ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 188 ขบวนแห่ศพและนักพรตเต๋าชุดเหลือง
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 188 ขบวนแห่ศพและนักพรตเต๋าชุดเหลือง
คนที่ยกโลงศพคือชายแปดคนที่สวมชุดดำทั้งตัว ผิวสีคล้ำ และร่างกายกำยำมาก
แม้ว่าจะเดินลงจากภูเขา แต่โลงศพตรงกลางกลับไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
ตามหลังมาเป็นครอบครัวของผู้เสียชีวิตสิบกว่าคน ทุกคนสวมชุดไว้ทุกข์สีขาว
ด้านหน้าสุดเป็นนักพรตวัยกลางคน สวมอาภรณ์สีเหลืองของนักพรตเต๋า
เขาโปรยกระดาษเงินกระดาษทอง พลางเขย่ากระดิ่งในมือ และเปล่งเสียงเรียก “ดวงวิญญาณเดินทาง ปลอดภัยเป็นมงคล ดวงวิญญาณเดินทาง ปลอดภัยเป็นมงคล”
เสียงร้องไห้โฮก้องดังขึ้นตามหลัง…
ดูจากความใหม่ของโลงศพ น่าจะเป็นงานศพของผู้ที่เสียชีวิตได้ไม่นาน
แต่ตอนนี้ก็ใกล้ค่ำแล้ว ทำไมถึงเลือกเวลานี้สำหรับพิธีฝังศพ?
ต้องรู้ว่าพิธีฝังศพมีข้อกำหนดและข้อห้าม โดยปกติแล้ว งานศพจะเลือกวันและเวลามงคล ส่วนใหญ่จะจัดในช่วงเช้ามืดหรือช่วงเช้า เกือบทั้งหมดจะเสร็จก่อนเที่ยงวัน
เหตุผลคือเพื่อให้การฝังศพเสร็จสิ้นก่อนพระอาทิตย์ตก โดยทั่วไปจะฝังในช่วงบ่ายสามถึงสี่โมง หากมีการล่าช้าก็มักจะรอทำพิธีในวันถัดไปแทน แต่ตอนนี้ตะวันลับขอบฟ้าใกล้จะมืดแล้ว
การหามโลงศพออกไปในเวลานี้ดูเหมือนจะไม่เหมาะสมเอาเสียเลย
เม่าจิ้งยังคำนวณเวลาคร่าวๆ ด้วยนิ้วมือ ก่อนพูดขึ้น “วันนี้ไม่ใช่วันมงคล ตอนนี้ก็ใกล้ค่ำแล้ว ทำไมถึงเลือกเคลื่อนย้ายโลงศพเวลานี้”
“อาจจะเป็นเพราะมีพิธีกรรมพิเศษ หรืออาจมีเหตุผลอื่น” ผมตอบกลับเสียงเบา
แต่พานหลิงกลับขมวดคิ้วทันที “ศิษย์พี่ ฉันเห็นไอหยินแผ่ออกจากโลงศพเยอะมาก มันแผ่ออกมาถึงข้างนอกเลย มีความเป็นไปได้สูงว่านี่คือศพของคนที่ตายโหง”
ได้ยินเช่นนั้น ผมกับเม่าจิ้งเคร่งขรึมขึ้นมาทันที วิญญาณอาฆาตที่ผมเคยเจอมา ส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากการตายโหง
หากโลงศพนี้บรรจุศพของผู้ที่ตายโหง แล้วถูกนำไปฝังในเวลานี้ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
ผู้ที่ตายโหงมักมีแรงอาฆาต สิ่งแรกที่สะท้อนออกมาคือไอหยินจากศพ
หากไม่สามารถส่งวิญญาณของผู้ตายไปอย่างเหมาะสมเพื่อลดแรงอาฆาต ซ้ำยังเผาศพอย่างเร่งรีบโดยไม่ให้เกียรติ ผู้ตายอาจถือว่านั่นเป็นการดูหมิ่น
การทำเช่นนั้นเปรียบเสมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ
ผลกระทบอย่างเบาคือ วิญญาณของผู้ตายจะไม่สงบสุข ความอาฆาตจะเพิ่มขึ้น และอาจสร้างความวุ่นวายให้ครอบครัว
หากหนักกว่านั้น วิญญาณอาจกลายเป็นวิญญาณอาฆาตที่เป็นอันตรายต่อผู้คน
