต้องหาทุกวิถีทางทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ
อีกอย่างเยวี่ยหวาประคองต้วนอวี้หรานเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เดินต่อไปไม่ไหวจนต้องหยุดยืน
อากาศในฤดูใบไม้ร่วงที่เย็นสบาย ต้วนอวี้หรานกลับมีเหงื่อไหลโชกออกมาไม่หยุด เยวี่ยหวาจึงบรรจงเช็ดให้อย่าง
เบามือ ทว่านางกลับปัดมือออกอย่างรำคาญ “ช่างเหอะ ประคองข้าไปนั่งตรงนั้นก่อน!”
เยวี่ยหวาที่ได้ยินดังนั้นเลยพูดเตือนสติขึ้นมา “คุณหนูลืมไปแล้วเหรอเจ้าค่ะ บ่าวกลัวถ้านั่งลงในตอนนี้อาจทำให้
แผลเลือดไหลได้เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานที่อารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิม ประกอบกับได้ยินที่เยวี่ยหวาพูดก็กัดฟันพูดด้วยความโกรธ “มีแผลที่ไหน
ข้ามีแผลตรงไหน? ข้าแค่เป็นแผลตรงจุดลับเข้าใจไหม? ถ้าขืนพูดจาพล่อยๆ อีก คราวหน้าข้าจะลงโทษให้หนัก!”
เนื่องจากแผลยังไม่ปิดสนิทดี ประกอบกับเดินค่อยข้างเยอะ ต้วนอวี้หรานจึงร้องออกมาเสียงดัง เยวี่ยหวาที่เห็น
ดังนั้นจึงรีบคุกเข่าขอร้องทันที “คุณหนูบ่าวผิดไปแล้ว คุณหนูอย่าโกรธบ่าวเลยเดี๋ยวจะเสียสุขภาพนะเจ้าค่ะ”
แผลบนตัวต้วนอวี้หรานมาจากคำสั่งโบยขององค์หญิงจิ่นซิ่ว นางไม่ต้องการให้ใครรู้ความจริง จึงสั่งให้บ่าวใช้ใน
เรือนปิดปากให้สนิท หากใครแพร่งพรานออกไปจะถูกขายไปหอนางโลมทันที!
บรรดาบ่าวใช้จวนต้วนอวี้หรานย่อมรู้กิตติศัพท์ความโหดร้ายของนางเป็นอย่างดี จึงไม่มีใครกล้าฝืนคำสั่งแม้แต่
คนเดียว
อีกทั้งผ้าพันแผลที่นางใช้ซับเลือดถูกเผาหลังจากการใช้ทันที จึงไม่หลงเหลือหลักฐานใดทิ้งร่องรอยเอาไว้ บ่าวใช้
ในเรือนที่เหลือก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน
เยวี่ยหวามิกล้าเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาทั้งนั้น ได้แต่ประคองต้วนอวี้หรานไปนั่งลงที่เก้าอี้หิน
เก้าอี้หินทั้งเย็นทั้งแข็งจนต้วนอวี้หรานมิกล้าหย่อนก้นลงไปสัมผัส แต่ด้วยไหวพริบที่ดีของเยวี่ยหวาได้เตรียมที่
รองนั่งมาด้วยจึงปูให้ต้วนอวี้หรานนั่งได้อย่างสบาย
อันที่จริงบริเวณบั้นท้ายของนางถูกพันด้วยผ้าหลายต่อหลายชั้น แต่ต่อให้มากเท่าไหร่ พอสัมผัสกับของอ่อนนิ่มก็
เจ็บปรี๊ดเข้าไปถึงกระดูก!
เยวี่ยหวาที่ชำเลืองมองตลอดได้แต่เม้มปากไม่กล้ากระโตงกระตาก
นางรีบหย่อนตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้หิน ก่อนจะให้ต้วนอวี้หรานหย่อนก้นมาทับร่างของนาง เพื่อลดความเจ็บปวดที่
เกิดขึ้น
ต้วนอวี้หรานได้แต่กัดฟันแนบแน่น ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เห้อ เจ็บเหลือเกิน……”
ไม่รู้เยวี่ยหวาคิดอะไรขึ้นมาได้ จู่ๆ ได้เอ่ยขึ้น “คุณหนู เมื่อครู่ที่พวกเราเจอคุณหนูใหญ่ ดูเหมือนคุณหนูใหญ่ไม่
ค่อยเชื่อสิ่งที่พวกเราบอกไปเจ้าค่ะ… ตอนนี้คุณหนูใหญ่เป็นถึงองค์หญิงจะเข้าออกวังหลวงเมื่อไหร่ก็ได้ หรือว่าคุณหนูไม่
กลัวคุณหนู่ใหญ่ไปตามสืบว่าเกิดเรื่องใดขึ้น จากนั้นนำมาฟั้องฮูหยินหรือเจ้าคะ?”
