ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 161 ระดับอาภรณ์แดง ไปตายซะ นังปีศาจ!
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 161 ระดับอาภรณ์แดง ไปตายซะ นังปีศาจ!
เมื่อผีพรายตนสุดท้ายสลายหายไป กระแสปราณต้นกำเนิดสายหนึ่งก็ไหลเข้าสู่ร่างอีกครั้ง
ความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างเหมือนจะลดลงไม่น้อย
หากผมรอดกลับไปได้ คราวนี้ระดับพลังต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน...
แต่การใช้วิชาสายฟ้าก็ทำให้ผมหอบหายใจแรง ร่างเข้าสู่ภาวะหมดแรงชั่วขณะ
ถึงกระนั้น ผมก็ไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย ยังคงจับจ้องหมอกหนาทึบรอบตัว เงี่ยหูฟังเสียงน้ำสาดซัด “ซ่าๆ” ที่ดังมาเป็นระยะ
รวมถึงปราณเต๋าและพลังอาฆาตที่ถาโถมมาทางนี้
ผมรู้ดีว่าอาจารย์กับวิญญาณอาฆาตหญิงชุดแดงยังคงสู้กันอยู่
ตอนนี้ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทั้งฝ่าหมอกตรงหน้าไม่ได้ ช่วยอาจารย์ก็ไม่ได้ ขึ้นฝั่งก็ไม่ได้
ทำได้เพียงภาวนาให้อาจารย์มีชัยเหนือความชั่วร้าย ปัดเป่าสิ่งอัปมงคลให้ผู้คน
ไม่นานนัก การต่อสู้ระหว่างอาจารย์กับวิญญาณอาฆาตชุดแดงก็ลามมาถึงตรงนี้
ผมได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมสูงของหญิงสาว ลมอาฆาตพัดกระหน่ำ หมอกหนาทึบรอบตัวพลันพุ่งตรงเข้ามาหาผม
“อ๊าก!”
ต่อจากนั้นคือเสียงร้องโหยหวนของอาจารย์
อาจารย์ลอยคว้างออกมาจากหมอก กลิ้งไปมาหลายตลบบนผิวน้ำ
สุดท้ายก็กระแทกเข้ากับขอบเรือที่ผมอยู่ดัง “โครม!”
อาจารย์กระอักเลือด ร่างไถลไปตามขอบเรือจวนจะตกลงน้ำ
ผมคว้าคอเสื้ออาจารย์ไว้ทันเวลา
“อาจารย์!”
ผมร้องเรียก พลางออกแรงดึงอาจารย์ขึ้นมาบนซากเรือที่พลิกคว่ำ
อาจารย์เต็มไปด้วยเลือด แต่แววตายังแน่วแน่ดุดัน
เขาแค่นเสียงสบถอย่างไม่ยอมแพ้ “บัดซบ! ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ในน้ำ ป่านนี้ฉันฆ่านังบ้านี่ไปเป็นร้อยรอบแล้ว!”
อาจารย์พูดพลางยันตัวลุกขึ้นโดยอาศัยแรงผม
ทันใดนั้น พลังอาฆาตมหาศาลก็โถมเข้ามาอีกระลอก
ความรู้สึกเจ็บปวด อึดอัด และหวาดกลัว กลับมาอีกครั้ง
นี่คือแรงกดดันจากสิ่งอาฆาตระดับสูง
กระแสลมพลังอาฆาตซัดมา หมอกเบื้องหน้าปรากฏร่างในอาภรณ์แดงพุ่งตรงมาหาผมกับอาจารย์
“ผีสาว!” ผมร้องลั่น
อาจารย์ผลักผมตกน้ำ ชูกระบี่ไม้ท้อพลางคำรามเสียงต่ำ “ใจเร้นจิตลับ สรรพสิ่งหวนสู่หนึ่ง” แล้วฟาดกระบี่ออกไป
เกิดเสียงลมพายุอันแข็งกร้าวดังอื้ออึง แผ่กระจายออกไปอย่างรุนแรง ปะทะเข้ากับวิญญาณอาฆาตชุดแดงอย่างจัง
การปะทะครั้งนี้สลายหมอกหนาทึบรอบด้าน เกิดเป็นพื้นที่โล่งกว่าสิบเมตร
