ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 178 หาทางออก นักเลงใหญ่หลงเจี๋ย
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 178 หาทางออก นักเลงใหญ่หลงเจี๋ย
การที่อาจารย์ออกนอกเมืองไปโดยไม่บอกล่วงหน้าทำให้ผมคาดไม่ถึง แต่ท่านก็ยังบอกวิธีจัดการให้ผมอย่างละเอียด
ผมตั้งใจฟังอย่างเคร่งเครียด และจดจำทุกอย่างไว้หมด
สุดท้ายถามออกไปว่า “ผมจำได้หมดแล้ว แต่อาจารย์ ไปจัดการมันตอนกลางวันจะมีอันตรายอะไรไหม ผมจะได้เตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้า”
อาจารย์ตอบกลับมาอย่างมั่นใจว่า “ไม่น่าจะมีอันตราย ถ้ามันเป็น ‘ภูต’ จะออกอาละวาดได้เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น กลางวันมันก็เป็นได้แค่ต้นไม้
“ถ้าเป็น ‘ปีศาจ’ ล่ะก็ เมื่อเปิดตาทิพย์แล้วต้องเห็นไอมารสีเขียวๆ แต่นายบอกว่าไม่เห็นอะไรเลย เพราะฉะนั้นฉันจึงเดาว่า ต้นหวยกินคนต้นนี้น่าจะเป็นต้นไม้ที่เกิดจิตวิญญาณแล้วประเภทหนึ่ง เป็นภูตต้นไม้ที่กินคนเพื่อเพิ่มพลังบำเพ็ญ ยังไม่ถึงขั้นกลายเป็นปีศาจ
“พรุ่งนี้นายทำตามวิธีที่ฉันบอกไว้ ตราบใดที่ฟ้ายังไม่มืดก็สามารถสะกดมันได้แน่นอน ฉันจะติดต่อกับตัวแทนอีกทีด้วย ดูว่าจะโค่นมันทิ้งได้ไหม จะได้ไม่ก่อเภทภัยอีกต่อไป”
ตัวแทนที่อาจารย์พูดถึงคือ ‘คนกลาง’ ที่เม่าจิ้งเคยพูดถึงเมื่อตอนให้ผมไปช่วยจัดการทารกวิญญาณก่อนหน้านี้นั่นเอง
หลังจากยืนยันรายละเอียดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมก็วางสายไป
วิญญาณชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ มองผมด้วยดวงตาเบิกกว้างแล้วพูดว่า “น้องชายโคตรเจ๋งเลย! ถ้านายจัดการต้นหวยกินคนนั่นได้ พวกวิญญาณในโรงพยาบาลอย่างพวกเรา รวมถึงผู้ป่วยทุกคนก็จะมีบุญได้อาศัยเงาจันทร์กันบ้าง”
ผมโบกมือเล็กน้อยแล้วตอบ “ก็แค่หน้าที่ที่ควรทำเท่านั้น ในเมื่อหากินกับสายงานนี้แล้ว จะปล่อยให้สิ่งชั่วช้านั่นฆ่าคนอยู่เรื่อยๆ ได้ยังไงล่ะ”
วิญญาณชายหนุ่มพยักหน้ารัวๆ ก่อนหัวเราะร่า “เห็นด้วยๆ ว่าแต่น้องชาย มีอะไรให้กินบ้างไหม ฉันไม่ได้กินอะไรมาเกินเดือนแล้ว ทั้งหิวทั้งหนาว แค่ได้จิบน้ำสักหน่อยก็ยังดี!” เขาพูดพลางเกาหัวด้วยท่าทางเขินๆ
สำหรับผีที่ไม่มีใครคอยเซ่นไหว้ถือว่าน่าสงสารมาก เพราะไม่มีใครถวายอาหารให้ พวกเขาจึงไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสแม้แต่น้ำสักหยด ที่สำคัญ เขาเพิ่งบอกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับต้นหวยให้ฟัง
ผมจึงพยักหน้าให้แล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ ชั้นบนมีของให้กิน”
“เยี่ยมเลยน้องชาย!”
