การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 91 คุณหนูใหญ่จวนตู้
น่าเสียดายที่ต้วนอวี้หรานรู้เท่าไม่ทันแผนการของต้วนชิงหมิงจึงทำให้นางตกหลุมพรางโดยง่ายเมื่อคิดว่าบุตรสาว
คนเดียวของนางไม่ได้รับความเป็นธรรมพลันรู้สึกโกรธเกลียดขึ้นมาไม่ว่าสิ่งใดที่บุตรสาวของนางทำก็ดีไปเสียหมด ทั้ง
จิตใจที่สูงส่งและบริสุทธิ์ ถ้าเพียงต้วนอวี้หรานเชื่อคำพูดนางตั้งแต่แรกก็จะไม่ถูกต้วนชิงหมิงใช้คำพูดหลอกล่อให้ตกอยู่
ในสภาพเช่นนี้
ทว่าสิ่งที่นางต้องการมากที่สุดตอนนี้คือการช่วยบุตรสาวชำระความแค้น……ต้วนชิงหมิง อย่าคิดว่าจะรอดไปได้
จงรีบไปทำบุญให้เร็วก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ
“แม่นมหวาง ช่วยข้าจัดการบ่าวพวกนั้นเสียให้สิ้นหากใครกล้าเพิกเฉยไม่ปรนนิบัติต้วนอวี้หรานเป็นอย่างดีหรือ
กลั่นแกล้งนางให้ข้ารู้เมื่อข้าออกไปจากเรือนได้แล้ว ข้าจะไปถลกหนังของพวกนางไม่ให้เหลือ……” หลิวหรงพูดขึ้นอย่าง
โกรธแค้น
อีกฝั่ายได้ฟังก็ถึงกับสะดุ้งโหยงรีบก้มหน้าก้มตาขอตัวลาออกไปอย่างรวดเร็ว
หลิวหรงเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นแม่นมหวางที่รับใช้นางมานานรู้เรื่องนี้ดี ถ้าใครบังอาจล่วงเกินนางจุดจบคง
อเนจอนาถอย่างแน่นอน เมื่อเดินออกมาจากเรือนสายตาพลันเหลือบไปเห็นต้วนชิงหมิงที่กำลังเดินไปขึ้นรถม้าจึง
หัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน……เชอะ! จะตายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก!
เด็กสาวที่เพิ่งเดินขึ้นรถม้าหันไปมองคนที่ยืนต่อแถวกันยาว กล่าววาจาเรียบนิ่งกับแม่นมหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
“แม่นมหนิง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พวกเจ้าต้องคอยจับตาดูว่าการเดินทางในครั้งนี้ ใครเป็นคนที่ช่วยเอายามาให้หลิวหรง”
“คุณหนูวางใจได้เจ้าค่ะ บ่าวและแม่นมจะตั้งใจจับตามองตลอดเวลาดูว่าใครกันที่กล้าเสี่ยงตายมาเอายาแทนหลิว
หรง” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดพลางยกมือขึ้นถูไปมา
เด็กสาวมองไปยังเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอ่ยกำชับเสียงเบาทว่าหนักแน่น “อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเด็ดขาด!”
“บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ!” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ตอบรับอย่างมีมารยาท
ไม่นานก็หันไปถามแม่นมหนิง “เรื่องนี้แม่นมคิดว่ายังไง?”
“เรียนคุณหนู ก่อนออกเดินทางบ่าวได้ให้คนไปแอบสืบในปีก่อนๆว่าใครเป็นคนไปเซี่ยซ่างกับหลิวหรง! ได้ความ
ว่าทุกปีจะพาแม่นมหวางและแม่นมหลี่ไปยังที่หนึ่งชื่อว่า หลิวเตี่ยนจ้วงที่นั่นมีหมอเทวดาชื่อว่า หมอเทพหลิว ดูท่าหมอ
คนนั้นเป็นคนรักษาโรคของผู้หญิงให้กับหลิวอี๋เหนียง”
เด็กสาวพยักหน้าพูดขึ้น “แม่นมทำได้ดีมาก ในเมื่อทุกปีหลิวหรงจะพาแค่แม่นมหวางและแม่นมหลีไปดูท่าครั้งนี้
คงไม่มีใครรู้จักหมอเทวดาผู้นี้เป็นแน่ ดังนั้นหลิวอี๋เหนียงจะต้องเล่าอาการทุกอย่างของนางไว้ในจดหมายที่จะนำไปให้
หมออย่างแน่นอนแต่กฎในการรักษาของหมอนั้นจะเคร่งครัดในเรื่องของการสอบถามวินิจฉัยคนไข้ถ้าผู้ปั่วยไม่ยอมมา
หมอด้วยตัวเอง คงจะไม่พอใจเป็นแน่ถึงตอนนั้นพวกเราค่อยแอบตามไปถามอาการของหลิวอี๋เหนียง เพื่อจะได้รู้ว่าควร
จะรับมือกับนางอย่างไร”
แม่นมหนิงก็รีบพยักหน้า “บ่าวรับทราบเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงนิ่งไตร่ตรองเพียงครู่จึงเอ่ยขึ้น “เช่นนั้น……คนที่เดินทางไปกับพวกเราจะต้องมีคนที่หลิวอี๋เหนียงส่งไป
หลิวเตี่ยนจ้วงอย่างแน่นอนดังนั้นแม่นมพอจะมีคนอยู่ในใจหรือไม่?”
