ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 206 ฮวงจุ้ยดอกท้อและแผนที่ยี่สิบแปดกลุ่มดาว
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 206 ฮวงจุ้ยดอกท้อและแผนที่ยี่สิบแปดกลุ่มดาว
หลังจากรื้อหลุมศพอาฆาตแห่งแรกเสร็จ เหลืออีกเพียงครึ่งชั่วโมงก็จะเที่ยง ซึ่งเป็นช่วงที่พลังหยางแรงที่สุดในรอบวัน พวกเราไม่มีเวลาพักมากนัก ต้องรีบไปจัดการกับอีกสามหลุมศพที่เหลือ
“คุณเหลียง มาทางนี้ได้แล้ว” ผมตะโกนเรียกเหลียงโหย่วชีที่ยืนมองพวกเราอยู่ห่างออกไป
เมื่อได้ยินเสียงเรียก เขาก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทันที
“อาจารย์เจียง อาจารย์เม่า คุณหนูพาน...หลุมศพของพ่อผม เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”
“เรียบร้อย นี่คือพ่อของคุณ คุณต้องถือไปเอง” ผมชี้ไปที่โกศอัฐิซึ่งถูกตาข่ายสะกดวิญญาณคลุมไว้
“พ่อ!” เหลียงโหย่วชีเห็นดังนั้นก็คุกเข่าทันทีพร้อมปล่อยโฮออกมา น้ำหูน้ำตาไหลอาบหน้า
พวกเราไม่ได้พูดอะไร เพียงปล่อยให้เขาถือโกศแล้วนำทางไปยังหลุมศพของภรรยาทั้งสามคน
เหลียงโหย่วชีสะอื้นไห้อยู่อีกครู่หนึ่งก่อนลุกขึ้นยืน
เขายกโกศของเหลียงต้าซานขึ้นมา แล้วเริ่มนำทางพวกเราไปต่อ
พานหลิงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “คุณเหลียง ทำไมคุณถึงเลือกใช้โกศอัฐิสีแดงให้พ่อของคุณล่ะ”
เหลียงโหย่วชีเช็ดน้ำตาก่อนตอบ “โกศอัฐินั่นไม่ใช่ของพ่อผมหรอก มันเป็นของแม่ ตอนที่แม่เสียชีวิต พ่อบอกว่าอยากเสริมโชคให้ครอบครัว เขาบอกว่าโกศอัฐิสีแดงจะช่วยให้ตระกูลเหลียงมีลูกหลานสืบทอดต่อไปก็เลยเลือกใช้สีนี้ หลังจากที่พ่อขุดโกศของแม่ขึ้นมา ข้างในจึงเหลือเพียงเสื้อผ้าชุดหนึ่ง พอพ่อเสีย ผมเลยเอาอัฐิของพ่อใส่ลงไปแทน ทำเป็นหลุมศพฝังรวมของทั้งคู่…”
พวกเราทั้งสามคนถึงกับพูดไม่ออก คนนอกวงการไม่มีทางทำเรื่องของคนในวงการได้ดี โดยเฉพาะเรื่องการจัดพิธีศพและการฝังศพ ซึ่งเต็มไปด้วยข้อปฏิบัติและข้อห้ามมากมาย
ถ้าเป็นคนที่เสียชีวิตตามธรรมชาติก็ยังดี แต่ถ้าตายผิดธรรมชาติ ตายอย่างมีเคราะห์ หรืออยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งอัปมงคลสูง แล้วทำพิธีไม่ถูกต้องก็อาจนำไปสู่เรื่องเลวร้ายได้
โชคยังดีที่แม่ของเขาไม่มีพลังอาฆาต ไม่เช่นนั้นเธอคงกลายเป็นวิญญาณอาฆาตไปแล้ว
เหลียงโหย่วชีเองก็ไม่รู้อะไรเลย ต่อให้พูดอะไรกับเขาก็คงเปล่าประโยชน์ อีกอย่าง ตอนนี้ในบ้านก็เหลือเพียงเขาคนเดียว อนาคตจะมีใครมาทำพิธีแทนเขาก็ยังไม่รู้
หลุมศพภรรยาทั้งสามของเหลียงโหย่วชีอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก หลังจากเดินมาได้ยี่สิบนาที พวกเราก็มาถึงบริเวณหลุมศพของพวกเธอ
แต่ทันทีที่มาถึง ก่อนที่เราจะเห็นหลุมศพทั้งสาม กลับพบว่าพืชและต้นไม้รอบบริเวณนั้นล้มตายเป็นบริเวณกว้าง
