กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 43 รายชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นพระชายา
- Home
- กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง
- บทที่ 43 รายชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นพระชายา
หวั่นซินแววตาคร่ำเครียด “ตอนนี้คุณหนูคงจะเข้าใจแล้ว วันก่อนเจิ้นหนิงอ๋
องวางแผนล่อลวงให้พวกเราลงมือ เกรงว่าอีกไม่นานผู้คนในเฉินเหมินจะถูกล้าง
บาง ท่านอ๋องเหมือนจะปฏิบัติต่อคุณหนูดีเป็นพิเศษ เจ้าสำนักสายตาเฉียบคมมา
แต่ไหนแต่ไร คุณหนูกล้าหาญละเอียดรอบคอบ รับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้
อย่างรวดเร็ว ตาเฒ่านั่นจึงชื่นชมในความสามารถของคุณหนู”
ซูหลีกระตุกยิ้มบางอย่างยากที่จะจับสังเกต อุทานในใจ ชื่นชมความสามารถ?
จุดประสงค์ของเจ้าสำนักเฉินเหมินเพียงแค่ต้องการใช้ประโยชน์จากนางให้นางมา
รับมือกับตงฟางเจ๋อเท่านั้นแหละ! เฉินเหมินทำให้ผู้คนในยุทธจักรตะลึงพรึงเพริด
ทุกคราเมื่อได้ยิน ไม่เคยผิดพลาดในเรื่องการสังหารคน แต่กลับตกหลุมพราง
ของตงฟางเจ๋อ แล้วมีหรือที่จะยอมเลิกรา? นางไม่ปริปากพูดจา ไม่ได้หมายความ
ว่าจะไม่รู้สึกคัดค้าน
หวั่นซินลอบสังเกตสีหน้านางเงียบๆ พลางเอ่ยเสียงเบา “เจ้าสำนักรู้ว่าคุณหนู
ร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็ก ฝึกปรือวิทยายุทธ์ยากลำบาก เขากล่าวว่าหากคุณหนู
ทำภารกิจสำเร็จ จะได้วิชาล้ำเลิศและยาทิพย์จิตวิญญาณล้ำค่า สามารถรับประกัน
ได้ว่าต่อไปจะไม่มีใครดูถูกข่มเหงได้อีก”
“อ้อ?” ซูหลีขมวดคิ้วบาง ไม่แสดงความเห็นใด
หวั่นซินจ้องนางอยู่ครู่ใหญ่ ไม่เร่งรัดอะไร ไม่ว่านางจะตัดสินใจอย่างไร หวั่นซิ
นก็เคารพนาง
ซูหลียิ้ม “เรื่องนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบเจ้าได้ในตอนนี้ ให้เวลาข้าใคร่ครวญ
สักนิด”
หวั่นซินพยักหน้า แม้ไม่พูดอะไรมาก แต่หลังจากผ่านเรื่องนี้มา ความรู้ใจที่
เหนือคำบรรยายไหลเวียนอยู่ในใจของกันและกันแล้ว
ผ่านไปสองสามวัน บาดแผลบนร่างกายเริ่มหายดี โม่เซียงเห็นซูหลีสามารถ
ลุกจากเตียงขยับเดินได้บ้างแล้ว จึงดึงนางไปชมดอกไม้ในสวนอย่างคึกคักดีใจ
เมื่อเดินสักพักก็เริ่มเหนื่อย กำลังจะนั่งพักลงบนเก้าอี้หิน ก็มีเสียงซุบซิบดังมา
จากศาลาอี๋หลาน คนผู้หนึ่งเอ่ยว่า “นี่ ได้ยินว่าฮ่องเต้จะเลือกพระชายาให้ท่านอ๋อง
ทั้งสองละ!”
“จริงหรือ? เช่นนั้นคุณหนูใหญ่ของเราก็จะได้เข้าวังแล้วสิ?”
