กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 36 แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
เป็นสาวรับใช้ที่มีปฏิกิริยาตอบรับเฉียบไวจริงๆ! รอยยิ้มตรงมุมปากของซู
หลีลึกขึ้น สีหน้าของซูชิ่นนั้นดูย่ำแย่มาก ขมวดคิ้วมองนางอยู่นาน จนกระทั่ง
มั่นใจว่านางไม่เป็นอะไร ถึงจากไปด้วยอาการโมโหปนอับอายที่ไม่สามารถปกปิดได้
มิด
หลังกลับถึงเรือนเล็ก โม่เซียงถามอย่างเป็นกังวล “คุณหนูไม่เป็นอะไรจริงๆ
หรือเจ้าคะ?”
ซูหลีหยิบอวี๋ซิ่งเฉ่าที่ก่อนหน้านี้ใช้ไม่หมดออกมา ยื่นให้นางพร้อมเอ่ย “เจ้าเอา
นี่ไปบดละเอียด อีกเดี๋ยวช่วยข้าเอาน้ำของมันทาบนตัวก็ไม่เป็นไรแล้ว” ต่อไป จุด
อ่อนของซูหลีที่แพ้ดอกบอน จะไม่มีอยู่อีกต่อไปในสายตาของคนอื่น
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซูหลีใช้ไป๋เชวี่ยทาหน้า และนำไปต้มน้ำคู่กับ
เซี่ยเฉ่า เอามาดื่มด้วยกันกับโม่เซียง ช่วยให้ผิวของทั้งสองคนขาวใสแดงระเรื่อขึ้น
จริงๆ เกลี้ยงเกลาดุจหยก ดูดีกว่าเก่า ซูชิ่นริษยาเป็นอย่างมาก รีบสั่งให้คนไปตาม
หาเซี่ยเฉ่า และเด็ดเอาดอกไป๋เชวี่ยอีกดอกหนึ่งที่เบ่งบานแล้วมาทาหน้า ต้มน้ำ
ตามซูหลีด้วยความคาดหวังที่มากล้น แต่ว่า… เช้าตรู่ของวันที่สอง ฟ้ายังไม่ทัน
สาง เสียงกรีดร้องตกใจกลัวก็ดังทั่วจวนอัครเสนาบดี
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ซูฮูหยินนำคนกลุ่มหนึ่งมาถึงห้องของซูหลีด้วยท่าทางดุดัน
ภายใต้แสงมืดสลัว ซูชิ่นใช้สองมือปิดแก้มทั้งสองข้างไว้แน่น แววตาอาฆาตแค้น
จับจ้องไปยังหญิงสาวที่ดูเหมือนจะยังหลับสนิทอยู่บนเตียง กรีดร้องอย่างขุ่น
เคือง “ซูหลีเจ้ามันหญิงชั่ว เจ้ากล้าทำร้ายข้า! เข้ามา ลากนางลงมาให้ข้า!”
สาวรับใช้สองคนขานรับ ลากซูหลีลงพื้นพร้อมทั้งผ้าห่ม ซูหลีเบิกตา ตะโกน
อย่างตกใจ “พี่สาว? ฮูหยิน! เกิดเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”
ซูชิ่นพุ่งปราดไปข้างหน้า จ้องนางอย่างเคียดแค้นและเอ่ย “เจ้ายังกล้าถามข้า
อีกหรือว่าเรื่องอะไร เจ้าดูหน้าข้านี่! เป็นแบบนี้เพราะหญิงชั่วอย่างเจ้า… ข้าจะบีบ
คอเจ้าให้ตาย!” ใบหน้าที่ไร้การปกปิดจากสองมือ เพราะกินสิ่งของมีพิษ ผิวจึง
แทบจะเน่าเฟะ ซูชิ่นพุ่งตรงเข้าใส่ซูหลีราวกับเป็นบ้าไปแล้ว ท่าทางจะเอานางให้
ตาย
ซูหลีถลึงตาโต เอ่ยอย่างตกใจ “หน้าของท่านพี่… เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้?”
