กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 11 ยากแท้หยั่งถึง
ในใจหลีซูสั่นระริกเบาๆ แรงกดดันที่ออกมาจากชายหนุ่มผู้นี้แข็งแกร่งเหลือ
ล้น ทวีคูณเพิ่มขึ้นกว่าตอนที่ี่ี่อยู่ในรถม้าเสียอีก! ไม่ทันให้ครุ่นคิด เสียงเร่งฝีเท้า
ด้านหลังก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นางสะดุ้งตกใจ หันขวับกลับไป บุรุษทั้งสองถือดาบ
ใหญ่โบกสะบัดพุ่งเข้ามาในทันใด!
นางต้องเผชิญกับสถานการณ์อับจนหนทางเยี่ยงนี้อีกครั้ง เบื้องหน้าไม่มี
หนทางไป เบื้องหลังก็มีทหารไล่ตาม พระเจ้าช่างเป็นห่วงเป็นใยนางเหลือเกิน!
เพียงแต่ครั้งนี้ นางไม่มีวิทยายุทธ์ที่ประณีตงดงาม และไม่มีกำลังภายในอัน
แข็งแกร่งที่สามารถทำให้ตนเองต่อต้านได้อย่างมีศักดิ์ศรี
แรงลมจากมีดดาบปะทะเข้ามาอย่างรุนแรง หลีซูตะลึงตกใจ พุ่งตัวไปทางด้าน
หน้าหมอบต่ำอยู่บนหลังม้า ผมสีดำขลับปลิวสยายยุ่งเหยิง ปิ่นปักผมบนหัวถูก
ดาบแหลมคมฟันหักเป็นสองท่อนกระเด็นออกไป ฝุ่นละอองเล็กละเอียดโปร่งใสที่
แทบมองไม่เห็นพลันลอยหายไปกลางอากาศทันที่ กลิ่นหอมละมุนส่งกลิ่นอ่อน
สายตาของบุรุษชุดผาวสีหมึกดำหม่นทันที่ เห็นดาบใหญ่นั่นกำลังจะฟันปาดคอ
หญิงสาว เขาดีดนิ้วมือเบาๆ ได้ยินเพียงเสียง ‘เคร้ง’ ดาบใหญ่ที่สะท้อนแสงดุดัน
พลันลอยออกไปทันที่ กระแทกแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
หลีซูสงบจิตสงบใจ มองจับจ้องไป ก็พบว่าเป็นหมากสีดำตัวหนึ่ง!
“รบกวนเวลาวางหมากของข้า สมควรตายแล้ว” บุรุษชุดผาวสีหมึกรูปงาม
เย็นชา ยิ้มเยือกเย็นอย่างไม่ยี่หระ
หลีซูใจเสียววาบ ชายผู้นี้ลงมือไม่ได้เพื่อช่วยนาง เพียงแค่รู้สึกว่าคนพวกนั้น
รบกวนตัวเอง?
“เจ้าเป็นใคร?” บุรุษชุดดำและบุรุษชุดฟ้าผู้มีวิชาทั้งสอง เห็นยอดฝีมือเยี่ยม
ยุทธ์ถึงเพียงนี้พลันตะลึงอย่างห้ามไม่ได้ รีบรุดผละถอย จ้องมองเขาอย่างระแวด
ระวัง
“เจ้าไม่คู่ควรที่จะรู้” เขายิ้มนิดๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับกลายเป็นพญายมที่ไล่ล่า
คร่าชีวิต สิ้นประโยค ทหารด้านหน้ารถม้าสองสามคนก็ทะยานร่างเข้าไปปะทะต่อสู้
กับคนทั้งสอง ชั่วประเดี๋ยวเดียว ทั้งสองก็ถูกโจมตีล้มสู่พื้น
หลีซูเห็นบุรุษเลวโฉดชั่วสองคนที่เมื่อครู่ยังไล่ฆ่านางล้มลงตรงหน้า เลือด
กองนองพื้น ทหารชุดดำแทงดาบเข้ากลางอกเขา เลือดไหลทะลัก เขาถลึงตาทั้ง
สองข้าง คล้ายไม่เชื่อว่าตัวเองต้องมาตายอย่างไม่กระจ่างชัดแจ้ง
ที่แท้กฎหมายบนโลกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่พูดปากเปล่า ซูชิ่นสามารถสร้างศาลเตี้ย
ส่วนตัว บีบบังคับซูหลีให้ต้องโทษ ท่านอ๋องเองก็สามารถคร่าชีวิตผู้คน ควบคุม
ความเป็นความตายได้ตามใจชอบ กฎแห่งการอยู่รอดมีเพียงอย่างเดียว ปลาใหญ่
กินปลาเล็ก
“เจ้ากล่าวว่าเจ้าคือซูหลีบุตรสาวของซูเซียงหรู?”
