การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 906-907 แผนการที่ต้วนอวี้ต้องการแต่งกับเชวียหนิงหราน (1-2)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 906-907 แผนการที่ต้วนอวี้ต้องการแต่งกับเชวียหนิงหราน (1-2)
ในตอนนี้ต้วนอวี้อยากจะแต่งกับเชวียหนิงหรานแล้วพานางกลับจวนต้วนในทันที ภรรยาของเขาก็ต้องให้เขาดูแล
ด้วยตัวเองถึงจะวางใจได้ลง หากต้องปล่อยให้นางอยู่ที่จวนเชวียต่อไป ไม่สู้ฆ่าเขาให้ตายไปเลยเสียดีกว่า
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของต้วนอวี้ที่เด่นชัด… คุณชายเชวียทั้งสองก็คิดว่าเด็กน้อยตัวแค่นี้ คิดอยากแต่งงานมีภรรยาจน
ตัวสั่นแล้ว ไม่รู้ว่าต้วนอวี้อยากได้ภรรยาไปไว้ที่จวน หรือต้องการแม่เลี้ยงกันแน่? น้องสาวของคุณชายเชวียทั้งสอง พวก
เขาดูแลทะนุถนอมยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แต่ถ้าเชวียหนิงหรานแต่งไปที่จวนต้วน ต้องการเป็นแม่เลี้ยงอย่างเลี่ยงไม่ได้
ไม่ได้ ไม่ได้! เพียงข้อนี้คุณชายเชวียทั้งสองย่อมไม่อนุญาตให้เชวียหนิงหรานแต่งกับต้วนอวี้แน่นอน
เชวียหนิงซวนถลึงตาโตจ้องเขม็ง ยืนท้าวสะเอวมองต้วนอวี้ขึ้นลง ก่อนแสยะยิ้มออกมา “ทำไมจะไม่ได้? เจ้าไม่ดู
ตัวเลยหรือ อายุเท่าไหร่เอง ริอาจแต่งงานมีภรรยา? ก่อนอื่นต้องหมั้นหมายและสู่ขอเป็นกิจจะลักษณะเสียก่อน มิอย่าง
นั้นน้องสาวข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
ผลคือต้วนอวี้รีบก้มหน้าก้มตา มองลงพื้นราวกับอยากระบายความโกรธที่อัดอั้นออกมา “เฮ้อ! ก็น้อยไปหน่อย
เท่านั้นเอง!”
พอได้ยินต้วนอวี้ยอมรับว่าเขาอายุน้อยเกินไป เชวียหนิงซวนได้หัวเราะชอบใจขึ้นมา “ก็นั่นนะสิ เจ้ายังเป็นเด็ก
น้อยตัวกะเปียกอยู่เลย! ต้วนอวี้เอ๋ย ข้าจะบอกเจ้าให้ฟัง ถ้าอายุยังไม่เท่าข้า อย่าได้คิดจะแต่งงานพาภรรยากลับจวน!”
คราวนี้ ต้วนอวี้ตะลึงจนอ้าปากค้าง… ปีนี้เขาอายุแปดขวบกว่าแล้ว งานวันเกิดครบรอบเก้าปียังมาไม่ถึง ทว่าเช
วียจื่อซวนกลับมีอายุถึงสิบหกปี ถ้าต้องรออีกเจ็ดปีถึงจะแต่งกับเชวียหนิงหราน อย่างนั้นจงหยิบดาบขึ้นมาสังหารเอา
ชีวิตเขาไปแทนเสียดีกว่า……
ต้วนอวี้ส่ายหน้าอย่างจริงจัง “ไม่ได้ ไม่ได้ ทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด!”
ยังไงอายุก็ต้องเพิ่มขึ้นในทุกวัน ภรรยาก็ต้องแต่ง ไม่ว่าใครอย่าได้คิดมาขวางทางเขา!
