ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 162 ไปตายซะ ต้องลงมือให้เด็ดขาด
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 162 ไปตายซะ ต้องลงมือให้เด็ดขาด
ทันทีที่อาจารย์ตะโกนว่า “ไปตายซะ นังปีศาจ!” กระบี่ไม้ท้อในมือเขาก็แทงทะลุร่างของผีสาวทันที
ดวงตาของผีสาวเบิกโพลง ส่งเสียงกรีดร้องแหลมบาดหูออกมา
“อ๊า…”
ร่างของนางเริ่มสลายวูบวาบคล้ายแสงไฟนีออนที่ดับๆ ติดๆ
พลังอาฆาตรุนแรงรอบกายยังคงทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง
อาจารย์เห็นว่านางยังไม่ตาย จึงแทงซ้ำเข้าไปอีก
ผีสาวร้องกรี๊ดอีกครั้ง กล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “ผู้ชาย…ผู้ชายชั่ว…ต้องตาย! ต้องตายทุกคน!”
นางแผดเสียงโหยหวนเจ็บปวด แต่ก็ยังไม่ยอมตาย พลังชีวิตจะน่าตกตะลึงเกินไปแล้ว
นางหันหัวกลับร้อยแปดสิบองศา สบตากับอาจารย์ที่แทงนางจากด้านหลัง
นางจ้องเขาด้วยแววตาอาฆาตพลางแยกเขี้ยว
“ไปตายซะ ไอ้ผู้ชายโสโครก!”
เมื่อพูดจบ ก็อ้าปากกว้างหมายจะกัดเข้าที่ลำคอของอาจารย์
อาจารย์ตกใจ รีบยกมือข้างหนึ่งยันขากรรไกรล่างของนางไว้
อาจารย์กับผีสาวชุดแดงต่างยืนกดดันกันอยู่บนเรือ
ผมมองภาพนั้นด้วยความตกใจ ไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย
ถึงแม้ผีสาวใกล้จะแพ้แล้ว แต่นี่ก็เป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของการต่อสู้
หากอาจารย์รับมือไม่ไหว ถูกนางกัดคอก่อนที่นางจะถูกกำจัด อาจารย์คงต้องตายตกตามไปด้วยแน่นอน
ผมรีบปีนขึ้นมาบนเรือ กระบี่กระดูกปลายังปักอยู่อีกฟาก ตอนนี้ผมมีเพียงร่มสีดำอยู่ในมือ
แต่ร่มดำเป็นเพียงอาวุธป้องกัน หากอยากสังหารผีสาวชุดแดงจำเป็นต้องโจมตีด้วยพลังรุนแรงพอที่จะสังหาร
ผมรีบผสานมุทรา เตรียมใช้วิชาสายฟ้าสังหารนางในครั้งเดียว ไม่ให้เหลือโอกาสรอดแม้แต่นิด
ในช่วงเป็นตาย ความเร็วในการผสานมุทราของผมพุ่งถึงขีดสุด
ปกติแล้ว ผมต้องใช้เวลาสี่วินาทีในการผสานมุทราวิชาสายฟ้า แต่คราวนี้ ผมลดเหลือเพียงสองวินาทีครึ่ง
เมื่อผสานครบเจ็ดมุทรา ผมรู้สึกได้ว่าพลังในร่างแทบจะถูกสูบออกไปหมด
ฝ่ามือขวามีสายฟ้าปรากฏขึ้น
สายฟ้าเส้นแล้วเส้นเล่าแผดเสียงแทรกอากาศดัง “เปรี๊ยะๆ…”
เขี้ยวของผีสาวแทบจะสัมผัสถึงลำคอของอาจารย์แล้ว สถานการณ์อันตรายถึงขีดสุด
แต่ผมผสานมุทราเรียบร้อยแล้ว
ผมเล็งเป้าที่ศีรษะของผีสาว แล้วตบฝ่ามือออกไปสุดแรง
“อัสนีสวรรค์กัมปนาท ปราณต้นกำเนิดไม่ขาดสาย ข้าขอยืมอำนาจแห่งสายฟ้า พิฆาตปีศาจร้าย
วิชาสายฟ้า ฝ่ามืออัสนี!”
ฝ่ามือของผมฟาดเข้าที่ศีรษะของผีสาวโดยตรง
“เปรี้ยง!!”
