การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 94 ดับไฟกลางดึก
ในชาติที่แล้วฮูหยินไปั๋ใช้วิธีจัดการกับสะใภ้ที่ไม่ให้ความร่วมมือ โดยยกเรื่องงานบ้านทั้งหมดให้กับสะใภ้ที่แต่งเข้า
มาใหม่
ดังนั้นในชาติที่แล้วต้วนของหมิงไม่เพียงแต่จะต้องดูแลจวนยังต้องดูแลกิจการทั้งหมดของจวนไปั๋ที่หนิงอานใน
ตอนนั้นนางถูกคนดูแลกลั่นแกล้งต่างๆ นานา แต่โชคดีที่นางเป็นคนเรียนรู้ได้เร็วใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งปีก็สามารถกลาย
เป็นผู้ดูแลใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
นับจากนั้นเรื่องต่างๆในจวนไปั๋ที่หนิงอานกับความขยันพากเพียรของนาง จึงรวมเป็นสิ่งเดียวกันทุกคนต่างทราบ
ดีว่ากิจการที่ใหญ่โตนั้น ถ้าไม่มีผู้นำที่เด็ดขาดก็จะไม่สามารถเติบโตได้อย่างดีวันดีคืน
ต้วนชิงหมิงในตอนนั้นได้ฝึกฝนเรื่องงานต่างๆมารอบด้าน ทั้งยังได้พูดคุยกับคนทำการค้ามากมายจึงเคยชินกับ
การวางมาดให้น่าเกรงขามก่อนที่จะพูดคุยเจรจา
ภายในห้องที่เงียบสงบเด็กสาวจงใจหยิบชาขึ้นมาจิบทีละนิดอย่างไม่รีบร้อน เอ่ยปากพูดอย่างน่าเกรงขามว่า “ใน
ปีนี้ทุกท่านต่างเหน็ดเหนื่อย ทำให้มีผลผลิตเต็มยุ้งฉาง ทั้งหมดมาจากความทุ่มเทของทุกท่านข้าในฐานะตัวแทนท่านพ่อ
ขอขอบคุณทุกท่าน!”
ผู้ดูแลแต่ละคนต่างรีบเอ่ยปากไม่กล้ารับความดีความชอบที่ทำ
เดิมทีทุกคนคิดว่าคุณหนูใหญ่ก็แค่เด็กมาเดินชมเล่นก็เท่านั้นทว่าตอนนี้คำพูดของนางต่างเปลี่ยนความคิดของ
พวกเขาไปจนหมดสิ้น
ในชั่วพริบตาเดียวในใจของทุกคนมีความคิดขึ้นมาพร้อมกัน นั่นก็คือคุณหนูใหญ่คนนี้คงหลอกไม่ง่ายแล้ว!
ตอนนี้เวลาก็เริ่มดึกคนดูแลจ้วงจื่อให้คนมาเรียนต้วนชิงหมิงว่า อาหารเย็นได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
เด็กสาวในฐานะประธานบอกทุกคนว่าหลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเริ่มทำงานโดยให้แม่นม
หนิงเป็นผู้จัดแจง ใครที่ดูแลร้านแถวนี้ให้กลับไปพักผ่อนที่ร้านส่วนใครที่เดินทางมาไกลให้นอนพักที่นี่
หลังจากที่จัดการเรื่องผู้ดูแลต่างๆเรียบร้อย นางก็ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เรียกเถี่ยเฟิงรับผิดชอบดูแลผู้หญิงว่าจะตรวจ
ตราอย่างไรอีกทั้งยํ้ากำชับกำชาเขาว่าจะต้องตรวจตราให้ดี ไม่ให้คนที่คิดชั่วได้โอกาส
หลังจากทานอาหารเย็นเด็กสาวได้ทักทายปราศรัยกับผู้ดูแลทุกคน โดยนัดให้พวกเขามาพบกันตอนเช้าพรุ่งนี้เพื่อ
รายงานผลประกอบการในปีนี้
ตั้งแต่ต้วนชิงหมิงลงรถม้าจนถึงคำสั่งต่างๆ ทั้งก่อนและหลังทานข้าวผู้ดูแลทุกคนต่างทำทุกอย่างด้วยความระ
แวดระวังเพื่อจะดูว่าคุณหนูใหญ่ที่อายุไม่ถึงสิบปีผู้นี้จะมาไม้ไหน เมื่อเห็นว่านางสามารถจัดการวางแผนงานอีกทั้ง
สามารถตอบคำถามผู้ดูแลทุกคนได้อย่างเป็นระบบระเบียบ ทำให้ทุกคนเริ่มเคารพยำเกรงนางมากขึ้น!