“ท่านอ๋องทั้งสองเลือกพระชายาในเวลาเดียวกัน… จะอลังการยิ่งใหญ่ขนาด
ไหนกันนะ! แม้ว่าจะไม่ถูกเลือก แต่แค่ได้เห็นพิธียิ่งใหญ่ก็ดีถมไปแล้ว!” สาวรับใช้
สองสามคนผลัดกันบริหารลำคอ เดินไกลออกไปอย่างรื่นรมย์
เลือกพระชายา?! ใบหน้าหล่อเหลาลึกล้ำของตงฟางเจ๋อปรากฏขึ้นในหัวของซู
หลีโดยอัตโนมัติ เขากำลังจ้องนางกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม ในใจพลันสั่นวูบ ใบหูคล้ายมี
อุณหภูมิจากริมฝีปากของเขาหลงเหลืออยู่ นางขมวดคิ้วอย่างห้ามไม่ได้ ฟังจากที่
สาวรับใช้พวกนั้นพูด ซูชิ่นจะต้องอยู่ในรายชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นพระชายา
แน่ๆ!
โม่เซียงเอ่ยอย่างประหลาดใจ “ท่านอ๋องทั้งสองเลือกพระชายา? คุณหนูก็เข้า
ร่วมการคัดเลือกได้ใช่ไหมเจ้าคะ?”
ซูหลีแววตาสั่นไหว นึกถึงประโยคที่หมอหลวงยังพูดไม่จบ ถ้าหากเข้าวังได้
ต้องมีโอกาสตรวจสอบหาเบาะแสคดีหลีซูเป็นแน่! นางหมุนตัวเดินไปยังเรือน
บุปผาจวนอัครเสนาบดีทันควัน ทันทีที่ถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงตื่นเต้นดีใจของซู
ชิ่น “เอ๋? ไม่มีนางบ้านั่นหรือ?”
ซูหลีหยุดฝีเท้า ซูเซียงหรูเห็นนางรีบเอ่ยเสียงเข้มทันที่ “ชิ่นเอ๋อร์! ซูซูเป็นน้อง
สาวเจ้า อย่าทำไม่สุภาพเช่นนี้คนอื่นจะหัวเราะเอาได้!”
ซูชิ่นเม้มปากแน่น เมื่อเงยหน้าเห็นซูหลีเดินเข้ามา นางรีบขยับตัวเข้าไปอย่าง
ไม่ประสงค์ดีโดยพลัน ชูใบรายชื่อในมือขึ้น พลางยิ้มร้าย “เจิ้นหนิงอ๋องปฏิบัติดีต่อ
เจ้าเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ เจ้าไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าแม้แต่รอบแรกด้วยซ้ำ ฮ่า ฮ่า
ฮ่า!” นางหัวเราะอย่างลำพองใจ เสมือนตำแหน่งพระชายาของเจิ้นหนิงอ๋องอยู่
เพียงปลายนิ้ว
ซูหลีสีหน้าคร่ำเครียดเล็กน้อย แต่ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด เพียงฟังซูฮูหยินเอ่ยด้วย
ความสงสัย “เหตุใดจู่ๆ จึงจัดพิธีเลือกพระชายา? ทั้งยังให้ท่านอ๋องทั้งสองเลือก
พระชายาในคราเดียวกัน?” เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในแคว้นเฉิงมาก่อน
ซูเซียงหรูเอ่ยขณะยกมือลูบเครา “หลังจากที่ท่านหญิงหมิงอวี้เสียชีวิต จิ้งอัน
อ๋องได้รับผลกระทบรุนแรง ฮองเฮาจึงจัดพิธีนี้เพื่อกู้ชื่อเสียงกลับคืน เดิมที
ต้องการจัดพิธีเลือกพระชายาให้จิ้งอันอ๋ององค์เดียว ชัดเจนว่าฮองเฮาลำเอียง
ตาเฒ่าอย่างข้ามีหรือจะยอมให้เจิ้นหนิงอ๋องเสียความนิยม? หลังจากถกถียงด้วย
เหตุผลอย่างเต็มที่ ฮ่องเต้จึงยอมให้ท่านอ๋องทั้งสองเลือกพระชายาพร้อมกัน”
“เป็นเช่นนี้เอง!” ซูฮูหยินครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ย “ได้ยินว่าการคัดเลือก
พระชายาครั้งนี้ อีกสองแคว้นจะส่งทูตมาร่วมแสดงความยินดีด้วยงั้นหรือ?”