เสียงฟ้าผ่าดังลั่น ก้องสะท้อนทั่วผิวน้ำทะเลสาบหนานเทียน ปรากฏสายฟ้าแปรปรวนไปทั่ว
ผีสาวตรงหน้าเปล่งเสียงกรีดร้องอย่างทรมาน ถูกฟาดกระเด็นไปพร้อมกับอาจารย์
อาจารย์ตกลงไปในทะเลสาบทันที ส่วนผีสาวชุดแดงกลับลอยไปนอนแน่นิ่งที่อีกฝั่งของเรือ
โดนวิชาสายฟ้าของผมฟาดเข้าที่ศีรษะอย่างจัง ซ้ำก่อนหน้านี้ยังถูกอาจารย์ใช้กระบี่ไม้ท้อแทงทะลุร่างไปแล้ว แต่ขนาดนี้ยังไม่สลายหายไปในทันที นี่แสดงว่าความแข็งแกร่งของเธอเหนือชั้นเกินคาด
พลังบำเพ็ญหรือตบะต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน
ไม่แปลกใจเลยที่เป็นถึงวิญญาณอาฆาตระดับอาภรณ์แดง
ศีรษะของผีสาวค่อยๆ หมุนกลับมาทางผม เธอมองผมด้วยดวงตาขุ่นมัว พร้อมเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “ผู้ชาย…สารเลว…เลว…เลว…”
แม้ดูอ่อนแรงเต็มที ร่างกายพร่าเลือนคล้ายจะสลายไปทุกขณะ แต่ผมกลับหวาดหวั่นถึงที่สุด เพราะเธอยังพูดได้
ผมไม่เปิดโอกาสให้เธอแม้แต่น้อย พุ่งไปด้านหน้า ดึงกระบี่กระดูกปลาที่ปักอยู่อีกฟากของเรือออกมา แล้วฟันไปที่ลำคอของผีสาวทันที
ผมไม่เชื่อหรอกว่าถ้าฟันหัวขาดแล้วเธอยังจะรอดได้อีก!
ผีสาวยกมือขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ หมายจะป้องกันตัว
แต่สายไปเสียแล้ว
“ฉัวะ!”
กระบี่กระดูกปลาในมือของผมฟันลงบนลำคอของผีสาวชุดแดงอย่างแม่นยำจนศีรษะของเธอขาดกระเด็น
เสียงแหบพร่าของเธอเงียบลงในทันที
ศีรษะที่กลิ้งหล่นลงกับพื้นและร่างกายของเธอระเบิดออกพร้อมกันดัง “ปัง!” กลายเป็นเปลวไฟวิญญาณลุกโชติช่วง ก่อนจะสลายหายไปในพริบตา วิญญาณแตกดับไร้ร่องรอย
อาจารย์ที่อยู่ในน้ำมองเห็นภาพนี้ทั้งหมด
เมื่อเห็นว่าผีสาวชุดแดงถูกผมฟันคอขาดตายก็อดโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นไม่ได้
“ทำได้ดีมาก!”
ส่วนผมนั้นทรุดตัวลงนั่งแหมะบนพื้นเรือที่กำลังโคลงเคลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
“แฮ่กๆ…”
ผมหอบหายใจอย่างหนัก ร่างทั้งร่างสั่นเทาไม่หยุด
ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะหมดแรง
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมใช้วิชาสายฟ้าติดกัน และมันก็สูบเอาพลังทั้งหมดในตัวผมไปจนเกือบหมดสิ้น
โชคยังดีที่เมื่อผีสาวสลายไป ปราณต้นกำเนิดแสนบริสุทธิ์ก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของผมอย่างเชื่องช้า ช่วยให้ร่างกายที่อ่อนแรงและหมดพลังเริ่มฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ไม่ถึงกับล้มลงหมดสติไป
อาจารย์ว่ายน้ำกลับขึ้นมาบนเรืออย่างรวดเร็ว
เขามองผมที่หอบหายใจอยู่ ก่อนจะตบไหล่ผมด้วยท่าทางตื่นเต้น
“เสี่ยวเจียง ไอ้หนูนี่สุดยอดจริงๆ! กล้าหาญ รอบคอบ ลงมือเด็ดขาด ไม่เสียแรงที่เป็นศิษย์ของฉัน
อายุและพลังบำเพ็ญแค่นี้กลับฆ่าวิญญาณอาฆาตระดับอาภรณ์แดงได้ ต่อไปนายจะต้องโด่งดังไปทั่ววงการ สั่นสะเทือนไปทั่วยุทธภพแน่นอน! ฮ่าๆ ฮ่าๆๆๆ…”