ซูฮูหยินจับจ้องมาด้วยสายตาเย็นเยียบ หลังจากสั่งให้กุ้ยเหนียงจับซูชิ่นไว้ ก็
เอ่ยขึ้นเสียงคร่ำเครียด “ข้าต้องถามเจ้า! เหตุใดดอกไม้นั่น เจ้าใช้แล้วไม่เป็นอะไร
ชิ่นเอ๋อร์ใช้แล้วจึงเป็นเช่นนี้? พูดมา เจ้าแอบทำอะไรใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่ได้ทำนะเจ้าคะ!” ซูหลีปฏิเสธอย่างไม่มีความผิดสุดขีด กล่าวอย่างอึ้งงัน
“ทำไม หรือพี่สาวกลายเป็นเช่นนี้เพราะไป๋เชวี่ย? เป็นไปไม่ได้ ข้ากับโม่เซียงใช้แล้ว
ต่างก็ไม่เป็นอะไร…” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักอย่างฉับพลัน คล้ายว่าคิด
อะไรบางอย่างได้ เอ่ยถามน้ำเสียงตกใจ “พี่สาวเองก็ใช้ไป๋เชวี่ย ต้มเซี่ยเฉ่าดื่มหรือ
เจ้าคะ?”
ซูชิ่นถลึงตา “เจ้าทำได้ทำไมข้าจะทำไม่ได้?!”
“เช่นนั้นท่านพี่เอาเซี่ยเฉ่าลงหม้อไปทั้งต้นใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
“แล้วไม่ใช่หรือไร?”
“ไม่ใช่น่ะสิเจ้าคะ! ในตำราว่าไว้ เซี่ยเฉ่าใช้ได้เพียงแค่ส่วนใบ แม้ว่าก้านและราก
จะไม่มีพิษ แต่หากต้มพร้อมกับไป๋เชวี่ยจะทำให้เกิดสารพิษ… มิน่าเล่าใบหน้าของพี่
สาวถึงได้เน่าเฟะเช่นนี้! ก่อนที่พี่สาวจะทำเรื่องนี้เหตุใดจึงไม่มาถามข้าก่อน แบบนี้
จะทำเช่นไรได้บ้าง?” ซูหลีกล่าวอย่างกระวนกระวาย ดูแล้วทุกข์ใจยิ่งนัก
ซูฮูหยินหน้าถอดสีไปหลายครา คำพูดที่เตรียมการมาพร้อม เวลานี้กลับเอ่ยไม่
ออกแม้แต่คำเดียว ซูหลีพูดขึ้นอีก “กุ้ยเหนียง ท่านรีบไปตามหมอมาดูอาการพี่
สาวเถิด หากช้าไปกว่านี้จะยุ่งยากเป็นเรื่องใหญ่เอาได้! ยังมีอีกเรื่อง ก่อนที่ใบหน้า
ของพี่สาวจะหายเป็นปกติทุกอย่าง ห้ามใช้มือแกะเกาเป็นอันขาด หากรู้สึกคัน
จริงๆ ให้ใช้ผ้าวางบนหน้า มิเช่นนั้นจะเกิดแผลเป็นได้!” ท่าทางของนางดูเกินจริง
ไปบ้าง แต่น้ำเสียงกลับไม่มีความเท็จอยู่เลยสักนิด
ซูชิ่นใจหายจนหยุดร่ำไห้ ตะโกนอย่างรีบลน “รีบไปตามหมอมา ไปเดี๋ยวนี้!”
กล่าวจบก็ลุกวิ่งออกไป ซูฮูหยินหน้าเผือดสี ส่วนกุ้ยเหนียงก็พาคนวิ่งตามออกไป
ภายในห้องเหลือเพียงซูฮูหยินที่จับจ้องนางด้วยดวงตาถมึงทึง
“อดีตข้ามองผิดไป เจ้าเก่งกว่าแม่ของเจ้ามาก!”
