กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 35 กรรมตามสนอง
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ซูชิ่นไม่เคยหาเรื่องนางอีกเลย ซูหลีเดินออกจาก
เรือนนี้บ้างเป็นครั้งคราว คนเบื้องล่างนอกเรือนเมื่อเห็นนางล้วนมีอากัปกิริยา
เคารพนอบน้อม แตกต่างจากความเฉยเมยในตอนแรกเป็นอย่างมาก ได้ยินว่ามี
ผู้คนมากมายซุบซิบลับหลังว่า คุณหนูรองแห่งจวนอัครเสนาบดีมีโอกาสสูงมากที่
ในอนาคตจะได้ขึ้นเป็นพระชายาแห่งเจิ้นหนิงอ๋องหรือพระชายาแห่งจิ้งอันอ๋อง โม่
เซียงเองก็เคยลองถามหยั่งเชิงว่าระหว่างตงฟางเจ๋อและตงฟางจั๋ว สองคนนี้นาง
ชอบคนไหนมากกว่า?
ซูหลียิ้มเย็นชา นางไม่สนใจคนทั้งสองแม้แต่นิดเดียว ในใจนาง เวลานี้มีเพียง
เรื่องเดียว จะหาโอกาสให้หมอหลวงหลี่เอ่ยในสิ่งที่เขายังเอ่ยไม่ชัดเจนได้อย่างไร
“คุณหนู ได้เวลาดื่มยาแล้วเจ้าค่ะ”
ยาน้ำสีน้ำตาลเข้ม ทันทีที่ยกเข้ามาในห้อง กลิ่นขมไม่รู้จบก็กระจายเข้าสู่ห้วง
อากาศ ซูหลีขมวดคิ้วรับมา เพียงแค่ยกจ่อริมฝีปาก ก็มีกลิ่นหอมจางๆ ของดอก
บอนที่ผสมอยู่ในยาขมฝาดลอยออกมา บางเบาจนแทบจะไม่ได้กลิ่น ซูหลีชะงัก
ท่าทาง เงยหน้าเอ่ยถามโม่เซียง “เพิ่มอะไรเข้าไปในยานี้?”
โม่เซียงเอ่ย “ไม่มีนี่เจ้าคะ ยังคงเป็นสูตรเดิมของหมอหลวงหลี่”
ซูหลีคิ้วขมวด ถามอีกครั้ง “ตอนที่ี่ี่เจ้าเคี่ยวยา ได้ผ่านมือใครหรือไม่?”
โม่เซียงส่ายหัว ถามอย่างสงสัย “ไม่มีเจ้าค่ะ คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ?”
ซูหลีเงียบไม่ตอบรับ สูตรยาของหมอหลวงหลี่ นางเคยดูอย่างละเอียด ด้าน
ในไม่มีส่วนผสมอย่างดอกบอน เช่นนั้นในยานี้ เหตุใดจึงมีกลิ่นดอกบอนอย่างไร้
สาเหตุ?
