การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 905 คนช่วยต้วนอวี้หลบหนี
เมื่อสิบวันก่อนหน้านี้ต้วนชิงหมิงถูกแต่งตั้งเป็นองค์หญิงเหอซั่ว และหายตัวไประหว่างออกเดินทางไปต้าม่อที่
ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทาง
พอคิดถึงนางขึ้นมา เหยียนหลิ่งอวี๋ก็รู้สึกร้อนรนใจดั่งไฟแผดเผา
เขาส่งองครักษ์ที่มีออกไปตามหา ไม่ว่าจะเป็นเฮิ่นสุ่ย หลีสุ่ยและชิวสุ่ยต่างออกจากเมืองหลวงไป สิ่งที่เหยียนหลิ่ง
อวี๋ทำได้ในเวลานี้คือรอข่าวกลับมาเพียงเท่านั้น
รถม้าได้โคลงเคลงไปมาตลอดทาง จนเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องอกมือขึ้นทาบอก และถอนหายใจออกไป “ชิงหมิง ชิงห
มิง เจ้าอย่าเป็นอะไรขึ้นมาเด็ดขาด!”
ไม่นานนักรถม้าก็เคลื่อนมาจนถึงจวนเชวีย เชวียหย่งเฉียงและฮูหยินต่างรีบจัดแจงจวนออกมาต้อนรับเหยียนหลิ่ง
อวี๋ถึงหน้าจวน
เป็นที่รู้ว่าฐานะของเหยียนหลิ่งอวี๋ในเวลานี้แตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง เขาไม่ใช่องค์ชายสามที่ต่อแถวรอง
จากองค์ชายคนอื่นอีกต่อไปแล้ว เขาอยู่ใต้ฝั่าบาทเพียงคนเดียว อยู่เหนือคนนับหมื่น!
เชวียหย่งเฉียงและฮูหยินเชวียต่างออกมายืนต้อนรับท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋รูปงามเดินทาง
มาถึงก้าวลงจากรถม้า ทั้งสองคนก็ทำความเคารพอย่างนอบน้อม
เหยียนหลิ่งอวี๋รีบกวักมือขึ้นมา เป็นการสื่อความว่าไม่ต้องมากพิธี จากนั้นเอ่ยถามขึ้นว่า “อวี้เอ๋อร์อยู่ไหน?”
อวี้เอ๋อร์คือคนเดียวกันอย่างต้วนอวี้?
เชวียหย่งเฉียงและฮูหยินราวกับถึงบางอ้อ ที่แท้เหยียนหลิ่งอวี๋เดินมาที่นี่เพื่อพบหน้าต้วนอวี้นี่เอง!
ฮูหยินเชวียเหลือบเห็นเชวียหย่งเฉียงถึงกับตกใจ จึงรีบเข้าไปทูลว่า “เรียนองค์ชายสาม ต้วนอวี้กำลังอยู่เป็น
เพื่อนเชวียหนิงหรานที่ด้านในห้องโถงรับรองเจ้าค่ะ!”
เชวียจื่อซวนกับเชวียหย่งเฉียงเคยเป็นสหายที่รํ่าเรียนมาพร้อมกับเหยียนหลิ่งอวี๋ ดังนั้นการมาเยือนที่จวนเชวียจึง
มาโดยไม่ทันตั้งตัว พี่น้องทั้งสองลุกยืนขึ้นประสานมือก้มหน้าลงไปน้อยรับ
สายตาเหยียนหลิ่งอวี๋กลับมองเลยผ่านทั้งสองคนไป จนพบเข้ากับต้วนอวี้ที่นั่ง เหยียนหลิ่งอวี๋ถึงได้ชะงักไปก่อน
จากนั้นหัวเราะออกมา
ในวันนี้ต้วนอวี้มาที่จวนเชวียเพื่อขอขอพบเชวียหนิงหราน แต่ไปๆ มาๆ ทั้งสองคนกลับเหมือนแต่งงานกันมานาน
แล้ว
ต้วนอวี้ได้สวมชุดสีแดงสดปักเย็บอย่างวิจิตร ด้านในของเสื้อคลุมได้บุฝั้ายกันความหนาวอย่างหนา เพียงมอง
ปราดเดียวก็ทราบได้ทันทีเป็นชุดใหม่ สงสัยคนเย็บชุดกลัวว่าต้านความหนาวไม่ไหว เลยยัดฝั้ายเข้าไปข้างไปอย่างมาก
เรื่องชุดนั้นยังไม่เท่าไหร่ เพราะสิ่งที่น่าขันที่สุดกลับเป็นหน้าของต้วนอวี้ถูกผลัดแปั้งจนหนาไปหมด ถึงแม้ต้วนอวี้
พยายามยกแขนเสื้อขึ้นมาบัง แต่เหยียนหลิ่งอวี๋ก็มองทะลุผ่านได้หมด
ทันทีที่เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นใบหน้าของต้วนอวี้พลันมิอาจฝืนเสียงหัวเราะเอาไว้ได้ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า… ต้วนอวี้ ท่าทางของ
เจ้าแปลกพิลึกสิ้นดี!”
