การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 95 ตรวจสอบบัญชี
ต้วนชิงหมิงบอกให้เถี่ยเฟิงเพิ่มความเข้มงวดในการปั้องกันเพื่อความไม่ประมาทนางจึงพาแม่นมหนิงและเซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ไปอยู่รวมกันที่ห้องของนาง
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ทำให้ทุกคนตกอกตกใจจนหาหัวก้อยไม่เจอหลายคนเร่งสาวเท้าเดินกลับห้อง บางคนยังคง
วนเวียนพรํ่าบ่นไม่ขาดปากทว่าผ่านไปครู่เดียว เสียงทั้งหมดก็พลันหายไปกลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
ราตรีที่มืดมิดอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตเบื้องหน้ามองดูราวกับมีผ้าม่านสีดำผืนใหญ่ปกคลุมเอาไว้ละม้ายต้องการจะ
ตัดขาดที่นี่ออกจากโลกภายนอก… ทว่าบนหลังคาที่ห่างออกไปกลับไม่มีใครสังเกตเลยว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยึดจับ
ตัวอีกคนเอาไว้
ในตอนนั้นเขาจับชายคนหนึ่งโยนขึ้นไปบนหลังคาเวลาผ่านไปเมื่อมองลงมาด้านล่างเห็นจ้วงจื่อกลับมาสงบเงียบ
อีกครั้ง จึงได้ถีบชายผู้นั้นลงมาอย่างแรง “พูดออกมา เหตุใดต้องจุดไฟเผาห้องนั้น?”
ชายหนุ่มออกแรงถีบอย่างหนัก ทำให้คนที่ถูกถีบตกลงมาร้องเสียงดังลั่น “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ข้าไม่ได้เป็นคน
ทำ…”
“โอ้โห ปากแข็งอย่างนี้สิ ข้าชอบ!” อีกฝั่ายได้ยินก็เกิดสนุกขึ้นมา
อีกฝั่ายไม่มีทางรอดเงื้อมมือของชายหนุ่มไปได้ยิ่งตอนนี้เขากำลังเบื่อและอยากหาเรื่องสนุกทำแม้ที่พักของเขาจะ
อยู่ห่างจากจ้วงจื่อไปไกลทว่าก็ยังมาเจอกับชายผู้นี้ที่กำลังแอบจุดไฟพอดี
ได้ยินที่ชายหนุ่มพูดอีกฝั่ายถึงกับตื่นตระหนกภายในใจคิดจะตะโกนร้องออกมา แต่กลับทำได้แค่เพียงคิดเมื่อถูก
ชายหนุ่มใช้มือยื่นไปปิดปากและเลื่อนลงมาจับที่คอโยนออกไป “จับไปเค้นความจริง!”
ในความมืดมิดยามคํ่าคืนพลันมีเงาสีดำอีกคนหนึ่งถือกระสอบและวิ่งหายไปอย่างรวดเร็วไร้เสียงไร้ร่องรอยราวกับ
ไม่เคยปรากฏ
ชายที่ถูกจับตัวไปไม่ยอมปริปากพูดพลางทำหน้าตาขมขื่นอดคิดไม่ได้ว่าช่างเป็นคืนที่โชคร้ายเสียจริง มาเจอคนวร
ยุทธ์สูงที่สู้ไม่ได้พลางคิดถึงพ่อแม่ขึ้นมาฉับพลัน… เขาแค่รับคำสั่งให้ไปจุดไฟเผาห้องก็เท่านั้นแต่ตอนนี้กลับถูกคนจับ พา
ตัวไปเค้นความจริง!
ฮือฮือ! พี่ใหญ่รีบมาช่วยข้าสักที! ไม่เช่นนั้น ข้าคงรับประกันไม่ได้ว่าจะบอกเรื่องของพี่ให้กับคนพวกนี้!
เมื่อทุกสิ่งกลับเข้าสู่ความสงบชายหนุ่มก็กระโดดขึ้นไปบนหลังคา จากนั้นก็เดินตามเงาสีดำไปอย่างช้าๆ
แสงดาวพร่างพราวโอบล้อมจันทราท้องนภายามราตรีกะพริบริบหรี่สาดแสงส่องมาที่ชายหนุ่มผู้นั้น เผยให้เห็น
ใบหน้าที่ขาวผ่อง อีกทั้งท่าทางและการพูดที่เหมือนเด็กน้อย…เขาคือองครักษ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋ ลั่วสุ่ย!
ก่อนที่ลั่วสุ่ยจะจากไปเหลือบมองไปยังห้องของต้วนชิงหมิงที่จุดไฟไว้พลางยู่ปากไปอีกทาง…หยุดนิ่งไตร่ตรอง
เพียงครู่ แม้ตอนนี้ไฟจะดับแล้ว แต่ผู้คนต่างตระหนกตกใจกันไม่น้อยอยากรอดูว่าคุณหนูใหญ่ต้วนจะจัดการเรื่องนี้ต่อไป
อย่างไรเสียจริง
ภายในห้องของต้วนชิงหมิงเห็นนางนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ ไม่มีความอยากนอนแม้สักกระผีกเดียวไม่นานนักก็ผินหน้าไป
ถามแม่นมหนิงที่อยู่ด้านข้างเสียงเบา “แม่นม เรื่องนี้มีความคิดว่าอย่างไร?”
