การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 901 คำเพ้อเจ้อของคนเมามาย
ต้วนอวี้สะบัดและกล่าวอย่างโกรธขึ้ง “ไสหัวไป เจ้าไสหัวออกไปไกลๆ อย่าให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก…”
“ต้วนอวี้ เจ้าเมาแล้วจริงๆ พรุ่งนี้ต้องไปรับราชโองการ ข้ากลัวเจ้าจะตื่นไม่ไหว” เหยียนหลิ่งอวี๋กล่าว
ต้วนอวี้พูดอย่างเมามาย “ข้าไม่สนใจราชโองการอะไรทั้งนั้น เอาไปให้คนอื่นโน้น!”
หลังสิ้นเสียง หิมะได้ตกโปรยปรายลงมาอีกรอบ
สายลมอันหนาวเหน็บผสมหิมะหนักที่ตกลงมาปลิวเข้ามาในศาลา จนกลบเสียงต้วนอวี้ไปจนหมด
สายลมพัดให้หิมะปลิวเข้ามาในแก้วที่มีสุราเหลือเพียงครึ่งแก้ว
ดอกเหมยที่ขึ้นอยู่ด้านบนผลิใบบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมโชยเข้ามาในประสาทสัมผัส ลมหนาวพัดใบจนล่วงหล่น
ลงมา
ระหว่างที่ต้นเหมยพริ้วไหวไปตามหิมะที่ตก เหยียนหลิ่งอวี๋จึงถามขึ้นว่า “ต้วนอวี้ พรุ่งนี้ราชโองการจะมาถึง
สินสอดทองหมั้นนั้นข้าช่วยเจ้าเตรียมไว้แล้ว ถึงตอนนั้นค่อยเลือกฤกษ์มงคล พาท่านลุงต้วนเจิ้งไปสู่ขอที่จวนเชวีย”
ต้วนอวี้พูดอย่างขัดเคือง “เจ้าทำแบบนี้หมายความว่าไง คิดว่าข้าไม่มีปัญญาเตรียมสินสอดทองหมั้น? ไสหัวไปซะ
อย่าไม่ต้องการของของเจ้า ข้าจะแต่งภรรยาสักคนย่อมออกสินสอดทองหมั้นเอง”
แม้ต้วนอวี้พล่ามเสียงคลุมเครือไม่หยุดหย่อน ทว่ายังคงฟังชัดเจน “เหยียนหลิ่งอวี๋… ข้าจะบอกเจ้าให้รู้ไว้ เจ้า
ทำให้ท่านพี่ของข้าเดินทางไปไกลถึงเพียงนี้ นางเป็นคนกลัวความหนาว ตอนนี้ยังต้องเผชิญหน้ากับหิมะตลอดทาง เอา
แค่จุดนี้ข้าก็ไม่มีทางให้อภัยเจ้า!”
เรื่องที่ต้วนชิงหมิงกลัวความหนาวเหน็บ เหยียนหลิ่งอวี๋ก็รู้อยู่แก่ใจ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ต้วนชิงหมิงไม่อยู่เมืองหลวง เห
ยียนหลิ่งเจวี๋ยคงไม่แบ่งความสนใจมา จนทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋สามารถเล่นงานตระกูลสื่อได้อย่างง่ายดาย
การที่ต้วนชิงหมิงต้องเดินทางไปครั้งนี้ต้องเจอความยากลำบากและเต็มไปด้วยอันตราย เพราะสำหรับต้วนชิงห
มิงแล้ว นางไม่เพียงต้องต่อสู้กับพายุหิมะที่ตกหนัก ยังต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เป็นอันตรายให้ได้อีกด้วย
สรุปแล้ว ต้วนชิงหมิงถูกเหยียนหลิ่งอวี๋ทำร้ายจนทุกข์ยากลำบาก เหยียนหลิ่งอวี๋ได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบา “เรื่อง
นี้เป็นสิ่งที่เสด็จพ่อและข้าติดค้างเจ้าแล้วกัน”
พอพูดแบบนี้ ต้วนอวี้ก็ลมออกหู “ท่านพี่ของข้าต้องเดินทางไปไกลถึงต้าม่อเป็นความผิดของเจ้า เรื่องนี้ข้ายังไม่
ได้คิดบัญชีกับเจ้าเลย ยังมีหน้ามาเอ่ยถึงท่านพี่ข้าอีก… เหยียนหลิ่งอวี๋ประเดี๋ยวข้าก็ทำให้ตาสองข้างของเจ้าชํ้าอีกรอบ
เสียดีกว่า”
ทั้งสองคนพูดไปเถียงไปกันไม่หยุดหย่อน จนเสียงค่อยๆ เบาลง องครักษ์พยายามมองจากแสงดาวที่กระทบหิมะ
เห็นต้วนอวี้และเหยียนหลิ่งอวี๋นั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะอยู่นานสองนานโดยไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย
ในความฝันของต้วนอวี้ดูเหมือนจะผลอยหลับไปอย่างกระวนกระวายใจ จากนั้นไม่นานเขาก็ตะโกนร้อง “ท่านพี่”
ออกมาเสียงดัง ตามมาด้วย “เหยียนหลิ่งอวี๋ ข้าเกลียดเจ้า!”
ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ผลอยหลับไปตรงหน้าเขานั้นก็สบนิ่งไม่ติงไหวแม้แต่น้อย!
ไม่มีใครรู้ว่าตั้งแต่ที่ต้วนชิงหมิงจากไปแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยข่มตานอนหลับได้สนิทแม้แต่คืนเดียว ถึงแม้ทุก
วันนางที่นางไปพักตามโรงเตี๊ยมและเขียนจดหมายกลับมาเล่าเรื่องต่างๆ แต่เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ยังเป็นห่วงสุดหัวใจราวกับ
ไม่มีทางให้อภัยตัวเขาเองได้
องครักษ์เห็นทั้งสองคนผลอยหลับไม่ขยับตัว เขาจึงไปหาผ้าห่มมาสองผืนมาคลุมตัวให้ จากนั้นยืนเฝั้าดูอยู่อย่าง
นั้น
ตั้งแต่ที่เหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนนั้น แต่ละวันต้องเผชิญหน้ากับการลอบสังหารและ
เล่นงานสารพัด
คนตระกูลสื่อจ้องเอาแต่เล่นงานเขาหัวไม่วางหางไม่เว้น หากอำนาจไทเฮาไม่ถูกโค่นลง เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีทางอยู่
อย่างสงบได้เลย!
อีกอย่างฮองเฮาที่ถูกกักบริเวณ แต่ไม่ถูกถอดตำแหน่งก็ไม่มีทางปล่อยเหยียนหลิ่งอวี๋ไว้ได้
ในตอนนี้รอบด้านเหยียนหลิ่งอวี๋เต็มไปด้วยคนคิดหมายจะเอาชีวิตของเขา ยังต้องมาที่นี่รองรับอารมณ์ของต้วนอ
วี้อีก บางครั้งองครักษ์ก็ไม่เข้าใจว่าองค์ชายสามของเขากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่กันแน่!
สายลมหนาวเหน็บพัดเข้ามาหอบเอาเกล็ดหิมะตกเปาะเเปะกระทบหลังคาไปหมด
องครักษ์ได้แต่หันหน้าขึ้นมองท้องนภายามคํ่าคืน คิดในใจว่าไม่รู้พรุ่งนี้คุณชายใหญ่ต้วนจะอาละวาดขนาดไหน
อีก?
เพราะก่อนฟั้าสางในวันถัดไป องครักษ์ต้องปลุกเหยียนหลิ่งอวี๋ให้ได้สติขึ้นมา
องครักษ์ยกนํ้าให้เหยียนหลิ่งอวี๋ดื่มเพื่อตั้งสติขึ้นมา จากนั้นเขาได้อุ้มต้วนอวี้ไปส่งที่เตียง!
ต้วนอวี้เป็นคนที่รู้สึกตัวไว ทันทีที่สัมผัสกับร่างกายเหยียนหลิ่งอวี๋เข้า เขาก็ได้สติขึ้นมาทันที
เมื่อลืมตาขึ้นเห็นเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้วนอวี้ก็เอ่ยปากด่าทอได้ทันใด เหยียนหลิ่งอวี๋จึงยกมือขึ้นไปกดจุดจนต้วนอ
วี้หลับไปในทันที เหยียนหลิ่งอวี๋เอ่ยสัพยอกออกมา “เจ้าคงด่าทอจนเหนื่อยเกินไปแล้ว รอให้ตื่นขึ้นมาแล้วค่อยด่าต่อ
แล้วกัน!”