ตอนนี้เป็นช่วงเดือนเจ็ดใกล้เดือนแปด มันควรเป็นช่วงที่พืชพรรณเขียวชอุ่มที่สุด แต่พืชตรงหน้ากลับแห้งเหี่ยวราวกับถูกฉีดยาฆ่าหญ้า พื้นที่โดยรอบไม่มีแม้แต่ต้นหญ้าที่ยังมีชีวิตอยู่
ทั้งที่เป็นเวลากลางวัน แต่กลับรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือก ที่แห่งนี้มีพลังอาฆาตรุนแรงมาก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวิญญาณหญิงทั้งสามตนถึงได้ดุร้ายนัก…
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เราก็มองเห็นเนินดินสามแห่งอยู่ไกลๆ
เหลียงโหย่วชีชี้ไปยังเนินดินแล้วกล่าวว่า “ถึงแล้วๆ นี่คือหลุมศพของภรรยาทั้งสาม”
พวกเราพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร
เม่าจิ้งและพานหลิงต่างหยิบเข็มทิศฮวงจุ้ยของตัวเองออกมา
เม่าจิ้งใช้เพื่อตรวจสอบฮวงจุ้ย ส่วนพานหลิงใช้ตรวจสอบตำแหน่งดวงดาว
พวกเราเดินเข้าไปอีกสิบกว่าเมตรจนมาถึงหลุมศพทั้งสาม
พวกมันตั้งเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ หันหน้าเข้าหาพวกเรา พื้นดินด้านบนแห้งแล้ง ไร้ซึ่งพืชขึ้นปกคลุม และมีธงเรียกวิญญาณปักอยู่บนแต่ละหลุม
มองจากภายนอก ทุกอย่างดูเหมือนหลุมศพทั่วไป ไม่มีอะไรผิดปกติ
ทว่าพานหลิงเพียงแค่มองแวบเดียวก็กล่าวขึ้นว่า “พลังอาฆาตจากหลุมศพทั้งสามรุนแรงมาก ทั้งที่เป็นช่วงกลางวันแท้ๆ แต่ยังมีพลังอาฆาตแผ่ออกมาอยู่เลย”
แม้พวกเราจะไม่ได้เปิดตาทิพย์ จึงมองไม่เห็นพลังอาฆาตโดยตรง แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากหลุมศพเหล่านี้
ผมรู้สึกสนใจเรื่องฮวงจุ้ยของที่นี่มาก เพราะบริเวณนี้ถูกเรียกว่า ‘ฮวงจุ้ยดอกท้อ’ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างบ้านเรือน ช่วยเสริมเสน่ห์ให้ผู้อยู่อาศัย
ผมอยากจะสำรวจดูว่า ทำไมที่นี่ถึงถูกเรียกเช่นนั้น…
เมื่อมองไปรอบๆ พบว่ามีทั้งภูเขาและสายน้ำ โดยเฉพาะบริเวณหน้าหลุมศพทั้งสาม มีสระน้ำเล็กๆ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำไหลเวียน แต่สภาพของน้ำกลับขุ่นมัวและเต็มไปด้วยพลังอาฆาต
ตามตำราโบราณกล่าวว่า ซินแสที่เก่งกาจจะพิจารณาสายน้ำก่อน จากนั้นจึงค่อยดูภูเขา
แม้จุดฝังศพจะอยู่ที่ภูเขา แต่จะโชคดีหรือร้ายนั้นล้วนขึ้นอยู่กับสายน้ำ วิธีการกำหนดจุดฝังศพต้องอาศัยน้ำเป็นตัวชี้วัด
น้ำที่เคลื่อนไหวเป็นหยาง ภูเขาที่หยุดนิ่งเป็นหยิน ดังนั้นภูเขาเป็นดั่งสตรี สายน้ำเป็นดั่งบุรุษ
หากสตรีตามบุรุษ ความเจริญรุ่งเรืองจะตามมา การมีน้ำที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด…
หากพิจารณาตามทฤษฎีนี้ สถานที่แห่งนี้ ด้านหลังมีภูเขา ด้านหน้ามีน้ำไหลมารวมเป็นสระ ถือว่าเป็นจุดที่หยินหยางสมดุล เป็นทำเลฮวงจุ้ยที่ดีมาก
เมื่อเปรียบเทียบกับฮวงจุ้ยของเหลียงต้าซานแล้ว ที่นี่นั้นดีกว่ามาก แต่เนื่องจากน้ำขุ่นมัว แสดงให้เห็นว่าฮวงจุ้ยของที่นี่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี
อย่างไรก็ตาม ผมทำได้เพียงระบุว่าฮวงจุ้ยของที่นี่เคยดี แต่ตอนนี้เสื่อมลงแล้ว
