กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 46 สาวงามคัดเลือกพระชายา
เจียงหยวนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่นาน พลันเอ่ยเสียงเย็น “คุณชายไม่กลัวข้า
พูดจาส่งเดชหรือ?”
คุณชายสวมชุดผาวสีดำหัวเราะ “ท่านหมอเจียงจะทำลายชื่อเสียงตนเอง
ส่งเดชได้อย่างไร?”
สายตาเย็นชาของเจียงหยวนจับจ้องใบหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง กลับไม่มีท่าที
ขยับเขยื้อน เพียงเอ่ยเสียงเย็น “คุณชายเป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ์ กำลังภายในลึกล้ำ
อาการป่วยทำให้ชี่แท้ไหลเวียนติดขัดมากกว่าแปดส่วน จุดเทียนฉือที่หน้าอกยิ่ง
เจ็บปวดยากทานทน ลมปราณไหลทวนกระแส มีแนวโน้มว่าอาการจะแย่ลงอย่าง
รวดเร็ว หากเป็นคนธรรมดา ไม่เป็นปัญหาใหญ่นัก ทว่าพิษนี้มีผลร้ายแรงกับผู้ที่มี
วิทยายุทธ์โดยเฉพาะ หากไม่อาจถอนพิษให้ทันเวลา ปล่อยไว้นานเข้า กำลังภายใน
ของท่าน… จะสูญสิ้นไป”
คุณชายสวมชุดผาวสีดำกระดกคิ้วเบาๆ คล้ายไม่แม้แต่จะกะพริบตา สงบนิ่ง
ราวกับคนที่ถูกพิษไม่ใช่เขา หมอเทวดาเจียงหยวน มีความสามารถตามคำเล่าลือ
ดังคาด ยังไม่ทันจับชีพจร ก็วินิจฉัยอาการได้ถึงเจ็ดแปดส่วนแล้ว
“รักษาเช่นไร?” ผู้ติดตามถามอย่างร้อนใจ
เจียงหยวนเหล่มองเขาแวบหนึ่ง “เป็นเจ้ารักษา? หรือเขารักษา? ผู้ที่ไม่ได้มา
รักษา ให้ออกไปรอนอกประตูสวนเสีย”
ผู้ติดตามคนนั้นสีหน้าค้างเติ่ง รู้ทั้งรู้ว่าเขากำลังแก้แค้นพฤติกรรมไร้มารยาท
ของตนเมื่อครู่ กลับไม่อาจบันดาลโทสะออกมา เขาหันมองนายของตน ก่อนจะ
เดินจ้ำออกไปรอด้านนอกสวนอย่างไม่พอใจ
คุณชายสวมชุดผาวสีดำคลี่ยิ้มบาง “ทันทีที่ข้าเข้ามา ท่านหมอเจียงก็ดูออกว่า
ข้าถูกพิษ ชื่อเสียงหมอเทวดาไม่หลอกลวงดังคาด”
เจียงหยวนแค่นหัวเราะ กล่าวอีกว่า “คุณชายรู้ว่าตนเองถูกพิษ ไปหายาแก้พิษ
มา ก็ย่อมรักษาได้ ไม่จำเป็นต้องมาหาเจียงหยวนสักนิด”
คุณชายสวมชุดผาวสีดำสีหน้านิ่งงัน “ยาแก้พิษหาได้จากที่ใด?”