“โม่เซียง เมื่อก่อนข้าแพ้ดอกบอนหรือไม่?” เมื่อไตร่ตรอง ซูหลีพลันรู้สึกใจ
กระตุก
โม่เซียงกล่าวอย่างประหลาดใจ “แพ้เจ้าค่ะ คุณหนูลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ? สองปี
ก่อนคุณหนูบังเอิญสัมผัสถูกดอกบอน บนร่างกายจึงเต็มไปด้วยผื่นแดง หมอบ
อกว่าโชคดีที่เพียงแค่สัมผัส ถ้าหากไม่ตั้งใจกินเข้าไปละก็เป็นเรื่องใหญ่แน่!” โม่เซี
ยงเตรียมน้ำไว้อีกแก้ว วางไว้ตรงหน้านาง เอ่ยตักเตือนอย่างจริงจัง “คุณหนู
เรื่องนี้ลืมไม่ได้นะเจ้าคะ ต่อไปหากเจอดอกบอนต้องออกห่างให้ไกล ห้ามสัมผัส
โดนโดยเด็ดขาด”
ซูหลีแววตาสั่นไหว เอ่ยหัวเราะเสียงเบา “ข้าไม่ได้ลืม เพียงแค่ไม่แน่ใจว่าใช่ดอก
บอนหรือไม่” เอ่ยจบก็วางถ้วยยาลง ยกแก้วน้ำขึ้นมาสูดดมแผ่วเบาตรงปลาย
จมูก หางตาเหลือบเห็นด้านนอกเรือน สังเกตเห็นสาวรับใช้คนหนึ่งกำลังซ่อนตัว
สอดแนมมาทางด้านนี้
ซูหลีใจหนักอึ้งทันที่ ภายนอกดูเหมือนอยู่อย่างสงบ ไม่ได้หมายความว่าใจสงบ
ด้วย จากที่เปิดเผยก็เปลี่ยนไปใช้แผนลอบทำร้าย ซูชิ่นผู้นี้ ไม่ให้บทเรียนเห็นที
คงจะไม่ได้!
“โม่เซียง เจ้าไปช่วยข้าเก็บอวี๋ซิ่งเฉ่า [1] มาสักหน่อย”
“หา คุณหนูจะเอามาทำอะไรเจ้าคะ?”
ซูหลีเอ่ย “เจ้าอย่าเพิ่งถาม แค่เอามาก็พอ จำให้ดี ห้ามให้คนอื่นเห็น!”
ซูหลีสีหน้าจริงจัง โม่เซียงจึงไม่กล้าถามอีก หลังซูหลีทานอวี๋ซิ่งเฉ่าเข้าไป
พร้อมกับตัวยา ไม่เหลือแม้เพียงหยดเดียว คนที่อยู่ด้านนอกก็ค่อยๆ จากไป ซูหลี
นั่งเงียบๆ อยู่ในห้อง รอการมาของใครบางคน
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ซูชิ่นก็ปรากฏตัว ใบหน้าเต็มไปรอยยิ้ม ตะโกนเสียงดังมาแต่
ไกล “น้องสาว! วันนี้อากาศดีเพียงนี้ ทำไมเจ้าไม่ออกไปเดินเล่นล่ะ? อยู่ในห้องคน
เดียวอึดอัดแย่! พี่เพิ่งมาจากสวนดอกไม้ เห็นดอกไม้ที่ปกติไม่ค่อยผลิบานเสียเท่า
ไหร่ วันนี้เบ่งบานงดงามมาก น้องไปชมดูดอกไม้กับพี่เถิด อยู่คนเดียวน่าเบื่อ
ออก!”
ยังไม่ทันจบประโยค คนก็เดินเข้าห้องมาแล้ว ไม่ถามความสมัครใจ ลากซูหลี
ก้าวฉับออกไปด้านนอกทันที่ ท่าทางสนิทสนมเสมือนว่านางและซูหลีเป็นพี่น้อง
ที่รักใครกลมเกลียวกันตลอดมา โม่เซียงเห็นแล้วถึงกับถลึงตา ไม่เข้าใจเลยสักนิด
ซูหลีถูกลากออกไป ก็ไม่ขัดขืน แผนการของซูชิ่น นางไม่จำเป็นต้องคิดก็รู้
สวนดอกไม้มีผู้คนพลุกพล่าน ถ้าหากใบหน้านางมีผื่นแดงปรากฏที่นั่น เกรงว่า
