กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 15 การสิ้นพระชนม์ของพระชายา
ฮูหยินไม่เอื้อนเอ่ยคำใด เพียงแค่หอบหายใจ รีบเร่งมุ่งไปเบื้องหน้าโดยไม่
ชะลอฝีเท้า
หลีซูชะงักหยุดฝีเท้าทันที่ ชั่วขณะนั้นเท้าทั้งสองข้างราวกับถูกตอกตราตรึง
อยู่กับพื้น นางเบิกตาโตกว้างอย่างหักห้ามไม่ได้ ยากจะเชื่อว่าฮูหยินผอมบาง
ซีดเซียวเดินหนึ่งก้าวไอสามครั้งที่กำลังเดินหน้าเข้ามานั้น… คือเสด็จแม่ของนาง!
ไม่พบหน้าค่าตาเพียงไม่กี่วัน เสด็จแม่ที่สง่างามสูงส่งในความทรงจำ… เหตุ
ใดจึงป่วยจนมีสภาพเช่นนี้?
โดยไม่รู้ตัว หลีซูเร่งรุดสาวเท้าเข้าไปหาหรงซีจินพระชายาในเซ่อเจิ้งอ๋อง ครั้น
จะเอ่ยปากเรียก ‘เสด็จแม่’ หรงซีจินกลับไม่แม้แต่จะหันมาแลมองนาง เดินคลาด
ผ่านนางไป เร่งรัดฝีเท้าเร็วขึ้นอีก ราวกับกลัวว่าหากช้าแม้เพียงก้าวเดียวจะไม่ได้
พบหน้าบุตรสาวของนางเป็นครั้งสุดท้ายอีกแล้ว
หยาดน้ำตา เอ่อล้นท่วมดวงตาอย่างไม่สามารถยับยั้งได้ หลีซูแหงนหน้าอย่าง
กระวนกระวาย ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานไหลทะลักโจมตีเข้าใส่จนเกือบจะท่วม
นองนาง นางหันกลับไปมองแผ่นหลังที่ผอมแห้งและบอบบางของเสด็จแม่ผ่าน
สายตาพร่ามัว ลำคอสะอึกสะอื้น อ้าปากแต่กลับพูดไม่ออกแม้สักคำ
หรงซีจินเข้าสู่ห้องโถงไว้ทุกข์ ไม่แม้แต่จะมองตงฟางเจ๋อ มุ่งตรงไปยังโลงศพ
ด้วยอาการสั่นไปทั้งตัว ในสายตาในดวงใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสิ้น
หวัง นางยังมิทันได้เอ่ยเรียกชื่อธิดา น้ำตาก็ไหลรินท่วมท้นใบหน้า
“ซูซู! เหตุใดลูกจึงใจร้ายเช่นนี้ เหตุใดจึงทิ้งมารดาไว้เพียงลำพัง แล้วหนีไป
แบบนี้! มารดามีลูกเพียงคนเดียว… แม้แต่ลูกก็จากไปแล้ว มารดาอยู่บนโลกนี้จะ
มีความหมายอะไรอีก?!”
ทุบตีโลงไม้ที่ธรรมดาจนไม่สามารถธรรมดาได้อีกแล้ว หรงซีจินทุกข์ทนสิ้น
หวัง สะอึกสะอื้นร่ำไห้ หลีซูเจ็บปวดหัวใจราวกับถูกมีดกรีดทิ่มแทง คับแค้นใจที่ไม่
สามารถบอกความจริงกับเสด็จแม่ได้ในทันที่ ครั้นจะก้าวขึ้นไปประคอง ทันใดนั้น
ตงฟางเจ๋อก็เอื้อนเอ่ย “พระชายาโปรดอย่าทรงโศกเศร้า! ท่านหญิงล่วงลับไปแล้ว
พระชายาโปรดทรงรักษาสุขภาพ หากท่านหญิงหมิงอวี้ล่วงรู้จักต้องไม่อยากเห็น
พระชายาเศร้าโศกเช่นนี้เป็นแน่แท้!”