แต่ทำไมที่นี่ถึงถูกเรียกว่าฮวงจุยดอกท้อ ผมยังไม่มีความสามารถพอจะวิเคราะห์เรื่องนี้ได้ จึงต้องหันไปมองเม่าจิ้ง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยที่สุดในกลุ่ม
“เม่าจิ้ง ทำไมที่นี่ถึงถูกเรียกว่าฮวงจุ้ยดอกท้อ ช่วยอธิบายรูปแบบของที่นี่ให้หน่อยสิ”
เม่าจิ้งพยักหน้าเล็กน้อยก่อนตอบ “การดูฮวงจุ้ย ขั้นพื้นฐานเริ่มจากการพิจารณาภูเขาและสายน้ำ หากต้องการก้าวไปอีกขั้น ต้องอาศัยแผนที่ยี่สิบกลุ่มดาวเพื่อทำการกำหนดตำแหน่งเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นทิศทาง ความสูงต่ำ มุมมองจากด้านหน้า ด้านข้าง หรือมุมก้มเงยล้วนส่งผลให้เกิดรูปแบบที่แตกต่างกัน และกำหนดกระแสพลังของฮวงจุ้ยที่แตกต่างกันไป”
เม่าจิ้งพูดจบก็หยิบเข็มทิศฮวงจุ้ยขึ้นมา
เขาชี้ไปที่เข็มทิศซึ่งมีเข็มชี้ ปากว้า สิบสองเรือนชะตา ยี่สิบสี่ภูเขา เป็นต้น จากนั้นก็กล่าวต่อ “ลองดูที่เข็มชี้และตำแหน่งที่สอดคล้องกัน ทั้งปากว้าและเรือนชะตา วอกชวดมะโรง[1] มะเมียสู่ขาล[2] หยางพบหยาง ดาวสนับสนุนคือจวี้เหมิน[3] ตำแหน่งก็คือจุดนี้” เขาชี้ไปยังจุดที่อยู่ด้านซ้ายหน้าหลุมศพ
เม่าจิ้งกล่าวต่อ “ขาลมะเมียจอ[4] ม้าอยู่วอก[5] หยางพบหยิน เป็นการสนับสนุนจวี้เหมิน ตำแหน่งตรงกับสระน้ำนี้พอดี
“เมื่อดูจากกระแสพลังของฮวงจุ้ยในปัจจุบัน และตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง จากนั้นใช้จุดจวี้เหมินเปรียบเทียบกับแผนผังยี่สิบแปดดาวฤกษ์ ตำแหน่งฮวงจุ้ยของที่นี่ตรงกับรูปแบบฮวงจุ้ย ‘เคราะห์ดอกท้อ’ ซึ่งก็คือจุดที่หลุมศพอาฆาตทั้งสามตั้งอยู่ ดังนั้น จึงสามารถสรุปได้ว่าที่นี่เป็นฮวงจุ้ยดอกท้อ
“ก่อนหน้านี้ได้กล่าวไปแล้วว่าฮวงจุ้ยดอกท้อเหมาะสำหรับที่อยู่อาศัยของคนเป็นเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับถูกทำเป็นหลุมศพถึงกลายเป็น ‘เคราะห์ดอกท้อร้าย’ และทำให้เกิดวิญญาณอาฆาตสามตนขึ้นมานั่นเอง…”
พื้นฐานด้านฮวงจุ้ยของเม่าจิ้งนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ
เขาเริ่มฝึกฝนศาสตร์นี้ตั้งแต่อายุสิบหกโดยมีอาจารย์คอยสอน แม้เขาจะไม่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย จบเพียงมัธยมปลาย แต่เขานั้นมีความรู้ในด้านนี้อย่างลึกซึ้ง
ผมฟังแล้วก็ยังงงอยู่ดี แม้เขาจะอธิบายให้เข้าใจง่ายแล้วก็ตาม
เขาชี้ไปที่ตำแหน่งจริงเพื่อแสดงให้ผมเห็น แต่เรื่องพวกจวี้เหมินและเรือนชะตานั้น ผมยังต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ
เม่าจิ้งเห็นว่าผมยังคงเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วค้นหาแผนผังยี่สิบแปดดาวฤกษ์และแผนที่ฮวงจุ้ยแบบเก้าห้องให้ผมดู
“ลองดูสิ ฮวงจุ้ยดอกท้ออยู่ที่สามหลุมศพนี้ ทางทิศเหนือพอดี หากใช้พวกมันเป็นจุดเริ่มต้น แล้วขยายออกเป็นเก้าห้อง แต่ละห้องแทนตำแหน่งฮวงจุ้ยหนึ่งตำแหน่ง แบบนี้นายจะเข้าใจรูปแบบฮวงจุ้ยของที่นี่ได้ชัดเจนขึ้น!”
ผมมองภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ พบว่ามันตรงกับทิศตะวันออก ตะวันตก เหนือ ใต้ และตำแหน่งของปากว้าอย่างแม่นยำ
เมื่อสังเกตภูมิทัศน์ของที่นี่ ทั้งลักษณะของภูเขาและสายน้ำ รวมถึงเนินเขาเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไป ล้วนมีรูปแบบเหมือนกับแผนที่ฮวงจุ้ยแบบเก้าห้องไม่มีผิด
ผมอดทึ่งในความสามารถของเม่าจิ้งไม่ได้ เขาสามารถใช้แค่ดวงตาและเข็มทิศฮวงจุ้ยเพื่อระบุตำแหน่งทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ และสร้างภาพจำลองของรูปแบบฮวงจุ้ยขึ้นมาในหัว
ผมรู้สึกว่าหมอนี่น่าจะไปแข่งรายการ ‘the brain[6]’ ได้เลย
“สุดยอด!” ผมเอ่ยชมออกมาจากใจจริง
เม่าจิ้งเพียงยิ้มบางๆ ก่อนพูดว่า “ถ้าดูบ่อยๆ เดี๋ยวก็เข้าใจเอง ไม่ได้ยากขนาดนั้น”
พูดจบ เขาก็เก็บเข็มทิศฮวงจุ้ยเข้ากระเป๋า
ขณะที่ผมก็ใช้แผนที่ฮวงจุ้ยแบบเก้าห้องที่ดูเมื่อครู่วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของฮวงจุ้ยในที่นี้ออกมา
จากนั้นจึงเสนอความคิดเห็นของตัวเองต่อเม่าจิ้ง “สามหลุมศพอาฆาตนี้เต็มไปด้วยพลังอาฆาตรุนแรงมาก หากเราจะรื้อหลุมศพแบบเดียวกับของเหลียงต้าซานอาจเกิดปัญหาตามมาไม่น้อย
“ถ้าดูจากรูปแบบฮวงจุ้ยในตอนนี้ ตำแหน่งดอกท้อของหลุมศพทั้งสามอยู่ทางทิศเหนือ นั่นหมายความว่า เส้นพลังของพวกเธอต้องอยู่ในทิศใต้
“หากเราจะรื้อหลุมศพ เราสามารถใช้ตำแหน่งมงคลทางทิศใต้เพื่อตัดเส้นพลังของตำแหน่งดอกท้อได้ใช่ไหม เมื่อเราตัดกระแสพลังของตำแหน่งดอกท้อแล้ว ก็น่าจะสามารถลดพลังอาฆาตของวิญญาณอาฆาตทั้งสามลงได้ จากนั้นค่อยโปรยขี้เถ้าเพื่อรื้อหลุมศพ ช่วยทำลายฮวงจุ้ยของที่นี่และลดระดับความอันตรายของสามหลุมศพอาฆาตลง”
เม่าจิ้งได้ฟังดังนั้นก็ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้คาดคิดว่าผมจะเข้าใจได้เร็วขนาดนี้
เพิ่งเข้าใจรูปแบบฮวงจุ้ยของตำแหน่งดอกท้อได้ไม่นาน แต่กลับสามารถใช้หลักการต่อยอด วิเคราะห์จุดอ่อนของหลุมศพอาฆาตและกระแสดอกท้อได้อย่างรวดเร็ว…
[1] วอกชวดมะโรง หรือ สามสาขาดินธาตุน้ำ สร้างพลังธาตุน้ำ เสริมชะตาชีวิตให้ดีขึ้น (จากศาสตร์แปดอักษร)
[2] มะเมียสู่ขาล เสริมพลังหยางให้แข็งแกร่ง เหมาะแก่การขจัดภัยและสิ่งอัปมงคล (จากศาสตร์แปดอักษร)
[3] จวี้เหมิน เป็นดาวที่เสริมการสื่อสารและวาทศิลป์ (จากศาสตร์โหราศาสตร์ดาวสีม่วง หรือ จื่อเว่ยโต้วชู่)
[4] ขาลมะเมียจอ หรือ สามสาขาดินธาตุไฟ สร้างพลังหยาง เพิ่มความอบอุ่นและเสริมความรุ่งเรือง (จากศาสตร์แปดอักษร)
[5] ม้าอยู่วอก หยางเคลื่อนสู่หยิน ทำให้พลังงานสมดุล เสริมความสมดุลให้ตำแหน่งจวี้เหมินเพื่อเสริมโชคชะตาและบรรเทาภัย
[6] The brain คือ เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทเกมโชว์จากประเทศจีน ที่เน้นการแสดงความสามารถด้านสมองโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความจำ การคำนวณ ความแม่นยำ การสังเกต และการวิเคราะห์เชิงตรรกะ