การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 903 แผนการหนีรอดของต้วนอวี้ (2)
ต้วนอวี้หันไปแสยะยิ้มให้ลั่วสุ่ย ก่อนจะคุกเข่าลงรับราชโองการ
ลั่วสุ่ยเห็นต้วนอวี้มีท่าทางไม่ค่อยยินยอมแต่มิอาจขัดขืนได้ ดูท่าแล้วการมาจวนต้วนครั้งนี้ถูกต้องแล้ว
ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เห็นท่าทางไม่พอใจของต้วนอวี้แสดงออกมา ลั่วสุ่ยก็แอบนึกสะใจอยู่มิน้อย กลับไปจะต้องเล่า
เหตุการณ์นี้ให้องค์ชายเหยียนหลิ่งอวี๋ฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ราชโองการครั้งนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจให้ต้วนอวี้โดยเฉพาะ
ในราชโองการวันนี้มีหลักใหญ่ใจความอยู่ทั้งหมดสองประเด็น
แต่รูปแบบที่เป็นทางการของราชสำนักที่ใช้ภาษายืดยาว จนคนฟังอย่างต้วนอวี้แทบจะหลับทั้งยืน
ลั่วสุ่ยหยิบราชโองการฉบับที่หนึ่งขึ้นมาประกาศ เนื้อความเอ่ยถึงการสอบจอหงวนได้ที่สามของต้วนอวี้ และ
กำหนดการวันเข้าเฝั้าต่อหน้าพระพักตร์ฝั่าบาทเพื่อแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยพิธีจะจัดขึ้นเจ็ดวันหลังจากนี้
เนื้อความในราชโองการยืดยาวเยิ่นเย้อ จนต้วนอวี้ขี้เกียจจะฟังอย่างตั้งใจ เขาจึงจับเอาแต่ประเด็นคร่าวๆ ก็
เข้าใจแล้ว
ความรู้ของสมัยโบราณกับโลกในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แค่ประเด็นการเรียบเรียงเนื้อหาคำ
พูดก็ทำให้ต้วนอวี้ปวดหัวไม่ไหวแล้ว
โชคยังดีที่ต้วนอวี้เป็นคนอ่านไวและจดจำแม่นยำ ประกอบกับการถูกต้วนชิงหมิงฝึกฝนให้ท่องจำตำรา ได้ส่งผล
ต่อความจำให้ดีขึ้นไปอีก มิอย่างนั้นภายในระยะเวลาอันสั้น มีหรือที่ต้วนอวี้จะจดจำได้อย่างแม่นยำ?
นี่เป็นเนื้อความในราชโองการฉบับแรก!
ต้วนอวี้แอบมองค้อนลั่วสุ่ยไปหนึ่งที สื่อความได้ว่าสิ่งที่ลั่วสุ่ยประกาศออกมานั้นหมดแล้วใช่หรือไม่?
ลั่วสุ่ยแอบยิ้มมุมมากเล็กน้อย จากนั้นเมื่อต้วนอวี้เตรียมตัวลุกขึ้นกำลังจะเดินจากไป ต้วนเจิ้งได้ลากเขาให้หยุดลง
“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!!!”
ต้วนอวี้ไม่เข้าใจสิ่งที่ต้วนเจิ้งทำ ในเมื่อราชโองการประกาศหมดแล้ว ยังให้คุกเข่าต่อไปเพื่ออะไรอีก?
ในระหว่างนั้นเอง ได้ยินเสียงลั่วสุ่ยประกาศเสียงดังลั่น “ต้วนอวี้รับราชโองการ……”
ต้วนอวี้จึงต้องคุกเข่าลงต่อตามแรงที่ต้วนเจิ้งดึงเขา
ราชโองการฉบับที่สองที่เปิดออกประกาศ ซึ่งเนื้อความด้านในนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ช่วยต้วนอวี้ขอพระราชทาน
สมรสให้กับเขา!