ต้วนอวี้เป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างมาก หากไม่ให้ระบายความโกรธเกลียดที่มีออกมาให้หมด มีหวังไม่มีทาง
ยอมเลิกลาแน่นอน
เหยียนหลิ่งอวี๋ใช้เรือนของต้วนอวี้ในการอาบนํ้าชำระร่างกาย แล้วเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ ก่อนเตรียมตัวกลับวัง
เขาได้หันมากำชับองครักษ์ “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ให้คนมาเฝั้าคุ้มครองต้วนอวี้ด้วย!”
องครักษ์ตอบรับคำ โดยคิดว่าเขาจะเป็นคนจับตาต้วนอวี้
แต่ไม่ทันไร เหยียนหลิ่งอวี๋กลับเสริมขึ้นมาอีก “พวกเจ้าแค่คอยแอบดูเขาอยู่ห่างๆ ก็พอ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ถ้า
พวกเจ้าช่วยได้ก็แอบๆ ช่วย อย่าให้เขารู้ก็พอ!”
ต้วนอวี้เป็นคนที่ไม่ยอมพึ่งใคร หากเขารู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ส่งคนมาคอยดูแลปกปั้อง คงต้องต่อว่าด่าทอเขาอีก
ยกใหญ่ ไม่ก็ไล่องครักษ์กลับไป!
เรื่องราวต่างๆ ในวัง แม้ฝั่าบาทและเหยียนหลิ่งอวี๋ได้สั่งห้ามเด็ดขาดว่าห้ามแพร่งพราย เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันไป
ถึงหน้าตาและชื่อเสียงของราชวงศ์ แต่เรื่องนี้ก็ไปถึงหูไทเฮาและตระกูลสื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในเวลานี้ ตระกูลสื่อกำลังอ่อนแอ ฮองเฮาถูกกักบริเวณ คนที่กระทำความผิดถูกประหารจนหมดสิ้น ส่วนเหยียน
หลิ่งอวี๋และฝั่าบาทได้เพิ่มความระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้น จนคนพวกนั้นไม่สบโอกาสลงมือสังหารได้
แน่นอนว่าคนเหล่านี้เกลียดชังฝั่าบาทที่เอาชีวิตรอดมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นเกลียดเหยียนหลิ่งอวี๋และคนที่จะถอนพิษ
เข้ากระดูกดำ
ทั้งไทเฮา ฮองเฮาและตระกูลสื่อมิอาจเล่นงานเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ในตอนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเล่นงานต้วนอ
วี้ไม่ได้นี่หน่า ดังนั้นต้วนอวี้กำลังตกอยู่ในอันตราย ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้จะไปหาต้วนอวี้เมื่อใด
ด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ช่วงนี้ก็ง่วนอยู่กับงานที่รัดตัวจนหัวไม่วางหางไม่เว้น จนเขาอาจไม่มีเวลาดูแลต้วนอวี้ได้ทั่วถึง
ถ้าคนเหล่านั้นมาทำร้ายต้วนอวี้จนถึงแก่ชีวิต เหยียนหลิ่งอวี๋คงไม่มีทางให้อภัยตัวเองเป็นอันขาด
ต่อให้เป็นการทำเพื่อความสบายใจของต้วนชิงหมิง เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องเหนือความคาด
หมายกับต้วนอวี้ได้ มิอย่างนั้นเขาจะไม่มีหน้าไปพบต้วนชิงหมิงได้
ก่อนที่เหยียนหลิ่งอวี๋จะจากไป เขาได้กดคลายจุดให้กับต้วนอวี้ที่สลบไสล
แต่นึกไม่ถึงว่าพอเหยียนหลิ่งอวี๋เดินออกไปแล้ว ต้วนอวี้ที่สลบไสลกลับค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเหยียนหลิ่งอวี๋จากด้าน
หลัง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเรื่องราว
การเดินทางไปต้าม่อของต้วนชิงหมิง ทำให้จิตใจเหยียนหลิ่งอวี๋เต็มไปด้วยความเสียใจ มารวมกับการที่ต้วนอวี้
อาละวาดไปเมื่อครู่อีก ดูท่าเหยียนหลิ่งอวี๋คงเสียใจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
แต่ถ้าไม่อาละวาดเสียหน่อย เหยียนหลิ่งอวี๋มีหรือที่จะสำนึกผิดว่าไม่ควรให้ต้วนชิงหมิงไปที่หนาวเหน็บห่างไกล
แบบนั้น นี่แหละเป็นผลของคนที่ชอบจัดการชีวิตของคนอื่นให้เป็นไปตามใจชอบ!