ทางด้านเชวียหนิงหรานเห็นพี่ชายเถียงกับต้วนอวี้จนหน้าดำหน้าแดงไปหมด จนไม่รู้ว่าจะพูดคำใดออกมาดี ส่วน
ไห่ถางและบ่าวใช้ก็ตกตะลึงที่เห็นคุณชายน้อยใหญ่เถียงกันไปเถียงกันมาไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยไป
จนไม่รู้ว่าจะช่วยโน้มน้าวดีหรือหัวเราะดี
ต้วนอวี้ถึงกับไปไม่ถูกเมื่อได้ฟังที่เชวียหนิงซวนเอ่ย เขานิ่งเงียบดูเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง จากนั้นวิ่งพรวดออกไป
ด้านนอกไม่ทักทายแม้แต่เชวียหนิงหราน
เชวียจื่อซวนที่เห็นเช่นนั้นก็รีบสาวเท้าวิ่งตามไป หวังห้ามต้วนอวี้ให้หยุดลง “ต้วนอวี้ ด้านนอกหิมะตกหนักถึง
เพียงนี้ เจ้าจะวิ่งออกไปไหนกัน?”
ต้วนอวี้ผลักเชวียจื่อซวนจนผงะถอยหลัง ก่อนพูดอย่างหนักแน่น “ข้าจะไปบอกท่านพ่อ ให้แต่งงานในตอนนี้จะ
ได้พาหนิงหรานกลับจวนต้วน”
เชวียจื่อซวนได้แต่ส่ายหน้าไปมา “ต้วนอวี้ เรื่องนี้ปล่อยไปเถอะ ท่านพ่อท่านแม่ของข้าไม่มีอาจอนุญาตเด็ดขาด”
“ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ยังไงข้าจะต้องแต่งกับเชวียหนิงหรานให้ได้!” ต้วนอวี้ยืนกราน
หลังสิ้นเสียงต้วนอวี้ก็ผลักเชวียจื่อซวนให้พ้นทางไป
เชวียหนิงซวนยังไม่ทันได้พูด เชวียจื่อซวนถึงกับต้องจับมือเขาห้ามเอาไว้ “ช่างเถอะ ปล่อยปล่อยต้วนอวี้ไปเถอะ
ดูท่าหากให้น้องหนิงหรานอยู่ที่จวนต้วนต่อไป ต้วนอวี้คงต้องมาที่จวนเชวียไม่หยุดหย่อน ยิ่งไปกว่านั้นกว่าต้วนอวี้จะโต
น้องสาวของพวกเราก็คงอายุมากเกินไปแล้ว
เชวียหนิงซวนพูดด้วยความรีบร้อน “แต่ว่า… ต้วนอวี้ยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลยนะ!”
เด็กน้อยคนหนึ่งที่แม้แต่ดูแลตัวเองก็ยังไม่ได้ จะดูแลคนอื่นได้ยังไงกัน?
เชวียจื่อซวนมองดูเชวียหนิงหรานก่อนพูดอย่างละเหี่ยใจ “นี่เป็นชะตากรรมของน้องสาวแท้ๆ ได้สามีที่เด็กกว่า
ไม่รู้ว่าวันข้างหน้านางจะมีชีวิตอยู่อย่างไร”
ทางด้านไห่ถางสะกิดเชวียหนิงหราน “คุณหนูชองพูดออกมาหน่อยเถอะเจ้าค่ะ ตอนนี้คุณชายใหญ่กับคุณชาย
รองมีปากเสียงเพราะเรื่องคุณหนูนะเจ้าค่ะ ถ้าคุณหนูไม่พูดอะไรสักคำ คราวหน้าควต้องมีปากเสียงรุนเเรงกว่านี้เจ้าค่ะ”
ในที่สุดเชวียหนิงหรานก็เงยหน้าขึ้นหันไปมองพี่ชายทั้งสอง ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพี่ทั้งสอง ขอร้องอย่ามีปากเสีย
งกับต้วนอวี้เลย เขาอายุยังน้อย ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว ท่านพี่ทั้งสอง อย่าได้……”
เชวียหนิงหรานแอบเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไปของเชวียหนิงซวน “อย่าได้รังแกเขาอีกเลย!” ทว่าประโยคนี้กลับไม่ได้
พูดออกมา
เชวียหนิงซวนเป็นคนที่เห็นน้องสาวคนนี้ตั้งแต่ยังเล็ก มีหรือที่จะไม่รู้ความคิดของนาง เขาจึงรีบสวนกลับด้วยรอย
ยิ้ม “ห๊ะ? ตามความหมายของน้องสาว จะลอกว่าพี่ชายกำลังรังแกต้วนอวี้? … เหอะๆๆ คนมักพูดกันว่า สตรีที่จะ
แต่งงานจิตใจก็คิดถึงแต่ว่าที่สามี ดูท่าเป็นจริงอย่าวที่พูดกัน ตอนนี้น้องสาวกำลังตำหนิพี่ชายด้วยเรื่องของว่าที่สามี ถ้า
น้องแต่งออกไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง?”