นี่เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก
แม้เม่าจิ้งจะเป็นคนพูดน้อย แต่เขามีจิตสำนึกในหน้าที่สูงมาก เขาวางกระเป๋าอุปกรณ์ลงแล้วพูดว่า “ฉันจะเข้าไปถามดู…”
พูดจบเม่าจิ้งก็เดินตรงเข้าไป
ขบวนแห่ศพค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พวกเรา นักพรตเต๋าชุดเหลืองที่นำขบวนเองก็สังเกตเห็นพวกเราแล้ว เมื่อเห็นว่าพวกเราไม่ถอยหรือหลีกทาง เขาก็เปล่งเสียงดังขึ้นว่า “หวงเจียเถี่ยจู้ ออกศพมงคล คนเป็นหลีกทาง โชคดียิ่งยวด…” คำพูดนี้ชัดเจนว่าเป็นการบอกให้พวกเราหลีกทาง
แต่เม่าจิ้งที่อยู่ข้างหน้ากลับไม่หยุดเดิน
ผมหยิบกระเป๋าอุปกรณ์ของเม่าจิ้งขึ้นมา แล้วเดินตามไปพร้อมกับพานหลิง
นักพรตเต๋าชุดเหลืองขมวดคิ้ว แสดงสีหน้าไม่พอใจ
ขณะที่เขากำลังจะพูดขึ้นอีกครั้ง เม่าจิ้งกลับยกมือขึ้นประกบ มือขวาใช้สองนิ้วเป็นกระบี่ มือซ้ายรองไว้ด้านล่าง
ผมรู้จักสัญลักษณ์มือนี้ นี่คือ ‘พิธีคารวะ’ เป็นท่าทางแสดงความเคารพที่ใช้ในวงการของพวกเรา
นักพรตเต๋าชุดเหลืองเองก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องนี้ เมื่อเห็นเม่าจิ้งทำพิธีคารวะ เขาก็โบกมือให้ขบวนแห่ศพหยุดเดิน
เม่าจิ้งเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน “ขอให้มีสุขอันไพบูลย์!”
นักพรตเต๋าชุดเหลืองที่ถือกระดิ่งอยู่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์เช่นกัน
“ขอให้มีสุขอันไพบูลย์! ไม่ทราบว่าเหตุใดศิษย์น้องจึงขวางทางฉัน”
เม่าจิ้งไม่อ้อมค้อม “ท่านนักพรต ผมเห็นว่าฟ้าใกล้มืด โลงศพก็ดูไม่สงบ วันนี้ก็ไม่ใช่วันมงคลหรือเวลาที่เหมาะสม การเคลื่อนย้ายโลงศพในเวลานี้ เกรงว่าจะนำมาซึ่งความไม่สงบ จึงขอเข้ามาสอบถาม หวังว่าท่านนักพรตจะให้อภัย”
เม่าจิ้งสมกับเป็นศิษย์จากสำนักที่มีชื่อเสียง คำพูดของเขาดูมีหลักการและหนักแน่น
เมื่อนักพรตเต๋าชุดเหลืองได้ยินคำพูดของเม่าจิ้ง สายตาที่มองเขาก็เปลี่ยนไป ก่อนจะกวาดตามองพวกเราทุกคน
จากนั้นก็ถอนหายใจ แล้วกล่าวว่า “ช่วยไม่ได้จริงๆ! บนภูเขานี้ไม่สงบ สัตว์เลี้ยงแทบจะล้มตายกันหมด ผู้เสียชีวิตจากไปอย่างกะทันหันในช่วงบ่าย หากไม่รีบนำลงจากภูเขา ปล่อยให้โลงศพอยู่ข้ามคืนอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ดังนั้นจึงต้องเร่งนำไปเผาที่ฌาปนสถานในคืนนี้ หลังจากนั้น จึงจะจัดพิธีกรรมเจ็ดวันเพื่อส่งดวงวิญญาณ ศิษย์น้อง พวกนายไม่ใช่คนท้องถิ่น อย่าได้ขึ้นเขาเลย” พูดจบนักพรตเต๋าชุดเหลืองก็ไม่อยากพูดอะไรกับพวกเราอีก
เขายกมือขึ้นคารวะเม่าจิ้ง แล้วพยักหน้าเล็กน้อยให้กับผมและพานหลิง จากนั้นเขย่ากระดิ่งในมือ “ดวงวิญญาณเดินทาง ปลอดภัยเป็นมงคล!”
