ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 20 นกเรียกวิญญาณ เสียงเดียวทุกอย่างพังทลาย
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 20 นกเรียกวิญญาณ เสียงเดียวทุกอย่างพังทลาย
จู่ๆ จางเฉียงก็พูดประโยคนี้ออกมา เขาค่อยๆ วางอาหารคนตายในมือกลับลงไปบนโต๊ะ ก่อนจะพูดกับผมด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ว่า “ไปกับฉันสิ ไปพบอาจารย์ด้วยกันเถอะ!”
ขณะที่พูด ดวงตาของจางเฉียงซึ่งเป็นผีจมน้ำก็ยิ่งดูว่างเปล่าไปอีก สีหน้ากลับมาดูแข็งทื่อเหมือนเดิม เขาค่อยๆ ยื่นมือซีดขาวที่เปียกชื้นมาทางผมเหมือนจะจับตัวผม
เมื่อเห็นมือนั้น ผมถึงกับสะดุ้งวูบในใจ มือนั้นซีดขาวและชุ่มน้ำ ราวกับพลังแห่งความตายจับต้องได้ ผมไม่รู้ว่า ‘อาจารย์’ ที่เขาพูดถึงนั้นคือใคร หรืออาจจะเป็นความยึดติดบางอย่างหลังความตายของเขา
แต่ตอนนี้ ผมไม่มีเวลาคิดให้ลึกถึงเรื่องนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทำให้เขากินอาหารคนตายจานสุดท้ายให้หมดก่อน
“จางเฉียง นี่เป็นจานสุดท้ายแล้ว อย่าเพิ่งรีบ กินให้เสร็จแล้วเราค่อยไป ชิมสิ!”
พูดจบ ผมหยิบจานปลาทอดไร้หัวที่เต็มไปด้วยน้ำมันหมูขึ้นมาทันที
จางเฉียงมองปลาทอดไร้หัวในจาน จมูกของเขาสูดกลิ่นอีกสองสามครั้ง ร่างกายแข็งค้างอยู่กับที่ เขาหันไปมองผืนน้ำในทะเลสาบสลับกับมองอาหารในมือของผม ดูเหมือนเขากำลังลังเลที่จะตัดสินใจบางอย่าง
เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มสนใจ ผมจึงรีบพูดต่อ “จางเฉียง อาหารนี่มันอร่อยมาก กินก่อนแล้วค่อยไปก็ไม่สายหรอก!”
พูดจบ ผมยื่นจานปลาทอดเข้าไปใกล้เขา ผมสังเกตได้ว่า จางเฉียงซึ่งเป็นผีจมน้ำดูมีท่าทีหวั่นไหว แต่ก็เหมือนมีบางอย่างที่เขายังกลัวอยู่ ใบหน้าของเขาแสดงความอยากกินแต่ก็แฝงความลังเลไว้
“อย่าลังเลเลย จางเฉียง มากินสักคำ กินเสร็จแล้วเราค่อยไปด้วยกัน” ผมพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แนบเนียน
ในที่สุด จางเฉียงก็ทนแรงดึงดูดของอาหารคนตายไม่ไหว หลังจากลังเลอยู่นาน เขายื่นมือไปคว้าปลาทอดในจานของผม และกัดลงไปที่หัวปลาที่เต็มไปด้วยน้ำมันหมู
เสียง “กร๊อบๆ” ดังขึ้นจากการเคี้ยวของเขา ผมเห็นจางเฉียงกินหัวปลาเข้าไปแล้ว ใจผมก็พลันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ‘ในที่สุดก็หลอกให้เขากินจานสุดท้ายได้สำเร็จ!’
ผมคิดในใจว่า เมื่อเขากินเสร็จ คราวนี้คงจะสามารถส่งเขาไปสู่สุคติได้เสียที!
