การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 93 เพื่อนเก่าและเรื่องเก่า
ชุนถาวกำลังคิดเพลินๆพลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงดุเข้ามาในหู “ผ่านมาหลายปีแล้วข้าไม่ต้องการรับรู้
ข่าวสารทั้งหมดจากจวนต้วน ข้าไม่อยากเจอพวกเขา…ถ้าเจ้ากล้าดีแอบหนีไปตอนที่ข้าไม่รู้แล้วละก็……” นางหยุดเว้น
จังหวะแล้วพูดเน้นทีละคำ “ก็ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก!”
สีหน้าชุนถาวซีดเผือดขึ้นมาในทันทีเอ่ยตอบรับอย่างอึกอัก ทว่าภายในใจกลับส่ายหน้าถอนหายใจ… เฮ้อ!คุณหนู
ให้พวกเขาได้สมปรารถนา จนลืมตัวเองไปแล้วหรือนี่
แม้เวลาจะผ่านไปสิบปีทว่าความทุกข์ระทมก็ยังคงอยู่คล้ายเพิ่งเคยเกิดขึ้นแล้วความทุกข์ของคุณหนูจะมีใครรู้บ้าง
เล่า
เพียงแต่เรื่องนี้หาใช่เรื่องที่นางจะยื่นมือเข้าไปได้ไม่
รถม้าที่ขับเคลื่อนวิ่งผ่านวิวทิวทัศน์ไปอย่างรวดเร็ว เหมือนเป็นภาพคนที่ไม่ได้มีวาสนาได้ครองคู่กันปรากฏขึ้น
คล้ายกับนํ้าค้างที่ไหลย้อยจากใบไม้ในยามเช้าตรู่หรือเปรียบได้ดั่งหมอกหนาในยามเช้า ทว่าเมื่อโดนแสงตะวันสาดส่อง
กลับมลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน…คนเรานั้น ถ้าคลาดกันแล้วในชาตินี้คงจะไม่สามารถหวนคืนกลับมา
เหมือนเดิมได้อีก!
ต้วนชิงหมิงบอกลาชุนถาวและก่อนที่จะกลับไปที่รถม้า นางละม้ายรู้สึกได้ว่าชุนถาวมองนางด้วยสายตาปริศนา
ซึ่งทำให้นางต้องเสียแรงในการไขความหมายนี้!
สายตาเพียงแวบเดียวรวดเร็วเกินจะมีเวลาตั้งใจจดจำจนถึงตอนนี้ต้วนชิงหมิงยังครุ่นคิดหาความหมายในสายตา
นั้น
เดินไปพลางคิดไปจนถึงรถม้าแม่นมหนิงที่ขึ้นไปก่อนได้ยื่นมือรับนางขึ้นมาในรถม้าจากนั้นถามขึ้นด้วยความ
ประหลาดใจว่า “คุณหนูได้เห็นคุณหนูตู้หรือไม่เจ้าคะ?”
อันที่จริงตอนที่ต้วนชิงหมิงเดินไปหาชุนถาวด้านหน้า แม่นมหนิงก็ถือโอกาสหลบได้ทันพอดีดังนั้นจึงไม่เห็น
เหตุการณ์ที่อยู่ข้างหน้าแต่แม่นมยังไม่วางใจจึงอดที่จะถามต้วนชิงหมิงไม่ได้!
เด็กสาวยังคงสงสัยในสายตานั้นจึงไม่ได้ใส่ใจกับสายตาที่ผิดปกติของแม่นมแม้แต่น้อยตอนที่นางกลับมาขึ้นรถม้า
นั่งเรียบร้อย จึงได้ส่ายหัวไปมาอย่างเชื่องช้า “ไม่ได้เจอ คุณหนูตู้ไม่ยอมออกมา!”
“อ้อ เจ้าค่ะ” อีกฝั่ายตอบด้วยนํ้าเสียงลากยาวเหมือนได้ปลดอะไรบางอย่างออกจากใจ
ตรงนี้เองทำให้อีกฝั่ายประหลาดใจจึงหันกลับมามองแม่นม ถามขึ้น “หรือว่าแม่นมรู้จักคุณหนูตู้อย่างนั้นหรือ?”
ถ้าเคยรู้จักเหตุใดเมื่อครู่ไม่บอกนาง? หรือถ้าไม่รู้จักแล้วเหตุใดถึงดูคล้ายเป็นห่วงเสียออกหน้าออกตาเช่นนี้เล่า?
เมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงถามแม่นมหนิงจึงรู้ว่าตัวนางนั้นใจร้อนเกินใจไปหน่อยทำให้คุณหนูที่ฉลาดเฉลียวจับสังเกต
ได้!
นางจึงพยายามกลบเกลื่อนให้ผ่านๆไป แต่เมื่อเห็นสายตาคุณหนูที่จ้องมองได้แต่ก้มหน้าลงพลางเอ่ยอย่าง
กระอักกระอ่วนใจว่า “ก่อนที่คุณหนูจะออกเรือนก็ได้รู้จักคุณหนูตู้แล้วเจ้าค่ะ!”
