ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 153 ตาข่ายสะกดศพ เริ่มล่าศพ
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 153 ตาข่ายสะกดศพ เริ่มล่าศพ
เมื่อวิญญาณอาฆาตทั้งสองเห็นตัวตนที่แท้จริงของผมกับอาจารย์ต่างก็ส่งเสียงคำรามออกมาในทันที
“อ๊าววว!”
พวกมันกู่ร้องลั่น แล้วกระโจนเข้ามาหาเราด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับต้องการฉีกทึ้งทั้งเป็น
พวกเราปลอมตัวเป็นเจ้านายของพวกมัน ซ้ำยังใช้งานมันอย่างหนักหน่วงจนพลังแทบหมดสิ้น
ผีธรรมดายังแค้น นับประสาอะไรกับวิญญาณอาฆาตสองตนนี้
อาจารย์เหลือบมองพวกมัน แล้วสบถด้วยน้ำเสียงดุดัน “พวกเศษสวะ!” ก่อนตะโกนสั่งผม “เสี่ยวเจียง ลงมือ!”
แต่ไม่ต้องรอให้อาจารย์สั่งด้วยซ้ำ ผมก็หยิบแส้กระดูกงูออกมาแล้ว
“เพียะ!”
เสียงแส้หวดอากาศดังลั่น ปลายแส้พันเกี่ยวรอบคอวิญญาณที่อยู่บนเรือผมอย่างแม่นยำ
แม้วิญญาณตนนี้จะเคยมีพลังอาฆาตรุนแรง แต่ตอนนี้ถูกใช้ไปกับการพายเรือกลางทะเลสาบจนพลังร่อยหรอไปแทบหมดแล้ว พละกำลังของมันจึงลดลงอย่างน่าเวทนา
กลับกัน ผมกับอาจารย์ยังคงรักษากำลังไว้อย่างเต็มเปี่ยม
จังหวะนี้เราจึงได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อพันคอได้ ผมกระชากแส้กระดูกงูกลับมาอย่างแรง
ดึงทีเดียว วิญญาณตนนั้นก็ปลิวกระแทกลงบนดาดฟ้าเรือ
ไม่รอให้มันได้ตั้งตัว ผมชักกระบี่กระดูกปลาขึ้นมาทันที ไม่เปิดโอกาสให้มันโต้กลับแม้แต่น้อย
ผมพุ่งเข้าใส่มันในพริบตา แทงกระบี่เข้ากลางอกอย่างแม่นยำ
“อ๊ากกก!!”
เสียงกรีดร้องดังลั่น แล้วร่างของวิญญาณอาฆาตก็ “บึ้ม” สลายกลายเป็นเปลวเพลิงสีเขียวในทันที
ส่วนทางฝั่งของอาจารย์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ด้วยพลังอันสูงส่งของท่าน การจัดการกับวิญญาณอาฆาตที่แทบหมดแรงตัวนี้ง่ายดายไม่ต่างจากการบี้ยุงตัวหนึ่ง
ซ้ำวิญญาณอาฆาตโง่งมตนนั้นยังบ้าบิ่นกระโจนใส่อาจารย์ด้วยตัวเอง
ผลสุดท้าย อาจารย์แค่ยกมือขึ้นก็คว้าคอมันได้ทันที
ดวงตาของมันถลน อ้าปากเหมือนจะกรีดร้อง แต่ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา
อาจารย์เอียงตัวเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะชายตามอง
จากนั้นก็บีบคอมันด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
“ปัง!”
เพลิงสีเขียวรูปคนลอยขึ้นไปในอากาศ วิญญาณอาฆาตร่างสูงพลันสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ขณะที่อาจารย์สังหารวิญญาณอาฆาตร่างสูง เขาเห็นภาพตอนที่ผมกำลังจัดการกับวิญญาณอาฆาตหัวโล้นพอดี
แม้ระดับพลังของผมจะยังไม่สูงนัก แต่อาจารย์พอใจยิ่งเมื่อเห็นว่าการลงมือของผมนั้นเด็ดขาดไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย
ระหว่างที่เราสบตากัน อาจารย์พยักหน้าให้ผมเบาๆ ที่มุมปากยังมีรอยยิ้มจางๆ แฝงไว้ด้วยความพึงพอใจในผลงานของผม
ขณะนี้ทั่วทั้งทะเลสาบหนานเทียนคลื่นลมโหมกระหน่ำ ระลอกคลื่นใหญ่สาดซัดเป็นระลอก
ที่นี่ดูไม่เหมือนทะเลสาบสักนิด เหมือนอยู่กลางแม่น้ำฮวงโหที่คลื่นซัดแรงมากกว่า
ไอหยินลอยคลุ้ง เรือโคลงเคลง มือศพมากมายผลุบๆ โผล่ๆ อยู่กลางทะเลสาบ
วังน้ำวนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นไม่ไกลนัก
ภัยอันตรายมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง…
ผมทรงตัวให้มั่น แล้วรีบนำตาข่ายสะกดศพออกมา ก่อนตะโกนเรียกอาจารย์ “อาจารย์ ตาข่าย!”
