การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 878 สื่อเหวินจาง
ต้วนอวี้หรานต้องทำตัวให้เข้มแข็งมากกว่านี้ ต่อให้บาดแผลหายดีแล้ว แต่ความแค้นใจก็ยังมิเสื่อมคลายตามกาล
เวลา จนติดตามนางไปชั่วชีวิตอาจจะลืมเลือน
สายลมหนาวเหน็บพัดผ่านมาที่ศาลา เห็นทีไม่เกินวันสองวันหิมะคงตกโปรยปรายลงมาแล้ว
เยวี่ยหวาจึงพูดเสียงเบาว่า “คุณหนู อากาศเย็นแล้ว พวกเรารีบกลับเรือนกันเถอะเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานที่นั่งอยู่รู้สึกปวดไปทั้งตัว จนต้องการนอนควํ่าลงบนเตียงที่นุ่มนิ่ม จึงให้เยวี่ยหวาประคองกลับเรือน
ไป
ชิวหนิงตามไปสืบเรื่องต้วนอวี้หรานแล้ว ต้วนชิงหมิงจึงเดินกลับเรือนไปเช่นกัน
การปั่วยหนักในครั้งนี้ของต้วนอวี้หรานมีการเปลี่ยนแปลงเยอะเหลือเกิน จนต้วนชิงหมิงคาดเดาไม่ถูก ขอเพียง
นางรู้ความจริงที่เกิดขึ้นกับต้วนอวี้หราน ถึงจะวางแผนรับมือในขั้นต่อไปได้ถูกต้อง!
จู่ๆ ต้วนชิงหมิงนึกขึ้นได้ว่านัดเชวียหนิงหรานออกไปปรึกษาหารือเรื่องของเนี่ยไฉ่เยวี่ย จึงสั่งการเรื่องต่างในเรือน
จนเรียบร้อยแล้วออกไปอย่างรีบร้อน
สถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างไรไม่แน่ชัด ต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานจึงไม่อาจกระโตกกระตาก ได้แต่นัดพบ
กันร้านนํ้าชาที่เดิม สิ่งที่ไม่คาดฝันคือพวกนางได้พบคนที่ไม่ควรพบในร้านนํ้าชาเข้า
เมื่อต้วนชิงหมิงไปถึง เชวียหนิงหรานได้มานั่งรอห้องเล็กๆ ที่ได้จองไว้ และเริ่มพูดคุยไปพร้อมกับทานของว่าง
เวลาที่พูดคุยกันช่างผ่านไปเร็วเสมอ เผลอแวบเดียวเชวียหนิงหรานต้องกลับจวนแล้ว ต้วนชิงหมิงจึงเดินออกจาก
ห้องเพื่อจะไปส่งนาง จู่ๆ มีเสียงบุรุษดังขึ้นมาจากด้านหลัง “คุณชายรองสื่อเชิญด้านนี้ขอรับ!”
คุณชายรองสื่อ?
ต้วนชิงหมิงหันกลับมามองเชวียหนิงหราน คิดในใจเรื่องนี้จะต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญเป็นแน่
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด มีเสียงบุรุษที่อยู่ในห้องได้ตะโกนถามขึ้นมา “ถ้าเป็นสื่อเหวินจางละก็ เรียกให้รีบเข้ามา
ด้านในเดี๋ยวนี้เลย!”
ต้วนชิงหมิงหันมองเชวียหนิงหรานด้วยเข้าใจแล้วว่าคุณชายรองสื่อ ที่พวกเขาพูดถึงก็คือสื่อเหวินจางนี่เอง ดังนั้น
ต้วนชิงหมิงจึงดึงแขนเชวียหนิงหรานไว้ “หนิงหราน พวกเรานั่งต่ออีกหน่อยแล้วกัน!”
