การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 880 แม่ลูกที่คอยสร้างเรื่อง
ตอนนี้ในเรือนต้วนชิงหมิงไร้ซึ่งพวกแม่นมจางแล้ว ทุกอย่างจึงกลับมาเป็นเหมือนเดิม เหลือเพียงชิวหนิง เซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ เยวี่ยเจีย และชิวจวี๋ที่อยู่กันมานนจึงรู้สึกสบายๆ เวลาที่ต้องอยู่ร่วมกัน
เมื่อต้วนชิงหมิงกลับมาแล้ว เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็รีบพาชิวจวี๋เข้ามาปรนนิบัติ เยวี่ยเจียได้ยกนํ้าชาร้อนๆ เข้ามาภายใน
ห้อง ทั้งหมดกลับสู่ภาวะปกติที่ไม่มีพวกแม่นมจางคอยเตือนและแม่นมหลินคอยตำหนิ ในจวนจึงเต็มไปด้วยความเงียบ
สงบ ทุกคนต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าดังเดิม
ชิวหนิงยืนอยู่ด้านหน้าต้วนชิงหมิง ด้วยใบหน้าที่แดงกํ่า มือทั้งสองข้างหนาวจนบวมไปหมดแล้ว
เยวี่ยเจียได้นำแผ่นรองนั่งมารองให้ต้วนชิงหมิง พร้อกับรินนํ้าชาร้อนๆ ลงแก้ว อากาศในวันนี้หนาวเหน็บเป็น
อย่างมาก จนหมอกมีไอรอยขึ้นมาจากถ้วยนํ้าชา ต้วนชิงหมิงรับนํ้าชาจับขึ้นมาดื่มจนรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา นางมองไปที่ชิว
หนิงและเอ่ยขึ้นว่า “ชิวหนิง วันนี้ลำบากเจ้าแล้ว! รีบดื่มชาร้อนๆ ให้ความอบอุ่นกับร่างกายก่อนเถอะ!”
ชิวหนิงได้ฟังรีบส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเกรงใจ “มิได้เจ้าค่ะ บ่าวมิได้เหนื่อยแม้แต่น้อยเจ้าค่ะ!”
เยวี่ยเจียจึงเอาถ้วยนํ้าชายัดใส่มือชิวหนิง “พี่ชิวหนิงรีบดื่มชาอบอุ่นร่างกายก่อนเถอะ อากาศหนาวเหน็บขนาดนี้
ประเดี๋ยวจะไม่สบายเอา!”
ชิวหนิงจึงรับนํ้าชามาไว้ หันไปขอบคุณต้วนชิงหมิง จากนั้นค่อยๆ ยกถ้วยนํ้าชาขึ้นมาจิบทีละน้อย
ต้วนชิงหมิงชี้ไปที่แผ่นรองนั่งที่วางเอาไว้บนเก้าอี้และพูดกับชิวหนิง “นั่งลงจิบเถอะ มีที่ไหนยืนจิบชากัน?”
ชิวหนิงหัวเราะคิกคัก ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ ยกถ้วยนํ้าช่าขึ้นจิบทีละเล็กทีละน้อย
ต้วนชิงหมิงก็ยกถ้วยนํ้าชาขึ้นจิบเพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกายเช่นกัน เยวี่ยเจียที่ยืนรับใช้อยู่ข้างๆ ได้รินนํ้าชาให้
ต้วนชิงหมิงและชิวหนิงอยู่มิขาดในศาลา
สายตาของชิวหนิงดูแปลกไป นางหวังว่าต้วนชิงหมิงจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยคำใด
ต้วนชิงหมิงรู้สึกได้ว่านางกำลังจ้องมอง จึงหัวเราะขึ้นมา “จะลำบากก็ดี ไม่ลำบากก็ดี อากาศหนาวเหน็บขนาดนี้
ยังใช้ให้ชิวหนิงวิ่งไปทำธุระข้างนอกอีก ประเดี๋ยวจิบชาเรียบร้อยแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเสียเถอะ!”
ชิวหนิงนั่งไม่ขยับเขยื้อน นางเอาแต่มองถ้วยนํ้าชาในมือ ครุ่นคิดบางอย่างจนไม่ได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดเมื่อครู่ จน
กระทั่งต้วนชิงหมิงวางถ้วยนํ้าชาลงเตรียมจะเดินจากไป จู่ๆ ชิวหนิงได้พูดขึ้นว่า “คุณหนูรู้หรือไม่ว่าวันนี้บ่าวไปเจอใคร
เข้าเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงถามอย่างสงสัย “เจ้าไปเจอใครมากันละ?”
