ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 215 กำจัดสี่วิญญาณอาฆาต เผชิญหน้าวิญญาณทารกสุดอาถรรพ์
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 215 กำจัดสี่วิญญาณอาฆาต เผชิญหน้าวิญญาณทารกสุดอาถรรพ์
เม่าจิ้งพยายามตั้งรับเต็มกำลัง แต่ถึงกระนั้นก็ยังถูกวิญญาณหญิงทั้งสองตนกดดันอย่างหนัก
เขารู้ว่าผมกำลังร่ายอาคมอยู่ และเข้าใจดีว่าผมมีอาคมสายฟ้าที่ทรงพลัง แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เขาก็รู้ดีว่าผมกำลังทำอะไรอยู่
ดังนั้น เขาจึงกัดฟันรับมือกับการโจมตีอันดุร้ายของวิญญาณหญิงทั้งสองเพื่อซื้อเวลาให้ผมร่ายอาคม
ผมผสานมุทราอย่างรวดเร็ว มึทราสายฟ้าทั้งเจ็ดปรากฏขึ้นทีละอัน พลังปราณในร่างของผมถูกดึงออกมารวมตัวกันที่มือขวาอย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งที่ร่ายหนึ่งมุทรา พลังปราณในร่างจะถูกดึงออกไปสามถึงห้าเปอร์เซ็นต์ เมื่อผมร่ายครบเจ็ดครั้งก็ใช้พลังไปยี่สิบกว่าเปอร์เซ็นแล้ว
อาคมนี้ทรงพลัง แต่ต้องแลกกับการใช้พลังมหาศาล
สองวินาทีครึ่ง ในเวลาปกติอาจเป็นเพียงชั่วอึดใจ แต่ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด สองวินาทีกลับดูยาวนานเหลือเกิน ยิ่งเป็นการต่อสู้แบบสองต่อหนึ่ง แรงกดดันของเม่าจิ้งจึงสูงขึ้นเป็นเท่าตัว
ทันใดนั้น วิญญาณหญิงตนหนึ่งกรีดร้องออกมา “แกต้องตาย!”
ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวเหยเก ก่อนพ่นลมหายใจสีดำออกมา
เม่าจิ้งตกใจ รีบถอยหลังโดยไม่ลังเล แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งหลักได้ วิญญาณหญิงอีกตนก็กระโจนเข้าใส่ พร้อมยกกรงเล็บฟาดลงมา เม่าจิ้งจำต้องตั้งการ์ดรับการโจมตีอย่างเร่งรีบ
“ปัง!” แรงปะทะมหาศาลทำให้เขาถูกผลักถอยหลังอย่างแรง ร่างกายโอนเอนไปมา และในเสี้ยววินาทีนั้น วิญญาณหญิงอีกตนก็ฉวยโอกาสพุ่งเข้ามากัดลำคอของเขา!
เม่าจิ้งยังตั้งหลักได้ไม่ดีจึงไม่สามารถยกกระบี่ขึ้นป้องกันได้ทัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหมดหนทาง
เขาทำได้เพียงมองดูเขี้ยวแหลมคมของวิญญาณหญิงค่อยๆ เข้ามาใกล้คอของเขา แต่ในจังหวะเดียวกันนั้น มุทราสายฟ้าทั้งเจ็ดก็ปรากฎ
ผมร่ายอาคมสำเร็จแล้ว!
ผมไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ตะโกนออกไปสุดเสียง “อัสนีสวรรค์กัมปนาท ปราณต้นกำเนิดไม่ขาดสาย ข้าขอยืมอำนาจแห่งสายฟ้า พิฆาตปีศาจร้าย อาคมสายฟ้า หัตถ์อัสนี!”