ได้ยินคำพูดที่กำกวมไม่ชัดเจนของแม่นมหนิงต้วนชิงหมิงก็งงงวยอยู่ประเดี๋ยว… หรือว่าคุณหนูต้วนเป็นเพื่อนเก่า
ของท่านแม่? แล้วทำไมเมื่อครู่ถึงไม่ยอมออกมาพบหน้านาง? หรือว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถพูดความจริงออก
มาได้?
เด็กสาวอยากจะถามต่อทว่าแม่นมหนิงกลับหลบสายตาของนางเป็นเชิงไม่อยากคุยเรื่องนี้แล้ว
ในเมื่อไม่เต็มใจเล่านางก็ไม่อยากบังคับใจ เวลาล่วงเลยผ่านไปสักพักใหญ่ จึงได้ถามขึ้นอย่างจริงจัง “แม่นมถ้า
เป็นไปได้ช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับคุณหนูตู้ให้ฟังหน่อยจะได้หรือไม่?”
ในชาติที่แล้วคุณหนูตู้ออกเดินทางจากเมืองหลวงท่องเที่ยวไปทั่ว ซึ่งในตอนนั้นต้วนชิงหมิงไปอยู่ที่หนิงอานก็เคย
ได้ยินชื่อนี้อยู่บ้าง เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันแม้สักครั้งเดียวทว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำให้นางจำได้ขึ้นใจก็คือคุณหนูตู้
เคยมาอาละวาดในจวนต้วนหลัง ตอนที่นางออกเรือนไปหลังจากนั้นก็ไม่เคยได้ยินเรื่องของคุณหนูตู้อีกเลย!
ส่วนในชาตินี้เมื่อต้วนชิงหมิงได้ยินชื่อคุณหนูตู้ก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างว่าจะต้องเกี่ยวพันอะไรกับนางสักอย่าง
เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องอะไรกันแน่?
นางเชื่อมั่นในลางสังหรณ์ใจเป็นอย่างมากดังนั้นนางจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปแน่นอน!
แม่นมหนิงมีท่าทีลังเลใจเพียงครู่เดียวก็ถอนหายใจเบาๆออกมา “คุณหนู เรื่องเก่าบางเรื่อง บ่าวจำรายละเอียดไม่
ค่อยได้แล้ว!บ่าวเพียงจำได้ว่าในตอนนั้นฮูหยินและคุณหนูตู้นิสัยเข้ากันได้ดีจึงกลายเป็นเพื่อนกันแต่ว่าก่อนที่ฮูหยินจะ
ออกเรือนนั้น คุณหนูตู้ก็หายไปโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไรจากนั้นก็ไม่มีใครได้พบนางอีกเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงตอบรับ “อ้อ” จากนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรอีก
ดูท่าแล้วคุณหนูตู้ผู้นี้จะมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับท่านแม่ แต่อาจจะมีเรื่องที่ผิดใจกันถ้าเป็นไปตามที่คาด
การณ์นี้ การที่อีกฝั่ายได้ยินชื่อของนางและไม่ลงมาพบก็นับว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้!
ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ถือว่าเล็กน้อยมาก พอฉุกคิดเรื่องหนึ่งได้ ก็ทำหน้าหนักอกอีกคราเมื่อกลับมาคิดเรื่องสำคัญใน
การเดินทาง!
บ่าวรับใช้แม่นมและคนติดตามต้วนชิงหมิง ในการเดินทางครั้งนี้มีจำนวนมากถ้าจะจับตามองว่าใครที่ช่วยมาเอา
ยาแทนให้หลิวหรง คงจะไม่ใช่เรื่องที่ง่าย!
เพียงแต่เส้นทางการเดินทางในครั้งนี้ยังอีกยาวไกลถ้าเตรียมตัวปั้องกันแต่ตอนนี้คงจะเร็วเกินไป ขอเพียงเดินทาง
ให้ถึงที่หมายก่อนค่อยจับตามองและสังเกตอย่างตั้งใจก็จะจับตัวได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นว่าต้วนชิงหมิงไม่พูดถึงเรื่องคุณหนูตู้ต่อแล้วแม่นมหนิงจึงทำท่าโล่งอกในที… เหตุการณ์ในตอนนั้นเป็น
เรื่องระหว่าง ฮูหยินคุณหนูตู้ และนายท่านอีกทั้งมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นจนทำให้คุณหนูตู้โกรธและจากไปทั้งยังเป็น
เรื่องที่ฮูหยินทำโดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้านับดูแล้วคุณหนูตู้ออกจากเมืองหลวงก็น่าจะสิบปีแล้วเห็นจะได้ทว่าไม่รู้ว่าทำไมถึงจะ
กลับมาเอาตอนนี้? ยิ่งไปกว่านั้นต้วนชิงหมิงยังสนใจเรื่องราวคุณหนูตู้เป็นอย่างมากทำให้แม่นมหนิงจิตใจกระสับกระส่าย
และยิ่งได้ฟังว่าคุณหนูไม่ได้ลงจากรถม้าแม่นมก็ค่อยโล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง!