ข่าวลือที่แพร่กระจายออกไปจะไม่ใช่แค่ซูหลีมีรูปลักษณ์ไม่เป็นสิริมงคล คงจะถูก
เพิ่มคำครหาว่าเป็นโรคร้ายแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ง่าย! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเข้าเฝ้า
ฮ่องเต้ในอนาคต จะถูกกักขังอยู่ในเรือนเล็กๆ นั่นไปชั่วชีวิตหรือไม่ก็มิอาจรู้! เมื่อ
คิดมาถึงตรงนี้ ซูหลีก็เกิดความรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะต่อมรับกลิ่น
ของนางเฉียบแหลม แตกต่างจากคนธรรมดา วันนี้คงได้เป็นดั่งที่ซูชิ่นหวังจริงๆ
สวนดอกไม้จวนอัครเสนาบดีมีดอกไม้ใบหญ้าที่หาชมได้ยากอยู่ไม่น้อยจริงๆ
เติบโตมีชีวิตชีวา ผลิดอกงดงาม ซูหลีช้อนตากวาดมองรอบหนึ่งอย่างนิ่งๆ ทันใด
นั้นแววตาก็หยุดนิ่งอยู่ที่มุมกำแพงสวน ซึ่งเป็นส่วนที่มีดอกไม้ผลิบานน้อยมาก
เห็นเพียงลำต้นเตี้ยของพืชขนาดเล็กต้นหนึ่ง ใบสีเขียวยื่นออกจากกำแพงที่เต็ม
ไปด้วยต้นหวายสีม่วง ส่วนยอดมีดอกไม้สีแดงและสีขาวผลิบานออกมา โดดเด่น
สะดุดตาท่ามกลางกลุ่มแมกไม้เขียวขจี รูปทรงมหัศจรรย์เหลือหลาย
ซูหลีดวงตาเป็นประกาย เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “นี่คือ… ไป๋เชวี่ย?”
ซูชิ่นเอ่ย “อะไรคือไป๋เชวี่ย?”
ซูหลีมองนางอย่างแปลกใจ “พี่สาวศึกษาเกี่ยวกับดอกไม้และพืชหญ้า กลับ
ไม่รู้จักไป๋เชวี่ย?” ภายใต้คำพูดนั้นแฝงด้วยความรู้สึกสงสัย
ซูชิ่นดึงหน้าทันที่ นึกย้อนถึงเรื่องชาไป๋ฮวาเมื่อวันก่อน ก็อยากจะอาละวาด แต่
ก็พยายามอดกลั้นเอาไว้ เพียงฟังซูหลีพูด “ใบไม้ดุจพัด ออกดอกสองสี รูปทรง
คล้ายนกกระจอก ส่วนบนสีแดงส่วนล่างสีขาว ด้วยเหตุนี้จึงมีนามว่าไป๋เชวี่ย [2] !
เป็นดอกไม้โด่งดังล้ำค่าที่หาพบได้น้อยมาก หญิงสาวมากมายใฝ่หา… ลือกันว่า
หากนำดอกไม้นี้ทาใบหน้า สามารถทำให้ผิวของหญิงสาวเรียบเนียนขาวใสผุดผ่อง
หากเอาเซี่ยเฉ่าชงน้ำดื่มคู่กัน จะช่วยดูแลความงามจากภายในสู่ภายนอก ผิวเรียบ
เนียนแดงฝาดชุ่มชื้นภายในสามวัน ประดุจเกิดใหม่!”
“เจ้าได้ยินมาจากไหน?” ซูชิ่นดวงตาเป็นประกาย แต่ปากกลับถามอย่างสงสัย
“กล่าวซี้ซั้วหรือเปล่า? เหตุใดข้าไม่เคยได้ยิน!”
ซูหลียิ้มอ่อน ไม่โต้แย้งใดๆ เพียงสั่งไปยังด้านหลัง “โม่เซียง ช่วยข้าเด็ดกลับ
ไปหนึ่งดอก ข้าจะลองดู”
โม่เซียงขานรับก้าวไปข้างหน้า กลับถูกซูชิ่นขัดขวางทันที่ “ไม่ได้ ดอกนี้บาน
ออกมาเพียงแค่ดอกเดียว หากเจ้าเด็ดไป แล้วข้าจะดูอะไร?”