ทันทีที่ร่ายอาคมสิ้นสุด ผมพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับมือซ้ายที่เกิดประกายสีฟ้าแลบออกมา
ผมฟาดฝ่ามือไปยังกลางหน้าผากของวิญญาณหญิง
ประกายสายฟ้าสว่างวาบในทันที
“เปรี้ยง!” พลังของอาคมสายฟ้าพุ่งเข้าใส่วิญญาณหญิงอย่างจัง แรงอาคมส่งผลให้เม่าจิ้งขนลุกซู่ รู้สึกชาไปทั้งตัว
วิญญาณหญิงที่โดนโจมตีเต็มแรงเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว มันยังไม่ทันกรีดร้องก็ถูกสายฟ้าซัดลอยไปกลางอากาศ แล้วสลายกลายเป็นเปลวไฟวิญญาณ หายไปในพริบตา
วิญญาณหญิงอีกตนได้รับผลกระทบจากอาคมสายฟ้า ทำให้มันเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
มันถอยหลังไปหลายก้าว มองมาทางพวกเราด้วยสายตาหวาดกลัว สีหน้าที่เคยดุร้ายกลับอ่อนลง จนดูเหมือนหญิงสาวที่กำลังตื่นกลัวมากกว่าจะเป็นวิญญาณอาฆาต
“สุดยอด!” เม่าจิ้งอุทานด้วยความประหลาดใจ
พานหลิงเองก็เบิกตากว้าง ไม่คาดคิดว่าผมจะสามารถใช้อาคมสายฟ้าได้
หลังจากใช้หัตถ์อัสนี ผมเพียงแค่หายใจหอบเล็กน้อยเท่านั้น
ผมหันไปมองเป้าหมายสุดท้ายที่เหลืออยู่
วิญญาณหญิงตนสุดท้ายที่มีท้องนูนออกมา ภรรยาคนแรกของเหลียงโหย่วชี
เธอรู้ตัวว่าสู้ไม่ไหว จึงหันหลังและพยายามปีนกำแพงเพื่อหลบหนี
แต่มันจะหนีไปได้อย่างไร จุดจบเดียวของมันคือความตายเท่านั้น!
“หึ คิดจะหนีงั้นเหรอ!”
ผมพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว คว้าข้อเท้าของเธอไว้ ก่อนจะกระชากลงมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี
“ปึง!” ร่างของเธอกระแทกพื้นอย่างแรง
เม่าจิ้งง้างกระบี่ไม้ท้อ แล้วฟันฉับลงไปที่กลางหน้าผากของเธอเต็มแรงอย่างรวดเร็ว
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น แม้จะถูกฟันหัวแบะ แต่เธอกลับไม่ตายในทันที ร่างของเธอสั่นสะท้าน ก่อนที่พลังอาฆาตสีดำจะปะทุออกมาจากทั่วทั้งร่าง!
เม่าจิ้งเตรียมจะฟันซ้ำอีกครั้งเพื่อปลิดชีพ
“ฟู่ว” ทันใดนั้น ท้องของวิญญาณหญิงเกิดความเปลี่ยนแปลง กลุ่มควันสีดำเริ่มพวยพุ่งออกมาจากปากและจมูกของเธอราวกับปล่องไฟที่กำลังปล่อยเขม่าควันออกมา ท้องของเธอพองขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังจะระเบิดออก
“ถอยไป!” ผมสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงรีบตะโกนขึ้น พร้อมกระชากตัวเม่าจิ้งออกมา
เราทั้งสองคนรีบกระโดดถอยหลังไปหลายก้าว
วิญญาณหญิงยังนอนอยู่กับพื้น เธอกอดท้องที่พองโตของตัวเองเอาไว้ด้วยตัวที่สั่นเทาพลางส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด “อ๊าก! เจ็บ…เจ็บ…!”