ต้วนอวี้หรานได้ฟังสีหน้าไม่สู้ดีขึ้นไปอีก ก่อนแสยะยิ้มออกมา “นางน่าจะไม่ทำแบบนั้น”
เยวี่ยหวาเลยถามอย่างแปลกใจ “ตามที่คุณหนูพูดมา แสดงว่าคุณหนูใหญ่ไม่มีทางพูดเรื่องนี้ให้ทุกคนฟังใช่ไหม
เจ้าคะ?”
ต้วนอวี้หรานเลือกที่จะส่ายหน้า “ไม่เกี่ยวกับต้วนชิงหมิงหรอก แต่องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่มีทางให้เรื่องนี้แพร่งพราย
เพราะหมายถึงหน้าตาของราชวงศ์ หากองค์หญิงจิ่นซิ่วเป็นคนพูดก็เท่ากับไม่รักษาหน้าของราชวงศ์และตัวนางเอง”
เยวี่ยหวากะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจสิ่งที่ต้วนอวี้หรานอธิบาย แต่ว่านางไม่เลือกที่ถามต่อไป เพราะคุ้นเคยนิสัย
ของต้วนอวี้หรานเป็นอย่างดี หลายครั้งนางไม่ต้องกล้าถามที่จะถาม เพราะอาจถูกลงโทษโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นก่อนจะทำจะ
พูดอะไร นางต้องดูสีหน้าของต้วนอวี้หรานเป็นลำดับแรก!
ต้วนอวี้หรานถูกโบยจนสาหัสในครั้งนี้ ดูเหมือนจะฉลาดเฉลียวขึ้นไม่น้อย “คนที่ชื่อชิงตั๋วอะไรนั่นเป็นถึงองค์ชาย
ใหญ่ ได้ยินมาว่าจะขึ้นตำแหน่งสูงสุดแทนผู้นำต้าฮั่น ซึ่งเทียบได้กับตำแหน่งฝั่าบาทของต้าเซี่ยนั่นเอง ถ้าเกิดล่วงเกินเขา
ขึ้นมาจนลามไปเป็นปัญหาของสองแคว้น องค์หญิงจิ่นซิ่วอาจพลอยซวยใหญ่ไปด้วย!”
เยวี่ยหวาฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะพยักหน้ารับ “เรื่องนี้ขอแค่ฮูหยินและคุณหนูใหญ่มิทราบก็ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ!”
เยวี่ยหวาเป็นเพียงบ่าวใช้ นางจึงมองไปแค่เบื้องหน้าระยะใกล้ ไม่ได้มองไปไกลขนาดเจ้านาย!
ต้วนอวี้หรานชำเลืองมองนาง “ฮูหยินจะรู้ไม่รู้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ต้วนชิงหมิงรู้เข้าเมื่อไหร่คงจนปัญญาทำอะไร
ข้าไม่ได้ เพราะหากเรื่องที่ข้าเล่าให้องค์หญิงจิ่นซิ่วฟังว่า นางกับเหยียนหลิ่งอวี๋มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง ยังแอบมีอ๋าวฮั่นมาเพิ่มเข้า
อีกคน คนที่เสียหน้าเสียตาต้องเป็นต้วนชิงหมิง! ดังนั้นต้วนชิงหมิงจะเสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นนางกลัวว่าตู้ชิง
หรวนรู้เรื่องเข้า คงโกรธจนอาจกระทบลูกในท้องก็เป็นได้”
เยวี่ยหวาพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่รู้ตัว เห็นทีคุณหนูถูกโบยในครั้งนี้ทำให้ฉลาดขึ้นไม่น้อย รู้จักชั่งใจระหว่างผลดี
ผลเสียแล้ว รวมทั้งยังมองการหลอกใช้ของคนออกอีก อี๋เหนียงไม่อยู่ในจวนต้วนแล้ว คุณหนูรองกลับโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
เหลือเกิน!