หรงซีจินหันมองขวับทันที่ ราวกับเพิ่งสัมผัสได้ว่าภายในห้องโถงไว้ทุกข์ยังมี
คนผู้นี้ยืนอยู่ด้วย ถลึงตามองเขาพร้อมเอ่ย “เจิ้นหนิงอ๋องมาในวันนี้ เพียงเพื่อมา
เคารพไว้อาลัยอย่างนั้นจริงหรือเพคะ?!”
ตงฟางเจ๋อเอ่ยด้วยท่าทางเรียบนิ่ง “เป็นเช่นนั้น ข้าเดินทางไปยังอารามฝอก
วงเพื่อเข้าสักการะท่านอาจารย์ฮุ่ยกวง ระหว่างทางได้ยินข่าวท่านหญิงหมิงอวี้
เสียบริสุทธิ์ก่อนวันวิวาห์ กระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย จึงตั้งใจเดินทางมาแสดงความ
เคารพไว้อาลัย”
กระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย? นิ้วมือของหลีซูบีบแน่นอย่างไม่รู้ตัว เมื่อครู่ที่ห้อง
โถงหลัก ตงฟางเจ๋อก็เคยกล่าวคำพูดทำนองนี้เช่นกัน!
หรือว่าผู้คนทั้งหมดล้วนแต่คิดว่า นางเป็นเพราะถูกพบว่าไม่บริสุทธิ์ ซ้ำยังถูก
ตงฟางจั๋วหย่าขาดอย่างไร้ความปรานี รู้สึกไม่มีหน้ามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ถึงเลือกที่
จะฆ่าตัวตาย? ใครกันที่เป็นคนปล่อยข่าวลือเช่นนี้ ชักจูงผู้คนให้เข้าใจผิด?
“ผู้ใดทูลท่านอ๋องว่านางกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย?” หรงซีจินเอ่ยถามน้ำเสียง
เฉียบขาด แววตาเย็นชาจับจ้องไปยังตงฟางเจ๋อ “ลูกสาวหม่อมฉันหม่อมฉันรู้จัก
ดีที่สุด เสียบริสุทธิ์ก่อนวันวิวาห์ อับอายเคียดแค้นฆ่าตัวตายอันใดกัน ไร้สาระสิ้น
ดี!” เพราะนางอารมณ์ตื่นตัวอ่อนไหว เริ่มไออย่างรุนแรงอย่างห้ามไม่ได้ สาวรับใช้
ชุดสีดำที่อยู่ข้างๆ จึงรีบรุดเข้าไปลูบประคองหลังนาง หรงซีจินปัดมือสาวรับใช้
ออก กัดฟันกล่าวอย่างขุ่นเคือง “ซูซู… ซูซูต้องถูกคนปองร้ายเป็นแน่ ต้องใช่
แน่… แค่ก แค่ก…”
ผู้คนจำนวนหนึ่งภายในห้องได้ยินก็ตกตะลึง คิ้วตงฟางเจ๋อกระตุกเล็กน้อย
แววตายากแท้หยั่งถึงหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลีซู เฉียบแหลมทะลุใจคน
หลีซูในใจเสียววาบโดยไม่ทราบสาเหตุ มิอาจมีผู้ใดเข้าใจลูกได้เท่ากับมารดา บน
โลกใบนี้ มีเพียงเสด็จแม่ที่รักนางอย่างแท้จริง เต็มใจที่จะเชื่อนาง! และมีเพียง
เสด็จแม่ที่เศร้าโศกจนแทบขาดใจเพราะการตายของนาง ทรมานเสียจนไม่อยากมี
ชีวิตอยู่อีกต่อไป!