เมื่อผมโผล่หัวขึ้นจากผิวน้ำ เห็นอาจารย์ยืนเผชิญหน้ากับการโจมตีรอบทิศของหญิงชุดแดงอยู่บนเรือคว่ำ
ผมเบิกตากว้างสุดชีวิต ก็ยังไม่อาจมองเห็นร่างเธอได้
เพราะทุกครั้งที่เธอปรากฏจะหายวับไปทันที เหลือไว้เพียงสายหมอกพลังอาฆาตสีแดง จากนั้นก็ปรากฏจากอีกทิศทาง
อาจารย์เหยียบยืนอยู่บนแผ่นไม้ เหวี่ยงกระบี่รับการโจมตีของเธอไม่หยุด
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นวิญญาณอาฆาตที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
เมื่อเทียบกันแล้ว ระดับพลังของผมช่างต่ำต้อยนัก
หากผมพุ่งขึ้นไป อีกฝ่ายเพียงโจมตีครั้งเดียว ผมก็อาจไม่รอด
อาจารย์กับวิญญาณอาฆาตหญิงกำลังต่อสู้อย่างสูสี
ผลแพ้ชนะยังไม่อาจคาดเดา
น่าเสียดายที่อาจารย์ใช้ร่มดำของผมไม่ได้ เพราะไม่สอดคล้องกับดวงชะตา
ไม่เช่นนั้น อาจารย์คงพลิกสถานการณ์ได้ทันที
แม้พลังผมจะไม่พอ แต่ก็อยากช่วยอาจารย์บ้าง
หากผมหาจังหวะลอบโจมตีหญิงชุดแดงได้สักครั้งล่ะ
บางทีอาจสร้างโอกาสให้อาจารย์ได้เหมือนตอนอยู่ในน้ำที่ผมแทงคอสุ่ยกุ้ย ช่วยให้อาจารย์สังหารมันได้
คิดถึงตรงนี้ ใจผมก็กล้าแข็งขึ้น
ไม่มีอะไรให้กลัวอีกแล้ว
ถึงขั้นนี้ ไม่มันก็เราที่ต้องตาย
ผมวนเวียนอยู่รอบๆ พวกเขา คอยมองหาจังหวะ ไม่ใช่พุ่งเข้าใส่อย่างบุ่มบ่าม
การทำเช่นนั้นไม่ใช่การสร้างโอกาส แต่เป็นการสร้างปัญหาให้กับอาจารย์
ดูเหมือนอาจารย์จะเข้าใจความคิดของผม เขาค่อยๆ เคลื่อนตำแหน่ง จงใจทำให้หญิงชุดแดงหันหลังให้ผม
ผมไม่รีบร้อน ยังคอยโอกาสต่อไป เพราะโอกาสมีเพียงครั้งเดียว ดังนั้น ไม่เพียงต้องรอบคอบ แต่ยังต้องมั่นใจว่าจะสำเร็จด้วย
หลังจากอาจารย์ประมือกับเธอไปกว่าสิบกระบวนท่า จู่ๆ ก็ปล่อยสายฟ้าฟาดออกมาสายหนึ่ง แล้วตามด้วยการฟันหนักหน่วงหนึ่งกระบวนท่า
หญิงชุดแดงยกกรงเล็บทั้งสองขึ้นทันที ต้านรับกระบี่ไม้ท้อของอาจารย์พร้อมกับยืนหยัดปักหลักอยู่บนแผ่นไม้กลางน้ำ
พอเห็นภาพนี้ ผมหัวใจกระตุกวูบ
โอกาส… มาแล้ว!
ผมสะบัดแส้กระดูกงูออกไปเต็มแรงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เสียง “เพียะ!” ดังสนั่น พุ่งตรงไปยังลำคอของวิญญาณอาฆาตหญิงชุดแดง
ผีสาวกับอาจารย์สูสีกัน เมื่อถูกอาจารย์รั้งไว้ ต่อให้เธอรู้ตัวว่าผมฟาดแส้เข้าใส่ก็ไม่อาจหลบพ้น
แส้กระดูกงูของผมพันเข้ากับลำคอของเธอเต็มแรง
เห็นภาพนั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นจนอกแทบระเบิด รีบออกแรงหวังจะดึงเธอล้มลง
แต่พอออกแรงจึงรู้… ความต่างของระดับพลังนั้นมหาศาล
ผมแทบไม่อาจเขยื้อนเธอได้เลย
ในจังหวะนั้นเอง หญิงชุดแดงคำรามลั่น
“อ๊าาา!”
