ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 179 ใต้ต้นหวย พบเจอทวดอีกครั้ง
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 179 ใต้ต้นหวย พบเจอทวดอีกครั้ง
แค่มานอนโรงพยาบาล กลับต้องมาเจอต้นหวยกินคนโดยบังเอิญ จากคำบอกเล่าของหลงเจี๋ย ต้นหวยต้นนี้มีอาณาเขตอันตรายราวๆ ยี่สิบเมตร มันใช้กลิ่นล่อให้มนุษย์หรือวิญญาณเดินเข้าไปใกล้ ก่อนกลืนกินพวกเขา
ตอนนี้เลยเที่ยงคืนไปแล้ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็คงล็อกประตูทางไปสวนหลังโรงพยาบาลแล้วเช่นกัน
ดังนั้น คืนนี้คงไม่มีใครเดินไปใกล้ต้นหวยนั่นอีก และพอถึงตอนเช้า มันก็คงไม่มีฤทธิ์อะไร
พรุ่งนี้เมื่อเม่าจิ้งมาถึง เราจะสะกดมันไว้ชั่วคราว ด้วยเหตุนี้ผมจึงหลับไปอย่างสบายใจ
แต่ไม่ถึงสองชั่วโมงหลังจากที่ผมหลับไป ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ผมได้ยินเสียงแว่วมาเบาๆ คล้ายมีใครเรียก
“ตื่น…ตื่นเถอะ…” เสียงนั้นแผ่วเบาและไม่ชัดเจน
ผมยังอยู่ในภวังค์ แต่ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในห้วงความรู้สึกที่พร่าเลือน ผมเหมือนเห็นทวดที่จากไปนานแล้ว…
เธอนั่งอยู่ที่ธรณีประตูบ้านเก่า มือถือกล่องเข็มกับด้าย พลางโบกมือเรียกผม
“ทวด…”
ผมพึมพำออกมา สายตาว่างเปล่าราวกับหมดสติไปแล้ว อย่างกับว่าสติสัมปชัญญะทั้งหมดถูกดูดกลืนไป
“มานี่…มาหาทวด…”
ตรงหน้าผมคือประตูบ้านเก่าที่คุ้นเคย ทวดนั่งอยู่ตรงนั้น พร้อมยิ้มอ่อนโยนให้ผมอย่างอบอุ่น เหมือนกับตอนที่ผมยังเด็กไม่มีผิด…
ผมค่อยๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างผมกับบ้านเก่าลดลงเรื่อยๆ
ใบหน้าของทวดเต็มไปด้วยความสุข เธอเรียกผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า “มาเถอะ…รีบมา…เร็วเข้า…” เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับสะกดให้ผมเดินไปข้างหน้าโดยไร้การควบคุม
ทุกอย่างรอบตัวดูคุ้นเคยเหลือเกิน บ้านหลังเก่าที่ผมโตมา ผนังอิฐทุกก้อน ทุกสิ่งทุกอย่างดูสมจริงจนไม่น่าเชื่อ เหมือนกับว่าผมได้ย้อนเวลากลับไปในวัยเด็กจริงๆ
ผมตกอยู่ในมนตร์สะกด มีเพียงความคิดเดียวในหัว ไปหาทวดให้เร็วที่สุด
ระยะห่างระหว่างผมกับเธอเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว
สิบเมตร...แปดเมตร...ห้าเมตร...
ตอนนี้ทวดยังคงนั่งอยู่ที่เดิม พร้อมอ้าแขนกว้างรอรับผม ใบหน้าของเธอยังคงอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก
ความรู้สึกอบอุ่นและคิดถึงท่วมท้นในใจของผม ผมอยากเข้าไปกอดเธอ อยากสัมผัสไออุ่นของเธออีกครั้ง…
ดังนั้น ผมในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นจึงยกเท้าก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว
แต่ในขณะที่ผมกำลังจะก้าวพ้นจุดหนึ่งไปนั้น…
ทันใดนั้นเอง ผมรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนดึงตัวผมไว้จากด้านหลัง!