เจียงหยวนเอ่ยเสียงขรึม “พิษนี้ทำขึ้นจากก้านดอกฉิงฮวาซึ่งปลูกเฉพาะในรา
ชวงศ์เปี้ยนเท่านั้น พิษนี้ชื่อว่าเวิ่นฉิง วิธีแก้พิษที่ดีที่สุดคือนำของเหลวที่สกัดจาก
กลีบดอกดังกล่าวมาทำยาแก้พิษ”
ฉิงฮวา! คุณชายสวมชุดผาวสีดำหรี่ตา ครึ่งปีก่อนเขาถูกคนลอบสังหารที่
แม่น้ำหลานชาง ขณะหลบหนีได้เข้าไปซ่อนตัวในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง บังเอิญพบ
สตรีนางหนึ่งอยู่ในห้องอาบน้ำ กลีบดอกไม้ที่นางใช้ในอ่างอาบน้ำ คือสาเหตุที่ทำให้
เขาถูกพิษ สตรีนางนั้นมีไหวพริบดีและใจกล้า ยามคับขันได้ยื่นมือช่วยชีวิตเขาครา
หนึ่ง จนบัดนี้เขายังยากจะลืมเลือน ทว่าเมื่อเขากลับไปหานางอีกครั้ง นางกลับ
หายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว ถามผู้ใด ก็ไม่มีใครรู้ฐานะและที่มาของนาง
ครึ่งปีมานี้ เขายังคงลอบสืบหาสตรีนางนั้นอย่างลับๆ มาโดยตลอด แต่ผู้ใด
เล่าจะคาดคิดว่ากลับไร้วี่แวว เขายื่นมือเข้าไปในปกเสื้อ ลูบแหวนวงนั้นเบาๆ ใจอด
ขุ่นข้องไม่ได้ แหวนวงนี้ทำมาจากหยกมันแพะชั้นดี ดูจากวัสดุที่ใช้และเนื้องาน
ล้วนไม่คล้ายสิ่งที่ทำขึ้นในแคว้นเฉิง เขาขมวดคิ้วเบาๆ หรือว่า… นางเป็นคน
แคว้นเปี้ยน?
เจียงหยวนเห็นเขาทำหน้ากลัดกลุ้ม พลอยนึกว่าเขาสิ้นหวัง จึงอดไม่ได้ที่จะ
กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉิงฮวานั้นเป็นดอกไม้ประจำราชวงศ์เปี้ยน ด้วยฐานะของ
คุณชาย คงไม่ยากที่จะหามาได้”
คุณชายสวมชุดผาวสีดำหรี่ตา ดอกไม้ประจำราชวงศ์! เจียงหยวนผู้ที่อยู่ตรง
หน้าซุกซ่อนรัศมีอย่างดี เกรงว่าคงไม่ใช่หมอทั่วไป เขาเงียบงันไปครู่หนึ่ง พลัน
ถามขึ้น “เมื่อครู่ แม่นางสองท่านนั้นก็มารักษาอาการป่วยหรือ?”
เจียงหยวนหมุนกายเอ่ยตอบ “มิอาจแจ้งให้ทราบได้”
คุณชายสวมชุดผาวสีดำเหล่มองเขาแวบหนึ่ง ก่อนหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยว่า
“นางคงมาถามเจ้าเรื่องปานบนใบหน้ากระมัง? ดูท่านางเองก็คงผิดหวังเช่นกัน
หรือว่าแม้แต่ท่านหมอเจียงเองก็ยังไร้หนทางแก้ไข?”
ความสนใจทั้งมวลของเจียงหยวนราวถูกสมุนไพรชนิดนั้นดึงดูดไปจนสิ้น
ท่าทางเหมือนไม่อยากสนทนากับเขาอีก
คุณชายสวมชุดผาวสีดำคล้ายกล่าวกับตนเอง “แม่นางท่านนั้น… ข้ารู้จักนาง
อยากช่วยเหลือนางมาโดยตลอด เพียงแต่ไม่รู้ควรช่วยอย่างไรดี ทั้งที่ข้ามียาดีอยู่
ในมือมากมาย น่าเสียดายยิ่งนัก…”
มือของเจียงหยวนชะงักไปเล็กน้อย พลันเอ่ย “ปานบนใบหน้าคุณหนู ท่านนั้น
จำต้องใช้กระวานเทียนเซียงเท่านั้นจึงจะรักษาได้ คุณชายแม้นมีความสามารถล้น
ฟ้า ก็ไม่แน่ว่าจะช่วยนางได้”
“กระวานเทียนเซียง?” คุณชายสวมชุดผาวสีดำสายตาไหวระริก พลางเอ่ย
อย่างครุ่นคิด “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะช่วยนางไม่ได้?”