ต้วนอวี้หรานก้มหน้ามองร่างกายของนาาง จากนั้นกล่าวอย่างหงุดหงิด “เชอะ! เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความ
ผิดของต้วนชิงหมิงแท้ๆ ถ้ามันไม่ไปทำเรื่องเลวทรามตํ่าช้า ข้าคงไม่ต้องถ่อไปฟั้ององค์หญิงจิ่นซิ่วถึงในวังหลวง ไม่ต้อง
โดนโบpหนักเลือดไหลอาบ จนนั่งเก้าอี้หินไม่ได้แบบนี้!”
เยวี่ยหวาคิดในใจคุณหนูใหญ่ยังไม่ได้สร้างเรื่องอะไรทั้งนั้น… แต่เป็นคุณหนูรองต่างหากที่เห็นคุณหนูใหญ่ขัดหู
ขัดตา เลยถ่อไปฟั้ององค์หญิงจิ่นซิ่วถึงที่ เรื่องนี่ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ใช่ความผิดของคุณหนูใหญ่แม้แต่น้อยนิด!
เพียงแต่ว่าสิ่งที่คิดในใจนี้ ต่อให้ตีเยวี่ยหวาจนตาย นางก็ไม่มีทางพูดออกมาให้ต้วนอวี้หรานได้ยินแม้แต่คำเดียว!
แต่จะไม่ตอบต้วนอวี้หรานก็ใช่เรื่อง นางจึงตอบกลับเสียงเรียบ “คุณหนู อย่าได้คิดเรื่องนี้อีกเลยเจ้าค่ะ สิ่งสำคัญ
ที่สุดในเวลานี้คือรักษาร่างกายให้หายดี มิอย่างนั้นครั้งหน้าที่อี๋เหนียงเดินทางมาเยี่ยมคุณหนูรอง คงต้องเป็นห่วงจนไม่ได้
กินไม่ได้นอนนะเจ้าค่ะ”
“ข้าอดเป็นห่วงอี๋เหนียงที่อยู่ห่างไกลไม่ได้เลย แต่เรื่องนี้ต้องปิดไม่ให้นางทราบ… เอ่อ ครั้งก่อนอี๋เหนียงพูดอะไร
ไว้บ้างนะ?”
“อี๋เหนียงบอกว่าทนอยู่ที่นั่นไม่ไหวแล้ว หวังว่าคุณหนูจะคิดหาวิธีช่วยให้หลุดจากที่นั่นโดยเร็วที่สุดเจ้าค่ะ”
หลิวหรงฝากความหวังทั้งหมดไว้กับต้วนอวี้หราน แต่ตอนนี้ต้วนอวี้หรานเองกลับแทบเอาตัวไม่รอดเลย แล้วจะ
ช่วยหลิวหรงออกมาได้อย่างไร
เยวี่ยหวาเชื่อว่าหากลูกในท้องของตู้ชิงหรวนกำเนิดออกมา ถึงตอนนั้นทั้งอี๋เหนียงและต้วนอวี้หรานต้องลำบาก
เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ต้วนอวี้หรานฟังเยวี่ยหวาพูดออกมาก็ดีใจไม่ออก “เป็นเพราะตัวนางเองที่ไม่ดี ถึงทำให้อี๋เหนียงต้องตกระกำ
ลำบาก ในเวลานี้ ตัวข้าเองก็ยังเอาตัวไม่รอด แล้วจะช่วยอี๋เหนียงได้ยังไง?”
นางรู้สึกเหนื่อล้าจนแทบไม่อยากขยับตัวทำอะไรทั้งสิ้น แต่ความเจ็บปวดทำให้เหงื่อแตกเต็มตัวไปหมด
เยวี่ยหวาจึงเอ่ยขึ้น “คุณหนูต้องพักรักษาตัวให้หายดีก่อน เรื่องอื่นไว้ทีหลังนะเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานเอาแต่ถอดใจ “ถ้าขืนยังขยับตัวบ่อยขนาดนี้ แผลจะสมานกันได้อย่างไร เมื่อไหร่ถึงจะหายกันเล่า!
ที่สำคัญต่อให้แผลหายดีแล้ว ไม่รู้ว่าต้องรักษาอีกนานเพียงใดถึงจะกลับมาหายดีดังเดิม!”
สาวน้อยที่กำลังโตกลับถูกโบยจนสาหัสแบบนี้ ผิวพรรณที่งดงามของนางอาจทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ จนอาจดูน่า
เกลียดน่ากลัวก็เป็นได้