เสียงกระแอมไอรุนแรงขัดจังหวะความคิดของหลีซู ในที่สุดนางก็อดไม่ได้
รีบรุดพุ่งตรงเข้าไปประคองเสด็จแม่ สีหน้าของหรงซีจินซีดขาวราวกับกระดาษ
เพราะจิตใจปั่นป่วนจึงไออย่างรุนแรงราวกับจะแหลกสลายอวัยวะภายใน หัวใจของ
หลีซูถูกรัดแน่นชั่วขณะ นางรีบรุดใช้มือลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเสด็จแม่
พยายามใช้วิธีการนี้บรรเทาความเจ็บปวดทรมานของเสด็จแม่
หรงซีจินแหงนหน้ามองพลันตกตะลึงเล็กน้อย ชั่วขณะนั้นรู้สึกราวกับลูกสาว
อยู่เบื้องหน้าไม่ได้จากนางไปไหน นางคว้ามือของหลีซูอย่างรวดเร็ว จับจ้อง
ดวงตาของหลีซูอย่างสงสัยยากจะเชื่อ ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เจ้า เจ้าเป็น
ใคร?”
“หม่อมฉัน…” หลีซูอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ ในใจทั้งตกใจทั้งเจ็บปวด ไม่รู้ว่าควรจะ
ตอบคำถามอย่างไร
“ทูลพระชายา ท่านผู้นี้คือคุณหนูรองจวนอัครเสนาบดี เดินทางมาเคารพ
ไว้อาลัยคุณหนูเป็นพิเศษเพคะ!” เหลียนเอ๋อร์เพิ่งฟื้นสติกลับมา รีบรุดขึ้นมา
ขานรับ
หลีซูแอบครุ่นคิดในใจ เกิดใหม่ในร่างอื่นเรื่องแบบนี้แปลกประหลาดเกินไป
เอ่ยต่อหน้าบุคคลภายนอกอย่างตงฟางเจ๋อแบบนี้ เอื้อยเอ่ยได้ไม่ง่ายจริงๆ ต้อง
คิดหาทางเอาเขาออกไปจากที่นี่ ถึงจะสามารถทูลรายละเอียดให้เสด็จแม่ทราบได้
คิดได้เช่นนี้จึงก้มหน้าผละถอย เอ่ยเสียงเบา “ใช่แล้วเพคะ พระชายา… โปรดอย่า
เศร้าโศก…” นางเอื้อนเอ่ยอย่างติดขัด คำว่าพระชายานี้ช่างลำบากยากยิ่ง
“พระชายาเพคะ พระองค์ยังมิได้เสวยพระโอสถ ต้องระวังพระพลานามัยนะ
เพคะ คุณหนูอยู่ใต้แหล่งน้ำบาดาลทั้งเก้า [1] ต้องไม่อยากเห็นพระชายาเจ็บปวด
เช่นนี้แน่ๆ เพคะ” สาวรับใช้ชุดสีดำข้างกายนางเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล
หรงซีจินทอดถอนใจ ชี้ไปยังโลงศพกำชับเสียงเย็นชา “จิ้งหวั่น เปิดฝาโลงศพ
ออกให้ข้า”
หลีซูในใจสะดุ้งงัน สาวรับใช้ชุดสีดำที่ชื่อจิ้งหวั่นขมวดคิ้วเล็กน้อย มองหรงซีจิ
นอย่างเป็นกังวล เกิดอาการลังเลใจนิดๆ
“พระชายา พระองค์… จะทำอะไรเพคะ?” เหลียนเอ๋อร์ถามอย่างตกใจ
หรงซีจินเอ่ย “ข้าไม่เชื่อว่าซูซูจะกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย! เปิดออก! ข้าจะตรวจ
พิสูจน์ศพ!”
มือจับประคองโลงศพ ท่าทางเปี่ยมโทสะมิมีสิ่งใดเทียบเทียมได้ ทั้งๆ ที่
อ่อนแอไร้กำลัง น้ำเสียงกลับเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ถึงเพียงนี้ หลีซูได้ยินแล้วในใจพลัน
เต็มไปด้วยความขมขื่นเหลือล้นในทันใด นางพยายามอย่างยิ่งในการยับยั้งน้ำตา
ที่กำลังจะไหลรินลงมา หันขวับกลับไปอย่างแรง
จับจ้องนิ้วมือของหรงซีจินที่แกะแคะโลงศพอย่างหนักหน่วง ร่างกายสั่น
กระตุกเล็กน้อยเนื่องจากอารมณ์ตื่นตัวป่วนพล่าน หัวใจหลีซูราวกับถูกมีดกรีด
ทิ่มแทง เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พระองค์อย่าทรงเป็นเช่นนี้! ได้โปรด…
รักษาพลานามัยเถิดเพคะ อย่าทรงทำเช่นนี้!”
