ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 208 ตั๊กแตนโผบินปิดแสงตะวัน
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 208 ตั๊กแตนโผบินปิดแสงตะวัน
หลุมศพอัปมงคลมักก่อให้เกิดแมลงร้าย และสามหลุมศพอาฆาตนี้ก็เป็นเช่นนั้น
เมื่อพวกเราทั้งสามเห็นตั๊กแตนจำนวนมากไต่ออกมาจากหลุมศพ และเริ่มบินตรงเข้ามาหาก็ไม่มีใครกล้าประมาท ต่างรีบถอยหลังหนีทันที
เสียง “หวื่อ” ดังกระหึ่ม ขณะที่พวกมันบินโฉบเข้ามาใกล้พวกเรา
ผมตบพวกมันไปสองสามตัว แต่ก็ไม่สามารถหยุดพวกมันได้ ยังคงมีตั๊กแตนจำนวนมากไต่ออกมาจากรอยแยกของสามหลุมศพอาฆาตไม่หยุด
ไม่นานนัก หลุมศพทั้งสามก็ถูกตั๊กแตนปกคลุมจนมืดไปหมด พวกมันกางปีกพร้อมบินทุกเมื่อ
สามหลุมศพอาฆาตนี้กลายเป็นรังของตั๊กแตนโดยสมบูรณ์
เมื่อมองแวบแรก มันแทบไม่เหลือเค้าโครงของหลุมศพเลย คล้ายกับเป็นรังตั๊กแตนขนาดใหญ่
พวกเราถอยหลังอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตั๊กแตนพากันบินขึ้นจากหลุมศพ ส่งเสียง “หวื่อๆ” ดังระงม
เพียงพริบตาเดียว ตั๊กแตนก็ล้อมพวกเราสามคนเอาไว้ทุกทิศทาง
“ทำไมถึงมีตั๊กแตนมากขนาดนี้!” พานหลิงอุทานออกมาอย่างตกใจ
ถ้าแมลงขนาดนี้ยึดพื้นที่ อีกไม่นานหลุมศพพวกนี้อาจถูกขุดจนกลวงหมด!
“ใช้ไฟ! มันกลัวไฟ!” ผมตะโกนบอกพลางพยายามปัดตั๊กแตนที่เกาะตามตัวออกไป
ฝูงตั๊กแตนยังคงบินวนอย่างบ้าคลั่ง พวกมันรวมตัวกันอย่างเนืองแน่นจนบดบังท้องฟ้า
เพียงชั่วขณะ พวกเราก็ถูกพวกมันห้อมล้อมจนแทบหาทางหนีไม่เจอ
ส่วนเหลียงโหย่วชี ตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา ดูเหมือนเขาจะเห็นตั๊กแตนพวกนี้แล้วตกใจจนเผ่นหนีไปแล้ว…
ฝูงตั๊กแตนยังคงไล่ตามพวกเราอย่างไม่ลดละ พวกมันเกาะตามตัวพวกเรา แล้วเริ่มกัดกิน แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่ละเว้น
ที่สำคัญ พวกเราไม่รู้เลยว่าตั๊กแตนพวกนี้มีพิษหรือไม่
ด้วยจำนวนที่มากมายมหาศาล พวกเราปัดป้องไม่ทัน และถูกกัดเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกเจ็บปวดสุดขีด
โชคดีที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยหญ้าแห้ง ผมจึงไม่ลังเลเลยที่จะหยิบยันต์สีเหลืองออกมา อัดพลังปราณ และสะบัดมือออกไปทันที
เสียง ‘ฟู่’ ดังขึ้น ขณะที่ยันต์เผาไหม้ และถูกโยนลงไปบนกองหญ้าแห้งที่อยู่ข้างๆ
ผมตั้งใจจะจุดไฟเผาหญ้าแห้งรอบๆ เพื่อให้เกิดเปลวเพลิงขนาดใหญ่ เผาฆ่าแมลงพวกนี้ให้หมด
เม่าจิ้งเองก็สะบัดยันต์ออกไปหลายแผ่น
ทันทีที่ยันต์ตกลงกลางฝูงตั๊กแตน เขาก็เปล่งเสียงร่ายคาถา ” จักรพรรดิแห่งสรรพสิ่ง จงสำแดงฤทธิ์!”
“ปังๆๆ!” ยันต์ระเบิดพร้อมกัน พลังของยันต์ทำให้ตั๊กแตนตายไปกว่าครึ่งในทันที
แต่ถึงอย่างนั้น จำนวนของพวกมันก็ยังคงมากมาย ตายไปหนึ่งกลุ่มก็มีกลุ่มใหม่โผล่มาแทน
ยังคงมีตั๊กแตนไต่ออกมาไม่หยุด
ที่แย่ที่สุดคือ พวกมันมีเป้าหมายชัดเจน นั่นคือพวกเราสามคน ไม่ว่าเราจะวิ่งไปทางไหน พวกมันก็ยังตามกัดไม่เลิก
ดูเหมือนพวกมันจะไม่หยุดจนกว่าจะกินพวกเราจนหมด!