ซูหลีไม่เอ่ยวาจา มองแผ่นหลังซูฮูหยินที่ก้าวฉับออกไป ริมฝีปากค่อยๆ
ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน ก็แค่หนามยอกเอาหนาบ่งเท่านั้น คนอย่างซูชิ่นจิตใจ
อำมหิต หากไม่ให้บทเรียนเสียหน่อย นางก็ไม่มีวันหลาบจำ
หอบผ้าห่มกลับขึ้นเตียง ซูหลีคิดจะงีบต่ออีกครู่หนึ่ง โม่เซียงที่อยู่ด้านหลัง
เอ่ยขึ้นอย่างอึ้งงัน “คุณหนูแตกต่างจากเมื่อก่อนจริงๆ!”
ซูหลีหันไปหัวเราะ “จะยอมให้คนอื่นรังแกแบบนั้นไปตลอดไม่ได้หรอก พวกเจ้า
ก็จะโดนหางเลขไปด้วย! กลับไปนอนต่อเถอะ”
เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสง ซูหลีก็ลุกจากเตียงอย่างนอนเต็มอิ่ม กำลังจะทาน
อาหาร ทันใดนั้นก็มีคนมาแจ้งข่าว “คุณหนูรอง มีแขกมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ”
ซูหลีขมวดคิ้วบาง “ใคร?” เห็นท่าทางนอบน้อมของสาวรับใช้ ดูเหมือนว่าฐานะ
ของคนที่มานั้นไม่ธรรมดา!
“คุณหนูหลี คุณหนูรองแห่งจวนเซ่อเจิ้งอ๋องเจ้าค่ะ”
เหยาเอ๋อร์?! ซูหลีแววตาสั่นไหว วางชามและตะเกียบลงอย่างรวดเร็ว ลุกยืน
ทันที
หลีเหยาแต่งเติมใบหน้าประณีตงดงาม ชุดกระโปรงสีชมพูขับให้นางดูอ่อน
ช้อยน่ารัก ทันทีที่เดินเข้าประตูก็ดึงมือซูหลีพลางยิ้มและเอ่ยอย่างจริงใจ “สำหรับ
เรื่องที่ข้าไม่ได้นัดพบล่วงหน้า บุ่มบ่ามมาขอเข้าพบ ขอคุณหนูซูอภัยให้ข้าด้วย!”
ซูหลีตอบกลับ “คุณหนูหลีกล่าวเกรงใจไปแล้ว!”
หลีเหยาก้าวขึ้นไปกุมมือนาง แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “เป็นเพราะหลี
เหยาคุณหนูซูถึงต้องตื่นตระหนกจากการร่วงตกทะเลสาบ ป่วยไข้จากลมหนาว
หลีเหยารู้สึกไม่สบายใจ ควรมาเยี่ยมเร็วกว่านี้ แต่หลายวันมานี้ร่างกายไม่สบาย
จึงยืดเยื้อมาถึงวันนี้…”
“ร่างกายเจ้าเป็นอะไร?” ซูหลีถามอย่างเป็นกังวลไม่สามารถอดกลั้นไว้ได้
“ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร แต่ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นห่วงเกิดเหตุ!” หลีเหยายิ้ม
อย่างเขินอาย สีหน้าท่าทางที่ดูเหมือนกระดากอายแต่แท้จริงแล้วปิติยินดี จู่ๆ ก็
ทำให้ซูหลีรู้สึกเจ็บปวดใจ เสด็จพ่อที่เคยรักใคร่และเป็นห่วงนาง ทำให้นางนึกว่า
ตนเองเป็นยอดดวงใจของท่าน…
