ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 180 สูญเสียการควบคุม
กลิ่นหอมรุนแรงโหมเข้ามาอย่างหนักหน่วง ความเข้มข้นของกลิ่นนั้นทำให้รู้สึกมึนเมา
ผมรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี และยิ่งไปกว่านั้น ผมไม่ควรสูดดมมันเข้าไป จึงรีบยกมือปิดจมูกกับปาก แล้ววิ่งไปข้างหน้าต่อ
แต่เพียงไม่กี่ก้าว ร่างกายผมก็เริ่มรู้สึกผิดปกติ โลกทั้งใบเริ่มหมุนคว้าง เท้าผมสั่นไหวจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ไม่เพียงเท่านั้น ต้นหวยด้านหลังยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ดอกหวยที่แบ่งบานร่วงหล่นลงมาพร้อมกัน เหมือนสายฝนดอกหวยโหมกระหน่ำ ปล่อยกลิ่นหอมรุนแรงแทรกซึมไปทั่ว
แม้จะพยายามปิดจมูกแล้ว แต่กลิ่นนี้ยังคงแทรกเข้าสู่ร่างกายของผมอยู่ดี ขาของผมหนักราวกับถูกฉาบด้วยตะกั่ว ก้าวเดินไม่ได้เลย ทุกสิ่งรอบตัวบิดเบี้ยวสั่นไหว ผมรู้ตัวว่าถูกควบคุมโดยกลิ่นของต้นหวยแล้ว
หลงเจี๋ยยังสามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ แต่ผม…ขยับไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว ไอ้กลิ่นพวกนี้คือกับดักที่ต้นหวยใช้ล่อเหยื่อให้ติดกับแล้วกลืนกิน
“ให้ตายเถอะ! น่ารำคาญจริงๆ!”
ผมพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อก้าวเดิน แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผมกระวนกระวายใจ
ถ้ามีอาวุธหรืออุปกรณ์ติดตัวอยู่ อย่างน้อยก็ยังสามารถต่อสู้กับมันได้ แต่ตอนนี้ แม้แต่ยันต์แผ่นเดียวก็ไม่มี จะรับมือกับภูตต้นหวยนี่ได้ยังไง
ด้านหลังผม ต้นหวยยังคงบิดตัวและส่งเสียงครืดคราดจากภายในรอยแยกของลำต้น เสียงแหบพร่ายังคงดังออกมา “กลิ่นของแก…แตกต่างจากคนทั่วไป…ฉันรอไม่ไหวแล้ว อยากกลืนแกลงไปทั้งตัว…”
ในขณะที่เสียงนั้นดังขึ้น ร่างกายของผมเริ่มเคลื่อนที่เองโดยไม่อาจควบคุม
ผมพยายามขืนตัว แต่เท้ากลับขยับโดยอัตโนมัติราวกับถูกชักใยให้เดินไปข้างหน้า
ผมกำลังเดินกลับไปหาต้นหวย!
“น้องชาย! อย่าไป!”
เดิมทีหลงเจี๋ยเกือบจะรอดพ้นจากอันตรายแล้ว แต่เมื่อเห็นผมกำลังจะเดินย้อนกลับไป เขาก็ตะโกนเตือนอย่างร้อนรน
เสียงของเขาเลือนราง แต่ผมยังพอจับใจความได้
“ฉัน…ร่างกายฉันถูกควบคุม!” ผมกัดฟันพูดออกไป ขณะเดียวกันเท้าก็ยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้
เมื่อหลงเจี๋ยเห็นดังนั้น เขาหันหลังวิ่งกลับมาหาผมทันที!
เมื่อถึงตัวผม เขาเอื้อมมือมาคว้าตัวผม พยายามดึงให้ผมหยุดเดิน
แต่เขาเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อน ไม่มีพลังอะไรเลย…
นอกจากนี้ ตาทิพย์ของผมกำลังจะปิดลง ผลกระทบที่เขามีต่อร่างกายผมจึงลดลงมาก
“อย่าไป!”