เมื่อเห็นว่าหนีไปแบบนี้ไม่ไหว ผมก็ตะโกนบอกพวกเขา “ทางนี้! ไปหลบหลังแนวไฟ! ใช้ไฟเผาพวกมันซะ!”
ผมหยิบร่มปรภพขึ้นมา ใช้มันปัดป้องแมลงพวกนี้ ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณให้เม่าจิ้งและพานหลิงถอยไปยังแนวไฟ
แมลงพวกนี้มีจำนวนมากก็จริง แต่พวกมันแพ้ไฟ ทันทีที่สัมผัสกับเปลวเพลิง พวกมันจะถูกเผาตาย
พวกเราสามคนเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว พุ่งตรงไปยังแนวไฟ
พืชพรรณบริเวณนี้แห้งเหี่ยวจากพลังอาฆาตอยู่แล้ว จึงทำให้ไฟลุกลามได้ง่าย เมื่อผมจุดไฟ มันจึงกลายเป็นกองไฟขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ลุกลามไปทั่วพื้นที่หลุมศพ ตั๊กแตนที่พยายามบินเข้ามาหาพวกเราถูกเผาตายไปเป็นจำนวนมาก
กลิ่นเหม็นไหม้ของซากตั๊กแตนกระจายไปทั่ว…
ผมไม่เชื่อหรอกว่าตั๊กแตนจากหลุมศพสามแห่งนี้จะไม่มีวันหมด!
ผมใช้ร่มปรภพบังไว้ด้านหน้า เม่าจิ้งและพานหลิงคอยขว้างยันต์ออกไปเป็นระยะ บางครั้งพวกเราก็หยิบหญ้าแห้งที่ติดไฟขึ้นมาเผาตั๊กแตนที่บินเข้ามาใกล้!
ตั๊กแตนทยอยตายต่อหน้าพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ
แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็ยังเห็นพวกมันบินว่อนเต็มท้องฟ้า เสียงกระพือปีกดังระงมไปทั่ว
ตั๊กแตนจำนวนมากยังคงไต่ตามร่างกายของพวกเรา กัดกินทั้งผิวหนังและเสื้อผ้าไม่หยุด
พวกมันมีมากเกินไปจนกำจัดไม่ไหว
ก่อนมาที่นี่ ผมคิดไว้หลายสถานการณ์ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีตั๊กแตนออกมาจากหลุมศพมากมายขนาดนี้
ไฟยิ่งลุกลามหนักขึ้น ลมร้อนแผดเผาจนใบหน้าของพวกเราแดงก่ำ
ตั๊กแตนถูกเผาตายไปนับไม่ถ้วน เปลวไฟโหมล้อมสามหลุมศพอาฆาตกลายเป็นวงไฟขนาดใหญ่ ควันดำลอยพวยพุ่ง มองเห็นได้จากที่ไกล
พวกเราใช้แนวไฟเป็นที่กำบัง คอยเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ ทั้งยังโจมตีด้วยไฟและยันต์
ผ่านไปยี่สิบนาที ในที่สุดจำนวนตั๊กแตนก็เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้หลุมศพอาฆาตจะร้ายกาจเพียงใด ต่อให้มันสร้างตั๊กแตนออกมามากมาย แต่ก็ย่อมมีจุดสิ้นสุด
“อีกไม่นานแล้ว อดทนอีกหน่อย ตั๊กแตนใกล้จะตายหมดแล้ว!” ผมพูดด้วยความดีใจ
เม่าจิ้งและพานหลิงพยักหน้ารับคำ
ตอนนี้ ทั้งสองคนถือไม้ที่กำลังลุกไหม้ และฟาดใส่ฝูงตั๊กแตนอย่างต่อเนื่อง
เสียง “ฟู่ๆ” ของเปลวไฟดังสลับกับควันไฟที่ทำให้พวกเราน้ำตาไหลพราก
ซากตั๊กแตนกองทับถมเป็นชั้นๆ เดินไปไหนก็เหยียบซากมันจนของเหลวภายในพุ่งกระจาย
หลังจากต่อสู้กันไปอีกประมาณสิบกว่านาที พุ่มไม้และต้นหญ้าแห้งโดยรอบถูกเผาจนเกลี้ยง
ตั๊กแตนที่ไต่ออกมาจากสามหลุมศพอาฆาตก็ค่อยๆ ตายจนหมด
เมื่อเรากำจัดตั๊กแตนตัวสุดท้ายที่เกาะอยู่ตามร่างกายออกไปได้ ฝูงตั๊กแตนทั้งหมดก็ถูกกวาดล้าง
ส่วนใหญ่ตายเพราะไฟเผา และที่เหลือก็ตายเพราะโดนแดดแผดเผา
พวกเราหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า
ให้ตายเถอะ การรับมือกับฝูงแมลงพวกนี้เหนื่อยยิ่งกว่าจัดการวิญญาณอาฆาตเสียอีก!