“คุณหนูซูเป็นอะไรไปหรือ?” หลีเหยาเห็นสีหน้าซูหลีเปลี่ยนไป จึงรีบถามไถ่
อย่างเป็นห่วง แววตาหมุนวนอยู่บนใบหน้านาง “สีหน้าของเจ้าดูไม่ดีเลย หรือว่า
ร่างกายยังไม่หายดีงั้นหรือ? เป็นเพราะข้า…”
“ไม่โทษเจ้า!” ซูหลีส่ายหัวทันที่ “ร่างกายข้าไม่เป็นอะไรแล้ว คุณหนูหลีไม่
จำเป็นต้องโทษตนเอง เรื่องวันนั้นเกิดขึ้นกะทันหัน คาดว่าคุณหนูหลีเองก็ตื่น
ตกใจ เดิมข้าอยากหาโอกาสไปเยี่ยมที่จวน คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมาก่อน! เห็นสีหน้า
ของเจ้าดูดีเช่นนี้ ข้าก็สบายใจแล้ว”
ซูหลีแอบรู้สึกขมขื่น พี่น้องทั้งสองที่เดิมรักใคร่กลมเกลียว วันนี้เมื่อพบหน้า
คำพูดเป็นห่วงยังต้องพูดห่างเหินและเกรงใจถึงเพียงนี้ รู้สึกอึดอัดใจ แต่จะไม่ทำ
เช่นนี้ก็ไม่ได้ ภายในห้องคับแคบ ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากัน ซูหลีจับจ้องใบหน้า
นิ่มนวลที่เคยคุ้นเคยเป็นอย่างดี พลันทำให้นึกย้อนไปถึงความอ้างว้างภายในห้อง
โถงไว้อาลัยอย่างอดไม่ได้
หลีเหยารับกล่องของขวัญจากสาวรับใช้ ยื่นให้ซูหลีและเอ่ยอย่างสุภาพ “ไม่
ทราบว่าคุณหนูซูโปรดปรานสิ่งใด หลีเหยาจึงเลือกสิ่งของสองสามอย่างโดย
พลการ เป็นการขอบคุณน้ำใจของคุณหนูซูที่ช่วยข้า หวังว่าคุณหนูซูจะชอบนะเจ้า
คะ!”
กล่องของขวัญถูกเปิดออก ผ้าตาดสีเรียบไม่ฉูดฉาดแต่เนื้อผ้านิ่มลื่นล้ำเลิศ
สองสามผืนสะท้อนเข้าสู่ม่านตา ทำให้ดวงตาเกิดประกายโดยอัตโนมัติ ทั้งหมด
เป็นแบบและสีที่นางชอบในอดีต ด้านบนผ้าตาด มีแป้งน้ำทาแก้มมันแวววาวบรรจุ
อยู่ในตลับผลึกแก้วประณีตงดงาม หนึ่งแถวสี่สี ลึกตื้นแตกต่างกัน ฝาตลับ
โปร่งใส สะท้อนให้เห็นแสงอ่อนโยนชัดแจ๋ว ฉูดฉาดมีรสนิยม
ซูหลีผงะโดยพลัน แป้งทาแก้มนี้… ในวันอภิเษกสมรส เหยาเอ๋อร์ให้นางเป็น
ของขวัญแต่งงานไม่ใช่หรือ? นางยังจำได้ วันนั้นเหยาเอ๋อร์ถือตลับแป้งนี้ กอด
นางและร้องไห้เสียใจมาก อาลัยอาวรณ์ไม่อยากให้นางออกเรือน ต่อมาเมื่อถึง
เวลาแต่งหน้า ก็ใช้ปิ่นปักผมปาดเล็กน้อย ช่วยนางแต้มหน้า เหยาเอ๋อร์ใช้เวลาครึ่ง
ปีกว่าจะได้แป้งตลับนี้มาแสดงความยินดีที่นางได้แต่งงานกับบุรุษที่เลิศเลอที่สุด
ในแคว้นเฉิง! เลิศเลอ? นึกดูตอนนี้ก็ยังรู้สึกน่าขำขัน!