ความสนใจทั้งหมดของหรงซีจินจดจ่ออยู่กับความทุกข์ทรมานของตนเอง ผู้
ใดพูดก็ฟังไม่เข้าหู นางก้มหน้ากระแอมไอพลางเอื้อนเอ่ยอยู่อย่างนั้น “ซูซูของ
ข้า… ต้องถูกให้ร้ายเป็นแน่ ความไม่เป็นธรรมนี้จะกอบกู้ชื่อเสียงกลับมาได้เยี่ยง
ไร จะเป็นไปได้อย่างไร… นางจะเลือกฆ่าตัวตายได้อย่างไร?! จิ้งหวั่น เปิดโลงศพ!”
จิ้งหวั่นพยักหน้า เดินไปยังส่วนหัวของโลงศพ รวบรวมแรงกำลังไว้ที่ฝ่ามือ
แล้วซัดลงไป
หลีซูสะดุ้งโหยงตกใจ ทันใดนั้นก็นึกย้อนไปถึงสิ่งที่ประสบพบเจอก่อนเสีย
ชีวิต…
ห้ามให้เสด็จแม่เห็นร่างศพของนางเด็ดขาด! ไม่!
“อย่านะ!” นางแหงนหน้าตะโกนเสียงดัง
แต่… สายไปเสียแล้ว!
เสียงเปิดฝาโลงดังสนั่นโครม หญิงสาวที่นอนอยู่ด้านในเงียบๆ ใบหน้าซีด
เผือด ชัดเจนว่าแช่อยู่ในน้ำจนพองบวมเสียโฉมแล้ว มีเพียงดวงตากลมโตคู่นั้นที่
แสดงให้เห็นถึงความหวาดผวา ความทุกข์ทรมาน รวมถึงความดิ้นรนที่ประสบพบ
เจอก่อนเสียชีวิต ชัดเจนว่าตายอย่างไม่เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะเปลี่ยนชุดที่
สวมใส่แล้ว บนแก้มและต้นคอของหญิงสาวก็ยังสามารถเห็นรอยนิ้วมือที่ถูกบีบ
ลึกแน่น รวมถึงร่องรอยของการถูกฝ่ามือตบเข้าอย่างแรง
ทันทีที่หรงซีจินเห็น ใบหน้าที่เดิมทีไม่มีเลือดฝาดอยู่แล้ว เวลานี้ยิ่งซีดเซียว
ราวกับกระดาษ อาการวิงเวียนศีรษะถาโถมเข้าใส่ นางฝืนประคองตัวเกาะโลงศพ
เอาไว้ ออกแรงปิดตาลงอย่างทุกข์ทน รู้สึกเพียงว่าภายในอกอัดแน่นไปด้วยความ
ตกใจและขุ่นเคือง โทสะยากจะปล่อยวาง เสียงแหบกร้านของนางตะโกนขึ้นอย่าง
ยากลำบาก “จิ้งหวั่น! ตรวจสอบ… ให้ละเอียด!”
จิ้งหวั่นหน้าอกสั่นกระเพื่อมขึ้นลงแปรปรวน แววตาทั้งตื่นตระหนกและ
เดือดดาลเป็นอย่างมาก รีบรุดก้าวเข้าไปถลกแขนเสื้อของหญิงสาวขึ้น เห็นเพียง
บนแขนขาวซีดเต็มไปด้วยรอยจ้ำฟกช้ำน่าตกใจอยู่ทั่วทุกที่… ทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้
เห็นแล้วว่าก่อนที่หญิงสาวจะเสียชีวิตต้องทนทุกข์กับการถูกย่ำยี่และความโหด
ร้ายทารุณ
1 ใต้แหล่งน้ำบาดาลทั้งเก้า คือสถานที่ที่คนไปหลังจากที่ตายตามความเชื่อของคนจีน