ซูหลีตะลึงเล็กน้อย นี่แปลกจริงๆ งานอภิเษกสมรสของตงฟางจั๋วไม่เห็นมีทูต
มาร่วมแสดงความยินดี การเลือกพระชายาครั้งนี้ทั้งสองแคว้นกลับส่งคนมา!
ซูเซียงหรูเอ่ย “แคว้นเปี้ยนและแคว้นติ้งเกี่ยวดองกันมานานแล้ว ทำอย่างไร
ได้ราชวงศ์ของเราไม่มีองค์หญิง ฮ่องเต้คงอยากจะถือโอกาสครั้งนี้ ดูว่าทูตจาก
ทั้งสองแคว้นจะถูกใจบุตรสาวของขุนนางคนไหนหรือไม่!” กล่าวจบ ซูเซียงหรูก็
เหลือบมองซูหลี หรี่ตาทั้งสองพลางเอ่ย “ซูซู บิดามีเรื่องจะพูดกับเจ้าสักหน่อย”
ซูฮูหยินประหลาดใจเล็กน้อย มองดูสีหน้าซูเซียงหรูอย่างรวดเร็ว นางอ่าน
สถานการณ์ออกจึงหาข้ออ้างลุกขึ้นพาซูชิ่นกลับห้อง ก่อนจะจากไป ซูชิ่นยังจงใจ
เอาใบรายชื่อนั้นวางไว้หน้าซูหลี พลางกลั้นยิ้มเอ่ยปลอบใจ “น้องสาวรักษาสุขภาพ
ดีๆ ล่ะ!”
ซูหลีนั่งนิ่ง ได้ยินเพียงเสียงทอดถอนใจของซูเซียงหรู สีหน้ารักใคร่เอ็นดู แวว
ตาที่มองนางมีความสงสารอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาเอ่ย “ซูซูไม่สุขใจเพราะเรื่อง
ใด บิดาเข้าใจถ่องแท้ เจ้าสุภาพเรียบร้อย กิริยาวาจาสง่างามเหมาะสม ชิ่นเอ๋อร์
เทียบไม่ได้เลย ท่านอ๋องทั้งสองถึงได้ปฏิบัติต่อเจ้าแตกต่างออกไป หากเข้าร่วม
การคัดเลือกในวัง มีโอกาสที่จะถูกเลือกสูงมากจริงๆ น่าเสียดายที่การคัดเลือก
พระชายาครั้งนี้ ฮองเฮาต้องการหาคู่ครองที่สมน้ำสมเนื้อให้กับจิ้งอันอ๋อง ลงมือ
กระทำทุกอย่างด้วยพระองค์เองทุกเรื่อง แม้แต่ผู้ที่เข้ารับการคัดเลือกรอบแรก
พระองค์ก็กำหนดด้วยตัวเอง คนอื่นไม่มีสิทธิ์ยุ่งย่ามอะไรทั้งนั้น คำพูดของบิดา
ต่ำต้อยไม่มีน้ำหนัก… เฮ้อ! ใจมีเหลือแต่แรงไม่พอ”
ซูหลีลอบขมวดคิ้ว ซูเซียงหรูคลุกคลีอยู่ในแวดวงขุนนางมาหลายสิบปี ฉลาด
เฉียบแหลมราวกับสุนัขจิ้งจอก ประโยคเหล่านี้แสร้งพูดได้ดียิ่งนัก คล้ายว่า
เสียดายแทนนางเป็นอย่างมาก แต่กลับหันหัวหอกชี้ไปทางฮองเฮาทั้งหมด กันตัว
เองออกมาอย่างขาวสะอาด นางไม่เชื่อว่าตำแหน่งของซูเซียงหรูในตอนนี้ หาก
ต้องการช่วยนางจริงๆ นางจะไม่มีโอกาสได้อย่างไร?