เชวียหนิงหรานได้ฟังก็ร้อนใจจนนํ้าตารินไหลออกมา
ตั้งแต่เล็กจนโต นางได้รับการปกปั้องจากท่านพี่ทั้งสอง ตอนนี้กลับถูกเชวียหนิงซวนค้อนกลับ เชวียหนิงหรานที่
หน้าบางก็ร้องไห้อออกมาโดยไม่รู้ตัว
ทางด้านเชวียจื่อซวนถลึงตาใส่เชวียหนิงซวนผู้เป็นน้อง ก่อนพูดออกโกรธๆ “น้องรองนี่มันเกิดอะไรขึ้น? เจ้าเสพ
ติดการมีปากเสียงอย่างนั้นหรือ เห็นใครมีอันต้องได้ทะเลาะ… ถ้าเจ้ามีความสามารถจริงก็ออกไปหาคนทะเลาะข้างนอก
ดูสิอวี้หรานโกรธจนร้องไห้ออกมาแล้ว!”
เชวียหนิงซวนที่เดือดกำลังขึ้นหน้าก็ไม่สนใครหน้าไหนแล้ว จึงสวนกลับไปทันควัน “ข้าไม่ได้จะชวนทะเลาะสัก
หน่อย ท่านพี่ไม่เห็นหรือว่าน้องสาวกำลังช่วยคนนอกพูดและตำหนิมาที่ข้าด้วย!”
ที่โบราณว่าสตรีที่แต่งงานแล้วจะเอาจิตใจทั้งหมดคิดถึงแต่งเรื่องของสามีคงเป็นเรื่องจริง ต้วนอวี้อายุเพียงเท่านี้
กลับอยากแต่งกับน้องสาวของพวกเขา บัดนี้น้องสาวที่รักของกลับเถียงพวกเขาเพื่อต้วนอวี้ มีหรือที่จะไม่รู้สึกเสียอก
เสียใจ
เชวียจื่อซวนรีบหันมาเอ็ดเชวียหนิงซวน “ไหนบอกมาสิว่าเกิดะไรขึ้น?เจ้าไม่อยากเห็นน้องสาวและว่าที่น้องเขยมี
ความสุขอย่างนั้นหรือ? ถ้าน้องสาวได้แต่งกับคนที่พึ่งไม่ได้ หรือว่าคนที่นางรังเกียจเดียดฉันท์ แล้วทุกวันเอาแต่ร้องไห้
เพื่อจะกลับมาที่จวนเชวียทุกวัน อย่างนั้นเจ้าถึงจะดีใจใช่ไหม?”
