ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 18 ยกมีดฟัน จางเฉียงปรากฏตัว
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 18 ยกมีดฟัน จางเฉียงปรากฏตัว
วิญญาณชายชราเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนที่ต้องทนทุกข์กับลมฝนมาหลายปี
เขาไม่ได้กินของเซ่นไหว้มานานจนไม่อาจต้านทานกลิ่นหอมของอาหารเซ่นตรงหน้าได้ มือเหี่ยวแห้งเอื้อมไปหมายคว้าขนมกุ้ยฮวาเลือดไก่ในตะกร้า
แต่ในจังหวะนั้นเอง ผมยกมีดหัวมังกรขึ้นแล้วฟันลงไปทันที
แสงสะท้อนเย็นวาบจากคมมีดพุ่งตรงไปยังใบหน้าของวิญญาณชายชรา
เขาถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ แต่โชคยังดีที่เขาหลบทันและหลีกเลี่ยงจุดสำคัญไปได้ ถึงอย่างนั้น มีดของผมก็ฟันเข้าที่แขนของเขาเต็มๆ
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น แขนของเขาที่ถูกฟันขาดกระเด็นออกไป กลับกลายเป็นเปลวเพลิงสีเขียวแล้วเลือนหายไปในอากาศ
วิญญาณชายชราล้มลงกับพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ส่วนวิญญาณเร่ร่อนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ต่างก็พากันวิ่งหนีด้วยความตกใจจนไม่เหลือแม้แต่เงา
ผมไม่คิดจะให้เขามีโอกาสตั้งตัวหรือพักหายใจ
ผมจับมีดหัวมังกรแน่น พุ่งเข้าไปแล้วกดมีดลงที่ลำคอของเขาในทันที!
วิญญาณชายชราตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว พลางพูดอ้อนวอนซ้ำๆ “อย่าๆ อย่าฆ่าฉันเลย พ่อหนุ่ม อย่าฆ่าฉันเลย! พวกเราไม่ได้กำลังจะร่วมมือกันอยู่เหรอ มีอะไรพูดกันดีๆ ได้!”
“ร่วมมือ? แกเชื่อคำพูดตัวเองไหม” ผมถามกลับทันที
หากไม่ใช่เพราะผมอยากรู้เรื่องของ ‘ผู้หญิงน่ากลัว’ ที่เขาพูดถึง ผมคงลงมือจัดการเขาไปแล้วตั้งแต่แรก
ฆ่าคนผมคงไม่กล้า แต่เพื่อเอาชีวิตรอด ฆ่าวิญญาณเร่ร่อนสักตน ผมไม่คิดมากหรอก
วิญญาณชายชราเงียบไปชั่วขณะเหมือนจนคำพูด แต่ก็ยังพยายามจะแก้ตัว ผมไม่อยากฟังและไม่คิดจะให้โอกาสเขาอธิบาย
“พูดมาให้หมด!
“เมื่อคืน แกเห็น ‘ผู้หญิงน่ากลัว’ คนนั้นมีลักษณะยังไง สูงแค่ไหน แล้วในมือเธอถืออะไรอยู่ไหม” ผมยิงคำถามสามข้อรวดเดียว
ในสภาวะเป็นตาย วิญญาณชายชราไม่กล้าแม้แต่จะรีรอ เขารีบตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นเครือ “เธอ…เธอสวยมาก ที่ใต้หางตาข้างซ้ายมีไฝน้ำตาเล็กๆ…รูปร่างสูงโปร่งได้สัดส่วน…อ้อ ใช่แล้ว! เธอถือ…ถือร่มกระดาษสีดำอยู่ในมือ!”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ใจผมก็เหมือนหล่นวูบ ผมอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกไปด้วยความตกใจ…
คำบรรยายที่วิญญาณชายชราบอก ลักษณะนั้นแทบจะเหมือนกับเสี่ยวอวี่แฟนเก่าของผมทุกประการ
ใต้หางตาข้างซ้ายของเสี่ยวอวี่มีไฝน้ำตาเล็กๆ ซึ่งทำให้ใบหน้าของเธอมีเอกลักษณ์และดูมีเสน่ห์มากขึ้น