ชั่วพริบตาเดียวต้วนชิงหมิงมีความรู้สึกว่า ชิวหนิงจะต้องไม่ได้พบคนในจวนต้วน เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว สายตา
ของชิวหนิงคงจะไม่แปลกประหลาดแบบนี้
ชิวหนิงใคร่ครวญก่อนจะตอบอย่างระวังคำพูด “เรียนคุณหนู วันนี้บ่าวไปเจอพี่กุ้ยเจ้าค่ะ”
พี่กุ้ย?
ต้วนชิงหมิงยังนึกไม่ออกว่าเป็นพี่กุ้ยคนไหนกัน!
ชิวหนิงจึงรีบอธิบาย “คุณหนูลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ? บ่าวใช้ขั้นสองที่อยู่ข้างกายหลิวอี๋เหนียงเจ้าค่ะ!”
คราวนี้ ต้วนชิงหมิงนึกออกในทันที ข้างกายของหลิวหรงมีบ่าวใช้ที่ชื่อกุ้ยเอ๋อร์ นิสัยของนางใช้ได้ไม่เคยข่มเหง
รังแกใคร เนื่องจากหลิวหรงมีพระคุณกับแม่ของนาง ดังนั้นจึงติดสอยห้อยตามมารับใช้
ต้วนชิงหมิงเองก็เคยเห็นหน้านางอยู่หลายครั้ง ในทุกครั้งนางจะเอาแต่ยืนนิ่งอยู่เงียบเชียบ ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออก
มาแม้สักคำ
เพียงแต่ตอนนี้หลิวหรงมิได้อยู่จวนต้วนแล้ว กุ้ยเอ๋อร์ก็ติดตามไปด้วย แต่จู่ๆ กลับปรากฏตัวในวังหลวง ชิวหนิงจึง
เกิดความสงสัยขึ้นมา
ชิวหนิงวางถ้วยนํ้าชาในมือลง หันไปเล่าให้ต้วนชิงหมิงฟัง “คุณหนู วันนี้ตอนที่บ่าวกลับจวนต้วนมา เห็นคนรีบวิ่ง
ออกไปอย่างรวดเร็ว” เนื่องจากนางก้มหัวจึงเกือบชนบ่าวเข้า พอบ่าวมองดีๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นพี่กุ้ยนั่นเองเจ้าค่ะ!
ต้วนชิงหมิงพอเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาบ้างแล้ว “กุ้ยเอ๋อร์มิได้ติดตามหลิวอี๋เหนียงไปจ้วงจื่อที่ห่างไกลแล้วมิใช่
หรือ? ที่สำคัญหากหลิวอี๋เหนียงจะกลับมาโดยพลการมิได้ เช่นนั้น กุ้ยเอ๋อร์จะกลับมาเมืองหลวงได้ยังไง?”
ชิวหนิงรีบรับํึาต่อ “ใช่เจ้าค่ะ บ่าวรู้สึกแปลกใจในจุดนี้เหมือนกัน ดังนั้นจึงอยากทักทายตามมารยาท ถามถึงสาร
ทุกข์สุขดิบของหลิวอี๋เหนียงว่ากลับมาด้วยใช่ไหม? แต่นึกไม่ถึงพี่กุ้ยไม่สนใจบ่าว และรีบเดินต่อไปราวกับมีคนไล่ล่าตาม
นางอย่างนั้นเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงได้พึมพำออกมา “อย่างนั้น เจ้ารู้หรือไม่นางกลับมาเพื่อทำอะไรกันแน่?”
ชิวหนิงรีบอธิบาย “หลังจากนั้นกุ้ยเอ๋อร์หนีกลับไปแล้ว บ่าวได้ไปสืบมาได้ความว่าพอพี่กุ้ยกลับมาก็รีบไปพบคุณ
หนูรองที่เรือนทันที ก่อนจะอยู่ที่นั่นนานพอสมควร จนกระทั่งขากลับบังเอิญมาเจอบ่าวโดยไม่คาดคิดเจ้าค่ะ!”
กุ้ยเอ๋อร์ได้รับคำสั่งให้กลับมาหาต้วนอวี้หราน เพื่อดูร่างกายที่ไม่สบายหรือว่ามีแผนการชั่วร้ายกับต้วนอวี้หรา
นกันแน่?