เชวียหนิงหรานถามอย่างแปลกใจ “เจ้าบอกว่ามีธุระต่อไม่ใช่หรือ?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่อยากรู้ว่าชิวหนิงไปตามรถนํ้ามาหรือยัง แต่ดูท่าคงยังไม่กลับมาเร็ว
ขนาดนั้น พวกเราคุยกันต่ออีกสักประเดี๋ยวเถอะ”
เชวียหนิงหรานฟังแล้วก็หัวเราะออกมา “นึกว่ามีเรื่องอะไรซะอีก… ไม่ต้องห่วงไป เดี๋ยวข้าให้รถม้าแวะไปส่งชิงห
มิงที่จวนก่อนก็ได้”
ต้วนชิงหมิงกำลังจะอ้าปากพูดก็ไม่ทันการแล้ว เชวียหนิงหรานได้เอื้อมเปิดประตูออกไปแล้ว
ทันใดนั้น หน้าประตูมีบุรุษสวมชุดสีนํ้าเงินเรียบยืนจ้องหน้าเชวียหนิงหราน จนนางผงะถอยหลังก้าวหนึ่ง
บุรุษคนนั้นเป็นคนที่เชวียจื่อซวนเคยนั่นก็คือสื่อเหวินจาง เชวียจื่อซวนอธิบายลักษณะของสื่อเหวินจางให้นางฟัง
มาก่อน ประกอบกับมีคนตะโกนเรียกชื่อเขาขึ้นมาอีก ทำให้ต้วนชิงหมิงมั่นใจว่าถูกคนแล้ว
ส่วนเชวียหนิงหรานยังไม่ทราบเรื่องที่สื่อเหวินจางมาขอหมั้นหมาย ต้วนชิงหมิงจึงอยากพาเชวียหนิงหรานออก
จากร้านนํ้าชาให้เร็วที่สุด
เหตุผลข้อแรก คือต้วนชิงหมิงไม่อยากให้เชวียหนิงหรานเห็นหน้าสื่อเหวินจาง และข้อสอง คือเรื่องการหมั้น
หมายที่เชวียหนิงหรานยังไม่รู้
ต้วนชิงหมิงรีบลากเชวียหนิงหรานเดินออกมาด้วยความรวดเร็ว “รถม้าของเจ้าจะไปส่งข้าที่จวนต้วนใช่ไหม?
ตอนนี้พวกเราไปกันเถอะ!”
ทั้งสองคนกำลังจะก้าวขึ้นไปบนรถม้า ทว่าด้านหลังกลับมีเสียงของบุรุษดังขึ้น “คุณหนูทั้งสองช้าก่อน!”
ต้วนชิงหมิงfดันเชวียหนิงหรานไปหลบอยู่ข้างหลัง และถามไปว่า “คุณชายท่านนี้มีธุระอันใด? ถ้าไม่มีธุระ ข้ากับ
พี่สาวขอตัวไปก่อน!”
สื่อเหวินจางตอบเสียงเรียบนิ่ง “กระผมสื่อเหวินจางจำองค์หญิงเหอซั่วและคุณหนูท่านนี้ได้……”
เมื่อต้วนชิงหมิงถูกอีกฝั่ายรู้ฐานะเป็นที่เรียบร้อยก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งต่อไป นางจึงพยักหน้ารับ “เป็นข้าเอง แต่
คุณชายสื่อมีธุระอะไรกับพี่สาวของข้าเหรอ?”
สื่อเหวินจางเหลือบเห็นเชวียหนิงหรานหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา เขาจึงก้มหน้า พูดละลํ่าละลัก “คุณหนูรองเชวีย…
วันนั้นพวกเราเคยพบหน้ากันอยู่นะขอรับ”
เชวียหนิงหรานไม่เคยเห็นต้วนชิงหมิงมีท่าทีหวาดระแวงเช่นนี้มาก่อนเลย ถึงแม้นางจะแปลกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้
ถามให้มากความ
เมื่อเห็นสื่อเหวินจางก้มหัวทักทาย นางจึงย่อตัวรับตามมารยาท
สายตาของเชวียหนิงหรานระคนด้วยความงงงวย เพราะนางไม่รู้จักคุณชายรองสื่อผู้นี้มาก่อนเลย!
สื่อเหวินจางเงยหน้าขึ้นพูด “องค์หญิงจิ่นซิ่ว กระผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณหนูรองเชวียเป็นการส่วนตัว ไม่ทราบ
ว่าจะสะดวกไหมเอ่ย?”
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าเขาต้องการพูดอะไรกับเชวียหนิงหราน จึงส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่สะดวก พวกเรามีธุระด่วนที่
ต้องรีบไปทำต่อ!”