ผมมองไม่เห็นใบหน้าของหลงเจี๋ย แต่จากเงาร่างที่พร่ามัว การที่เขาดึงแขนผมไว้อย่างสุดแรง และเสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความกังวลทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังพยายามช่วยผมจริงๆ นี่เป็นวิญญาณที่เต็มไปด้วยความภักดีและสำนึกในบุญคุณ
แม้เขาจะรู้ดีว่าการอยู่ที่นี่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเอง แต่ก็ยังไม่ยอมหนีไป
ถึงอย่างนั้น ผมยังคงถูกดึงเข้าไปใกล้ต้นไม้กินคนขึ้นเรื่อยๆ
ปากขนาดใหญ่ที่แยกออกจากลำต้นอ้ากว้างเหมือนกำลังรอให้ผมเดินเข้าไปให้มันกลืนกิน ภายในโพรงมืดของมันเต็มไปด้วยรากที่พันกันยุ่งเหยิง ดวงตาสีเขียวเข้มสองดวงลอยอยู่ในความมืดมิด จ้องมองมาที่ผมราวกับนักล่า
แค่เห็นภาพนี้ ขนบนร่างกายของผมก็ลุกซู่ไปทั้งตัว
“มาเถอะ ให้ฉันลองลิ้มรสชาติของแก ฉันกินมนุษย์อีกไม่กี่คนก็จะกลายร่างเป็นปีศาจได้แล้ว ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ…”
เสียงพร่ามัวของต้นไม้ยังคงดังขึ้น ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันเป็นเสียงของชายหรือหญิง
มันกำลังจะกลายเป็นปีศาจเต็มตัว นั่นอธิบายได้ว่าทำไมมันถึงแข็งแกร่งขนาดนี้
ในขณะเดียวกัน ผมก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอีกอย่าง รอบตัวผมเริ่มมีหนูจำนวนมากวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว แมวป่าสามตัว และสุนัขจรจัดอีกตัวก็โผล่ออกมาจากมุมมืด
เมื่อพวกมันปรากฏตัว พวกมันก็ดูเหมือนถูกควบคุมเช่นเดียวกับผม
พวกมันเหมือนซากศพเดินได้ เดินตรงไปหาต้นไม้อย่างไร้สติ จากนั้นพวกมันก็คลานเข้าไปในปากของต้นไม้ทีละตัวๆ…
ทุกครั้งที่สัตว์ตัวหนึ่งเข้าไป รากภายในจะตวัดรัดร่างของสัตว์เหล่านั้นแน่น จากนั้นก็หดรัดจนกระดูกของพวกมันแหลกเป็นผุยผง
เสียงร่างกายแตกกระจายส่งเสียง “เปรี๊ยะๆ” ดังซ้ำไปมา
เลือด เนื้อ และอวัยวะภายในกระเด็นออกมาเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ แม้แต่กระดูกยังถูกบดจนไม่เหลือเศษให้เห็น…
สิ่งที่เห็นทำให้ร่างกายผมเย็นเฉียบ
ผมไม่ต้องการจบชีวิตแบบนี้ ไม่อยากถูกต้นหวยนี่บีบรัดจนแหลกละเอียดแล้วถูกมันกลืนกิน
‘ทำยังไงดี…หรือว่านี่จะเป็นจุดจบของฉัน?’
ผมพยายามคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว
ที่ทำให้ผมตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็เพราะต้นไม้นี่ใช้กลิ่นของมันควบคุมร่างกายผม
บางที…อาจมีเพียงวิธีเดียวที่ทำให้ผมกลับมาควบคุมร่างกายตัวเองได้ นั่นคือ… ความเจ็บปวด!
แขนขาของผมขยับไม่ได้ แต่ปากของผมยังขยับไหว ทว่าการกัดลิ้นตัวเองคงไม่ช่วยอะไร เพราะมันเจ็บน้อยเกินไป
ถ้าจะให้ได้ผล ผมคงต้องกัดลิ้นจนขาด หรือกัดปากตัวเองจนฉีก…แต่วิธีนี้ใช้ไม่ได้เช่นกัน เพราะมันรุนแรงเกินไป
ตอนนี้ คนเดียวที่สามารถช่วยผมได้คือหลงเจี๋ย ตราบใดที่ตาทิพย์ยังไม่ปิดสนิท เขาก็ยังส่งผลต่อร่างกายผมได้อยู่
ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจตะโกนออกไปโดยไม่ลังเล “หลงเจี๋ย! กัดขาฉันที!!”