เมื่อเห็นว่าชายผู้นั้นไม่ใช่นักพรตเก๊ แต่เป็นผู้มีวิชาแท้จริง อีกทั้งยังบอกเหตุผลของเรื่องนี้อย่างชัดเจน พวกเราจึงไม่อาจกล่าวอะไรต่อ ได้แต่ถอยไปยืนอยู่ข้างทาง เฝ้ามองนักพรตเต๋าชุดเหลืองนำขบวนศพลงจากภูเขาไป
เมื่อพวกเขาเดินจากไปแล้ว พานหลิงจึงพูดขึ้น “ดูเหมือนนักพรตท่านนี้จะมีฝีมือจริงๆ ส่วนสิ่งที่ก่อความไม่สงบที่เขาพูดถึงนั้นน่าจะหมายถึงสามหลุมศพอาฆาตใช่ไหม”
เม่าจิ้งพยักหน้าเห็นด้วย
แต่ผมกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย
นี่แสดงให้เห็นว่าสามหลุมศพอาฆาตอันตรายจริงๆ ไม่เช่นนั้นนักพรตเต๋าชุดเหลืองคงไม่เสี่ยงนำโลงศพออกมาในวันไม่เป็นมงคลเช่นนี้
เขาคงไม่สามารถรับมือกับสามหลุมศพอาฆาตได้จึงต้องเลือกใช้วิธีนี้แทน
ผมเงยหน้ามองไปที่เนินเขาโดยไม่รู้ตัว
บนเนินเต็มไปด้วยหญ้ารกเรื้อ ไร้ชีวิตชีวา
แต่การที่พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อจัดการกับสามหลุมศพอาฆาตอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
“ไปกันเถอะ! ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว ต่อให้มันร้ายแค่ไหน อย่างน้อยเราต้องไปดูมันสักครั้ง!” ผมกล่าวขึ้น
ตอนนี้ร่างกายของผมหายดีแล้ว ปราณต้นกำเนิดในจุดตันเถียนก็เพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งยังมีอุปกรณ์มากมายติดตัว ซ้ำยังมีเม่าจิ้งกับพานหลิงคอยช่วยเหลือ อย่างไรเสียเราก็ต้องลองปะทะกับภูตผีในสามหลุมศพอาฆาตดูสักตั้ง
เม่าจิ้งและพานหลิงพยักหน้ารับ ก่อนจะเริ่มเดินขึ้นภูเขา
เส้นทางบนภูเขาเป็นถนนคอนกรีตสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ แม้จะคดเคี้ยว แต่ไม่ได้เดินลำบากนัก
เรามุ่งหน้าเดินขึ้นเขาไปประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เห็นใครบางคนยืนอยู่ไกลๆ ตรงทางเข้า
ชายคนนั้นยืนอยู่ที่ทางเข้าบนภูเขา แหงนหน้ามองไปยังที่ไกลออกไป
เมื่อเห็นพวกเราเดินขึ้นมาจากเชิงเขา ชายคนนั้นโบกมือพร้อมตะโกนเรียก “เฮ้! อาจารย์เม่า ทางนี้ ทางนี้…”
ดูจากท่าทางแล้ว คงเป็นผู้ว่าจ้างของเรา
เม่าจิ้งโบกมือตอบเล็กน้อย แล้วเดินตรงไปข้างหน้า ไม่นาน ผมก็เห็นใบหน้าของชายผู้นั้นชัดเจน
เขามีรูปร่างผอมบาง ความสูงปานกลาง แต่สิ่งที่โดดเด่นคือใบหน้าที่จำง่ายมาก ใต้ตาดำคล้ำเป็นวง เครารกเป็นแนวสั้นตรงไม่ม้วน ดูแล้วค่อนข้างโทรม ใบหน้าค่อนข้างยาว หน้าผากแหลม คางแหลม ใบหูแหลม โหนกแก้มสูง ขมับลึกเว้าเข้าไป
ถึงแม้ผมจะดูโหงวเฮ้งไม่เป็น แต่ก็ยังดูออกว่าใบหน้าแบบนี้ไม่ใช่โหงวเฮ้งที่ดีให้ความรู้สึกเหมือนคนหน้าลิงปากแหลม ไม่น่าไว้วางใจ
รูปลักษณ์เป็นสิ่งที่พ่อแม่ให้มา เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และผมก็รู้ดีว่าเราสามารถมองเห็นโชควาสนาของคนคนหนึ่งได้จากโหงวเฮ้งนั้น
อาจารย์เคยบอกว่า ผู้ชายคนนี้เสียภรรยาไปถึงสามคน คงมีดวงพิฆาตภรรยาแน่ๆ และโหงวเฮ้งของเขาก็ดูจะเป็นแบบนั้นจริงๆ
ผมคิดในใจ แต่ภายนอกกลับไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
เมื่อชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ก็รีบจับมือเม่าจิ้งอย่างตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา “อาจารย์เม่า คุณหนูพาน! ในที่สุดพวกคุณก็มาถึง พอตกกลางคืนทีไร ผมนอนไม่หลับเลย พวกคุณไม่รู้หรอกว่า ภรรยาทั้งสามมาหาผมทุกคืนเลย แม้ผมจะทำตามที่พวกคุณบอกแล้ว หลบอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ยินดีในกิเลส แต่พอหลับ ผมก็ฝันเห็นพวกเธอทั้งสามนอนอยู่บนเตียง คอยยั่วยวนและหลอกล่อจนผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลย! ก่อนหน้านี้ผมหนักเกือบเก้าสิบกิโลกรัม แต่เพียงครึ่งเดือน น้ำหนักของผมลดไปสามสิบกว่ากิโลกรัม ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าผมคงไม่รอดแน่ๆ!”