อีกฝั่ายนิ่งใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งตอบกลับว่า “การเดินทางในครั้งนี้นอกจากคนที่นายท่านส่งมาแล้วบ่าวรับใช้ส่วน
มากก็มาจากเรือนหนิงซูย่วนของเราเจ้าค่ะ!”
ทว่าในใจของแม่นมหนิงกลับสงสัยคนบางคน แต่ยังไม่พูดออกมา
เด็กสาวมองออกไปที่ขบวนรถด้านนอกลางสังหรณ์บางอย่างทำให้นางรู้สึกว่าการเดินทางในครั้งนี้จะต้องไม่ราบ
รื่นจึงค่อยๆ ถอนหายใจพลางหลับตาลงพักผ่อนเก็บแรงไว้เพราะต่อจากนี้นางจะต้องเจอกับศึกหนักเป็นแน่
การนั่งรถม้าเป็นการเดินทางที่น่าเบื่อที่สุดแต่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับรู้สึกตื่นเต้น นางเปิดผ้าม่านออก ดูบรรยากาศด้าน
นอกอย่างตื่นตาตื่นใจเห็นทิวทัศน์รอบด้านช่างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเพียงพักเดียวก็เริ่มชินไม่ตื่นเต้นดั่งตอนแรก
ผ่านไปนานเท่าไรก็สุดรู้จู่ๆ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ถามขึ้นมาว่า “คุณหนูออกมาจากจวนแล้วไม่กลัวหลิวอี๋เหนียงถือ
โอกาสนี้ออกนอกเรือนหรือเจ้าคะ?”
เพราะคุณหนูเพิ่งจะได้อำนาจในการดูแลจัดการจวนต้วนอย่างยากลำบากในครั้งนี้จะต้องไม่ให้หลิวอี๋เหนียงแย่ง
กลับไปได้โดยง่ายอีกอย่างถ้าหลิวอี๋เหนียงถือโอกาสออกมานอกเรือนไม่รู้ว่าจะสร้างเรื่องอะไรขึ้นมาอีก
นางได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ในช่วงนี้นางไม่กล้าหรอก”
เมื่อเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์งงเป็นไก่ตาแตกกับคำตอบแม่นมหนิงจึงอธิบายแทนต้วนชิงหมิง “สุขภาพของอี๋เหนียงมีโรค
ประจำตัวและวันที่จะต้องทานยาก็ใกล้เข้ามาถึงแล้วนางจะต้องร้อนใจเหมือนไฟรน ตอนนี้นางสนใจเพียงแต่เรื่องยาคง
ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่น”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ร้อง “อ๋อ” ออกมา แม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็พยักหน้าตอบรับโดยไม่ถามอะไรต่อไปอีก
แม่นมหนิงไม่อยากอธิบายให้มากความเพราะเป็นไปได้ว่าถ้าหลิวหรงได้ออกมาจากเรือนแล้วอาจไปหาต้วนเจิ้ง
เพื่อปรนนิบัติ แต่โรคของผู้หญิงที่นางเป็นอยู่ตอนนี้ข้อห้ามคือการร่วมหลับนอน ดังนั้นที่ทำได้ก็เพียงอดรนทนเอาไว้
เท่านั้นไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัวเองอย่างแน่นอน
คำพูดที่แม่นมหนิงอธิบายบางเรื่องนางไม่กล้าพูดต่อหน้าเด็กสาว แต่ว่าต้วนชิงหมิงที่เกิดมาสองชาติแล้วย่อมรู้
เรื่องนี้เป็นธรรมดา นางจึงนั่งฟังที่แม่นมหนิงอธิบายโดยไม่ถกเถียงอะไร
ในที่สุดต้วนชิงหมิงก็มิอาจต้านทานความง่วงได้จึงขยับเอนกายพิงไปที่พนักแล้วงีบหลับไป
จู่ๆรถม้าก็หยุดชะงักลงในทันที ทำให้ต้วนชิงหมิงตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจพลันได้ยินเสียงคนโห่ร้องขึ้นมารอบๆ
รถม้าเสียงตะโกนด้วยความโกรธของเถี่ยเฟิงตอบโต้กลับไป ยิ่งทำให้เด็กสาวตกใจพลางยกมือขึ้นใช้นิ้วขยี้ดวงตาถามด้วย
ความรีบร้อนระคนสงสัย “เกิดอะไรขึ้น?”