คุณหนูตู้ไม่ยอมพบหน้านางแสดงว่ายังโกรธเกลียดฮูหยินติงโหรวและยังไม่ลืมเรื่องในอดีตไป โบราณว่า ‘ใจคน
ยากแท้หยั่งถึง’ อย่างนั้นนางจะเตือนต้วนชิงหมิงให้ระวังคุณหนูตู้อย่างไรดี?
เดินทางมาถึงจ้วงจื่อก็เป็นเวลาพลบคํ่าแล้ว
รถม้าของต้วนชิงหมิงมาถึงจ้วงจื่อก็เห็นคนดูแลต่างมายืนต้อนรับอย่างรีบร้อนไปหมด
นางให้แม่นมหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ช่วยเก็บข้าวของและหยิบหมวกคลุมที่ห้อยม่านตาข่ายบังหน้ามาใส่และขับ
แขนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินลงรถม้า
คนที่รอต้อนรับเหล่านั้นต่างตกใจอย่างมากเมื่อเห็นรูปร่างเล็กและผอมเดินมาจากรถม้า
เป็นที่ทราบกันดีว่าพื้นที่จ้วงจื่อเป็นตึกรามบ้านช่องที่สำคัญที่สุดของจวนต้วนจึงได้รับความสำคัญจากฮูหยินติง
โหรวและหลิวอี๋เหนียงอย่างมากดังนั้นการมาตรวจดูปีละครั้งจึงเป็นกฎที่ทำในทุกปี
แต่ว่าสิ่งที่ต่างกันก็คือฮูหยินติงโหรวชอบมาในช่วงฤดูร้อน ส่วนหลิวหรงอี๋เหนียงกลับชอบมาช่วงปลายฤดูใบไม้
ร่วง
แต่เจ้านายก็คือเจ้านายไม่ว่าจะมาเมื่อไหร่และเป็นใครมา คนดูแลจะต้องเตรียมพร้อมต้อนรับอยู่ตลอดเวลา!”
ในปีนี้กลับเป็นคุณหนูใหญ่ที่อายุยังไม่ถึงสิบปีเดินทางมา
ต้วนชิงหมิงก้าวเดินมายื่นนิ่งหน้ารถม้าและมองทะลุผ่านหมวกคลุมที่ห้อยผ้าตาข่าย เพื่อมองดูคนดูที่กำลังโค้ง
คำนับนางจึงพูดยิ้มอ่อนๆ “ทุกท่าน ลำบากแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงใสกังวานที่แฝงด้วยความอ่อนโยนของต้วนชิงหมิงคนดูแลหลายคนจึงมองหน้ากันพลางก้มหน้าลง
ตอบรับ “คุณหนูใหญ่ลำบากแล้ว!”
จากนั้นก็เดินตามต้วนชิงหมิงเข้าไปในห้อง
ห้องที่จ้วงจื่อเก็บกวาดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วอีกทั้งห้องที่มีมากมายให้เลือกต้วนชิงหมิงจึงเลือกห้องที่ฮู
หยินติงโหรวชอบมากที่สุด!
ภายในห้องทำความสะอาดเหมือนใหม่แล้วคนดูแลจึงไปนั่งพัก ส่วนเด็กสาวก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
แววตาที่เย็นเฉียบและน่ากลัวแผ่นหลังที่ยืดตรง ใบหน้าที่ดุดันทว่ากลับอ่อนโยน…คุณหนูใหญ่สวมชุดสีเขียวอ่อน
ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนช่างสดใสสวยงามเกินใคร
เมื่อคนดูแลทุกคนต่างมองไปที่แววตาของต้วนชิงหมิงก็อดไม่ได้ที่จะตระหนกตกใจขึ้นมา… นี่ไม่ใช่แววตาที่หญิง
สาวอายุน้อยควรมีพินิจดูเหมือนเป็นแววตาของผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายซึ่งเต็มไปด้วยสติปัญญาอันหลัก
แหลม ท่าทางที่สูงส่งและสุขุมลุ่มลึก
ดังนั้นคนดูแลอายุมากเหล่านั้น ต่างไม่กล้าที่จะดูถูกดูแคลนนางได้แต่ก้มตัวฟังอย่างนอบน้อม “คุณหนูใหญ่ต้
วน!”
ต้วนชิงหมิงตอบรับ “อืม” จึงให้ทุกคนนั่งลงได้ นางมองคนดูแลเหล่านั้นที่มองนางด้วยความไม่เคารพเปลี่ยนเป็น
ประหลาดใจ จนสุดท้ายเป็นความระมัดระวัง ต้วนชิงหมิงรู้แล้วว่าการตั้งใจแสดงท่าทีเคร่งขรึมได้ผลแล้ว!