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบถึงยามจื่อกว่าจะจัดแจงเรื่องทั้งหมดทั้งมวล
ในคืนนี้ท้องฟั้ามืดมิดไร้แสงจันทราสรรพเสียงรอบด้านเงียบลงเสียงสุนัขเห่าหอนมาจากที่ห่างไกลคล้ายล่องลอย
มาจากแดนปรโลกยามดึกสงัดฟังดูน่าสะพรึงกลัว
ต้วนชิงหมิงมีนิสัยติดที่นอนเมื่อเปลี่ยนสถานที่จึงยากจะข่มตาหลับลงได้ ขยับพลิกตัวไปมาซ้ายทีขวาที
“คุณหนูนอนไม่หลับหรือเจ้าคะ?” เมื่อได้ยินเสียงกลับตัวไปมาของผู้เป็นนายเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่รับหน้าที่เฝั้าก็ลุกขึ้น
มาถามเสียงเบา
นางยิ้มบางตอบกลับ “ใช่แล้ว พอเปลี่ยนที่นอนแล้วก็หลับไม่ลง”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หัวเราะออกมา “บ่าวรู้ว่าคุณหนูเปลี่ยนที่นอนแล้วจะไม่หลับจึงได้เปลี่ยนมาเฝั้าคุณหนูแทนเสี่ยว
เหอ!”
อันที่จริงคืนนี้เป็นเวรที่เสี่ยวเหอรับผิดชอบอยู่เวรทว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทราบดีว่าต้วนชิงหมิงจะนอนไม่หลับ จึงเลือก
ที่จะมาเฝั้าร่วมกับเสี่ยวเหอ!
เด็กสาวหัวเราะและหยอกเย้าบ่าวรับใช้ไป “เจ้าอย่าคิดว่า ข้าไม่รู้ว่าเจ้าก็เป็นเหมือนข้า คืนนี้คงหลับไม่ลงเจ้าจึง
ขอมาทำหน้าที่นี้ใช่หรือไม่เล่า?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังก็ทำหน้าไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จากนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา “คนที่รู้จักบ่าวดี ก็คือคุณหนูนี่เอง
เจ้าค่ะ!”
ในเมื่อทั้งคู่นอนไม่หลับก็ถือว่ามีเพื่อนคุยเล่นพอดี ทว่านางไม่ให้เซี่ยฉ่างเอ๋อร์จุดไฟจะได้ไม่รบกวนคนอื่นดังนั้นใน
ความมืดมิด นายที่นอนอยู่บนเตียงและบ่าวที่นอนที่พื้นด้านล่างต่างเริ่มต่อบทสนทนากันไปนานเท่าไรก็สุดรู้
หลังจากเลยยามจื่อมาสักพักต้วนชิงหมิงก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา ครั้นหันมองไปยังบ่าวรับใช้คนสนิทก็เห็นหลับเป็น
ตายไปก่อนแล้ว!
ในตอนนั้นเองกลับได้ยินเสียงคนร้องตะโกนจากข้างนอก “ไฟไหม้แล้วไฟไหม้หมดแล้ว!”
ตอนแรกมีเสียงคนร้องเพียงคนเดียวผ่านไปครู่หนึ่งกลายเป็นมีคนร้องสองคน จากนั้นแสงไฟในจ้วงจื่อก็สว่างขึ้น
มาคนจำนวนมากต่างตกใจจึงรีบหยิบเสื้อผ้าคลุมตัววิ่งออกมา
ในตอนนี้ใกล้จะเข้าหน้าหนาวในจ้วงจื่อมีอาหารแห้งที่เก็บไว้จำนวนมาก อากาศแห้งและลมหนาวเหน็บถ้าเกิด
เอานํ้ามาดับ จะต้องเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินเสียงตะโกนจนตกใจตื่น รีบลุกขึ้นมานั่ง พูดเสียงดัง “ดับไฟตรงไหน?ตรงไหนกัน?”
ในความมืดมิดต้วนชิงหมิงพูดด้วยนํ้าเสียงที่เรียบนิ่ง “จุดไฟเสียก่อน!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงรีบจุดโคมไฟและเห็นคุณหนูลุกขึ้นมานั่งแล้ว นางจึงรีบหยิบเสื้อมาคลุมคุณหนู จากนั้นทั้งสองก็
รีบเดินไปที่หน้าประตู
ด้านนอกแสงไฟลุกโชนทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ห้องคุณหนู เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงเดินออกมาทุกคนจึงถอนหายใจ
อย่างโล่งอก!
นางเดินลงบันไดมาพร้อมกับมองคนที่อยู่เต็มเรือน ขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย
คนที่รับผิดชอบเฝั้าจ้วงจื่อในคืนนี้คือชายอายุราวสี่สิบที่ชื่อ ชวี๋ปั๋อ ตอนนี้เมื่อเขาเห็นนายหญิงเดินลงมาจึงรีบ
คุกเข่าขอโทษ “คุณหนูใหญ่…”
ชวี๋ปั๋อผู้นี้ทำงานที่จ้วงจื่อมากว่าสิบปีแล้วเรื่องไฟไหม้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทว่าต้วนชิงหมิงที่มาที่นี่ครั้งแรกไม่รู้ว่า
จะตกใจขนาดไหน!