เนื้อความโดยคร่าวๆ คือต้วนอวี้เป็นผู้มีความสามารถโดดเด่น เหมาะสมกับคุณหนูรองเชวียที่เพียบพร้อม ดังนั้น
ฝั่าบาทจึงพระราชทานงานสมรสระหว่างเชวียหนิงหรานกับต้วนอวี้ และสั่งให้ต้วนอวี้รีบไปที่จวนเชวีย เพื่อหาฤกษ์งาม
ยามดีในการแต่งงาน!
พอต้วนอวี้ได้ฟังถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้เป็นคนรักษาคำพูดไม่ใช่คนพูดเลื่อนลอย นึกไม่ถึงว่าจะช่วยต้วนอวี้ขอพระราชทานสมรสได้
จริง!
ในเวลานี้ เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นถึงผู้สำเร็จราชการแทน ไม่ว่าเขาคิดทำสิ่งใด เพียงแค่ปรารภกับฝั่าบาท ก็สามารถสั่ง
ให้เขียนราชโองการได้แล้ว!
เมื่อราชโองการฉบับที่สองประกาศจบแล้ว ลั่วสุ่ยเสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า “ยินดีด้วยคุณชายต้วน”
ต้วนเจิ้งคุกเข่ายกมือขึ้นสองข้างรับราชโองการ โดยให้ไปโค้งคำนับขอบคุณลั่วสุ่ย
ลั่วสุ่ยที่เห็นดังนั้นใบหน้าพลันแดงระเรื่อขึ้นมา และพูดอย่างจริงใจ “คุณชายต้วนไม่ต้องมากพิธี นี่เป็นความ
ประสงค์ของผู้สำเร็จราชการแทน ด้วยกลัวว่าคุณชายใหญ่ต้วนอาจไม่ออกมารับราชโฮงการ จึงส่งกระผมมาประกาศ
ถึงที่เลยขอรับ”
ต้วนเจิ้งยกมือสองข้างน้อมรับราชโองการโดยยิ้มไม่หุบ ตอนนี้ราชโองการทั้งสองฉบับอยู่ในมือแล้ว เรื่องแรกคือต้
วนอวี้สอบจอหงวนได้ที่สาม และเรื่องงานแต่งงานกับจวนเชวีย… สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าวันนี้นับเป็นเรื่องดีเรื่องมงคลที่เกิดขึ้น
พร้อมเพรียงกัน!
ต้วนอวี้ลุกขึ้นจากการประคองของลั่วสุ่ย ก่อนจะได้ยินเสียงแผ่วเบาจากปากลั่วสุ่ยเอ่ยขึ้น “ต้วนอวี้ เจ้าที่ไม่
ธรรมดาเสียจริง! ได้ยินมาว่าคุณหนูรองเชวีย ปั่วยหนักจวนเจียนขาดใจ ยังไงเจ้าต้องดูแลปฏิบัติกับนางให้ดีหน่อยแล้ว
กัน!”
ต้วนอวี้มองค้อนไปที่ลั่วสุ่ยอีกครั้ง เปรยเสียงเย็นชา “ถ้าเจ้าถูกใจสตรีคนไหนขึ้นมา ก็ให้เหยียนหลิ่งอวี๋เขียน
ราชโองการพระราชทานงานสมรสให้สิ… ไม่ต้องมาพูดประชดประชันเสียดสีข้าแบบนี้!”
พอลั่วสุ่ยได้ยินรีบส่ายหน้าปฏิเสธแทบไม่ทัน “มิได้ มิได้ เรื่องงานแต่งของกระผม ปล่อยให้เป็นเรื่องของวันข้าง
หน้าแล้วกันขอรับ!”
พอเห็นลั่วสุ่ยยืนอยู่ไม่มีท่าทีจะกลับ ต้วนอวี้จึงรีบฉวยโอกาส “เห้อ! ลั่วสุ่ย เหตุใดประกาศราชโองการเรียบร้อย
แล้ว ยังไม่มีท่าทีจะกลับด้วยเล่า? หรือว่าต้องให้ข้าเลี้ยงข้าวด้วยอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนเจิ้งที่ได้ยินถึงกับหน้าบึ้งตึงที่บุตรชายของเขาพูดจาไร้มารยาท “อวี้เอ๋อร์รู้ตัวไหมกำลังพูดอะไรอยู่?”