แผนเล่นงานนี้ใช้ได้เพียงครั้งเดียว เนื่องจากฐานะของเหยียนหลิ่งอวี๋สูงขึ้นกว่าเดิมมาก หากอาละวาดเขาแบบนี้
ต่อไปมีหวังเหยียนหลิ่งอวี๋คงไม่เป็นอันกินอันนอน ถึงตอนนั้นฝั่าบาทที่พระวรกายเพิ่งฟืนฟูขึ้น คงไม่มีทางปล่อยต้วนอวี้
ไปอย่างแน่นอน!
ต้วนอวี้ไม่ใช่คนโง่เขลาหรอก เขาแค่อยากอาละวาดระบายอารมณ์ความคับแค้นใจต่อเหยียนหลิ่งอวี๋ หลังจากนั้น
เขาจะสงบนิ่งเพื่อรอคอยต้วนชิงหมิงกลับมา
เมื่อคิดๆ ดูแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋ก็เป็นคนน่าสงสาร ต้วนชิงหมิงเดินทางออกไปต้าม่อ เขาเองก็เสียใจอยู่ไม่น้อย
ไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงเดินทางไปถึงไหนแล้ว? จะอยู่จะกินดีไหม? ร่างกายเจ็บปั่วยบ้างหรือเปล่า?
ต้วนอวี้รู้ว่าตั้งแต่ที่ฝั่าบาทถอนพิษร้ายได้สำเร็จก็ไม่ได้เรียกให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมาเข้าเฝั้า ต้วนอวี้คิดว่าเหยียนหลิ่ง
เจวี๋ยคงไปมุดหัวอยู่ที่ไหนไม่กล้าออกมา แต่หลังจากไปสืบทราบกลับรู้ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้ตามไปหาเรื่องกับต้วนชิงห
มิงแล้ว!
ต้วนอวี้ได้แต่ถอนหายใจ… เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเจ้าเด็กเมื่อวานซืน มือของเขาถูกอ๋าวฮั่นฟันจนเป็นแผลฉกรรจ์ไปแล้ว
ยังมีหน้าจะตามไปจัดการอ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิงอีก
ต้วนอวี้ขบฟันแน่นและสบถออกมา “แม่งเอ๊ย! ตระกูลเหยียนแต่ละคนไม่มีดีเลยสักตัว! เหยียนหลิ่งอวี๋หลอกท่าน
พี่ข้าให้เดินทางไปต้าม่ออันหนาวเหน็บ ตอนนี้ยังมีวิญญาณเร่ร่อนอย่างเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเพิ่มมาอีกตัว สงสัยพวกมันกิน
อิ่มหนำไม่เป็นอันทำการทำงาน ต่างมารังแกสตรีตัวน้อยๆ ทำไมกัน?”
ต้วนอวี้ใช้มือสอดประสานรองไว้ใต้ศีรษะ ขาข้างขวาพาดข้างซ้ายและกระดิกไปมา พร้อมกับมีความคิดชั่วร้ายผุด
ขึ้น… ท่านพี่ไม่อยู่ ในเมืองหลวงก็ไร้สีสัน เหยียนหลิ่งอวี๋เอาแต่ยุ่งอยู่กับงานไม่มีเวลามาเที่ยวเล่น สิ่งที่เขาต้องทำในตอน
นี้ คือไปวางสินสอดทองหมั้นที่จวนเชวีย ที่เหลือก็แค่รอแต่งงานเข้าหอ
การที่เขายังเป็นหนุ่มน้อยอยู่นั้นทำให้สามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจ โดยที่ไม่ถูกตำหนิหนักมากนัก อย่างนั้น
เขาจะใช้โอกาสนี้ออกไปเที่ยวเล่นนอกเมืองหลวงบ้างจะเป็นไรไป