ซูหลีเม้มปากแน่น เอ่ยกลับอย่างเรียบนิ่ง “ท่านพ่อเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ ชื่อ
เสียงใสสะอาด หากต้องลำบากออกหน้าร้องขอเพื่อเรื่องเล็กๆ แค่นี้ เกรงว่าจะมี
แต่คำนินทา กลายเป็นการยื่นดาบให้ผู้อื่น จะแย่เอาได้นะเจ้าคะ ท่านพ่อไม่ต้องเป็น
ทุกข์หรอกเจ้าค่ะ ซูซูเข้าใจ”
ซูเซียงหรูแววตากะพริบพราย ยิ้มแล้วกล่าวว่า “สมกับเป็นบุตรสาวที่ดีของบิ
ดาจริงๆ บิดาสุขใจเหลือเกิน” เขาเงียบไปชั่วขณะ ไอแห้งๆ สองสามครั้งอย่างอด
ไม่ได้ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าปกติอีกครั้ง “อันที่จริง… เรื่องนี้มิใช่ไม่มีหนทางเหลือ
เลย พิธีเลือกพระชายาจะจัดขึ้นถัดจากนี้ไปสามเดือน ยังมีเวลามากมาย ทุกคนใน
รัชสมัยนี้รู้กันทั่วว่าฮองเฮารักใคร่จิ้งอันอ๋องที่สุด หากท่านอ๋องยอมออกหน้าแทน
เจ้า…”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ก็เป็นที่ชัดเจนมากแล้ว ซูหลีแววตาสั่นไหว หัวเราะเย็นชา
ภายในใจ ที่แท้ก็จะให้นางไปร้องขอตงฟางจั๋วด้วยตัวเอง
“ซูซูเป็นเด็กฉลาดหลักแหลม ย่อมรู้ว่าโอกาสอย่างการเลือกพระชายาครั้งนี้
หาได้ยาก จะพลาดไปง่ายๆ มิได้” ซูเซียงหรูแววตาแวววาว จ้องปานบนใบหน้านาง
ทอดถอนใจและเอ่ย “เหตุผลที่เจ้าไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าวัง มีเหตุผลเดียวนคือไม่
เป็นสิริมงคล!”
ซูหลีเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปะทะเข้ากับแววตาของเขา นางเอ่ยอย่างสงบ “ขอบคุณ
ท่านพ่อที่ชี้แนะลูก”
นางคาดเดาได้ว่าเป็นเพราะเหตุนี้ หลีซูเป็นบุตรีจากภรรยาหลวงของเซ่อเจิ้งอ๋
อง ฮ่องเต้พระราชทานยศให้เป็นท่านหญิงหมิงอวี้ จำกฎเกณฑ์ภายในวังได้ขึ้นใจ
งานอภิเษกสมรสของคนในราชวงศ์เข้มงวดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร นอกจากผู้ที่ได้รับ
เลือกจะต้องเป็นผู้ดีสูงศักดิ์ มีพื้นเพวงศ์ตระกูลดี ผู้ที่ได้รับเลือกยังต้องประพฤติ
ตนเหมาะสม มีทั้งศีลธรรมและความสามารถ ถึงจะได้รับเลือก
ซูหลีเป็นบุตรีจากอนุภรรยาของอัครเสนาบดี เมื่อเทียบฐานะแล้วย่อม
บกพร่องกว่า แต่อำนาจของซูเซียงหรูในราชวงศ์นี้ หากจะเข้าร่วมการคัดเลือก
รอบแรกนั้นย่อมไม่ใช่ปัญหา คาดว่าคงเป็นเพราะข่าวลือไม่จริงพวกนั้นลือไปถึง
พระกรรณของฮองเฮา ทำให้พระองค์เกิดความกังวลใจถึงได้ตัดนางออกจากราย
ชื่อ
พระชายาอะไรนั่น นางไม่ได้อยากเป็นเลยสักนิด! แต่ต้นตอในการตรวจสอบ
คดีเพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้หลีซูนั้นอยู่ที่ตำหนักหมอหลวงภายในพระราชวัง