“ไม่มีอะไรนิขอรับ ลูกยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยขอรับ!” ต้วนอวี้รีบส่ายหน้าปฏิเสธ
ลั่วสุ่ยเอาแต่หัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ “ใต้เท้าต้วนวางใจได้ คุณชายต้วนกับกระผมสนิทสนมกันขอรับ เขา
แค่หยอกเย้ากระผมเท่านั้นเองขอรับ!”
“แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะพูดอะไรไปเรื่อยได้นี่หน่า!” ต้วนเจิ้งตำหนิด้วยความโกรธ
ทางด้านต้วนอวี้เลิกตาโตจ้องเขม็งไปที่ลั่วสุ่ยโดยไม่พูดไม่จา!
ลั่วสุ่ยจึงยกราชโองการฉบับที่สองในมือขึ้นอย่างถือไพ่เหนือกว่า “เรื่องนั้นคุณชายต้วนเชิญขอรับ……”
“จะให้ไปไหน?” ต้วนอวี้เบะปาก
“ไปจวนเชวียยังไงขอรับ ลั่วสุ่ยตอบเสียงเรียบ”
“จะให้ไปทำอะไรที่จวนเชวีย?” ต้วนอวี้ถามอย่างตกใจตั้งตัวไม่ทัน
จากนั้นลั่วสุ่ยได้ควานหยิบของบางอย่างออกมาจากเสื้อ พร้อมกับหัวเราะชอบใจ “แน่นอนว่าจะต้องไปขอแต่งงา
นกับเชวียหนิงหรานถึงจวนเชวีย!”
ลั่วสุ่ยจะพาเขาไปที่จวนเชวีย?
ทันทีที่ต้วนอวี้ได้ฟังพลันส่ายหน้าทันทีทันใด “ไม่ได้ ข้าจะไปขอแต่งงาน เจ้าคิดจะไปทำอะไร?” `
“องค์ชายเหยียนหลิ่งอวี๋สั่งไว้แล้ว ให้พวกกระผมมาประกาศราชโองการที่จวนต้วน จากนั้นเดินทางไปจวนเชวีย
เป็นสหายของคุณชายต้วน รอจนกว่าทั้งสองจวนปรึกษาหารือกันเรียบร้อย กระผมถึงจะสามารถกลับไปรายงานที่วัง
หลวงตามที่ได้รับคำสั่งมาขอรับ” ลั่วสุ่ยอธิบายอย่างละเอียด
พอต้วนอวี้ฟังจนจบแล้ว ถึงกับชะงักจนพูดไม่ออก!
เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้วางแผนทุกอย่างไว้เรียบร้อยเบ็ดเสร็จหมดแล้ว แม้แต่การไปขอแต่งงานก็ยังใช้ลั่วสุ่ยที่ไม่
เกี่ยวข้องให้ไปด้วยอีก
หัวของต้วนอวี้ส่ายหน้าจนเกือบหมุนได้รอบ “ไม่ได้ ข้ายังไม่ได้เตรียมสินสอดทองหมั้นเลย!”
“องค์ชายเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ตระเตรียมไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วขอรับ!” ลั่วสุ่ยรีบตอบกลับทันใด
ชิชะ เตรียมก็เตรียมไปสิ! หากต้วนอวี้บอกในตอนนี้ว่าไม่ต้องการสินสอดทองหมั้นที่เหยียนหลิ่งอวี๋เตรียมไว้ให้ มี
หวังท่านพ่อของเขาคงไม่มีทางปล่อยเขาไว้แน่นอน!
แต่การที่ลั่วสุ่ยจะไปจวนเชวียด้วยนั้น ไม่ทราบว่าในฐานะอะไร! ต้วนอวี้จึงเอ่ยขึ้นว่า “ข้ายังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า
เลย……”
ทันทีที่ลั่วสุ่ยกวักมือ องครักษ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่เคยดูแลต้วนอวี้ก็รีบมายืนเบื้องหย้าต้วนอวี้ “คุณชายต้วนไป
กันเถอะ พวกกระผมจะไปเปลี่ยนชุดให้ขอรับ!”