พลังอาฆาตพลุ่งพล่านระเบิดออกจากร่างเธอ
แรงปะทะน่าสะพรึงกลัวจนกระแทกอาจารย์กระเด็นไปทันที
จากนั้นหญิงชุดแดงเหวี่ยงมือกระชากแส้ที่พันคอเธออยู่ แม้มือจะถูกแผดเผาก็ยังฉุดมันอย่างแรง
แรงของเธอมหาศาลเกินต้าน
ผมที่หนักหกเจ็ดสิบกิโลกรัมถูกเหวี่ยงขึ้นจากน้ำ ลอยตรงดิ่งเข้าหาเธอ
หญิงชุดแดงแสยะยิ้มร้าย จ้องผมด้วยดวงตาเย็นชาพร้อมคำรามเสียงแหบพร่า
“ตายซะ ไอ้ผู้ชาย!”
กรงเล็บคมกริบของเธอยื่นตรงมาหาผม
หากเป็นสถานการณ์ทั่วไป ร่างของผมคงถูกกรงเล็บนั่นทะลวงทันที ไม่มีทางรอด
แต่โชคดีที่ผมตอบสนองไวและไม่ตื่นตระหนก
ในเสี้ยววินาทีนั้น ผมตัดสินใจได้อย่างถูกต้องที่สุด รีบยกมือซ้ายที่ถือร่มดำขึ้นมากันไว้ตรงหน้า!
ถึงแม้จะกางไม่ทัน แต่ใช้กั้นแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว
หญิงชุดแดงดูเหมือนไม่รู้ถึงพลังของร่มนี้
ทั้งที่เห็นว่าผมใช้ร่มบัง แต่กลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เงื้อกรงเล็บจะฟาดทั้งผมและร่มให้ขาดเป็นสองท่อน
แต่เธอ… ประเมินตัวเองสูงเกินไป
ร่มปรภพซึ่งเสี่ยวอวี่มอบให้ผมไว้ป้องกันตัวเป็นของวิเศษจากแดนปรโลก หญิงชุดแดงจะฉีกทำลายง่ายๆ ได้อย่างไร
เสียง “ซวบ!” ดังขึ้น
กรงเล็บผีปะทะกับร่มดำเข้าอย่างจัง
หญิงชุดแดงชะงักงัน
เพราะภาพที่เธอคาดไว้ ร่มกับตัวผมจะขาดครึ่งพร้อมกันดันไม่เกิดขึ้น
ตรงกันข้าม ร่มดำในมือผมกลับเปล่งแสงดำวูบหนึ่ง
แรงสะท้อนอันร้ายกาจแผ่ออกมาจากร่ม
แม้เธอจะเป็นวิญญาณอาฆาตระดับอาภรณ์แดงก็ยังถูกแรงนั้นกระแทกกระเด็น ลอยถอยหลังไปไม่หยุด
ส่วนผมเองก็ถูกแรงกระแทกนั้นสะท้อนกลับจนตกลงไปในน้ำ
แต่โชคดีที่ร่างกายไม่เป็นอะไรเลย
ในเวลาเดียวกัน
อาจารย์ปีนขึ้นมายังเรือ
พอเห็นหญิงชุดแดงลอยกระเด็น ก็รีบควักกระจกแปดทิศออกมาพร้อมคำรามเสียงต่ำ
“แดนวิญญาณสะกดสิ่งอัปมงคล!”
อาจารย์สะบัดกระจกแปดทิศในมือ มันพุ่งไปแปะเข้ากลางแผ่นหลังของวิญญาณอาฆาตหญิงชุดแดงทันที
หญิงชุดแดงกรีดร้องด้วยเสียงแหลมพร่า
พลังสะกดวิญญาณจากกระจกแปดทิศทำให้เธอแข็งค้างอยู่กับที่ ควันดำพวยพุ่งดัง “ซู่ๆ…” ออกมาจากร่างเธอไม่หยุด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน
อาจารย์ไม่ปล่อยให้เธอมีเวลาตั้งตัว ชูกระบี่ไม้ท้อแทงไปยังแผ่นหลังของหญิงชุดแดงสุดแรง
“ตายซะ นังปีศาจ!”