เสียงหนึ่งดังขึ้นมาเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความร้อนรน
“อย่าไป! หยุดเดี๋ยวนี้! เธอจะกินนาย…” แม้เสียงจะพร่าเลือนและไม่ชัดเจน แต่คำพูดสุดท้ายกลับดังก้องอยู่ในหัวผม
“เธอจะกินนาย!!”
ใครจะกินผม ทวดงั้นเหรอ
ผมยังคงมึนงง มองหญิงชราแสนใจดีที่นั่งอยู่ตรงธรณีประตูบ้านเก่า เธออ้าแขนกว้าง โบกมือเรียกผมอีกครั้ง
“มาเถอะ มาหาทวด…”
“ทวดจะกินผมได้ยังไง” ผมยังคงตกอยู่ในภวังค์ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
แต่เพียงแค่พูดประโยคนี้ออกไป เหมือนมีบางอย่างกระตุกสติผมอย่างแรง ร่างทั้งร่างสะดุ้งเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
ทวดเสียไปตั้งแต่ตอนที่ผมเรียนประถมแล้ว…
วินาทีต่อมาผมก็ได้สติเต็มตื่น ดวงตาที่เคยพร่ามัวกลับมามีประกายอีกครั้ง ร่างกายที่เหมือนถูกสะกดให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าหยุดกะทันหัน
เมื่อเงยหน้ามองไปยัง ‘ทวด’ อีกครั้ง ภาพตรงหน้ากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
นี่ไม่ใช่ทวดของผม!
มันคือต้นหวยนั่นต่างหาก!
ลำต้นขนาดมหึมากำลังบิดตัวเล็กน้อย ตรงกลางของมันค่อยๆ แยกออกเป็นช่องขนาดใหญ่ราวกับปากที่ดำสนิท รอบข้างไม่ใช่บ้านเก่าของผมเลย มันคือสวนหลังอาคารผู้ป่วยของโรงพยาบาล และตอนนี้ผมยืนอยู่ตรงหน้าต้นหวยนั่น ห่างจากมันไม่ถึงสองเมตร!
ในอากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกหวยอันหอมหวาน แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันอันตรายแค่ไหน
ที่แย่ไปกว่านั้น เสียงที่พร่ำเรียกผมยังคงดังไม่หยุด
“มาเถอะ มาหาทวด…ทวดจะกอดหลานเอง…”
ขณะเดียวกัน รอยแยกตรงลำต้นยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ช่องเปิดนั้นยาวลงมาจนเกือบถึงพื้น สูงขนาดที่สามารถกลืนกินคนทั้งตัวได้ในพริบตา
ถ้าผมเผลอเดินเข้าไปแม้เพียงก้าวเดียว มีหวังถูกมันกลืนลงไปแน่!
ในตอนนั้นเอง ผมรู้สึกได้ว่ามีมือดึงผมจากด้านหลัง เงาร่างเลือนรางปรากฏขึ้นพร้อมเสียงพร่าเบา แต่เต็มไปด้วยความร้อนรน
“อย่าไป…อย่าไป…มันจะกินนาย…” แม้เสียงจะเลือนราง แต่ผมจำได้ทันที มันคือเสียงของหลงเจี๋ย!
เพราะฤทธิ์น้ำตาวัวเริ่มหมด ผมจึงแทบมองไม่เห็นเขาแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเพียงเงาร่างจางๆ ที่ใกล้จะเลือนหายไป
ย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ผมเข้าใจทันทีว่าตัวเองตกหลุมพรางของต้นหวยเข้าแล้ว อาณาเขตอันตรายของมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ยี่สิบเมตรอย่างที่คิด
มันสามารถล่อลวงเหยื่อได้ไกลกว่านั้นมาก! มันคงไม่พอใจที่ไม่ได้กลืนกินผม ตกดึก มันเลยใช้กลิ่นสะกดให้ผมเดินไปหามันเองในขณะที่ผมกำลังหลับ!