อีกฝั่ายย่อตัวลงพูด “ตามที่บ่าวเข้าใจ จะต้องมีคนจิตใจตํ่าช้า กลั่นแกล้งคุณหนูเป็นแน่เจ้าค่ะ!”
เสียงของแม่นมเต็มไปด้วยความโกรธแค้นละม้ายชี้ไปว่าเป็นฝีมือของหลิวหรง!
คนในจวนต่างรู้ดีว่าคนที่เกลียดคุณหนูใหญ่มีไม่เยอะผู้ต้องสงสัยคนแรกจะต้องเป็นหลิวอี๋เหนียงที่ยังถูกกักบริเวณ
จนถึงตอนนี้แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือมือของหลิวอี๋เหนียงที่ยื่นยาวออกมาเล่นงานคุณหนูถึงจ้วงจื่อ!
ต้วนชิงหมิงมองไปยังอีกฝั่ายเห็นแววตาแน่วแน่ไม่ไหวติง อดทำให้ผู้ที่มองคาดเดาความรู้สึกไม่ได้ “แม่นมหนิง
ทุกเรื่องจะต้องพูดกันด้วยหลักฐาน!”
เด็กสาวรู้ว่าเรื่องนี้คนที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือหลิวหลงแต่จะมีแค่ความสงสัยอย่างเดียวนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ต้องหาหลักฐานมามัดตัวให้ชัดเจน
ครั้นได้ยินที่ผู้เป็นนายกล่าววาจาถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งเก้าและไม่กล้าเปล่งเสียงใดออกมาอีก!
ภายในห้องเงียบสงัดไร้สุ้มเสียงมีเพียงแสงสว่างจากเปลวเทียนพลิ้วไหวดุจเริงระบำราวกับว่าในห้องมีการขยับ
เคลื่อนไหว
ต้วนชิงหมิงหยิบแก้วชาขึ้นมาดื่มด้วยสีหน้าเรียบนิ่งละม้ายว่านางมีเรื่องเก็บงำไว้อยู่ในใจมากมาย แต่ถ้ามองอย่าง
ละเอียดก็จะพบว่าที่จริงแล้วกลับไม่มีเรื่องอะไรอยู่เลย!
เดิมทีนางก็คิดไว้อยู่แล้วว่าการมาที่จ้วงจื่อในครั้งนี้จะต้องไม่ราบรื่นทว่ากลับคิดไม่ถึงว่าในคืนที่เพิ่งมาถึงเช่นนี้จะ
มีคนกล้ามาข่มขู่แสดงอำนาจกับนางเสียแล้ว!
แต่ก็นับได้ว่านางสามารถจัดการเรื่องต่างๆได้อย่างราบรื่น!
สายตาซ่อนคนงำประกายกลางดึกมีคนจุดไฟ ส่วนด้านข้างมีคนร้องตะโกนเสียงดังออกมาอีกคนที่ต้องการจุดไฟ
ทำได้ไม่สำเร็จ ทิ้งไว้เพียงตะบันไฟ!
เถี่ยเฟิงจึงเก็บได้แต่ตะบันไฟกลับมา
เรื่องทั้งหมดแม้จะมองออกได้อย่างง่ายดายทว่าเด็กสาวกลับมีคำถามมากมายภายในใจที่ผุดขึ้นทีละน้อยๆ……
เป็นใครที่ต้องการจุดไฟเผาห้องของนางหมายทำร้ายนางให้ตายไปกับความแค้นของอีกฝั่ายที่แม้แต่นางก็สุดรู้ว่าคือใคร
หรือเพราะอะไรเช่นนั้นหรือ
แล้วเป็นใครกันที่ตะโกนร้องเสียงดัง? เป็นคนที่ไปเห็นโดยบังเอิญหรือตั้งใจร้องออกมาเพราะล่วงรู้!ยังมีตะบันไฟ
อีก ที่ไม่รู้ว่ามีคนตั้งใจโยนไว้เพื่อแจ้งเตือนนาง หรือเป็นเพราะคนที่จะจุดไฟเกิดตกใจจึงทำของตกหล่นไว้จริง
สุดท้ายคนที่จุดไฟและคนที่ร้องตะโกนหายไปไหนกันหมด? ยิ่งครุ่นคิดก็ยิ่งสงสัย ทว่าก็ยังหาคำตอบได้ไม่!
เมื่อเห็นแม่นมหนิงไม่พูดไม่จาทางด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็พูดด้วยความไม่ยอมใจในสิ่งที่เกิดขึ้น “ปล่อยให้คนหนีไป
หมดแล้ว ช่างน่าโมโหเสียจริง!”
คนที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดถึงก็คือคนที่จุดไฟถ้าเกิดถูกจับตัวได้ อาจจะเค้นได้ว่าใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง
แน่นอนว่าในใจของนางคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นหลิวอี๋เหนียงแน่นอน!