ในใจผมกำลังคิดไปพร้อมกับความคาดหวังเต็มเปี่ยม
แต่ใครจะไปคิดว่า คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต
ในจังหวะสำคัญนั้นเอง ท่ามกลางความเงียบสงัดของสวนสาธารณะ จู่ๆ ก็มีเสียงนกร้องแหลมสูงดังขึ้นมา
“ฮูกๆ…”
เสียงร้องดังขึ้นเรื่อยๆ แรงขึ้นเป็นลำดับ เสียงนี้ทำลายความเงียบในสวนจนกลายเป็นเสียงที่ทั้งแหลมและแปลกประหลาด ขนลุกไปทั้งหลังทันทีที่ได้ยิน
ผมมองตามเสียงไป และเห็นบนยอดไม้ไม่ไกลออกไปนัก มีนกฮูกตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้ ไม่รู้มันบินมาเมื่อไร มันอ้าปากร้องเสียงแปลกประหลาดอยู่บนนั้น
ในหมู่บ้านของเรา นกฮูกตัวนี้ถูกเรียกว่า ‘นกเรียกวิญญาณ’ เชื่อกันว่าถ้ามันมาเกาะร้องอยู่หน้าบ้านของใคร บ้านนั้นจะมีคนตายแน่นอน
เพราะเหตุนี้ หากมีนกฮูกบินเข้ามาในหมู่บ้าน มันจะถูกไล่ออกไปอย่างไร้ความปรานี ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย บางทีอาจถูกตีตายไปแล้ว…
และมันดันเลือกมาร้องเอาเวลานี้ ทำให้ผมรู้สึกถึงลางไม่ดีเอาเสียเลย
พอหันกลับมามองอีกที จางเฉียงที่กำลังกินปลาทอดไร้หัวอยู่เมื่อครู่กลับหยุดมือไปแล้ว ปลาทอดที่เขาถืออยู่ในมือถูกโยนลงพื้น สีหน้าของเขามืดครึ้ม และในดวงตาปรากฏแววโหดเหี้ยม
เขาจ้องมองผมเขม็งด้วยสายตาที่ทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลัง
เมื่อเห็นแบบนี้ ผมคิดในใจว่า ‘แย่แล้ว!’
น่าจะเป็นเพราะเสียงร้องแหลมของนกฮูกตัวนั้นรบกวนการกินอาหารคนตายของจางเฉียง ผมรู้สึกว่าสิ่งที่วางแผนไว้อาจล้มเหลวไม่เป็นท่า
แต่ผมยังพยายามจะลองพูดกล่อมเขาอีกครั้ง ทว่าก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรออกมา จางเฉียงกลับยกมือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และคว้าคอของผมไว้แน่น เขาออกแรงบีบจนผมหายใจติดขัด พร้อมทั้งพูดลากเสียงยาวว่า “ไปกับฉัน!”
พูดจบ เขาก็บีบคอผมแน่นกว่าเดิม และเริ่มลากผมไปทางริมทะเลสาบอย่างรุนแรง…
เขาบีบคอผมแน่นจนเจ็บมาก รู้สึกได้ว่าปลายเล็บของเขาแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ
แรงของเขามหาศาลจนผมไม่สามารถขัดขืนได้เลย ร่างกายถูกลากไปทางริมทะเลสาบอย่างไม่อาจขัดขืน
แต่ในจังหวะนั้นเอง หางตาของผมเหลือบไปเห็นว่าบริเวณใต้ต้นไม้ที่นกฮูกเกาะอยู่ มีร่างของใครบางคนยืนอยู่
ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นวิญญาณชายชราจากศาลาที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้ เขายืนยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมและดูตื่นเต้นราวกับกำลังสนุกกับสิ่งที่เห็น เมื่อเห็นเขา ผมพลันเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด
นกฮูกที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันเป็นฝีมือของวิญญาณชายชราตนนั้นที่จงใจสร้างความวุ่นวาย
ช่างน่ารังเกียจนัก! ทั้งที่ผมใกล้จะขจัดพลังลบและความอาฆาตในตัวจางเฉียงได้แล้วแท้ๆ แต่กลับถูกเจ้าวิญญาณชายชราตนนั้นทำลายทุกอย่างในขั้นสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผมไม่มีเวลาสนใจวิญญาณชายชราตนนั้นอีกแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือผมต้องช่วยตัวเองก่อน หากถูกจับลงไปในทะเลสาบ ผมต้องตายแน่นอน
จางเฉียงบีบคอผมแน่นจนหายใจไม่ออก ดวงตาของเขาไร้แวว สีหน้าแข็งทื่อ และปากก็เอ่ยซ้ำๆ ว่า “ไปกับฉัน! ไปกับฉัน!”