เชวียหนิงหรานที่ไม่ติดธุระอะไรก็ไม่เต็มใจจะพูดคุยลำพังกับบุรุษแปลกหน้าผู้นี้ นางจึงพยักหน้ารับสิ่งที่ต้วนชิงห
มิงกล่าว “พวกเรามีธุระด่วนไว้วันหลังแล้วกัน!”
เมื่อกล่าวจบ นางได้กลับตัวจะเดินขึ้นรถม้า
แต่สื่อเหวินจางยังดึงดัน “แต่ว่ากระผมไปที่จวนเชวียมาแล้วสองครั้ง เพื่อขอพบหน้าคุณหนูรองแต่ไม่ได้พบ หรือ
ว่าคุณหนูรองมิอยากเสวนากับกระผม?”
สื่อเหวินจางมาหานางถึงจวนเชวีย?
ต้วนชิงหมิงได้ยินที่สื่อเหวินจางพูดจึงรู้ได้ฉับพลันต้องเกิดเรื่องร้ายขึ้นแน่ ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด เชวียหนิงหรานก
ลับพูดตัดหน้าขึ้นมาก่อนแล้ว!
เชวียหนิงหรานถามขึ้นอย่างกังขา “หนิงหรานกับคุณชายไม่เคยเห็นหน้าคาดตารู้จักกันมาก่อน มิทราบว่าคุณ
ชานสื่ออยากพบหนิงหรานด้วยเหตุอันใด?”
สื่อเหวินจางถึงกับสีหน้าเปลี่ยนทันทีเอาแต่จ้องไปที่เชวียหนิงหราน และพูดขึ้นว่า “คุณหนูรองเชวียกำลังจะบอก
กระผมว่า ไม่ทราบเรื่องที่กระผมไปหาท่านพ่อท่านแม่ที่จวนเชวีย เพื่อขอหมั้นหมายกับคุณหนูเลยหรือ?”
ประโยคนี้หลุดออกมาจากเขา ทำให้เชวียหนิงหรานเหงื่อไหลไคลย้อยด้วยความตกใจสุดขีด “คุณชายสื่อพูดว่า
อะไรนะ?”
สื่อเหวินจางกัดฟันพูดขึ้นอีกครั้ง “ดูท่าแล้ว คุณหนูรองอาจไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ”
นํ้าเสียงของเขาเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อตํ่าใจและสร้อยเศร้า
จากนั้นเขาหันมาจ้องต้วนชิงหมิงอย่างจริงจัง ก่อนแสยะยิ้มออกมา “่เช่นนั้น รบกวนองค์หญิงจิ่นซิ่วและคุณหนู
รองเชวียแล้ว ต้องขออภัยด้วย!”
ทันใดนั้น ความสงสัยที่พรั่งพรูส่งผลให้เชวียหนิงหรานก้าวขึ้นออกมาถาม “ที่คุณชายสื่อพูดมานั้น ช่วยพูดให้
ชัดเจนด้วย!”
“เรื่องนี้คุณหนูรองเชวียอาจยังไม่ทราบ แต่ดูท่าองค์หญิงเหอซั่วคงจะพอทราบมาบ้าง เช่นนั้นคุณหนูลองไปถาม
องค์หญิงสิว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” สื่อเหวินจางพูดอย่างถือไพ่เหนือกว่า
เชวียหนิงหรานหันมองไปที่ต้วนชิงหมิง “ชิงหมิง ข้าต้องการคำอธิบายกับเรื่องที่เกิดขึ้น!”
ต้วนชิงหมิงดึงเชวียหนิงหรานเข้ามาไว้มา “คุณชายสื่อจึงพูดอย่างแปลกใจ… เรื่องใหญ่อย่างเรื่องแต่งงาน มักต้อง
ทำตามคำสั่งของท่านพ่อท่านแม่และแม่สื่อแม่ชัก การที่หนิงหรานไม่รู้เรื่องงานการหมั้นหมาย จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกไม่
น้อย”
สื่อเหวินจางหัวเราะอย่างได้ใจ “เช่นนั้น องค์หญิงเหอซั่วทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร?”
ต้วนชิงหมิงรีบตอบทันควัน “เรื่องที่หนิงหรานไม่รู้ ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน เมื่อครู่ที่ปฏิเสธคุณชายรองสื่อไป เพราะชาย
หญิงแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ข้ากับหนิงหรานจึงไม่รู้จะรับมือกับบุรุษแปลกหน้าท่านนี้อย่างไรต่างหาก!”