ต้วนชิงหมิงตอบเสียงเรียบ “ดูท่าหลิวอี๋เหนียงอยู่ที่ห่างไกลความเจริญแล้วคงสงบมากเกินไป ครั้งนี้ไม่รู้จะมี
แผนการชั่วร้ายอะไรมาอีก?”
หลิวหรงออกไปอยู่ที่ห่างไกลเมืองหลวงแล้ว แต่ที่นั่นมีบ่าวใช้ที่เป็นคนเก่าแก่ของฮูหยินติงโหรวที่คอยจับจ้องนาง
ไม่ให้สร้างเรื่องหรือเกิดเรื่องขึ้น ทว่าตอนนี้กุ้ยเอ๋อร์คนสนิทของนางกลับมาที่จวนต้วนเพื่อวัตถุประสงค์ใด
หลิวหรงคิดวางแผนจะทำสิ่งใด ต้วนชิงหมิงไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก อย่างไรเสียคนที่กุมอำนาจทุกอย่างใน
จวนต้วนตอนนี้คือตู้ชิงหรวน ต่อให้หลิวหรงกลับมาก็ไร้ประโยชน์ แต่การที่หลิวหรงส่งกุ้ยเอ๋อร์กลับมาหาต้วนอวี้หราน
หมายความว่าอะไรกันแน่? หรือว่านางต้องการให้บุตรสาวช่วยเหลือ?
ถ้าบอกว่าหลิวหรงเป็นห่วงต้วนอวี้หรานขึ้นมา ต้วนชิงหมิงรู้สึกไม่ค่อยจะเชื่อ เพราะความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่นี้ก็
ไม่ได้สนิทสนมมากมายอะไรขนาดนั้นนี่หน่า
ในระหว่างที่ต้วนชิงหมิงและชิวหนิงสนทนากัน จู่ๆ มีคนร้องเรียกชื่อเยวี่ยเจียอยู่นอกเรือน
เยวี่ยเจียรีบเปล่งเสียงตอบรับ และวางถ้วยนํ้าชาลงวิ่งออกไปที่นอกเรือน ที่แท้คนที่มาคือบ่าวใช้ที่ปัดกวาดพื้นชื่อ
ว่า “ตงเอ๋อร์”
บ่าวใช้คนนั้นอายุแค่สิบสองสิบสามปี ทว่าร่างกายกำยำเหมือนบุรุษ นางรู้สึกประหม่าขึ้นมาเมื่อเห็นต้วนชิงหมิง
เข้า เยวี่ยเจียจึงต้องตบไปที่มือของนางเบาๆ แสดงนัยว่าไม่ต้องหวาดกลัวไป นางจึงยิ้มอย่างไรเดียงสาทำความความเคา
รพต้วนชิงหมิง จากนั้นลากเยวี่ยเจียออกไปคุยส่วนตัว
เยวี่ยเจียและตงเอ๋อร์กระซิบกระซาบกันนานสองนานก่อนจากกัน ก่อนเยวี่ยเจียจะออกไปส่งที่หน้าเรือน จากนั้น
เดินกลับมาพูดกับต้วนชิงหมิงด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณหนู เมื่อครู่ตงเอ๋อร์บอกบ่าวว่าหลิวอี๋เหนียงให้คุณหนูรองช่วยส่ง
จดหมายถึงนายท่านเจ้าค่ะ”
สีหน้าของต้วนชิงหมิงกลับครุ่นคิดอย่างหนักลงทันใด!
ทางด้านนี้เรื่องของต้วนอวี้หรานเพิ่งจพสงบลง หลิวหรงก็อยากกลับมาสร้างแรงกระเพื่อมอีกแล้ว?
พอยกนิ้วขึ้นมานับ หลิวหรงก็ดูเหมือนจะไปได้ไม่กี่สิบวันเท่านั้นเอง ตอนนี้คิดกลับมาแผลงฤทธิ์อีกแล้ว?
ดูท่าแล้วหลิวหรงกับต้วนอวี้หราน แม่ลูกคู่นี้ยังจะต้องวนเวียนอยู่รอบกาย คอยสร้างเรื่องสร้างราวมิให้ต้วนชิงหมิ
งอยู่อย่างสงบได้เลย!