“ของสิ่งนี้เป็นยาชั้นเยี่ยมที่หาได้ยาก เป็นสิ่งของล้ำค่าของเฉินเหมิน คุณชาย
คิดว่าสำนักมือสังหารอันดับหนึ่งในยุทธภพเช่นนั้น จะมีผู้ใดเข้าออกได้ง่ายๆ
หรือ?” ไอสังหารพาดผ่านใบหน้าเจียงหยวน เพียงเสี้ยววินาทีก็หายไป
เฉินเหมิน! คุณชายสวมชุดผาวสีดำนัยน์ตาเย็นชาเล็กน้อย ไม่เอ่ยมากความ
อีก ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก ผู้ติดตามรีบวางกล่องผ้าตาดลง ก่อนจะสาวเท้า
ก้าวใหญ่ๆ เดินตามออกไป
เจียงหยวนมองดูกล่องสมุนไพรก่อนจะแสยะยิ้มหัวเราะไร้เสียง ท่ามกลาง
นัยน์ตานิ่งสงบ พลันมีรัศมีบางอย่างพาดผ่าน
นายบ่าวทั้งสองมุ่งหน้าไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับเส้นทางที่ซูหลีเดินจากไป
คุณชายสวมชุดผาวสีดำออกคำสั่งเสียงเข้ม “เซิ่งฉิน ถ่ายทอดคำสั่งลงไป เร่ง
ความเร็วในการค้นหา ข้าต้องตามหาสตรีนางนั้นให้พบ!”
“พ่ะย่ะค่ะ! ท่านอ๋อง!” เซิ่งฉินน้อมรับคำสั่งเสียงหนักแน่น
ระหว่างทางกลับเมือง ซูหลีนั่งพิงอยู่ตรงมุมผนังรถม้า สายตาครุ่นคิดเหม่อ
ลอยไร้จุดหมาย ไม่เอ่ยวาจาใดตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้
หวั่นซินกลับรู้สึกกระสับกระส่าย แม้วันนั้นเปิดอกคุยกับคุณหนูจนไร้ซึ่งความ
คับข้องใจต่อกันแล้ว แต่อย่างไรตนเองก็ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสำนักให้มา
เกลี้ยกล่อมคน ประโยคเมื่อครู่ของเจียงหยวน พาให้ทั้งสองจมสู่ภวังค์เงียบงัน
อีกหน สิ่งที่นางต้องการ กลับเป็นของล้ำค่าประจำสำนักเฉินเหมิน แล้วจะไม่ให้นึก
แคลงใจได้อย่างไร?