เสียงเย็นเยือกดังขึ้น ดึงสติหลีซูให้ตื่นจากภวังค์ นางเงยหน้ามองไปที่เขา
สีหน้าของชายผู้นี้ไม่แปรเปลี่ยนไปแม้แต่นิด เพียงแค่จ้องมองดวงตาของนาง
ยากแท้หยั่งถึง
ในใจนางหนักอึ้งราวมหาสมุทร “เพคะ” ก้มหน้าตอบรับ สมองพลันครุ่นคิด
เรื่องต่างๆ มากมาย
“เป็นถึงคุณหนูจวนใหญ่ เหตุใดถึงมาปรากฏอยู่ในป่าเขารกร้าง?” สายตาของ
เขาแฝงความนัย
หลีซูลงจากม้าทันที่ ร่างกายบอบบางกล่าว “เดิมทีวันนี้หม่อมฉันจะเดินทางไป
อารามฉือซิน คิดไม่ถึงว่าจะถูกคนเลวทั้งสองลอบทำร้าย โชคดีที่ได้ท่านอ๋อง
ออกโรงช่วยหม่อมฉัน หม่อมฉันซาบซึ้งยิ่ง”
ทหารด้านล่างก้าวขึ้นด้านหน้ากล่าว “ท่านอ๋อง จะจัดการอย่างไรกับคนเลวทั้ง
สองหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เขายิ้มเย็นชา กล่าวเรียบๆ”สืบหาความจริงให้แน่ชัด กลบฝังที่เดิม และแจ้ง
ข่าวให้ข้าหลวงในเมืองหลวงทราบ ซูหลี” เขาหันไปมองนาง สงบนิ่งไม่แปรเปลี่ยน
“ในเมื่อเจ้าเป็นคุณหนูจวนใหญ่ ขึ้นรถ ข้าจะไปส่งเจ้าเอง”
หลีซูขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อครู่เขามองดูอย่างเฉยเมย ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย
เพราะเห็นแก่ฐานะที่นางพูดออกไป เวลานี้กลับยินดีเต็มใจส่ง เพราะเหตุใดกัน? สิ่ง
ใดที่ทำให้ท่านอ๋องผู้เย็นชาเปลี่ยนความคิด? นางคิดอย่างไรก็หาคำตอบไม่ได้ ส่วน
เขากลับไม่คิดลังเลใจ เดินไปทางรถม้าอย่างช้าๆ เมื่อเดินไปอยู่ข้างคนเลวชุดฟ้า
หลีซูพลันเห็นปิ่นปักผมของตนหักเป็นสองท่อนกลบอยู่ในพุ่มหญ้า กลิ่นอาย
แปลกประหลาดของอากาศทำใจนางสั่นไหว กลิ่นหอมนี้… คล้ายว่าเป็นยาแฝดจุ้ย
หลานสูตรเฉพาะของเฉินเหมิน? ซูหลีหญิงสาวบอบบาง ไม่มีตำแหน่งใดในจวน
ใหญ่ จะมียาแฝดเฉินเหมินเช่นนี้ได้เยี่ยงไร?
ฝีเท้าชะงักหยุดลง ในใจหลีซูเต็มไปด้วยความสงสัย คิดไม่ถึงว่าบุรุษชุดฟ้าจะ
ทุ่มกำลังเฮือกสุดท้าย จู่ๆ ก็กางมือออก อาวุธลับแหลมคมกรีดกรายทำลายความ
เงียบ บินไปทางด้านหลังหลีซูปานสายฟ้าฟาด
ทหารชุดดำที่ยืนอยู่ด้านหน้าหลีซูตะลึงพรึงเพริด โบกสะบัดมือตีเข้าที่หลังหลี
ซู ร่างหลีซูพลันลอยสูงขึ้นกลางอากาศทันที่ พุ่งโผตรงเข้าหารถม้า!