ครั้งนี้ต้วนชิงหมิงจัดการวิญญาณแม่ลูกคู่นี้ที่คอยตามรังควานให้สิ้นซาก จากนั้นมิให้วิญญาณชั่วทั้งสองได้พบเจอ
กันอีกเลย……
คิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงพูดอย่างเย็นชา “ชิวหนิง ต้วนอวี้หรานพยายามทุกวิถีทางเพื่อปิดบังเรื่องการบาดเจ็บ
กับหลิวอี๋เหนียงใช่หรือไม่… ตอนนี้เจ้าจงไปให้คนไปแอบบอกหลิวอี๋เหนียง ต้วนอวี้หรานได้รับบาดเจ็บหนัก คงมีชีวิตอยู่
ได้อีกไม่นาน หากนางยังมีจิตใจของความเป็นแม่อยู่บ้าง จงรีบกลับมาดูบุตรสาวของตัวเองให้เร็วที่สุด!”
จากนั้นต้วนชิงหมิงได้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อไปว่า “เจ้ายังจำได้อยู่ใช่ไหม… บาดแผลของนางมีความเป็น
ไปได้สูงมากที่ถูกไม้โบย… จำเอาไว้ ไม่ต้องอธิบายให้ชัดเจนมาก เล่าแค่ครึ่งเดียวก็เพียงพอ เข้าใจไหม?”
บางครั้งการบอกทุกอย่างชัดเจนเกินไปทำให้ดูไม่น่าค้นหา แต่ถ้าบอกเพียงครึ่งเดียว เพื่อให้นางกระหายใคร่รู้
ย่อมบีบให้นางเสียสติได้ไม่ยาก
ตอนนี้ หลิวหรงถูกกักบริเวณอยู่ ถ้านางแอบหนีออกมาโทษก็จะมากขึ้น ยิ่งหนีกลับมาเมืองหลวงโทษต้องทวีคูณ
เป็นหลายเท่าตัว
การที่ต้วนชิงหมิงทำแบบนี้เป็นการที่นางไม่ต้องออกหน้าเอง ก็สามารถทำให้เรื่องที่ต้วนอวี้หรานบาดเจ็บนอนซม
อยู่บนเตียงไปถึงหูหลิวหรงได้อย่างสบายๆ
ในตอนนี้ ต้วนชิงหมิงยังไม่ทราบเรื่องที่ต้วนอวี้หรานเข้าวังไปพบองค์หญิงจิ่นซิ่ว หากนางรู้เรื่องนี้เข้าเกรงว่าคงไม่
ออมมือกับต้วนอวี้หรานแบบที่เป็นอยู่แน่!
เนื่องจากจวนต้วนในปัจจุบันแตกต่างจากที่เคยเป็นมา ถึงแม้ภายนอกจะดูมีเกียรติมีหน้ามีตา แต่ถ้าเลือกฝังผิด
ย่อมมิอาจย้อนกลับมาได้ เดิมทีองค์หญิงจิ่นซิ่วและองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยสูญเสียพลังในการต่อกรไปมาก รวมทั้ง
เกลียดชังต้วนชิงหมิงไม่น้อย ทว่าต้วนอวี้หรานและหลิวหรงกลับถือโอกาสนี้ ให้องค์หญิงองค์ชายมาเล่นงานต้วนชิงหมิ
งอีก นั่นเท่ากับว่าแม่ลูกคู่นี้รนหาที่ตายชัดๆ
ตอนนี้ ต้วนชิงหมิงตัดสินใจเด็ดขาด นางจะต้องถอนรากถอนโคนภัยทุกอย่างให้สิ้นซากในคราวเดียว
ชิวหนิงและเยวี่ยเจียเป็นบ่าวใช้ที่ต้วนชิงหมิงอบรมสั่งสอนมากับมือ ถือว่าเป็นบ่าวใช้ที่สามารถรับมือได้ทุก
สถานการณ์ ทั้งสองคนมองตากันก็แยกย้ายไปเตรียมตัว ส่วนต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้อง เพื่อไปหาตู้ชิงห
รวน
ตั้งแต่ที่ตู้ชิงหรวนตั้งท้อง นิสัยเปลี่ยนเป็นคนใจเย็นสงบขึ้นเยอะ หากไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็แทบจะไม่ย่างกราย
ออกจากเรือนเลย
หลังจากที่ตู้ชิงหรวนและต้วนเจิ้งฝั่าฟันมรสุม อุปสรรคและการเล่นตลกของโชคชะตามาอย่างยาวนาน ในที่สุด
พวกเขาก็สมหวังกับการมีลูกในช่วงชีวิตที่อายุมาก