พอต้วนอวี้เห็นดังนั้นดวงตาทั้งสองข้างก็เบิกโตขึ้นในฉับพลัน!
นี่ไม่ใช่การช่วยไปเปลี่ยนชุดใหม่ของเหยียนหลิ่งอวี๋ แต่เป็นการบอกเขาอย่างชัดเจน วันนี้อย่าคิดจะหนีหายไป
ไหนต่างหาก……
บัดดลนั้นต้วนอวี้ถึงกับก้มหน้าลงด้วยความสร้อยเศร้า
ดูท่าแล้ว วันนี้เขาคงหนีไม่มีทางหนีไปไหนได้แล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน ต้วนอวี้เงยหน้าขึ้นมาตอบกลับไป “แต่… ยังไม่มีคนกลางสู่ขอให้นี่หน่า?”
ลั่วสุ่ยยกมือขึ้นตบอกอย่างหนักแน่น “องค์ชายเหยียนหลิ่งอวี๋ได้มอบหน้าที่คนกลางสู่ขอเป็นกระผมแทนขอรับ!”
ต้วนอวี้หันมองหน้าลั่วสุ่ยด้วยความอ่อนใจ เขาไม่ได้ต้องการให้เหยียนหลิ่งอวี๋มาเป็นคนกลางสู่ขอให้เสียหน่อย!
ในตอนนี้ต้วนอวี้ถึงกับสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างไม่พอใจ ประจวบเหมาะกับเห็นตู้ชิงหรวนวิ่งมาทางนี้อย่างรีบ
ร้อน
ท้องของตู้ชิงหรวนใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก การเคลื่อนไหวของนางจึงเชื่องช้าลงตามไปด้วย อีกอย่างเสื้อผ้าที่สวมใส่
หลายชั้นย่อมให้การเดินยากลำบากยิ่งขึ้นอีก
ต้วนเจิ้งเห็นตู้ชิงหรวนเดินมาทางนี้จึงรีบลุกออกไปประคองนางทันที “ฮูหยิน เหตุใดไม่อยู่พักผ่อนที่เรือน อากาศ
หนาวเหน็บถึงเพียงนี้ จะออกมาทำไมกัน?”
ในบรรยากาศที่หนาวเหน็บถึงเพียงนี้ หน้าผากของตู้ชิงหรวนกลับมีเหงื่อซึมออกมาหลายเม็ด นางหายใจกระหืด
หระหอบพูดกับต้วนเจิ้ง “จะไม่ให้มาได้อย่างไร อวี้เอ๋อร์กำลังจะไปมอบสินสอดทองหมั้นแล้ว ในฐานะท่านแม่ไม่มี
เหตุผลที่จะไม่ไปนะท่านพี่!”
ต้วนเจิ้งแอบตำหนิกลายๆ “สุขภาพของฮูหยินสำคัญที่สุด ประเดี๋ยวให้พี่ไปคนเดียวก็แล้วกัน!”
ตู้ชิงหรวนผละมือต้วนเจิ้งออกแล้วเดินไปอยู่ข้างกายต้วนอวี้ พูดอย่างจริงจังตั้งใจ “อวี้เอ๋อร์ ทำไมมีกลิ่นสุราเต็ม
ตัวแบบนี้? เมื่อคืนแอบไปดื่มมาหรือยังไง?”
ต้วนอวี้พูดอย่างเก้อเขิน “อืม… ใช่ขอรับท่านแม่!”
ต้วนอวี้ไม่รู้จะเล่าให้ตู้ชิงหรวนฟังอย่างไรดี เมื่อคืนที่ผ่านมา เขากับเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ดื่มสุราด้วยกันตลอดทั้งคืน
ในปริมาณที่ไม่น้อยเลย
ตู้ชิงหรวนหันไปพูดเสียงแผ่วเบากับต้วนอวี้ “อวี้เอ๋อร์มีกลิ่นสุราเต็มตัวขนาดนี้จะไปจวนเชวียได้ยังไง? ตอนนี้รีบ
กลับไปชำระร่างกายและเปลี่ยนชุดใหม่ให้เรียบร้อยก่อนแล้วกัน!”
