ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 165 ปลาของฉัน วิชาสรรพสิ่งหวนสู่หนึ่ง
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 165 ปลาของฉัน วิชาสรรพสิ่งหวนสู่หนึ่ง
อาจารย์กล่าวแผนของเขาออกมาเบาๆ
เขายังไม่ยอมให้ผมกินยาเม็ดเล็กๆ นั่น ผมรู้ว่าอาจารย์ทำเพื่อผม ผลข้างเคียงที่เขาพูดถึงคงจะร้ายแรงไม่น้อย แต่ตอนนี้ ผมไม่มีเวลามาคิดเรื่องนั้น เพราะเจ้าหุ่นฟางเริ่มก้าวเข้ามาหาเราแล้ว
ผมพูดกับอาจารย์อย่างจริงจังว่า “อาจารย์วางใจเถอะ ผมจำทุกอย่างได้แล้ว หากมีโอกาส ผมจะสังหารมันให้ได้” ผมเอ่ยอย่างหนักแน่น
อาจารย์พยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่พูดอะไร จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองหุ่นฟางที่กำลังก้าวเข้ามา แล้วสูดลมหายใจลึก
ครั้งนี้ อาจารย์สูดหายใจเข้านานมาก และเมื่อเขาพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง ผมรู้สึกได้ทันทีว่า พลังของอาจารย์พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
เมื่อครู่ยังหอบหายใจอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมีชีวิตชีวาราวกับไม่เป็นอะไรเลย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นผลจากยาเม็ดเล็กที่อาจารย์กินเข้าไป
หุ่นฟางที่เสียแขนข้างหนึ่งเคลื่อนที่เข้ามาใกล้อีกครั้ง มันส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าดัง “กั่กๆๆ” ออกมา
“ปลาของฉัน ได้เวลาลงน้ำแล้ว…” พูดจบ มันเร่งความเร็วทันที ท่าทางกะโผลกกะเผลกดูไม่เข้ากับความเร็วเลยแม้แต่น้อย
ท่วงท่าที่ขาถ่างออกและการวิ่งกะโผลกกะเผลกเช่นนั้นชวนขนลุกอย่างยิ่ง
“ถอยไป!” อาจารย์รีบตะโกนเตือน
ผมไม่ลังเล รีบถอยหลังไปหลายก้าวทันที
อาจารย์บอกว่าเรามีเพียงโอกาสเดียว และต้องเป็นผมที่ลงมือ ดังนั้นผมไม่ควรพุ่งเข้าไปก่อน ควรรักษาตัวเองแล้วหาจังหวะปลิดชีพมันในคราวเดียว
อาจารย์จ้องมองหุ่นฟางที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนพุ่งตัวเข้าหามันด้วยฝีเท้าอันมั่นคง
แขนข้างเดียวของหุ่นฟางถูกปกคลุมไปด้วยหมอกดำ มันเริ่มบิดเบี้ยวและก่อตัวเป็นกรงเล็บ
มันฟาดกรงเล็บใส่หน้าอาจารย์อย่างรวดเร็วเสียงดัง ‘ฉับ’
อาจารย์ไม่ประมาทเลยแม้แต่น้อย รีบยกกระบี่ไม้ท้อขึ้นป้องกันทันที
‘ปัง!’ แรงกระแทกจากพลังมืดสั่นสะเทือนเป็นคลื่นออกไปโดยรอบ อาจารย์ใช้แรงสะท้อนกลับฟันไปที่ศีรษะของหุ่นฟางอย่างไม่ลังเล
แม้หุ่นฟางจะเหลือแขนเพียงข้างเดียว แต่มันกลับตอบสนองได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตาสีดำลึกล้ำเปล่งแสงดำวาว ปากสีแดงสดฉีกยิ้มอย่างประหลาด แขนข้างเดียวของมันปัดป้องกระบี่ไม้ท้อของอาจารย์ได้ทุกกระบวนท่า
เสียง ‘ปังๆๆ’ ดังขึ้นต่อเนื่อง ทุกครั้งที่กระบี่ไม้ท้อกระทบลงไปราวกับฟันลงบนเหล็กกล้า นอกจากนี้ยังเกิดประกายไฟแลบขึ้นทุกครั้งที่อาวุธกระทบกัน
อาจารย์กับหุ่นฟางประมือกันอย่างสูสี ผ่านไปแล้วนับสิบกระบวนท่าโดยไม่มีใครเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบ
ผมเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างเคร่งเครียด คอยจับตาทุกการเคลื่อนไหวของทั้งสอง
รอบด้านถูกปกคลุมด้วยหมอกดำทำให้ผมกับอาจารย์ติดอยู่ในวงล้อม ทางเดียวที่จะออกไปได้คือต้องกำจัดเจ้าหุ่นฟางนี้เสียก่อน ดังนั้น ผมจึงเตรียมตัวให้พร้อมเต็มที่ รอเพียงคำสั่งของอาจารย์
แต่แล้ว ขณะที่อาจารย์ฟาดฟันอีกกระบวนท่าแล้วถูกหุ่นฟางปัดป้องได้อีกครั้ง ในจังหวะนั้นเอง อาจารย์พลิกข้อมือซ้ายซัดฝ่ามือออกไปพลางคำรามเสียงต่ำ “วิชาสายฟ้า! หัตถ์อัสนี!”