ต้วนอวี้ที่นั่งอยู่ยอมให้ฮูหยินเชวียทำอะไรกับเขาก็ได้ตามใจชอบ ในตอนนี้เมื่อได้ยินเหยียนหลิ่งอวี๋พูดประชด
เสียดสีขึ้นมา ต้วนอวี้รีบหันขวับถลึงตาโดใส่เหยียนหลิ่งอวี๋ทันที… เจ้าต่างหากที่พิลึก คนในตระกูลเจ้าต่างหากที่พิลึก……
เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นท่าต้วนอวี้ที่ทำตัวเก้งๆ กังๆ จึงสั่งให้รีบหยุดเสียงหัวเราะลง
เช่นเดียวกับต้วนเจิ้งที่เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ไปที่จวน ก็ต้องรีบกุลีกุจอออกไปทำความเคารพ ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ที่
เห็นก็รีบเข้าไปช่วยประคองตู้ชิงหรวนขึ้นมา!
ส่วนทางด้านลั่วสุ่ยได้ยืนกลั้นหัวเราะอยู่ข้างกายเหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งแต่แรกแล้ว!
เดิมทีลั่วสุ่ยกับต้วนอวี้ได้เดิมพันกัน ว่าวันนี้หากเหยียนหลิ่งอวี๋มาปรากฏตัว ถือว่าต้วนอวี้เป็นฝั่ายพ่ายแพ้!
ลั่วสุ่ยหันไปยิ้มให้ต้วนอวี้ ด้วยสายตาที่สื่อความว่า… เป็นยังไงละ ข้าชนะเจ้าแล้วใช่ไหม?
ต้วนอวี้สัมผัสได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของฮูหยินเชวียที่เอาแต่ยืนยิ้มเก้อเขิน และแอบชำเลืองตามองมาที่ลั่วสุ่ย…
เจ้านายเป็นอย่างไร บ่าวใช้ก็เป็นอย่างนั้น!
แต่นี่เป็นเพียงความคิดในใจของลั่วสุ่ยที่ไม่ได้เอ่ยออกมา
ทั้งสองฝั่ายต่างทักทายกันและเข้ามานั่งที่เดิม ส่วนเชวียหนิงหรานที่เห็นต้วนเจิ้งเดินเข้ามาก็รีบย่อตัวแสดงความ
เคารพ โดยไม่ได้สนใจทักทายต้วนอวี้ แต่เลือกที่จะวิ่งหนีไปด้านนอกแทน
เหยียนหลิ่งอวี๋มองซ้ายมองขวาและเปรยถามอย่างแปลกใจ “ห๊ะ ทำไมไม่เห็นคุณหนูรองเชวีย?”
ฮูหยินเชวียได้ฟังดังนั้น จึงรีบออกไปตามเชวียหนิงหราน
ในตอนนั้นเอง ต้วนอวี้กระโดดไปยืนเบื้องหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ กัดฟันกรอดๆ ถามขึ้นว่า “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้ามาทำ
อะไรที่นี่?”
เหยียนหลิ่งอวี๋กลั้นขำไว้ไม่อยู่แล้ว “ข้าเป็นถึงพ่อสื่อ ไม่มาตอนนี้จะให้มาตอนไหน?”
จากนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ก็จ้องไปที่ชุดของต้วนอวี้ “ใครเป็นคนช่วยเจ้าเลือกชุดเนี่ย?”
ต้วนอวี้สีหน้าไม่รับแขกขึ้นมาทันที เพราะตู้ชิงหรวนแท้ๆ ที่เลือกชุดนี้ให้เขา บอกว่าชุดเป็นสีมงคลเหมาะสำหรับ
แต่งมาที่จวนเชวีย แต่มันกลับไม่ค่อยระบายอากาศนี่สิ
ในเวลานี้ ต้วนอวี้ไม่ได้สนใจว่าชุดของเขาจะเป็นอย่างไร เขารู้แต่ว่าตอนนี้ตื่นเต้นจะตายอยู่แล้ว!
ต้วนอวี้ที่ไม่กลัวน่าอินทร์หน้าพรหม กลับตื่นเต้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเชวียหย่งเฉียงในคราวนี้ จนเหยียนหลิ่งอวี๋
อยากจะหัวเราะให้ท้องแข็งไปเลย ส่วนต้วนอวี้รู้ได้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะหัวเราะเยาะเขา จึงเหลือบตาจ้องเขม็งไป สื่อ
ความหมายว่าหากเจ้ากล้าหัวเราะเยาะออกมา เราจะได้เห็นดีกันแน่!