สีหน้าของเขาจึงเพิ่มความสงสัยเป็นเท่าตัว “ที่แท้องค์หญิงเหอซั่วเป็นคนห่วงชื่อเสียง สงสัยกระผมจะบุ่มบ่าม
เกินไปแล้ว”
พอต้วนชิงหมิงได้ฟังแอบชะงักอยู่ครู่หนึ่ง “คุณชายรองสื่อพูดอะไรนั่น? หรือว่าตอนที่บุรุษแปลกหน้าอยากพบ
องค์หญิงอย่างข้าหรือพี่น้องของข้า ข้าต้องปล่อยเขาตามอำเภอใจใช่ไหม? หรือพูดอีกอย่างได้ว่า หากพี่สาวน้องสาวของ
คุณชายสื่อพบเจอบุรุษที่ทำเช่นนี้ คุณชายสื่อจะปล่อยไปโดยไม่สนใจอย่างนั้นหรือ?”
สื่อเหวินจางส่ายหน้าปฏิเสธ “กระผมพูดสู้องค์หญิงไม่ได้ เพียงแต่กระผมอยากเตือนองค์หญิงเหอซั่ว กระผม
หลงใหลในชื่อเสียงของคุณหนูรองมานานแล้ว ยามพานพบเพียงครั้งเดียวได้ติดตาตรึงใจอยู่ทุกทิวาราตรี ดังนั้นได้ขอร้อง
ให้ท่านพ่อท่านแม่ไปทามทาบถึงที่จวนเชวียเท่านั้นเอง!”
ต้วนชิงหมิงแสยะยิ้มอยู่ในใจ แม้สื่อเหวินจางไม่ได้มีแผนร้ายในใจต่อเชวียหนิงหราน2 ทว่าต้วนชิงหมิงกลับไม่
สนับสนุนที่เชวียหนิงหรานจะแต่งกับเขา!
ทางด้านเชวียหนิงหราน2ยังคงตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ทว่าด้วยการอบรมสั่งสอนมารยาทมาเป็นอย่างดีจึงไม่แสดง
อาการออกมาทางสีหน้าให้เห็นแม้แต่น้อย นางเพียงเงยหน้าขึ้นพูดกับสื่อเหวินจาง “คุณชายสื่อ หนิงหรานอาจยังไม่ใช่
สตรีที่เหมาะสมกับท่าน ขอให้คุณชายรองสื่อได้พบสตรีที่ถูกใจในเร็ววัน!”
เมื่อกล่าวจบ เชวียหนิงหรานกลับจับมือต้วนชิงหมิงก้าวขึ้นรถม้าไปแทน!
สื่อเหวินจางได้แต่ยืนมองทั้งสองคนด้วยใบหน้าสร้อยเศร้าละห้อยหา
เขาสามารถมองทะลุความคิดความอ่านของต้วนชิงหมิงได้หมด เนื่องจากความสัมพันธ์ของนางกับเหยียนหลิ่งอวี๋
ย่อมไม่มีทางปล่อยให้จวนสื่อเข้ามาข้องเกี่ยวด้วย แต่ต้วนอวี้หรานเป็นเพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับต้วนชิงหมิง จึงเพิก
เฉยต่อเขาอย่างนั้นหรือ?
สื่อเหวินจางไม่เคยได้ยินเรื่องระหว่างเชวียหนิงหรานกับต้วนอวี้มาก่อน แต่เขารู้สึกว่าไม่ควรกลายเป็นอุปสรรค
ระหว่างเขากับเชวียหนิงหรานถึงจะถูก แต่วันนี้เห็นท่าทางของเชวียหนิงหราน ทำให้รู้ได้ทันทีว่านางมิอยากรู้จักกับเขา
เท่าที่ควร!
พวกนางทั้งสองคนต่างเดินขึ้นรถม้าไปโดยที่ไม่ได้พูดจากันแม้แต่คำเดียว
เดิมทีพวกนางมาที่ร้านนํ้าชาในวันนี้เพื่อเรื่องของเนี่ยไฉ่เยวี่ย วันนี้เกือบจะจบด้วยดีแล้วเชียว แต่ดันมาเจอเข้ากับ
คนที่ไม่ควรจะเจอเนี่ยสิ!