“พี่สาวไม่ต้องกังวลใจ ด้านในนั้นยังมีดอกตูมอยู่หนึ่งดอก ไม่เกินสามวัน
ต้องเบ่งบานสวยงามกว่าดอกนี้เป็นแน่”
ซูชิ่นมองตามนิ้วมือซูหลี เห็นดอกไม้ตูมรอเวลาผลิบานอยู่จริงๆ ดวงตา
กลอกหมุนในทันที่ ในใจพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้น จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้น
ก็ได้ พี่จะรอดูหลังจากนี้สามวันผิวของน้องจะแดงฝาดชุ่มชื้นเพียงใด!” กล่าวจบก็
จงใจเหลือบมองไปที่ปานของนาง เหยียดหยามและดูถูกอย่างเห็นได้ชัด คล้าย
กำลังพูดว่า มีปานนั้นอยู่ ไม่ว่าผิวของเจ้าจะดีแค่ไหนมีประโยชน์อะไร!
ซูหลีดูเหมือนจะไม่รู้ตัว เอ่ยยิ้มอย่างซึ้งใจ “ขอบคุณพี่สาวที่ยอมน้อง!”
ซูชิ่นเงยหน้า ดวงตาเริ่มสังเกตใบหน้าและลำคอส่วนที่เผยให้เห็นผิว จากที่
คำนวณ อาการแพ้ดอกบอนของนางควรจะปรากฏออกมาแล้วสิ! แต่เวลานี้
ใบหน้าซูหลียังคงปกติและอาบด้วยรอยยิ้ม ผิวขาวผุดผ่องสดใส ไม่มีสัญญาณ
ผิดปกติใดๆ เลยสักนิด ซูชิ่นเกิดความรู้สึกสงสัย เอ่ยถามซูหลีอย่างอดไม่ได้
“น้องสาว วันนี้เจ้า… รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?”
ซูหลีช้อนตาถามอย่างแปลกใจ “ไม่มีนี่เจ้าคะ พี่สาว มีอะไรหรือ?”
ซูชิ่นกล่าวขณะกะพริบตา “อ้อไม่มีอะไร! พักนี้ไม่รู้ว่าดอกบอนมากมายผุดออก
มาจากที่ใดในเรือน มีสาวรับใช้คนหนึ่งไม่ระวังทำตกลงบ่อน้ำไปหนึ่งดอก พี่กังวล
ว่าน้องดื่มน้ำในบ่อนั้นแล้วจะรู้สึกไม่สบาย ดังนั้นจึงเอ่ยเตือนน้องเป็นพิเศษ”
ซูชิ่นจับจ้องใบหน้าซูหลีเขม็ง หวังที่จะเห็นใบหน้าถอดสีสะดุ้งตกใจจากใบหน้า
นั้น แต่ซูหลียังคงสงบอ่อนโยน รอให้นางเอ่ยจบค่อยพูดต่อด้วยรอยยิ้มประหลาด
ใจเล็กน้อย “พี่สาวหมายถึงเรื่องนี้นี่เอง! เช่นนั้นพี่สาวไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลเลย
เมื่อก่อนน้องแพ้ดอกบอนจริงๆ แต่ไม่เป็นอะไรมานานแล้ว! ขอบคุณพี่สาวที่เป็น
ห่วงนะเจ้าคะ!”
“ไม่เป็นอะไรแล้ว?” ซูชิ่นเบิกตาโต ราวกับไม่เชื่อ หันหน้ามองโม่เซียง เดิมโม่เซี
ยงนั้นตกตะลึงหน้าถอดสี เวลานี้หันไปมองซูหลีแวบหนึ่ง แม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าเหตุ
ใดนางจึงโกหก แต่ก็พยักหน้ายืนยันอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ คุณ
หนูรองไม่แพ้ดอกบอนมานานแล้วเจ้าค่ะ!”
1 อวี๋ซิ่งเฉ่า คือ สมุนไพรชนิดหนึ่ง ไทยเรียกผักคาวทองหรือผักพลูคาว
2 ไป๋เชวี่ย เป็นชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่ง ไป๋ แปลว่าสีขาว เชวี่ย แปลว่านกกระจอก