เหยียนหลิ่งอวี๋พยายามฝืนกลั้นขำอย่างสุดแรง และสั่งให้ทุกคนนั่งตามสบาย
ไม่นานหลังจากนั้น เชวียหนิงหรานได้เดินกลับมาเข้ามาข้างในแล้ว
นางหันไปทำความเคารพเหยียนหลิ่งอวี๋ ต่อด้วยต้วนเจิ้งและท่านพ่อท่านแม่ สุดท้ายเดินมานั่งข้างดายฮูหยินเชวี
ยอย่างเรียบร้อย
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่เชวียหนิงหรานและเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูรองเชวียผอมไปหน่อยแล้ว ทว่าก็ยังดูงดงามอยู่!”
เมื่อเชวียหนิงหรานได้ยินที่เหยียนหลิ่งอวี๋ออกปากชม แก้มทั้งสองข้างพลันแดงระเรื่อขึ้นมา บิดตัวไปมาโดยไม่
ตอบคำใด
ทว่าฮูหยินเชวียกลับหัวเราะคิกคักออกมา “หรานเอ๋อร์อายุยังน้อยซุกซนไปตามวันๆ”
ด้านต้วนเจิ้งก็พลอยหัวเราะเช่นกัน “ฮูหยินของกระผมรักใคร่ในนิสัยใจคอของหนิงหราน นางบอกว่าหนิงหราน
จิตใจกว้างขวาง ไม่เป็นคนเสแสร้ง!”
เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนต่างชวนเหยียนหลิ่งอวี๋พูดคุยกันอย่างเบิกบานใจ
ในที่สุดวันแต่งงานของทั้งจวนต้วนและจวนเชวียก็ตกลงกันได้เป็นที่เรียบร้อย
ต้วนอวี้เป็นคนคอแข็งดื่มเหล้าไปมากก็ไม่ออกอาการใด ส่วนเชวียหย่งเฉียงกลับคออ่อนดื่มไปได้ไม่เท่าไหร่ก็พูด
เพ้อเจ้อด้วยความเมามาย
ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ดูเหมือนมีเรื่องในใจจึงดื่มสุราและพูดไม่มากเหมือนปกติ แต่เปั้าหมายในการจวนเชวียกลับ
จัดแจงได้เป็นอย่างดี!
เชวียหย่งเฉียงอาศัยจังหวะที่ดื่มจนเมามายหันไปพูดกับต้วนเจิ้ง “เดิมทีต้วนอวี้อายุน้อยไป ข้าถึงไม่อยากได้เขา
เป็นลูกเขย แต่เห็นแก่หน้าองค์ชายเหยียนหลิ่งอวี๋จึงตบปากรับคำ ในตอนแรกอาจเป็นความผิดของจวนเชวียที่ทำไม่ดี
แต่หลังจากที่ต้วนอวี้สอบจอหงวนเป็นอันดับที่สาม ข้าก็ยกเลิกการดูตัวของหนิงหรานจนหมด เพื่อรอต้วนอวี้คน
เดียว……”
ต้วนเจิ้งพยักหน้าพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมา “หนิงหรานเป็นหลานที่ดีคนหนึ่ง นับว่าเป็นโชคของจวนต้วนแท้ๆ”
ฮูหยินเชวียรีบพูดขึ้นว่า “ใต้เท้าต้วนพูดเกินไปแล้ว ตั้งแต่หนิงหรานยังเด็กก็ถูกตามใจจนเสียนิสัย พูดจาโผงผาง
ไม่รู้จักกาลเทศะ หวังว่าใต้เท้าต้วนและฮูหยินต้วนจะให้อภัยในจุดนี้ด้วย”
ในระหว่างที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่ายสนทนากันอยู่ ต้วนอวี้ก็แอบหนีออกไปข้างนอก
เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนนั่งพูดคุยกับเหยียนหลิ่งอวี๋จึงไม่กล้าขอตัวไปไหน ทว่าเมื่อเห็นต้วนอวี้เดินตามเช
วียหนิงหรานออกไป ก็ได้แต่ส่งสายตาจ้องไปสื่อความหมายว่าอย่าทำอะไรเกินไปก็พอ!
จากนิสัยของต้วนอวี้ไม่เคยสนใจคุณชายเชวียทั้งสองอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองทั้งสอง
คน แต่ลือกเดินตามเชวียหนิงหรานออกไป
เชวียหย่งเฉียงดื่มสุราจนเมามายขาดสติไปแล้ว ฮูหยินเชวียได้แต่นึกเสียดาย หากต้วนอวี้โตกว่านี้เสียหน่อยก็
คงจะดีไม่น้อย!
เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นคุณชายเชวียทั้งสองนั่งไม่คิดกับที่แล้ว จึงได้ขอตัวกลับก่อน
อันที่จริงเหยียนหลิ่งอวี๋มีธุระที่ต้องสะสางมากมาย แต่การมาที่นี่ในวันนี้เพราะเขาไม่วางใจต้วนอวี้ จึงตั้งใจมาช่วย
โดยเฉพาะ พอเห็นทุกอย่างราบรื่นตามที่ควรเป็น จึงขอเดินทางกลับแล้ว
ทุกคนในห้องต่างลุกยืนทั้งหมดน้อมส่งเหยียนหลิ่งอวี๋ ส่วนเชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนรีบเข้าไปขอตัวจากท่าน
พ่อ ท่านแม่และต้วนเจิ้ง จากนั้นจามไปหาต้วนอวี้และเชวียหริงหราน
คุณชายเชวียทั้งสองรู้ดีว่าต้วนอวี้เปั้นเด็กแก่แดด หากเชวียหนิงหรานเสียเปรียบและเสียท่าให้กับต้วนอวี้ คงไม่ใช่
ลางที่ดีอย่างแน่นอน!
เมื่อเชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนวิ่งตามไปถึงเรือนของเชวียหนิงหราน ต้วนอวี้กำลังจับมือเชวียหนิงหรานกวัด
แกว่งไปมาพูดจาหวานหยาดเยิ้ม
เชวียหนิงซวนวิ่งไปยืนขวางหน้าทั้งสองคน ตะโกนเสียงดังลั่น “พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
หลังสิ้นเสียงเขาก็วิ่งเข้าไปใช้มือแยกมือของต้วนอวี้และเชวียหนิงหรานให้ออกจากกัน
เชวียจื่อซวนที่มองดูอยู่ด้านหลังได้แต่ส่ายหน้าไปมา “ต้วนอวี้เอ๋ย พวกเจ้าเป็นว่าที่คู่หมั้นหมายแล้ว อย่าวิ่งมาที่
เรือนน้องสาวข้าบ่อยนักจะได้ไหม?”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็รีบสวนกลับไปทันที “หนิงหรานเป็นว่าที่ภรรยาของข้าแล้ว ทำไมจะเดินจับมือถือแขนไม่ได้?”
เชวียจื่อซวนถึงกับสะอึกจนพูดไม่ถูก หลายเดือนที่ไม่ได้พบหน้า ต้วนอวี้ก็ยังนิสัยเหมือนเดิม ไม่ว่าจะใช้เหตุผลพูด
คุยก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี!
ทว่าเชวียหนิงหรานที่ถูกพี่ชายทั้งสองจับได้ ก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาจนพูดไม่ออก
ทางด้านไห่ถางและบ่าวใช้ ต่างอมยิ้มกันอย่างเบิกบานใจ
ดูท่าแล้ว คุณชายทั้งสองคงจะต้องมีเรื่องกับว่าที่น้องเขยอย่างต้วนอวี้ จนมิอยากยกน้องสาวให้อีก แต่ต้วนอวี้
กลับรู้สึกว่าคุณชายทั้งสองมาเป็นมารขวางทางที่ไม่ให้เขามีความสุขกับหนิงหราน
เชวียหนิงซวนจึงใช้มือคว้าต้วนอวี้ “ไป… ออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยคุยกัน……”
เชวียหนิงหรานที่เห็นก็รีบห้ามปรามขึ้นมาทันที “พี่รอง… ด้านนอกหนาวเหน็บเกินไป!”
เชวียหนิงซวนกลับตอบเสียงแข็ง “ต้วนอวี้ใส่เสื้อผ้าหนาเสียขนาดนี้ หรือว่ากลัวมันจะแข็งตาย?”
เชวียหนิงหรานสีหน้าถอดสีโดยไม่รู้จะตอบอย่างไรดี!
เชวียจื่อซวนจึงยื่นมือเข้าไปช่วยพูด “ต้วนอวี้ ท่านพ่อของเจ้ากับท่านพ่อท่านแม่ของพี่กำลังปรึกษาหารือถึงวัน
แต่งงานอยู่ แต่ฟังจากสิ่งที่ท่านพ่อท่านแม่ของพี่พูดนั้น ดูเหมือนอยากรั้งหนิงหรานเอาไว้ก่อนสองสามปี!”
ต้วนอวี้ที่ได้ยินถึงกับสะดุ้งโหยง “ห๊ะ อะไรนะ? จะเป็นอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด……”
อะไรกันจะให้รออีกสองปี สามปี ไม่มีทาง!