เสียงของผมดังลั่น ขณะนี้ระยะห่างระหว่างผมกับต้นหวยเหลือเพียงสองถึงสามเมตรเท่านั้น
กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วอากาศ หนู แมว และสุนัขจรจัดยังคงคลานเข้าไปในปากของมันไม่ขาดสาย เลือดที่สาดกระเซ็นออกมาเปื้อนทั่วใบหน้าผม
ร่างของหลงเจี๋ยสั่นไหว มือที่จับแขนผมไว้กำแน่นด้วยความตกใจ
“กัด…กัดนาย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
แต่ตอนนี้ ผมไม่มีเวลาจะอธิบายอะไรทั้งนั้น! ระยะห่างระหว่างผมกับปากอันมหึมาของต้นหวยเหลือไม่ถึงสองเมตรแล้ว!
“เร็วเข้า กัดเลย!”
แม้หลงเจี๋ยจะยังคงสับสนและหวาดกลัว แต่เมื่อเห็นผมยังคงก้าวไปข้างหน้าและเร่งเร้า ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
เขาอ้าปาก แล้วกัดลงบนต้นขาผมเต็มแรง!
“อ๊ากกก!” ผมร้องออกมาสุดเสียง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาเปื้อนขากางเกง แล้วไหลลงสู่พื้น
แต่ด้วยความเจ็บปวดนี้เอง อาการที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้นั้นหายไป ผมเริ่มขยับตัวได้อีกครั้ง สติกลับคืนมาโดยทันที
ผมหยุดอยู่ห่างจากต้นหวยเพียงหนึ่งเมตรเท่านั้น!
ปากขนาดมหึมากำลังอ้ากว้าง รอเพียงให้ผมก้าวเข้าไปข้างใน
รากที่เลื้อยอยู่ภายในขยับไหวไปมา น่าขยะแขยงและน่าสยดสยองจนทำให้ขนลุกไปทั้งร่าง!
ผมไม่เสียเวลาคิด รีบคว้าแขนของหลงเจี๋ย แล้วหันหลังพุ่งออกไป
“วิ่ง!!” ผมเร่งฝีเท้า พยายามหนีให้ไกลจากต้นไม้นรกนี่ แต่ดูเหมือนผมจะประเมินมันต่ำไป!
ในจังหวะที่ผมเพิ่งหมุนตัวหนี ดวงตาภายในปากต้นไม้ก็เรืองแสงขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว พร้อมกับเสียงต่ำที่เต็มไปด้วยอารมณ์เดือดดาล “คิดว่าจะหนีรอดงั้นหรือ!”
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ควันสีเขียวพวยพุ่งออกมาจากปากของมัน กิ่งก้านนับไม่ถ้วนเหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน ปากของมันกลับพ่นรากสีขาวลื่นยาวออกมา
เสียง ‘ฟึ่บ!’ ดังขึ้น รากนั้นพุ่งออกมาดั่งหนวดปีศาจด้วยความรวดเร็ว!
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา ผมยังไม่ทันตั้งตัว รากเหนียวลื่นนั้นก็พุ่งเข้ามาพันรอบขาซ้ายของผมแล้วกระชากกลับไปด้านหลังอย่างแรง!
ผมล้มลงกับพื้นอย่างแรง จากนั้น แรงฉุดดึงก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล มันกำลังลากผมกลับไปหาปากของมัน!
“มาเถอะ…มาให้ฉันกลืนกิน…” เสียงเย็นชาดังขึ้นซ้ำๆ อย่างแผ่วเบา แฝงไปด้วยความชวนหลอน
ผมถูกลากไปบนพื้น ฝุ่นผงปลิวกระจาย
หลงเจี๋ยพยายามจับแขนผมแน่น ดึงผมเอาไว้สุดแรง แต่ก็ไร้ประโยชน์
ผมดิ้นรน พยายามคว้าหินก้อนใหญ่ข้างตัว และออกแรงฟาดไปที่รากสีขาวนั่น
“ปังๆๆ!”
แต่ไม่ว่าจะทุบแรงแค่ไหน รากนั่นก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน! กลบกินหินในมือกลับแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
อีกแค่ห้าวินาที… ผมจะถูกลากเข้าไปในปากที่เต็มไปด้วยรากและของเหลวเหนียวข้น…