เมื่อเห็นว่าใกล้เข้าเมืองแล้ว ในที่สุดหวั่นซินก็อดเปิดปากไม่ได้ “คุณหนูเจ้า
คะ…”
“หืม? มีเรื่องอันใด?” ซูหลีสายตาไหวระริก คล้ายเพิ่งเรียกสติกลับคืนมา
“เมื่อครู่ ของล้ำค่าที่เจียงหยวนเอ่ยถึง… หวั่นซินมิใช่ว่ารู้แต่ไม่บอกคุณหนูนะ
เจ้าคะ”
ซูหลีมองนาง ยิ้มบางเอ่ยว่า “เจ้าคิดไปถึงที่ใดแล้ว ข้าจะคิดเช่นนั้นกับเจ้าได้
อย่างไร? พิษนี้ติดตัวข้าออกมาจากครรภ์มารดาตั้งสิบกว่าปีแล้ว หรือว่าเจ้าสำนัก
เฉินเหมินมีญาณหยั่งรู้… เช่นนั้นเขาเป็นเทพเซียนหรือ?” เรื่องนี้มีเงื่อนงำจริงๆ
ทางนั้น เจ้าสำนักเฉินเหมินให้หวั่นซินมาเกลี้ยกล่อมนางให้เข้าร่วมสำนักเฉินเหมิน
ทางนี้ เจียงหยวนกล่าวว่าของที่สามารถแก้พิษในร่างกายนางได้อยู่กับสำนักเฉิน
เหมิน คล้ายว่าบังเอิญเกินไป ทว่านางเชื่อว่าหวั่นซินไม่มีใจคิดร้ายกับนางแน่นอน
หวั่นซินขมวดคิ้วเบาๆ ถอนใจเอ่ยว่า “จากที่บ่าวรู้ เฉินเหมินเลื่องชื่อขึ้นมาเมื่อ
สิบสี่ปีก่อน คุณหนูเพิ่งอายุครบสิบหกปี ตามหลักแล้วสองฝ่ายไม่น่ามีความ
เกี่ยวข้อง เพียงแต่เรื่องในวันนี้ดูช่างบังเอิญเกินไป ยากที่จะไม่ชวนให้คนสงสัย”
ซูหลียิ้มบาง สายตาทอดมองไปนอกหน้าต่างรถ สีหน้ากลัดกลุ้มเล็กน้อย ปาก
ก็เอ่ยปลอบนาง “ใต้หล้ากว้างใหญ่ไพศาล เรื่องประหลาดใดบ้างที่ไม่มี บางเรื่องก็
พิศวงจนไม่อาจคาดคิด ทว่ากลับมีอยู่จริง ไม่จำเป็นต้องคิดมาก อย่างไรก็ปล่อย
ให้มันเป็นไปดีกว่า” นางพึมพำเสียงเบา คล้ายกำลังกล่าวให้ตนเองฟัง
“เช่นนั้นเรื่องที่คุณหนูจะเข้าวัง มีแผนหรือยังเจ้าคะ?” หวั่นซินใคร่ครวญอยู่
ครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยถามอย่างระมัดระวัง ความหมายแฝงในประโยคของนางนั้น
ชัดเจน หากซูหลีอยากเข้าวัง ทางลัดที่รวดเร็วที่สุดก็คือตอบรับข้อเสนอของเจ้าสำ
นักเฉินเหมิน เพื่อแลกกับกระวานเทียนเซียง ถ้าไม่เช่นนั้น ก็มีแต่ต้องยอมแพ้
เรื่องคัดเลือกพระชายา
ซูหลีสงบใจครุ่นคิด ก่อนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “เงื่อนไขที่เจ้าสำนักเสนอมา
ไม่เลว แต่ข้ายังไม่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนดี เข้าวัง… อาจมิใช่เพียงหนทางเดียวที่
มีอยู่”
หวั่นซินพยักหน้า ไม่เอ่ยอะไรอีก รถม้าเคลื่อนตัวโยกเยก สับฝีเท้ามุ่งหน้าเข้าสู่
ตัวเมือง ผ่านไปไม่นานก็มาถึงหน้าประตูจวนอัครเสนาบดี
กลับมาถึงสวนเล็ก มองเห็นโม่เซียงยืนอยู่หน้าประตูสวนแต่ไกล ชะเง้อมอง
มาทางนี้เป็นระยะ เมื่อเห็นเงาร่างของทั้งสอง สายตาพลันเป็นประกาย วิ่งเข้ามา
อย่างลิงโลด ปากก็ร้องตะโกนเสียงดัง “คุณหนู ในที่สุดคุณหนูก็กลับมาแล้ว!”
หวั่นซินสีหน้าพลันเปลี่ยน ต่อว่าต่อขาน “เอะอะโวยวายอันใดกัน ไร้กฎระเบียบ
ยิ่งนัก! หากถูกคนปากมากเห็นเข้าแล้วนำไปฟ้องฮูหยิน ต้องหนีไม่พ้นถูกลงโทษ
เป็นแน่”