ขาข้างหนึ่งของผมลุยลงไปในน้ำแล้ว อีกเพียงก้าวเดียว ผมจะถูกเขาลากลงน้ำ และจมน้ำตายในที่สุด
ในจังหวะวิกฤตสุดท้ายนี้ ผมไม่สนใจอะไรอีกต่อไป
“ฉัวะ!” ผมดึงมีดหัวมังกรออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเล็งไปที่ใบหน้าของจางเฉียง และฟันลงไปเต็มแรง
จางเฉียงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมเหมือนคนไม่มีสติ เขาไม่หลบเลยแม้แต่น้อย
มีดของผมฟันลงไปกลางใบหน้าของเขาเต็มๆ แต่เขากลับไม่หลุดเสียงร้องเจ็บปวดออกมาเลย แผลนั้นไม่มีเลือดไหล แต่เขาก็หยุดเดินทันที
จางเฉียงยังถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อว่า “ทำไมถึงฟันฉัน”
พูดจบ เขายิ่งบีบคอผมแน่นขึ้นไปอีก ผมรู้สึกได้ถึงปลายเล็บของเขาที่จิกลึกลงไปในผิวหนังของผม
รู้สึกเหมือนกระดูกคอของผมกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
ผมไม่สามารถหายใจได้อีกต่อไป แต่ตอนนี้ดวงตาของผมแดงก่ำด้วยความโกรธ
“นายจะฆ่าฉัน ก็อย่าหวังว่าฉันจะยอมตายโดยไม่สู้!”
ผมกัดฟันเผชิญหน้ากับเขาด้วยความสิ้นหวัง!
ผมตะโกนออกมาด้วยเสียงแหบพร่า ราวกับระบายความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจ
“นายอยากให้ฉันตายใช่ไหม ถ้างั้นฉันก็จะฟันนายให้ตายเหมือนกัน!”
พูดจบ ผมดึงมีดหัวมังกรที่เฉาะอยู่บนหน้าของจางเฉียงออกมา แล้วฟันไปที่มือของเขาที่กำลังบีบคอผม
“ฉัวะ!” เสียงเหมือนฟันลงไปบนต้นกล้วย
มือผีของจางเฉียงที่กำคอผมไว้ถูกฟันขาดในทันที ทันใดนั้นเสียง “ตุ้บ!” ดังขึ้น พร้อมกับไฟวิญญาณสีเขียวลุกวาบขึ้นมา ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ผมไอออกมาสองครั้งด้วยความเจ็บ ก่อนจะรีบกระโดดกลับขึ้นฝั่งทันทีเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างตัวเองกับจางเฉียง
แต่จางเฉียงยังคงมีสีหน้าทึ่มทื่อเรียบเฉย แม้ว่าใบหน้าของเขาจะมีรอยแผลยาวจากมีด และมือข้างหนึ่งก็ถูกฟันขาดไปแล้ว เขากลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่มีเสียงร้องเจ็บปวดแม้แต่น้อย
เขายังพูดด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อเหมือนเดิมว่า “ไปกับฉัน ไปเจออาจารย์ด้วยกัน”
พูดจบ เขาเริ่มเดินตรงมาหาผมอีกครั้งด้วยท่าทางก้าวย่างที่เยือกเย็นและน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น และความเย็นยะเยือกที่จับต้องได้ทำให้ผมหวาดกลัวอย่างมาก
แต่ในความกลัวนั้น ผมหยิบมีดหัวมังกรขึ้นมาอีกครั้ง ชี้ไปที่เขาแล้วตะโกนออกไปว่า “กลับไปหาพระแสงอะไรล่ะ! นายตายไปแล้ว จะมายุ่งกับฉันทำไมอีก! ถ้าขืนเข้ามาอีก ฉันจะสู้กับนายให้ตายกันไปข้าง!”
ในใจผมเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่แรงผลักดันจากความอยากมีชีวิตรอดทำให้ผมกล้าตะโกนออกมา พร้อมชี้มีดหัวมังกรไปที่จางเฉียง
แต่เขากลับดูเหมือนไม่สนใจคำพูดของผมเลย ยังคงเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวๆ ปากก็พูดซ้ำประโยคเดิมว่า “ไปกับฉัน ไปเจออาจารย์ด้วยกัน…”