หากไม่ใช่เพราะหลงเจี๋ยเสี่ยงชีวิตตามมาปลุกผมให้ตื่นทันเวลา ผมคงถูกมันกลืนลงไปเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกซาบซึ้งแล่นวาบขึ้นมาในใจ
“มาเถอะ มาหาทวด…ทวดจะหอมแก้มหลานเอง…” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
ลำต้นมหึมาเริ่มบิดตัว รอยแยกที่เหมือนปากยังคงอ้ากว้างขึ้นเรื่อยๆ ไอสีเขียวขุ่นลอยออกมาจากปากขนาดใหญ่ของมัน
กลิ่นหอมหวานที่อบอวลไปทั่วอากาศดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้น แต่ครั้งนี้ ผมไม่มีทางตกเป็นเหยื่อของมันอีกแล้ว!
สีหน้าของผมเปลี่ยนเป็นเย็นชา ก่อนตะโกนออกมา “หอมพ่อแกสิวะ!!”
พูดจบผมหยิบก้อนอิฐจากพื้น แล้วปาเข้าใส่ปากของต้นหวยเต็มแรง
แต่ก่อนที่ก้อนอิฐจะกระทบมัน ในความมืดของรอยแยกนั้น…
ผมเห็นสิ่งที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ในปากของมันมีดวงตาสองดวงลืมขึ้นช้าๆ เหมือนมีใครบางคนยืนอยู่ข้างใน…
ทันใดนั้นเอง ก็มีบางอย่างพุ่งออกมาจากภายในปากอันแยกกว้างของมัน
เสียง “ซู่ๆๆ” ดังขึ้นพร้อมกับรากจำนวนมหาศาลที่โผล่ออกมาไม่หยุด มันเป็นสีเทาขาว ดูเหมือนรากต้นไม้ที่ปราศจากเปลือก…
ในเสี้ยววินาทีที่รากเหล่านั้นปรากฏ ก้อนอิฐที่ผมขว้างออกไปถูกจับไว้กลางอากาศ ก่อนจะถูกบีบจนแตกเป็นเศษผงในพริบตา
ผมเห็นภาพตรงหน้า หัวใจพลันกระตุกวูบ รีบถอยหลังทันที
ตอนนี้ผมมือเปล่า ไม่มีอาวุธ ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ หากดื้อดึงสู้กับมันที่นี่ มีแต่จะเสียเปรียบหนักกว่าเดิม
ผมหันไปตะโกนใส่ร่างเลือนรางข้างตัว “หลงเจี๋ย หนีเร็ว!”
“ได้ๆ!” เสียงของหลงเจี๋ยดังขึ้นรางๆ ก่อนที่เงาของเขาจะพุ่งนำหน้าผมไปทันที
แต่ต้นหวยนั่นอุตส่าห์หลอกล่อผมมาได้ถึงที่นี่แล้ว มันไม่มีทางปล่อยให้ผมหนีไปง่ายๆ แน่นอน กิ่งก้านของมันบิดเกร็ง ใบไม้สั่นไหวเป็นเสียง ‘ซู่ซ่า’ ดังก้องไปทั่ว
ผมหันไปมองแวบหนึ่ง เห็นกิ่งก้านของมันเริ่มขยับอย่างผิดธรรมชาติ กิ่งไม้ที่เคยดูแข็งกระด้าง บัดนี้บิดไปมาอย่างกับแขนขาของสิ่งมีชีวิต
เสียง ‘กร๊อบแกร๊บ’ ดังขึ้น คล้ายเสียงข้อต่อกระดูกขยับเคลื่อน เสียงแหบพร่าดังก้องขึ้นจากภายในปากของต้นหวย
“เหยื่อที่ฉันหมายตาไว้…ไม่มีทางหนีรอด…”
ในขณะที่เสียงนั้นดังขึ้น ดวงตาทั้งสองที่อยู่ภายในปากของมันก็เรืองแสงวาบอีกครั้ง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ต้นหวยก็สั่นสะเทือนทั้งต้น
จากนั้น มีดอกสีขาวเล็กๆ ปรากฏออกมาจากลำต้นของมันมากมาย ดอกหวยสีขาวพวกนั้นเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและบานสะพรั่งในพริบตา กลิ่นหอมแรงกล้ากว่าเดิมอบอวลไปทั่วพื้นที่ สุดท้าย ละอองเกสรสีขาวก็ถูกพ่นออกมาเหมือนม่านหมอก พวกมันพุ่งเข้าหาผมจากทุกทิศทุกทางราวกับจะโอบล้อมผมไว้ ปิดตายหนทางหลบหนี…