อาจารย์ดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าเขาดีใจสุดๆ
แต่มีเพียงผมเท่านั้นที่รู้ว่าเมื่อครู่มันคือการเดินบนเส้นด้ายแห่งความตาย โชคดีเหลือเกินที่รอดมาได้
หากพลาดไปแค่ขั้นเดียว คนที่ตายคงเป็นผมเอง
“อาจารย์ ผม… ผมเหนื่อยเหลือเกิน…”
ผมเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง แค่หายใจยังเจ็บไปทั้งตัว
อาจารย์กวาดตามองผมแวบหนึ่ง
ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย โดยเฉพาะบริเวณไหล่ขวา มีแผลฉีกยาวจนเลือดซึมทะลุเสื้อผ้า ใบหน้าของผมก็ดูซีดเซียวไร้สีเลือด
อาจารย์รู้ดีว่าไม่เพียงแต่พลังปราณของผมจะถูกใช้จนหมด ภายนอกยังเต็มไปด้วยบาดแผล ไอชีวิตในร่างยังถูกวิญญาณอาฆาตสูบไปไม่น้อย
แม้จะได้ปราณต้นกำเนิดกลับมาหลังจากสังหารวิญญาณ แต่พลังนั้นใช้เสริมพลังบำเพ็ญเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อฟื้นฟูบาดแผลหรือเรี่ยวแรง
“อดทนอีกหน่อย อาจารย์จะพานายขึ้นฝั่ง”
พูดจบ อาจารย์ก็หันมองรอบตัว
บัดนี้ ผีพรายถูกกำจัดหมดแล้ว สุ่ยกุ้ยก็ถูกระเบิดศีรษะ จมหายไปใต้ทะเลสาบ
ทะเลสาบหนานเทียนกลับคืนสู่ความสงบ ไร้เงาอาถรรพ์ใดๆ
หมอกทมิฬที่เคยปกคลุมเหนือผิวน้ำค่อยๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว พลังอาฆาตที่สะสมอยู่ในพื้นที่ก็เริ่มสลายหายไปเรื่อยๆ
รอบบริเวณเริ่มปรากฏศพลอยน้ำทีละร่าง
ศพเหล่านั้นแต่ละร่างมีตะปูตอกโลงฝังไว้ที่หน้าผาก ไม่มีเค้าความดุร้ายหลงเหลือ
ตอนนี้ แค่ให้ใครมาลากขึ้นฝั่งไปก็พอแล้ว
ไม่นาน เราก็ระบุทิศทางได้
เรือที่เรานั่งลอยเอียงอยู่ห่างจากชายฝั่งราวหนึ่งร้อยเมตร แต่จะพายกลับคงทำไม่ได้
อาจารย์หันมาพูดกับผมที่หมดแรงว่า “เสี่ยวเจียง อาจารย์จะพานายขึ้นฝั่ง!”
“ครับ…ครับอาจารย์…” ผมยังคงหอบหายใจ แทบไม่มีแรงแม้แต่จะยกแขน
อาจารย์เก็บเครื่องรางและอาวุธทั้งหมด ก่อนฟาดฝ่ามือจนเรือแตกเป็นเสี่ยง จากนั้นให้ผมเกาะท่อนไม้ท่อนหนึ่งไว้ แล้วว่ายน้ำกลับฝั่งโดยลากท่อนไม้ไปด้วย
ในตอนนั้น ผมเห็นมือที่อาจารย์ใช้จับไม้มีเลือดไหลไม่หยุด
แผลนี่เกิดจากการถูกผีสาวข่วน แต่เขากลับไม่ร้องออกมาแม้แต่นิดเดียว…
แม้ผมจะหมดแรง แต่ก็ยังพยายามขยับขาช่วยว่ายน้ำ เพื่อลดภาระของอาจารย์
ระยะทางกว่าร้อยเมตร เมื่อไม่มีพวกผีพราย ศพอาฆาต หรือหมอกมาขัดขวาง เราก็ถึงฝั่งในเวลาไม่นาน
อาจารย์พยุงผมขึ้นจากน้ำ
เราไม่ได้จากไปทันที แต่พักอยู่ริมฝั่งเพื่อพักหายใจและรอให้ฟื้นตัวเล็กน้อย
หลังจากนั้น อาจารย์จึงค่อยพยุงผมเดินกลับไปยังประตูทางเข้าเขตท่องเที่ยวเพื่อไปหาจั่วต้าเหนียนและคนอื่นๆ
ผมคิดว่าเรื่องที่ทะเลสาบหนานเทียนคงจบลงแล้ว แต่ผมกับอาจารย์ไม่เคยคาดคิดเลยว่า…
อันตรายที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…