‘เปรี้ยง!’ สายฟ้าสว่างวาบ ฟาดลงไปที่ขาซ้ายของหุ่นฟางจนระเบิดออกเป็นเศษฟางกระจายเต็มพื้น
หุ่นฟางที่เหลือขาเพียงข้างเดียวยืนโอนเอนอยู่กับที่ แต่มันกลับไม่แสดงท่าทีกระวนกระวายแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม มันหัวเราะเยาะอาจารย์ด้วยเสียงแหบพร่า “สหายเต๋า ฉันน่ะเป็นเพียงหุ่นเชิด โจมตีขาของฉันไปก็ไม่ได้ผลหรอก! แกต้องโจมตีที่หัวของฉันถึงจะได้ผล! ฮ่าๆๆ…”
คำพูดของมันเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เศษฟางที่กระจัดกระจายบนพื้นเริ่มเคลื่อนตัวกลับไปที่ร่างของมันอีกครั้ง
มันกำลังฟื้นฟูขาของตัวเองขึ้นมาใหม่!
ไม่เพียงเท่านั้น หุ่นฟางยังยกแขนข้างเดียวขึ้นฟาดอาจารย์ต่อ
“ไปตายซะ! เจ้าปลาในบ่อของฉัน!”
อาจารย์ใช้กระบี่ไม้ท้อปัดป้อง ก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วหัวเราะเย็นชา “แกคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องนี้หรือ”
พูดจบ อาจารย์พลันขว้างกระบี่ไม้ท้อขึ้นกลางอากาศ ก่อนผสานมุทราร่ายอาคมเสียงดัง “ฟ้าดินไร้ขอบเขต จิตกระจ่างธรรมนิรันดร์ ใจเร้นจิตลับ สรรพสิ่งหวนสู่หนึ่ง บัญชา!”
เสียงร่ายอาคมดังสะท้อนก้อง อาจารย์เหยียดสองมือไปข้างหน้า กระบี่ไม้ท้อที่ถูกขว้างขึ้นกลางอากาศพุ่งตรงไปยังหุ่นฟางอย่างรวดเร็ว
‘วู้ม!’ กระบี่ไม้ท้อพุ่งเข้าใส่หุ่นฟางที่ยืนขาข้างเดียว
ในใจผมรู้สึกตกตะลึง
อาจารย์…ควบคุมกระบี่ได้อย่างอิสระ?
ระหว่างที่ผมยังตกตะลึง กระบี่ไม้ท้อเกือบพุ่งเสียบหุ่นฟางแล้ว
มันรับรู้ถึงอันตรายทันที รับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าใส่ มันพยายามจะกระโดดหนีด้วยขาข้างเดียว
แต่มันช้าลงมาก ขาข้างเดียวที่เหลืออยู่ทำให้ความเร็วของมันลดลงอย่างมหาศาล
กระบี่ไม้ท้อพุ่งเข้าใกล้อย่างรวดเร็ว เสียงเสียดแทงอากาศดัง ‘ฉัวะ!’