ต้วนอวี้รีบพยักหน้ารับและทำตามที่ตู้ชิงหรวนบอกแต่โดยดี!
กลิ่นสุราติดเสื้อผ้าไปทั้งตัวแบบนี้ ต้วนอวี้เองก็ไม่กล้าไปยืนอยู่เบื้องหน้าเชวียหนิงหรานเช่นกัน ในเวลานี้เขาต้อง
ไปอาบนํ้าชำระให้สะสาดสะอ้านเสียก่อนถึงจะไปจวนเชวียได้อย่างไม่อาย
ตู้ชิงหรวนจึงสั่งให้ฉวนจื่อไปช่วยต้วนอวี้อาบนํ้าชำระร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เรียบร้อย
ฉวนจื่อรีบรับคำและเดินตามต้วนอวี้ออกไป!
จากนั้นชุนถาวได้เดินไปบอกต้วนเจิ้ง “นายท่านก็รีบไปชำระร่างกายเถิดเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งก้มหน้าดูเนื้อตัวแล้วพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็เดินกลับไปที่เรือน
ลั่วสุ่ยยืนมองพ่อลูกตระกูลต้วนเดินตามกันออกไปทีละคน จึงพึมพำขึ้นว่า “ดูท่าแล้ว องค์ชายจะต้องส่งคนอื่น
มาสลับ มิอย่างนั้นต้วนอวี้ไม่มีทางจะยอมตามไปจวนเชวียอย่างว่าง่าย!”
ต้วนอวี้ผู้นี้เป็นคนรักหน้าและศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง หากสั่งให้เขายอมแพ้ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ ในเวลานี้ ต้วนอวี้กำลัง
เตรียมตัวไปวางสินสอดทองหมั้นเพื่อขอแต่งงาน
หากจู่ๆ เปลี่ยนเป็นคนอื่น ต้วนอวี้ไม่มีทางยอมไปอย่างแน่นอน มีเพียงลั่วสุ่ยที่คุ้นเคยกับนิสัยต้วนอวี้มาช่วงหนึ่ง
รวมกับความกดดันจากต้วนเจิ้ง ถึงทำให้ต้วนอวี้ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี
ในยามคํ่าคืนอันเงียบสงบ เหยียนหลิ่งอวี๋ได้กลับมาอยู่เฝั้าข้างกายฝั่าบาทที่เกิดประชวรอย่างกะทันหัน ในวัง
หลวงตลอดทั้งคืนจนถึงบัดนี้!
ฝั่าบาทแห่งต้าเซี่ยสลบไสลไม่ได้สติสัมปชัญญะขึ้นมาอีกครั้งอยู่ตลอดทั้งคืน
ในที่สุด เช้าตรู่ของอีกวันฝั่าบาทลืมตาขึ้นมา เห็นแววตาแดงกํ่าจากการร้องไห้หนักของเหยียนหลิ่งอวี๋
พอเห็นฝั่าบาทตื่นจากความสลบไสลตลอดทั้งคืนขึ้นมาได้ เหยียนหลิ่งอวี๋ก็รีบทูลรายงานว่า “เสด็จพ่อได้สติแล้ว
หรือขอรับ……”
ในเมื่อฝั่าบาทฟืนคืนสติกลับมาอีกครั้ง จิตใจที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็วางลงได้
ในที่สุดเหยียนหลิ่งอวี๋สัมผัสได้ถึงร่างกายที่อ่อนล้าเต็มประดา อยากนอนหลับพักผ่อนเสียให้ได้
ฝั่าบาทยื่นมือที่ไร้เรี่ยวแรงกุมไปที่มือของเหยียนหลิ่งอวี๋ พูดอย่างอิดโรย “หลิ่งอวี๋ พ่อไม่ได้ทำให้เจ้าตกใจใช่
ไหม?”