นอกจากนี้ เธอยังมีรูปร่างสูงโปร่ง และทุกครั้งที่เธอออกมาเจอผม เธอจะถือร่มกระดาษสีดำติดตัวเสมอ เธอบอกว่าเผื่อฝนตก
ถ้าเป็นแบบนี้ ผู้หญิงน่ากลัวที่ขับไล่วิญญาณในศาลาเมื่อคืนคงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเสี่ยวอวี่ แฟนเก่าของผม
แต่…ทำไมเธอถึงช่วยผม แล้วทำไมถึงไม่ยอมให้ผมเจอหน้าเธอ
นอกจากนี้ วิญญาณชายชรายังพูดว่า ‘เธอเองก็คงเอาตัวไม่รอด’ หมายความว่ายังไงกัน
ผมถามต่อทันที “แล้วที่แกบอกว่าเธอเอาตัวไม่รอด หมายความว่ายังไง”
วิญญาณชายชราถูกผมข่มขู่จนต้องอ้าปากจะตอบ
แต่ทันใดนั้น เขากลับหยุดนิ่ง สายตาจ้องมาที่ด้านหลังของผม พร้อมกับแสดงสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด
“อ๊าก! อ๊าก...” เขาร้องออกมาด้วยเสียงสั่นสะท้าน
พร้อมกันนั้น ผมก็รู้สึกได้ว่าที่แผ่นหลังของตัวเองเย็นวาบ
มีลมหายใจที่ส่งกลิ่นเหม็นคาวโชยมา พร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นๆ หยดลงมาที่ต้นคอ
“ติ๋ง…ติ๋ง…”
ความเย็นยะเยือกและกลิ่นเหม็นคาวนั้นทำให้ผมตัวแข็งทื่อ
ตอนนี้ผมรับรู้ได้ชัดเจนว่ามี ‘บางอย่าง’ กำลังยืนอยู่ข้างหลังผม
ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบสนอง มือเย็นเฉียบซีดขาวก็วางลงบนไหล่ของผม
พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นยะเยือกดังขึ้นที่ข้างหู “เจียงหนิง…ฉันตามหานายมาสองวันแล้ว…”
ทันทีที่ได้ยิน ผมรู้สึกเหมือนเลือดในตัวหยุดไหล และร่างกายก็เย็นเฉียบไปทั้งตัว
เสียงนั้นเป็นเสียงของจางเฉียง…
จางเฉียงปรากฏตัวอย่างไร้ร่องรอย เขาขึ้นมาจากทะเลสาบโดยไม่มีใครทันสังเกต ก่อนจะมายืนอยู่ข้างหลังผม ร่างกายผมสะท้านไปสองครั้ง และไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
เพราะด้วยหางตาผมเห็นว่า มือที่วางอยู่บนไหล่ของผมนั้นมีเล็บยาวแหลมคมขาวโพลนยื่นมาเฉียดลำคอ
ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะกัดหรือไม่ แค่ผมขยับตัวไม่ระวัง เล็บแหลมคมเหล่านั้นก็พร้อมจะเสียบทะลุคอได้ทันที
“จาง…จางเฉียง…”
ผมเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เหงื่อเย็นผุดเต็มใบหน้า และตอนนี้ผมก็ไม่ได้สนใจวิญญาณชายชราที่อยู่ใต้ร่างอีกแล้ว
จางเฉียงที่ยืนอยู่ข้างหลังผมสูดลมหายใจลึกสองครั้งอย่างแรง
ทุกครั้งที่เขาสูดหายใจ ผมรู้สึกเหมือนดวงวิญญาณของตัวเองถูกดึงออกจากร่าง ทั้งร่างกายเย็นยะเยือกราวกับความอบอุ่นในตัวถูกดูดออกไปจนหมด ไม่เพียงเท่านั้น จางเฉียงยังพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นปนความอาฆาต
“เจียงหนิง…ทำไมกลิ่นตัวนายถึงได้หอมขนาดนี้…แล้วนายนั่งทับชายชราคนนั้น ซ้ำยังเอามีดจ่อเขาไว้อีกทำไม รีบวางมีดลงซะเถอะ ไม่งั้นถ้าทางมหา’ลัยรู้เข้า นายคงโดนไล่ออกแน่ๆ” เสียงของเขานุ่มนวลและเบา แต่ก็เต็มไปด้วยความเย็นเยือกอันน่าขนลุก
ผมไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของจางเฉียงได้เลย
เพื่อให้เขาสงบลง ผมจึงเอ่ยขึ้น “ตกลง ฉันจะลุกเดี๋ยวนี้ แต่นาย…นายช่วยเอามือออกไปก่อนเถอะ ฉันจะเก็บมีดแล้ว”
ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจแทบจะหลุดออกจากอก จางเฉียงกลับกดเสียงต่ำ ลากเสียงยาวว่า “เก็บมีด…”
เสียงเขาทำให้ผมขนลุกเกรียว
ผมไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง และเก็บมีดกลับเข้าไปในฝัก
วิญญาณชายชราที่ถูกผมนั่งทับไว้ เมื่อเห็นว่าผมลุกขึ้นและเก็บมีดแล้วก็รีบกลิ้งตัวหนีด้วยท่าทางเงอะงะ ก่อนจะพุ่งเข้าไปในพุ่มไม้ข้างๆ และหายไปในพริบตา
เสียงของจางเฉียงดังขึ้นจากด้านหลัง “ไอ้แก่นั่นหนีเร็วเหมือนกันนี่”
เสียงเขาฟังดูเฉยชาไร้อารมณ์ ทว่ายิ่งเสียงฟังดูสงบ ผมยิ่งรู้สึกหวาดหวั่น แต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องคุมสติให้ได้ เพราะคืนนี้ผมมาที่นี่เพื่อจบเรื่องกับจางเฉียง
ผมค่อยๆ หมุนตัว หันหลังไปหาอย่างช้าๆ
เขายังคงสวมเสื้อผ้าชุดเดิมเหมือนเมื่อสองสามวันก่อน แต่มือและเท้าของเขาขาวซีดผิดปกติ บวมอืด และเต็มไปด้วยคราบน้ำ
เมื่อสายตาผมหยุดที่ใบหน้าของเขา ผมสะท้านเย็นวาบไปทั้งตัว ใบหน้าของจางเฉียงบวมจนผิดรูปคล้ายกับศพลอยน้ำที่บวมพอง น้ำยังคงหยดจากร่างของเขาลงพื้นเป็นระยะ…
สภาพนี้แตกต่างจากตอนเขายังมีชีวิตโดยสิ้นเชิง แปรสภาพเป็นร่างลอยน้ำที่พองอืดเหมือนศพในน้ำ
“เจียงหนิง สองวันที่ผ่านมานายไปอยู่ไหนมา ฉันตามหานายมาตลอด!” เสียงของจางเฉียงดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาไร้ประกายใดๆ ทั้งตัวของเขาดูแข็งทื่อ ไม่มีชีวิตชีวา สภาพนี้แตกต่างจากวันที่เขาเพิ่งเสียชีวิตโดยสิ้นเชิง ตอนนั้นเขายังดูเหมือนมีจิตวิญญาณ แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนเศษซากที่ว่างเปล่า
“นาย…นายตามหาฉันทำไม” ผมเผลอถามออกไป
จางเฉียงตอบกลับมาโดยไม่ต้องคิดว่า “อาจารย์บอกให้ฉันมาหานาย”
เมื่อคืนนี้ผมได้ยินเขาพึมพำกับตัวเองว่า ถ้าหาผมไม่เจอ เขาจะกลับไปอธิบายกับอาจารย์อย่างไร แต่เขาตายไปแล้ว จะต้องอธิบายอะไรกับใครล่ะ แล้ว ‘อาจารย์’ ที่เขาพูดถึงคือใครกัน หรือเขายังคงจมอยู่ในโลกของความยึดติด
เมื่อเห็นว่ายังสามารถพูดคุยกับเขาได้ ผมจึงถามต่อว่า “อาจารย์คนไหนที่บอกให้มาหาฉัน”
จางเฉียงดูเหมือนสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบออกมาช้าๆ ว่า “ก็อาจารย์นั่นแหละ ตอนนี้นายไปกับฉันเถอะ”
พูดจบ จางเฉียงก็ไม่รอคำตอบจากผม เขาคว้าข้อมือของผมไว้ทันที
สัมผัสของมือเขาเย็นเฉียบและชุ่มน้ำ ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายอย่างมาก แถมแรงของเขายังมหาศาลจนผมดิ้นไม่หลุด เขาดึงมือผมแน่น โดยไม่สนใจว่าผมจะยินยอมหรือไม่ จากนั้นเขาก็หมุนตัว แล้วลากผมมุ่งตรงไปยังทะเลสาบทันที…