“เรียนคุณหนูใหญ่ มีคนมาขวางทางขอรับ” เสียงของเถี่ยเฟิงตอบกลับมาจากด้านนอก
แม่นมหนิงลงรถม้าไปเพื่อสอบถามสถานการณ์ต้วนชิงหมิงเปิดผ้าม่านออกเล็กน้อย ก็เห็นภูเขาแคบที่สามารถใช้
รถม้าสองคันขับสวนไปมาได้เท่านั้นแต่ด้านหน้ากลับมีรถม้าอีกคันขวางทางอยู่ เป็นหญิงอายุราวยี่สิบเจ็ด ยี่สิบแปดปี
กำลังขมวดคิ้วขึ้นและชี้นิ้วด่าทอเถี่ยเฟิง
นางเลิกคิ้วเล็กน้อยสีหน้าระคนสงสัยมองไปยังแม่นมหนิงที่กำลังเดินกลับมา “แม่นมหนิงเกิดอะไรขึ้น?”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรสายตาของแม่นมหนิงกลับเปลี่ยนไป แม่นมมองไปที่ต้วนชิงหมิง ก้มหน้าพูดว่า “เรียนคุณหนู
เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลตู้มาขวางทางไว้เจ้าค่ะ”
คุณหนูใหญ่ตระกูลตู้อย่างนั้นหรือ?
ฉายาคุณหนูใหญ่ตู้ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงพอจะได้ยินมาบ้าง คุณหนูตู้เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างไม่เหมือนใครตอน
ยังสาวถูกความรักช่วงหนึ่งผูกรั้งไว้จากนั้นนางก็ยืนกรานว่าจะไม่แต่งงานกับใครและผันตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าจนถึงตอน
นี้ก็พอมีชื่อเสียงไม่น้อย
แต่ว่าผู้หญิงเช่นนี้กลับไม่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปดังนั้นคุณหนูตู้แม้จะมีชื่อเสียงอย่างมาก กลับถูกคนมองว่า
เป็นคนไม่ดี
เด็กสาวผงะเล็กน้อยแววตาย้อนรำลึกถึงชาติที่แล้วตอนที่นางยังอยู่หนิงอันที่จวนไปั๋ยังเคยได้ยินเรื่องของคุณหนูตู้
มาบ้าง แต่ไม่เคยพบหน้ามาก่อนได้ยินเสียงรํ่าลือว่าคุณหนูตู้ผู้นี้ เป็นหญิงมีความสามารถ แต่ไม่รู้ว่าเถี่ยเฟิงไปทำอะไรให้
นางจึงได้โกรธถึงเพียงนี้?
“คุณหนูตู้ พูดว่ารถม้าของเถี่ยเฟิงทำให้รถม้าของนางสกปรก!” แม่นมหนิงไขความกระจ่าง
เด็กสาวมองไปข้างหน้าพูดตัดบท “ทางบนเขาก็แคบเช่นนี้ จะมาทะเลาะกันทำไมช่างเป็นเรื่องไม่ฉลาดเอาเลย
เดี๋ยวข้าจะลงไปหาคุณหนูตู้ ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น!”
แม่นมหนิงอยากจะขัดขวางแต่ต้วนชิงหมิงกลับจับแขนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินลงจากรถม้าเดินตรงไปหารถม้าที่อยู่ข้าง
หน้า
ข้างหูได้ยินเถี่ยเฟิงพูดด้วยความโกรธออกมา “ทางบนเขาคับแคบจะต้องมีเรื่องกระทบกระเทียบกันบ้างนายหญิง
ของเจ้าบอกว่ารถม้ามีนํ้ากระเด็นใส่ แต่พวกเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมกัน?” `