เชวียหนิงซวนได้ฟังถึงกับอ้าปากค้างไปต่อไม่ถูก
จู่ๆ เขานึกย้อนกลับไปถึงเรื่องในอดีตที่ข่มขื่นขึ้นมาได้ โดยเริ่มจากท่านพ่อบีบบังคับอวี้หรานให้ไปดูตัว และบังคับ
ให้นางแต่งกับบุรุษที่วิปริตมีรสนิยมเดียวกัน โชคดีที่ครั้งนั้นต้วนอวี้เข้ามาช่วยทันเวลา มิอย่างนั้นน้องสาวอาจคิดฆ่าตัว
ตายไปแล้วก็เป็นได้ ดีแค่ไหนแล้วที่ได้พบกับคนดีอย่างต้วนอวี้ที่อวี้หรานเองก็ถูกใจ ทั้งยังเรียกร้องขอแต่งงานกับเขาทุก
วัน ที่สำคัญคนที่เชวียหนิงซวนไม่อยากให้แต่งกับหนิงหราน กลับยังสามารถสอบจอหงวนได้ที่สาม ซึ่งพี่น้องตระกูลทั้ง
สองก็ยังไม่กล้าที่จะคิดฝันไปสอบ เพียงแค่จุดนี้ก็สามารถทำให้เชวียหนิงซวนต้องมองต้วนอวี้เปลี่ยนไปได้แล้ว
พูดตามตรง นอกจากต้วนอวี้จะอายุน้อยไปหน่อย แต่ด้านอื่นของเขาก็ไม่ด้อยไปกว่าบุรุษตระกูลอื่น หากน้องาว
ได้แต่งกับบุรุษที่รักใคร่ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีต่างหาก!
แต่ติดปัญหาตรงที่อายุที่น้อยของเขาเท่านั้น พวกเขากลัวว่าเชวียหนิงกรานแต่งออกไปแล้ว จะต้องเจอแต่ความ
ยากลำบากในชีวิต
เชวียหนิงซวนไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิด เขายังยืนหยัดเสียงแข็งหันไปตะเบงเสียงใส่เชวียจื่อซวน “หึ! ข้าไม่
สนใจหรอก อย่างไรเสีย ต้วนอวี้อายุน้อยเกินไป ไม่สมควรที่จะแต่งกับน้องสาวได้ รอให้โตกว่านี้แล้วค่อยว่ากัน!”
เชวียหนิงซวนเห็นว่าถ้าต้วนอวี้โตจนอายุเท่ากับเชวียหนิงหราน เขาถึงจะยอมอนุญาตได้ เพราะว่าจนถึงตอนนี้เช
วียจื่อซวนผู้เป็นพี่ชายคนโตยังไม่ได้แม้แต่จะดูตัวหมั้นหมายเลย!
เชวียจื่อซวนได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา “เพราะต้วนอวี้อายุน้อยถึงจะบ่มเพาะความรักได้ง่าย น้อง
รองลองคิดดู บุรุษในเมืองหลวงแห่งนี้ มีใครบ้างที่โตเท่าพวกเราแล้วยังไม่คว้าเอาบ่าวใช้มาเป็นอนุภรรยา? หรือว่าน้อง
รองคิดว่าน้องสาวของเราแต่งงานไปแล้ว จะให้ไปเป็นแม่ของต้วนอวี้อีกคน?”
เชวียหนิงซวนพูดด้วยความร้อนใจ “ท้ากล้าก็ลองดู!!!”
เชวียจื่อซวนตบไปที่ไหลของเชวียหนิงซวนอย่างเบามือ และพูดขึ้นมาว่า “น้องรอง ในใต้หล้าแห่งนี้ไม่ได้มีแต่เรื่อง
กล้ากับไม่กล้าเสมอไป? สรุปแล้ว น้องสาวได้แต่งงานกับคนที่รักไป นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ถือโอกาสที่ต้วนอวี้อายุยังน้อย
พวกเรารีบช่วยกันสั่งสอนปรับความเข้าใจ อย่ารอให้เขาทำสิ่งผิดไปแล้วค่อยคิดกลับมาแก้ไขจะดีเสียกว่า”
ที่แท้เชวียจื่อซวนได้วางแผนคิดทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เชวียจื่อซวนยอมรับว่าสมองของเขาทึมทื่อสู้พี่ชายไม่ได้
จึงก้มหน้าก้มตาถอนหายอย่าอย่างสิ้นหวัง “เอาล่ะ ยังไงท่านพี่พูดมาก็ถูกทั้งหมด!”