หลีซูตกใจมากยิ่ง ใบหน้างดงามเลิศล้ำที่อยู่หน้ารถม้าขยายใหญ่ขึ้นต่อสายตา
ของหลีซู… นางโผตรงเข้าหาร่างบุรุษชุดผาวสีหมึก ทั้งสองล้มเข้าไปภายในรถม้า
ผ้าม่านรถค่อยๆ ปลิวร่วงตกลง ราวกับไม่อาจทนให้คนนอกเห็นฉากนี้เต็มสองตา
เบื้องหน้าหลีซูมืดสนิท แสงสว่างภายในรถม้าพลันมืดมิด นางสมองว่างเปล่า
ขาวโพลน ไม่อาจครุ่นคิดออกได้ ราวกับเวลาหยุดนิ่งในวินาทีนี้ เหลือทิ้งไว้เพียง
เสียงหัวใจเต้นระรัวยากจะหยุด ยังมี… บนริมฝีปากแดง ความรู้สึกราวกับถูกไฟ
ช็อต…
บุรุษชุดผาวสีหมึกเองก็ดูเหมือนยากจะเชื่อเช่นกัน ร่างกายเขาแข็งที่อ เพียง
แค่กะพริบตาปริบ จับจ้องหญิงสาวตรงหน้าที่ท่าทางเก้ๆ กังๆ ทั้งที่รู้ว่าควรโยน
นางออกนอกรถ แล้วฟันหัวของนางทิ้งซะ! แต่ให้ตายเถอะ เขาไม่อาจยื่นมือออก
ไปผลักนาง! ความรู้สึกนี้ ช่างคุ้นเคยอะไรเยี่ยงนี้ เป็นความรู้สึกที่มิอาจตามหาเจอ
ได้ในความฝันที่วนเวียนไปมานับพันครั้ง
เรื่องจริง หรือเท็จ? ราวกับความฝัน คล้ายกับภาพลวงตา
เขาประทับจูบลงไปอย่างยากที่จะห้ามใจ เข้าใกล้เพิ่มสัมผัสจูบอันหนักหน่วง
กลับเห็นนางแน่นิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ก่อเกิดความไม่พอใจโดยไม่มีเหตุผล
ไม่ลังเลอีกต่อไป แขนสองข้างรวบรัดนางเข้าสู่อ้อมแขนไม่คลายออกแม้สักนิด
กระตุ้นนางให้แบ่งปันรสชาติความหวานไม่ลืมหูไม่ลืมตานี้ร่วมกับเขา
หลีซูสะลึมสะลือ ถูกเขาจูบจนแทบหายใจไม่ออก หลังจากผ่านพ้นช่วงสมอง
ขาดอากาศหายใจชั่วคราวไปได้ นางพลันฟื้นตื่นกระจ่างชัดเจน เห็นท่าทาง
เคลิบเคลิ้มของชายตรงหน้า พลันอับอายโกรธเคืองทันที่ นางไม่สามารถดิ้นหลุด
จากอ้อมกอดราวกับเหล็กของเขาได้ ช่วงเวลาฉุกเฉิน จึงกัดหมับเข้าที่ริมฝีปาก
ของเขาอย่างรุนแรง
‘ซี้ด~’ บุรุษชุดผาวสีหมึกเจ็บปวด หยุดการกระทำทันที่ ตกใจโกรธเคืองเป็น
อย่างมาก เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ นางกล้ากัดเขา! หลีซูหอบหายใจถี่ ร่างบอบบาง
ก้มหมอบอยู่บนตัวเขา เส้นผมสีดำขลับปลิวว่อนสองฝั่ง เห็นเพียงส่วนเล็กๆ ของ
แก้มที่งดงามปานดอกท้อ ดวงตาทั้งสองราวกับดื่มด่ำเมามายเกือบจะมีหยดน้ำ
ไหลรินลงมา ปากแดงระเรื่ออ้าออกเล็กน้อย ท่าทางนี้ยังคงดึงดูดเขารุนแรงอย่าง
ไม่อาจอธิบายได้
สายตาของเขาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ความโหยหาทำให้ปลายจมูกเขามี
เหงื่อผุดออกมาเล็กน้อย ไอร้อนที่เป่าพ่นระหว่างริมฝีปากและฟัน พัดผ่านเบาๆ
บนใบหน้าหลีซู ร้อนผ่าวแผดเผา นางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะหายใจจังหวะปกติ
ในใจพลันสั่นระริกเล็กน้อย ทำตัวไม่ถูก แม้นว่าวันนั้นจะเผชิญกับการไม่ให้เกียรติ
ของตงฟางจั๋ว นางก็ไม่เคยรู้สึกขลาดกลัวตัวหดเช่นนี้ เพราะเหตุใด? ความรู้สึกนี้
ถึงได้คุ้นเคยนัก? ทั้งสองถลึงตาโต ไม่ขยับเขยื้อน อนุญาตให้ต่างฝ่ายใจเต้นระห่ำ
ได้ตามใจชอบ ใจเต้นระรัวถี่ยิบอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ไม่รู้ว่าต่างฝ่ายต่างมองกันเนิ่นนานเท่าใด สายตาของบุรุษชุดผาวสีหมึก
ค่อยๆ สงบลง แขนคลายออกอย่างช้าๆ นิ้วมือแตะที่ริมฝีปากบน รู้สึกเจ็บเล็ก
น้อย แม้ไม่มีเลือดแต่กลับมีรอยฟัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางกัดได้โหดเหี้ยมเสีย
จริง! บุรุษชุดผาวสีหมึกลงมือปานสายฟ้าฟาด บีบเข้าที่ลำคอของหลีซู! ประกาย
อาฆาตพาดผ่านดวงตา