มันไม่มีทางหลบพ้น สีหน้าของหุ่นฟางบิดเบี้ยวเป็นความหวาดกลัว ดวงตาสีดำเรืองแสง ร่างกายทั้งหมดปล่อยกลิ่นอายปีศาจออกมาอย่างรุนแรง มันแผดเสียงคำราม ยกแขนข้างเดียวขึ้นป้องกัน…
กระบี่ไม้ท้อพุ่งเข้าหาหุ่นฟางในพริบตา
เสียง ‘ปัง!’ ดังขึ้น แขนข้างเดียวของมันเบี่ยงวิถีกระบี่ออกไปเล็กน้อย
ถึงแม้จะไม่โดนจุดสำคัญเต็มๆ แต่ก็เพียงพอให้ศีรษะของมันถูกตัดขาดกระเด็นออกจากลำตัว
ร่างหุ่นฟางระเบิดออกเป็นเศษฟางกระจัดกระจายเต็มฟ้า ศีรษะที่ถูกตัดหลุดจากร่างกลิ้งไปกับพื้น ผ่านม่านหมอกดำอันมืดมิด ก่อนจะหยุดนิ่ง แต่ดวงตาของมันยังคงส่องประกายแสงดำวาววับ ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและดุร้าย
เศษฟางมากมายที่ลอยอยู่กลางอากาศถูกพลังแห่งความมืดดึงดูดให้รวมตัวกันอีกครั้ง พวกมันเริ่มเคลื่อนที่ไปรวมกันที่ศีรษะของหุ่นฟาง หวังจะสร้างร่างขึ้นมาใหม่
ผมเบิกตากว้าง
นี่คือโอกาส!
หลังจากอาจารย์ใช้คาถาอันทรงพลัง สีหน้าของเขาก็ซีดเผือดในทันที
เขาแทบจะยืนไม่อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเปล่งเสียงตะโกนสุดกำลัง “ตอนนี้แหละ!”
ทันทีที่อาจารย์ตะโกน ร่างของเขาก็ทรุดฮวบลงกับพื้น
อาจารย์ดูอ่อนแรง หายใจลำบาก…
ผมไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว พุ่งตรงไปยังศีรษะของหุ่นฟางทันที! มือซ้ายกำร่มปรภพแน่น มือขวาถือกระบี่กระดูกปลา
แม้ร่างกายจะอ่อนแรง แม้ทุกก้าวจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ผมกัดฟันพุ่งไปข้างหน้า อาจารย์ยอมเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อสร้างโอกาสนี้ ถ้าผมทำพลาด ไม่เพียงแต่เราทั้งคู่ต้องตาย ศพของเราจะถูกนำไปโยนลงทะเลสาบหนานเทียน กลายเป็นผีดิบรับใช้มัน…
ศีรษะของหุ่นฟางเองก็สังเกตเห็นว่าผมพุ่งเข้าไปหามัน ดวงตาสีดำวาวเรืองแสงขึ้นมาอีกครั้ง เศษฟางที่ลอยอยู่กลางอากาศพุ่งใส่ผมราวกับเข็มเหล็กอันแหลมคม
เสียง ‘ฉัวะๆๆ!’ ดังสนั่น
มันตั้งใจจะสังหารผมให้ตายคาที่ แต่ผมรีบกางร่มปรภพออกทันที ร่มปรภพบดบังร่างของผม ป้องกันเศษฟางเหล่านั้นได้ทั้งหมด ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวที่ทะลุผ่านเข้ามาได้
เมื่อผมเข้าใกล้ศีรษะของมันมากขึ้น ก็ตวัดร่มปัดเศษฟางที่ขวางทาง มือขวาชูกระบี่กระดูกปลา ตั้งใจจะแทงทะลุศีรษะหุ่นฟางให้สิ้นซาก
แต่ก่อนที่ผมจะทันได้ลงมือ ศีรษะของมันพลันลอยขึ้นกลางอากาศ ปากสีแดงสดอ้ากว้าง เผยให้เห็นฟันฟางที่แหลมราวกับใบเลื่อย
มันส่งเสียงคำรามดัง “อ๊าวววว!” ก่อนพุ่งเข้ามาหาผม หวังจะกัดลำคอให้ขาดกระจุย
แม้จะเร็ว แต่โอกาสนี้อาจารย์เดิมพันด้วยชีวิต แล้วผมจะยอมให้มันหลุดรอดไปได้อย่างไร!