เชวียจื่อซวนได้แต่ส่ายหน้าไปมาและอธิบายว่า “ไม่ใช่ว่าพี่พูดอะไรแล้วถูกไปหมดหรอก แต่น้องรองต่างหากที่คิด
เรื่องใดก็ต้องลํ้าลึกไปอีกขั้นต่างหาก เจ้ารู้ตัวบ้างหรือเปล่า?”
เชวียหนิงซวนได้แต่ยู่ปากโดยไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา
เชวียจื่อซวนจึงส่งสัญญาณไปให้เชวียหนิงซวนเป็นการสื่อให้เขารู้จักฟังเสียงคนในห้องบ้าง เขาจึงเงี่ยหูฟังจน
ได้ยินเสียงของเชวียหนิงหรานและบ่าวใช้ของนาง
ด้านเชวียหนิงหรานเอาแต่หลบอยู่ในมุมห้องนํ้าตาที่รินไหลออกมา โดยมีไห่ถางคอยใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยซับนํ้าตา
และพูดปลอบใจ “คุณหนู ถึงแม้คุณชายรองจะพูดจารีบร้อนไปหน่อย แต่จากใจลึกๆ ของเขากลับหวังดีกับคุณหนูเจ้าค่ะ
หากท่านพี่ของคุณหนูไม่สนใจใยดีก็คงให้คุณหนูแต่งกับใครก็ได้ โดยไม่ต้องมาสนใจใยดีก็ได้นิเจ้าค่ะ บ่าวว่าคุณชายรอง
เอ็นดูรักใคร่คุณหนู จนอยากรอจนกว่าคุณหนูโตเป็นผู้ใหญ่ถึงจะยอมให้แต่งกับเจ้าค่ะ”
เชวียหนิงหรานร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดด้วยความน้อยใจ “อันที่จริงข้าก็ไม่ได้พูดอะไรเลย ต้วนอวี้อายุยังน้อยอยู่
หากพี่รองเอาแต่พูดจาข่มเหงขึ้นเสียงใส่ต้วนอวี้ หากคนที่จวนต้วนทราบเข้าอาจคิดว่าพี่รองรังแกต้วนอวี้ ถึงตอนนั้นพี่
รองไปหาน้องที่จวนต้วน มีหวังต้องถูกมองอย่างรังเกียจแน่นอน… ฮือ ฮือ ฮือ ข้าแค่ไม่อยากให้ท่านพี่กับต้วนอวี้มีปาก
เสียงกันก็เท่านั้น ถ้ามีอะไรก็พูดจากันดีๆ ก็พอ”
เชวียจื่อซวนหันไปมองเชวียหนิงซวนพร้อมเอ่ยถามว่า “น้องรอง เจาได้ยินหรือยัง?”
เชวียหนิงซวนพยักหน้ารับ “ข้าเข้าใจแล้ว ที่แท้น้องรองก็หวังดีกับพี่รองนี่เอง!”
สีหน้าของเชวียหนิงซวนพลันแดงขึ้นมา เขาตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า “น้องอวี้หรานทั้งหมดเป็นความปิดของพี่รอง
เอง นับจากนี้ถ้าพี่เจอต้วนอวี้จะเกรงใจเขาบ้างไม่หาเรื่องทะเลาะ!”
เมื่อกล่าวจบแล้ว เชวียหนิงซวนก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เชวียจื่อซวนได้แต่เดินยิ้มๆ ตามไปจากข้างหลัง เชวียหนิงซวนผู้นี้พูดอะไรอาจไม่คิด ต่อไปไม่รู้ว่าสตรีคนไหนจะ
สามารถเอาเขาได้อยู่หมัด!