แต่ต้วนชิงหมิงเข้าใจดีว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิด!
ถ้าคิดว่าหลิวหรงต้องการทำร้ายนางจริงต่อให้การจุดไฟเผาในครั้งนี้ไม่สำเร็จก็จะต้องมีครั้งหน้าอีกแน่แล้วใครจะ
รู้ว่านางเตรียมแผนการอะไรไว้บ้าง?
ในตอนนี้เด็กสาวไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแผนการหลิวหรงลงแม้แต่น้อยเช่นนั้นนางจึงเป็นฝั่ายถูกกระทำแต่เพียงฝั่าย
เดียว สรุปแล้วควรใช้การแก้ไขตามสถานการณ์เฉพาะหน้าหรือควรใช้วิธีเตรียมรับมือ?
มวลพฤกษาหลบเร้นใต้ผืนความมืดสรรพเสียงรอบด้านเงียบลง ไม่นานมีเสียงนกร้องขับขานในความมืดมิดกลับมี
สายหมอกล่องลอยขึ้นมาพร้อมแสงอรุโณทัยแรกที่ค่อยๆฉายส่องกระจ่างขึ้นทีละนิดๆ ในที่สุดฟั้าก็จะสว่างแล้ว
ต้วนชิงหมิงวางแก้วชาในมือลงหันไปมองแม่นมหนิงพลางพูดเป็นเชิงคำสั่ง “เอาล่ะแม่นมหนิงตอนนี้ฟั้าก็ใกล้จะ
สว่างแล้ว เรื่องนี้เอาไว้เท่านี้ก่อนพวกเจ้ารีบกลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาพูดกันใหม่!”
เมื่อพูดจบนางก็ขยับตัวลุกขึ้นเดินออกไปเหลือแม่นมหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่มองจ้องกันในที่สุดต่างฝั่ายต่างแยก
ย้ายกลับไปพักผ่อน
ทว่าเพียงชั่วพริบตาข่าวเรื่องไฟไหม้ก็แพร่กระจายไปทั่วทุกที่ดูเหมือนทุกคนกำลังถกเถียงกันว่าที่จริงแล้วเกิด
อะไรขึ้นกันแน่!
เช้าวันถัดมาต้วนชิงหมิงที่ไม่ได้หลับทั้งคืนก็จัดการล้างหน้าสางผมเรียบร้อยชวี๋ปั๋อได้เดินมาทำความเคารพและ
ขอรับโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น!
หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จนางจึงเรียกผู้ดูแลทั้งหมดมารวมตัวกัน เรื่องที่จะพูดต่อไปก็คือ การตรวจสอบบัญชี
ไม่นานสมุดบัญชีทั้งหมดก็มากองรวมกันจนเต็มโต๊ะพร้อมกับผู้ดูแลกว่าสิบคนยืนห้อมล้อมเดิมทีผู้ดูแลจะคิดให้
เรียบร้อยเสียก่อนค่อยส่งขึ้นรายงานส่วนต้วนชิงหมิงก็เอามาเทียบกันเรียบร้อยแล้ว
สมุดบัญชีพวกนี้ไม่ต้องพูดถึงว่าต้วนชิงหมิงจะดูเองเลยต่อให้คนที่ชำนาญมาเทียบยังต้องใช้เวลาตั้งหลายวัน!
ระหว่างที่มองไปยังสมุดบัญชีเหล่านั้นมีผู้ดูแลบางคนเผยอปากอมยิ้มเยาะเย้ยออกมา!
ก็แค่เด็กน้อยอายุยังไม่ถึงสิบปียังไงก็อ่านสมุดบัญชีไม่ออก ยังจะกล้ามาวางท่าเหมือนเป็นนายหญิงมาตรวจสอบ
บัญชีอีก
แต่ผู้ดูแลบางคนได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแม้ว่าเด็กสาวจะเจอวิกฤตแต่กลับจัดการเรื่องต่างๆ ได้อย่างนิ่ง
สงบในใจพวกเขาจึงวางแผนหาทางหนีทีไล่ไว้แล้ว!
เด็กสาวมองสมุดบัญชีที่กองเป็นภูเขาเลากาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพลางหันไปมองสีหน้าของผู้ดูแลแต่ละคน ดวงตา
สดใสที่แฝงไปด้วยความเยาะเย้ย นางเลิกคิ้วขึ้นหัวเราะเสียงเบา “นี่เป็นสมุดบัญชีที่ต้องเทียบในวันนี้ใช่หรือไม่?”
ผู้ดูแลเหล่านั้นเห็นแววตาที่สงบนิ่งของต้วนชิงหมิงจึงมองตากันและพร้อมใจพยักหน้า “เรียนคุณหนูใหญ่ทั้งหมด
เป็นสมุดบัญชีของปีนี้ขอรับ!”
นางวางจอกนํ้าชาในมือลงพยักหน้าเบาๆ “ข้าก็นึกว่าจะมีเท่าไรกันเชียว…”