ในใจของเขายังรู้สึกโชคดีเป็นอย่างมากที่เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นตอนหลิวอี๋เหนียงผู้เข้มงวดมาและไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับ
การบกพร่องในหน้าที่ของตนเอง!เมื่อเขาพูดขอโทษและยอมรับผิดไปแล้ว จึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่ออีก!
“ลุกขึ้นเถอะ ดูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วค่อยว่ากัน!” นางเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง
เสียงนั้นทั้งเบาและนิ่งทว่าแฝงไปด้วยพลังที่ไม่อาจขัดขืนได้ผู้ดูแลชวี๋ปั๋อเป็นคนฉลาดเฉลียวเขาจึงรีบลุกยืนตัวตรง
“ขอรับ!”
แม่นมหนิงรีบเดินออกไปประคองที่มือต้วนชิงหมิง ถามขึ้น “คุณหนูไม่เป็นอะไรใช่ไหมเจ้าคะ?”
การมาจ้วงจื่อครั้งแรกของคุณหนูก็ดันมีคนมากลั่นแกล้ง ถ้านางรู้ว่าใครเป็นคนทำนางจะจัดการตัดแขนตัดขาคน
นั้นทิ้งเสีย
“ข้าไม่เป็นไร!” นางส่ายหน้าไปพูดไปพลางตบไปที่มือของแม่นมหนิงเบาๆ
ระหว่างที่พูดเถี่ยเฟิงก็เดินเข้ามาเขาได้ยินคนโห่ร้องไฟไหม้จึงรีบนำองครักษ์ช่วยกันสืบหาจนทั่ว ถึงจะมารับคำสั่ง
จากต้วนชิงหมิงในตอนนี้เขาใช้ร่างบังสายตาที่จับจ้องต้วนชิงหมิง พร้อมพูดเสียงดังว่า
“คุณหนูใหญ่ ระหว่างที่องครักษ์ออกหาไม่พบใครที่ผิดสังเกตแต่ว่าหลังจากที่ได้ยินว่าไฟไหม้ คนของเราก็ได้พบ
สิ่งนี้อยู่รอบๆ ห้องคุณหนูขอรับ!”
เถี่ยเฟิงยื่นมือแบออกมา ในนั้นมีฮว่าเจ๋อจืออยู่หนึ่งกระบอก
ต้วนชิงหมิงเห็นฮว่าเจ๋อจื่อสายตาก็ลุกวาวขึ้นมา จึงพูดเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “คนของเราไม่มีใครได้รับ
บาดเจ็บใช่หรือไม่?”
เถี่ยเฟิงพยักหน้า “พวกเราหาร่องรอยของอีกฝั่ายไม่พบขอรับ!”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นและหันหลังปรายตามองแม่นมหนิงนางเข้าใจสิ่งที่ผู้เป็นนายต้องการสื่อจึงหันไปพูดกับผู้ดู
แลชวี๋ปั๋อที่ยื่นอยู่ห่างออกไป “คุณหนูใหญ่บอกว่ากลางดึกกลางดื่นไม่รู้ว่าใครมาล้อเล่นและรบกวนการพักผ่อนของทุก
คนตอนนี้องครักษ์ได้สืบเรียบร้อย เรื่องนี้ไม่มีอะไรตอนนี้ให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนได้!”
ได้ยินดังนั้นผู้ดูแลและทุกคนต่างโล่งอกกลับไปห้องพักของตนเอง!
เมื่อทุกคนไปหมดแล้วเหลือเพียงต้วนชิงหมิงและคณะ อีกทั้งชวี๋ปั๋อที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมทำอะไรไม่ถูก!
เด็กสาวจึงหันไปยิ้มให้เขา “ชวี๋ปั๋อ เรื่องทั้งหมดสืบหาความจริงเรียบร้อยแล้วเป็นเรื่องเข้าใจผิด เจ้ากับผู้ดูแลทุก
ท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ!”
ผู้ดูแลหลายคนที่พักอยู่ที่จ้วงจื่อก็ถึงกับตกใจขึ้นมา แต่เมื่อต้วนชิงหมิงให้กลับไปพักผ่อนทุกคนก็เริ่มรู้สึกง่วงเหงา
หาวนอนขึ้นมา!
ชวี๋ปั๋อเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไป เขามองต้วนชิงหมิง สลับกับมองหน้าที่เคร่งขรึมของเถี่ยเฟิงจากนั้นทำความ
เคารพต้วนชิงหมิง และก้าวเดินไปก้าวหนึ่งก็หันหลังกลับมามองทีหนึ่งอยู่อย่างนี้!