เราสองคน…ไม่สิ หนึ่งคนหนึ่งผี เดินขึ้นบันไดไปพร้อมกัน
ระหว่างทาง เขาหันมาถามผม “น้องชายชื่ออะไรเหรอ ฉันชื่อหลงเจี๋ย ตอนยังมีชีวิต ฉันเคยเป็นผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่ร้านคาราโอเกะหวงเฉา ตอนนั้นฉันมีบารมีมากนะ!” ผีชายหนุ่มที่ชื่อหลงเจี๋ยเริ่มแนะนำตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ
เขาเล่าว่า ตอนยังมีชีวิตเขามีลูกน้องมากมาย นั่งดื่มกินกันทุกวัน แต่กลับเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า เขาดื่มหนักเกินไป จึงตายเพราะพิษสุรา
ที่บ้านของเขาไม่มีญาติพี่น้องเลย ตอนนี้ศพของเขายังไม่มีใครมารับไปจัดการ บรรดาเพื่อนฝูงที่เคยพูดว่าจะยอมสละชีวิตให้ก็ไม่แม้แต่จะมาดูศพเขาสักครั้ง แถมหนึ่งในนั้นยังไปคบหากับผู้หญิงของเขาอีกด้วย
นั่นทำให้เขาต้องวนเวียนอยู่ในโรงพยาบาลมาเดือนกว่าแล้ว ไปที่ไหนก็ไม่ได้
ตายเพราะดื่มเหล้าเกินขนาด…คิดๆ ไปแล้ว มันก็คงเป็นชะตากรรมของเขา
ศพของเขาจะถูกเก็บไว้ที่โรงพยาบาลระยะหนึ่ง ก่อนส่งไปฌาปนกิจ ส่วนระยะเวลาในการจัดเก็บก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาล ถ้าไม่มีใครมารับอัฐิไปภายในสองถึงสามปี ทางสถานประกอบการก็อาจทำลายอัฐิทิ้งโดยไม่มีพิธีกรรมใดๆ
ถึงตอนนั้น เขาคงกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไร้จุดหมาย
โชคดีที่เขาได้พบกับผม และยังให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับต้นหวยกินคน ถือว่าช่วยผมไว้ไม่น้อย ผมจึงตั้งใจจะช่วยส่งเขาไปเกิดใหม่
สำหรับผม การส่งวิญญาณไปภพหน้าเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ แค่จุดธูป ดำเนินพิธีเพียงหนึ่งนาทีก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
แต่สำหรับหลงเจี๋ย นี่คือเรื่องของชีวิตและอนาคต
เมื่อกลับมาถึงห้องพักผู้ป่วย ผมหยิบขนมขบเคี้ยวทั้งหมดออกมา
พวกนี้หลี่เสี่ยวหมิ่นซื้อมาเยี่ยมผมเมื่อสองสามวันก่อน แต่ผมแทบไม่ได้แตะเลย จึงปล่อยให้หลงเจี๋ยได้กินแทน
ของพวกนี้เป็นของผม ถ้าผมไม่อนุญาต แม้ผีจะมองเห็นก็ไม่สามารถแตะต้องได้
ผมส่งขนมให้เขาพร้อมพูดว่า “หลงเจี๋ย กินได้หมดเลยนะ นั่งบนเตียงก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจ”
หลงเจี๋ยได้ยินดังนั้นถึงกับตื่นเต้นสุดขีด
“ขอบคุณ! ขอบคุณมาก!” พูดจบก็ฉีกซองขนมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มกินอย่างตะกละตะกลาม ทั้งมันฝรั่งทอด ทั้งขาไก่แปรรูป เขากินอย่างไม่หยุดปาก พร้อมพึมพำว่าอร่อยอยู่ตลอด
ผมจ้องมองเขา ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “คืนพรุ่งนี้ ฉันจะส่งนายไปเกิด”
คำพูดของผมทำให้หลงเจี๋ยชะงักกึก เขาหันมามองผมด้วยสีหน้าตกตะลึงราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน “น้อง…น้องเจียง นายจะช่วยส่งรับศพฉันจริงๆ เหรอ”
“ฉันช่วยรับศพนายไม่ได้หรอก ขั้นตอนยุ่งยาก แถมเราก็ไม่ได้เป็นญาติกัน ถ้าจะให้ฉันไปทำเรื่องรับศพนายคงเป็นไปไม่ได้” ผมตอบตามตรง ไม่อยากให้หวังลมๆ แล้งๆ
หลงเจี๋ยนิ่งไป ก่อนเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นๆ “ถ้านายไม่รับศพ… แล้วฉันยังจะไปเกิดได้ใช่ไหม”
ผมพยักหน้า “ได้สิ แค่นายบอกวันเดือนปีเกิดของตัวเองให้ฉันฟัง ฉันจะจุดธูปส่งนายไปปรโลก หลังจากนั้น ฉันจะเผาบ้านกระดาษให้อีกหลัง นายจะได้มีที่พัก”
หลงเจี๋ยที่ตัวคนเดียว ไร้ญาติขาดมิตร พอได้ยินแบบนั้นก็ดีใจสุดขีด “ยอดเยี่ยมเลย! ขอบคุณมาก น้องเจียง ขอบคุณจริงๆ ฉันนึกว่าต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปตลอดชีวิตซะแล้ว ไม่คิดเลยว่าหลังจากตายไปจะได้เจอคนดีอย่างนาย
“พวกเพื่อนฝูงที่ร้านคาราโอเกะหวงเฉา ผู้หญิงที่เคยคบ หัวหน้าที่ฉันเคยให้ความเคารพ ไม่มีใครพึ่งพาได้เลยสักคน! น้องเจียง ถ้านายยอมช่วยส่งฉันไปเกิดล่ะก็ ฉันจะตอบแทนบุญคุณแน่นอน!”
ผมเพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของหลงเจี๋ย และไม่ได้ต้องการให้เขาตอบแทนอะไร
การช่วยส่งวิญญาณ ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างบุญกุศลให้ตัวเอง แต่ยังช่วยสะกดสี่มหาเคราะห์ในตัวผม
ที่สำคัญที่สุด มันยังช่วยให้ผมรวบรวมปราณต้นกำเนิดได้อีกด้วย
ผมตบไหล่เขาเบาๆ “เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องตอบแทนอะไรทั้งนั้น กินไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปโทรศัพท์แป๊บ”
พูดจบ ผมเดินไปที่หน้าต่าง แล้วกดโทรหาเม่าจิ้ง
ตอนนี้ผมยังอยู่ในโรงพยาบาล ของที่อาจารย์บอกให้เตรียมก็ไม่มีเลยสักอย่าง แต่พรุ่งนี้เป็นวันที่ผมจะออกจากโรงพยาบาล และเม่าจิ้งก็จะมารับพอดีเช่นกัน ผมเลยวานให้เขาหาของพวกนี้มาด้วย
พอเขามาถึง เราจะได้จัดการต้นหวยกินคนไปพร้อมกัน แล้วหลังจากนั้น ผมจะได้ไปช่วยเขาสะสางปัญหาสามสุสานอาถรรพ์ของลูกค้าเขาต่อ
เสียงรอสายดังเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนที่เสียงเย็นชาของเม่าจิ้งจะดังขึ้นจากปลายสาย “ดึกดื่นป่านนี้มีอะไร”
เสียงของเขายังคงเรียบเฉย ไร้อารมณ์เหมือนเคย
ผมตอบกลับสั้นๆ “มีเรื่องสำคัญ พรุ่งนี้ตอนนายมารับฉัน เอาของพวกนี้มาด้วย…”
ผมเล่าเรื่องต้นหวยกินคนให้เขาฟัง พร้อมกับบอกวิธีรับมือที่อาจารย์สั่งไว้
ผมให้เขานำไม้ท้อสี่ท่อนที่ยังไม่ถูกลอกเปลือก ตะปูทองแดงสองอัน และด้ายแดงที่แช่เลือดสุนัขดำมา
เมื่อเม่าจิ้งได้ยินเรื่องต้นหวยกินคนก็ดูตกใจอยู่บ้าง แต่เขาสงบลงได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะตอบกลับสั้นๆ ว่า “ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ถึงแล้วจะโทรหา”
หลังจากผมกำชับรายละเอียดเสร็จก็วางสายไป
พอเหลือบมองเวลา ตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว ผมเองก็เริ่มง่วง จึงหันไปบอกหลงเจี๋ยที่ยังนั่งกินขนมอยู่
“ฉันจะนอนแล้วนะ นายกินต่อไปเถอะ”
หลงเจี๋ยกำลังแทะขาเป็ดอย่างเมามัน พอได้ยินที่ผมพูดก็พยักหน้ารัวๆ “อืมๆ ไม่ต้องสนใจฉันหรอก นายนอนเถอะ!” พูดจบเขาเปิดขวดน้ำอัดลม แล้วกระดกดื่มเสียงดัง “อึกๆ”
ผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก ล้มตัวลงบนเตียงแล้วหลับไป
สิ่งที่ผมไม่คาดคิดเลยคือ… ความใจดีที่มีต่อหลงเจี๋ยในคืนนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตผมไว้ในภายหลัง