“ส่งมา!”
อาจารย์ยื่นมือข้างหนึ่งออกมา
ผมรีบโยนตาข่ายสะกดศพไปยังเรือของอาจารย์ที่อยู่ข้างๆ
อาจารย์รับตาข่ายสะกดศพไว้
เขายืนอย่างมั่นคงบนดาดฟ้าเรือที่โคลงเคลงราวกับมีรากงอกออกมาจากใต้ฝ่าเท้า แม้คลื่นลูกใหญ่จะซัดเรือจนสั่นสะเทือน เขาก็ยังนิ่งมั่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ส่วนผมทำได้เพียงย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง พยายามควบคุมร่างกายอย่างเต็มที่
อาจารย์ถือตาข่ายไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง พลางมองดูซ้ายขวาของเรือ ก่อนจะโยนตาข่ายสะกดศพออกไป
ตาข่ายนั้นกระจายออกกลางอากาศเหมือนโยนแหจับปลา
เสียง “ซ่า” ดังขึ้นขณะตกลงไปในทะเลสาบ
อาจารย์ดึงเชือกไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งรีบผสานมุทรา
“เก็บ!”
ตาข่ายสะกดศพที่ถูกโยนออกไปเริ่มหดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
จากนั้นจะเห็นว่า ตาข่ายในมืออาจารย์เคลื่อนไหวไปมาราวกับจับได้ปลาตัวใหญ่ มันกำลังดิ้นรนหนีสุดกำลัง
“ตูม! ตูม!”
เกิดละอองน้ำกระจายขึ้นมาไม่หยุด…
“แม่งเอ๊ย แรงเยอะฉิบหาย เสี่ยวเจียง เอาข้าวเหนียวหว่านลงไปในน้ำให้หมด จัดการกับศพลอยน้ำพวกนี้ก่อน แล้วเราค่อยไปจัดการกับพวกผีพรายในน้ำ!” อาจารย์เกร็งกำลังพลางกล่าวด้วยเสียงทุ้มหนักแน่น
ผมทำตามที่อาจารย์บอกราวกับเป็นผู้ช่วยตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
อาจารย์ให้ผมทำอะไร ผมก็ทำตามโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
ผมรีบหยิบข้าวเหนียวถุงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าอุปกรณ์
ข้าวเหนียวมีฤทธิ์สะกดศพ ไม่ว่าจะเป็นศพลอยน้ำหรือผีดิบล้วนกลัวของสิ่งนี้
ผมหยิบข้าวเหนียวออกมาแล้วหว่านลงไปทันที
เสียงเมล็ดข้าวเหนียวหล่นกระทบน้ำดังจ๋อมๆ ไม่ขาดสาย
พอมือศพที่ลอยผลุบโผล่ในทะเลสาบสัมผัสกับข้าวเหนียวเข้าไป ต่างก็รีบชักกลับลงไปใต้น้ำทันทีราวกับถูกลวก
ในน้ำยังมีฟองอากาศสีดำผุดขึ้นมาทีละลูกๆ พร้อมเสียงดัง “ปุดๆ”
พอหว่านข้าวเหนียวหมดถุง ทะเลสาบโดยรอบก็สงบลงไปไม่น้อย
อาจารย์ดึงตาข่ายสะกดศพขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว กระชากขึ้นอย่างแรง
ตาข่ายสะกดศพถูกดึงขึ้นจากน้ำทันที
ภายในตาข่ายมีศพลอยน้ำขาวซีดอยู่สองศพ พวกมันหล่นลงบนดาดฟ้าเรือเสียงดัง “ตุบๆ”
กลิ่นเหม็นเน่าและกลิ่นคาวปลารุนแรงจนแทบอาเจียน
แต่ศพสองศพนี้ต่างจากศพลอยน้ำที่เราเคยเก็บขึ้นมาก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด
ไอศพเข้มข้นมาก เข้มเสียจนผิดปกติ
เมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ร่างของศพลอยน้ำพวกนี้ไม่ได้บวมอืดจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน แต่กลับมีผิวหนังแห้งเหี่ยว
และเมื่อมองละเอียดขึ้นไปอีก จะเห็นได้ว่าปลายเล็บของพวกมันยาวมาก
ใจผมสั่นสะท้าน นึกถึงบันทึกของอาจารย์ปู่ที่กล่าวถึงลักษณะของศพกลายสภาพเอาไว้
ผิวหนังเหี่ยวแห้ง เล็บมือยาวเหยียด นี่เป็นสัญญาณของศพกลายสภาพชัดๆ
ศพลอยน้ำในทะเลสาบแห่งนี้กลายสภาพได้ด้วยเหรอ
แต่นี่มันอยู่ในน้ำนะ! กลายเป็นศพคืนชีพในน้ำได้ด้วย?
ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เมื่อศพลอยน้ำสองศพนี้ร่วงลงบนดาดฟ้าเรือ อาจารย์รีบตะโกนเรียกผมอีกครั้ง “เอาตะปูตอกโลงมา เร็วเข้า!”
น้ำเสียงของอาจารย์จริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผมไหนเลยจะกล้าชักช้า รีบหยิบตะปูตอกโลงที่อาจารย์ต้องการ แล้วโยนไปให้อย่างรวดเร็วที่สุด
อาจารย์คว้าตะปูตอกโลงสองอันไว้ในมือ จากนั้นก็ร่ายคาถาสองสามคำ
“สะกดหยิน สะกดผี สะกดวิญญาณศพ!”
ระหว่างพูด ตะปูตอกโลงในมือก็ถูกตอกลงบนหน้าผากของศพลอยน้ำสองศพนั้นอย่างรวดเร็ว
พอถูกตะปูตอกเข้าไป บริเวณหน้าผากและรูจมูกของศพทั้งสองมีเลือดสีดำไหลออกมา…
นี่คือศพที่ตายมาหลายสิบวันแล้ว แต่กลับยังมีเลือดดำไหลออกมา จะเห็นได้ว่าศพพวกนี้ร้ายกาจขนาดไหน
พวกมันกำลังกลายสภาพเป็นศพคืนชีพแล้ว…
ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ ศพวิญญาณอาจปรากฏขึ้นจริงๆ
หลังจากตอกตะปูเสร็จ อาจารย์เก็บตาข่ายสะกดศพกลับมา แล้วพูดขึ้นว่า “ให้ตายเถอะ ทะเลสาบด้านนอกนี่มันกลายเป็นสถานที่เลี้ยงศพตามธรรมชาติไปแล้ว โชคดีที่เรามาเร็ว ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ต้องมีสุ่ยกุ้ยปรากฏตัวแน่ๆ”
สุ่ยกุ้ย?
ผมพยายามนึกถึงคำนี้ แต่พบว่าอาจารย์ไม่เคยสอนผม และบันทึกของอาจารย์ปู่ก็ไม่ได้กล่าวถึง
แต่จากสีหน้าและคำพูดของอาจารย์ ดูเหมือนมันจะเป็นศพอาฆาตชนิดหายากมาก
“อาจารย์ สุ่ยกุ้ยนี่คืออะไรหรือ” ผมถามพลางระแวดระวังโดยรอบ มองหาศพลอยน้ำตัวอื่นที่จมลงไปใต้น้ำ
หากมีโผล่ขึ้นมาอีก จะได้รีบแจ้งให้อาจารย์ใช้ตาข่ายดักจับแล้วดึงขึ้นเรือ
อาจารย์เองก็เหมือนผม สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง พร้อมตอบกลับมาว่า “มันคือผีดิบในน้ำ ผีดิบชนิดนี้พิเศษมาก เป็นผีดิบที่สามารถแปรสภาพในน้ำจนกลายเป็นวิญญาณได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ การรวมตัวของวิญญาณและศพ
พวกมันสามารถเคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างอิสระ และมีพลังปีศาจที่สามารถบันดาลคลื่นลมให้รุนแรงได้…”