“ในที่สุด…ในที่สุดก็ได้พักซะที!” พานหลิงเป็นคนพูดขึ้นก่อน
ผมหันไปมองเธอ และพบว่าแก้มซ้ายของพานหลิงบวมขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่ลำคอของเม่าจิ้งก็มีตุ่มแดงขนาดใหญ่ปรากฏ
“ตั๊กแตนพวกนี้มีพิษ! ทุกคนตรวจร่างกายตัวเองด้วย!” ผมรีบเตือนพวกเขา พร้อมกับสำรวจตัวเองไปด้วย
เมื่อก้มมองเสื้อผ้า พบว่ากางเกงและเสื้อถูกกัดจนเป็นรูพรุน รู้สึกแสบร้อนตามผิวหนังจนแทบทนไม่ไหว ผมยกเสื้อขึ้น เห็นว่าบริเวณหน้าท้อง หน้าอก แขน และต้นขาเต็มไปด้วยตุ่มบวมสีแดงขนาดใหญ่คล้ายกับถูกแตนต่อยและเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง
นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย
สำหรับผมแล้ว ผมรู้ดีว่าอาการแพ้รุนแรงขนาดนี้อาจนำไปสู่ภาวะอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
ผมรีบรวบรวมพลังลมปราณภายใน แล้วลองตรวจสอบการไหลเวียนของพลัง
โชคดีที่พลังลมปราณของผมไม่ได้ถูกขัดขวาง มีเพียงอาการคันและบวมแดงเท่านั้น คาดว่าปัญหานี้คงไม่ร้ายแรงเกินไป
“ทุกคนเป็นยังไงบ้าง”
“ทั้งเจ็บทั้งคัน แต่ลมปราณยังไหลเวียนได้ ไม่น่าจะเป็นพิษร้ายแรง!” เม่าจิ้งเป็นคนตอบก่อน
“น่ารังเกียจจริงๆ! ทำไมต้องมีตั๊กแตนพิษพวกนี้โผล่ออกมาเยอะขนาดนี้ด้วย!”
สีหน้าพานหลิงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
สำหรับผู้หญิงแล้ว การที่ใบหน้าถูกกัดจนบวมเหมือนหมูเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดมาก
“ไม่มีอาการร้ายแรงก็ดีแล้ว ลงจากเขาเมื่อไหร่ ไปฉีดยาสเตียรอยด์สักเข็มก็หาย แต่ตอนนี้ เราต้องทำภารกิจให้สำเร็จก่อน”
ผมหันไปมองสามหลุมศพอาฆาตที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ในใจมีโทสะคุกรุ่น
ตอนนี้เป็นกลางวันแสกๆ พลังหยางแรงที่สุดของวัน พวกเราทั้งสามก็ล้วนเป็นนักพรต หากเป็นคนทั่วไปคงถูกตั๊กแตนพวกนี้แทะกินจนไม่เหลือซาก!
เม่าจิ้งและพานหลิงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ หยิบจอบขึ้นมาแล้วเดินตรงไปยังสามหลุมศพอาฆาต
แม้หลุมศพทั้งสามจะยังคงให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก แต่ตอนนี้ นอกจากจะสร้างความหนาวสั่นให้เราก็ไม่มีอันตรายใดๆ อีกแล้ว
น้ำสีดำไหลซึมออกมาจากใต้พื้นหลุมศพเป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับหลุมศพของเหลียงต้าซาน ที่นี่ชื้นแฉะราวกับฝนตกหนัก พื้นดินกลายเป็นบ่อโคลนเล็กๆ
“เริ่มได้ ขุดพวกมันซะ!” ผมมองสามหลุมศพอาฆาตแล้วกล่าวเสียงหนักแน่น
เม่าจิ้งและพานหลิงไม่ลังเล พวกเราสามคนพุ่งตรงไปยังสามหลุมศพอาฆาต แล้วเริ่มขุดลงไปทันที
แต่หลังจากขุดลงไปได้เพียงไม่กี่ครั้ง พบว่าหลุมศพทั้งสามเต็มไปด้วยไข่แมลง มีตัวอ่อนของตั๊กแตนไต่กันยั้วเยี้ยไปทั่ว บางตัวยังเป็นตัวอ่อนใสๆ ที่ไม่มีปีก...