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ พลันเกิดเสียง “ปัง!” ดังลั่น ท้องของเธอระเบิดออก กลุ่มควันสีดำเข้มพวยพุ่งออกมามากมาย
ควันดำเหล่านั้นกระจายไปทั่วบริเวณ กัดกร่อนพื้นดินจนเกิดเสียง “ซู่ๆ” น่าสยดสยอง
จู่ๆ มีมือเล็กสีดำอมเขียวของทารกยื่นออกมาจากภายในร่างของวิญญาณหญิง มันใช้มือเล็กๆ จับเนื้อที่เหลือของช่องท้องวิญญาณหญิงแหวกตัวออกมา
พวกเรามองภาพตรงหน้าด้วยความช็อกสุดขีด
สิ่งที่ปรากฏออกมาคือทารกวิญญาณตนหนึ่ง ร่างของมันมีขนาดเท่าทารกทั่วไป แต่สีผิวกลับเป็นสีดำอมเขียวผิดธรรมชาติ
กลุ่มควันสีดำเข้มแผ่ซ่านออกมาจากตัวมันราวกับเป็นเกราะป้องกัน และมีพลังกัดกร่อนสูงมาก พื้นดินใต้เท้าของมันถูกเผาไหม้เป็นรูโหว่
พวกเราทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากถอยออกไปอีกสองสามก้าวเพื่อรักษาระยะห่างให้ปลอดภัย
แม้แต่วิญญาณชุดขาวสองตนสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในลานบ้าน เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของทารกวิญญาณ ก็ตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะถอยหนีไปจนสุดกำแพง
วิญญาณหญิงที่นอนอยู่กับพื้นอ่อนแรงเต็มที มันส่งเสียงแผ่วเบาออกมา “ลูก…ลูก…”
สัญชาตญาณความเป็นแม่ผลักดันให้มันยื่นมือออกไปลูบศีรษะของทารกวิญญาณที่เพิ่งคลานออกมาจากร่าง
แต่ทารกวิญญาณกลับมีท่าทีรังเกียจ มันเผยสีหน้าดุร้ายออกมา ก่อนจะปัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างแรง จากนั้น มันลากสายสะดือเร่งคลานไปบนหน้าอกของวิญญาณหญิงทันที
มันก้มหน้าลง สูดดมกลิ่นของร่างผู้ให้กำเนิดอย่างหิวกระหาย
วิญญาณหญิงนอนนิ่งอยู่กับพื้น ไม่สามารถขยับตัว ได้แต่จ้องมองทารกวิญญาณที่มีขนาดเพียงสามกำปั้นด้วยสายตาอ่อนโยน
วิญญาณหญิงเปล่งเสียงออกมาอีกครั้งอย่างสั่นเครือ “ลูก…แม่…”
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ทารกวิญญาณที่อยู่บนอกก็อ้าปากกว้าง
ทารกวิญญาณกัดลงไปที่ลำคอของวิญญาณหญิงอย่างแรง ดวงตาของเธอเบิกกว้าง ร่างกายสั่นสะท้าน แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงร้องออกมาได้แม้แต่น้อย
ทารกวิญญาณฝังเขี้ยวลงไปในลำคอของผู้ให้กำเนิดและดูดกลืนพลังของอีกฝ่ายเข้าไปอย่างตะกละตะกราม ร่างของวิญญาณหญิงแปรเปลี่ยนเป็นหมอกสีดำ ก่อนจะถูกทารกวิญญาณดูดกลืนเข้าไปในร่างจนหมดสิ้น
พวกเรายืนมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
มัน…เป็นตัวอะไรกันแน่!
มันคลานออกมาจากร่างของวิญญาณหญิง แถมยังกลืนกินแม่ของตัวเองลงไปทั้งร่างอีกด้วย
วิญญาณอาฆาตย่อมให้กำเนิดสิ่งชั่วร้าย!
ทารกวิญญาณตนนี้ตัวเล็กกว่าทารกวิญญาณที่ผมกับเม่าจิ้งเคยเจอที่สวนสาธารณะแถวถนนเสวี่ยฝู
ทว่าแรงกดดัน ความโหดเหี้ยม และพลังอาฆาตที่แผ่ออกมาจากร่างของมันเหนือกว่าทารกวิญญาณที่เราเคยพบ รวมถึงเด็กปีศาจที่เคยเผชิญหน้าหลายเท่า
“ไอ้ทารกนี่โหดเกินไปแล้ว!” เม่าจิ้งเผลออุทานออกมา
ผมเองก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตึงเครียด
พานหลิงที่ถือกระบี่ไม้ท้ออยู่ในมือก้าวเข้ามาประชิด “พลังอาฆาตของมันรุนแรงยิ่งกว่าวิญญาณหญิงทั้งสามตนรวมกันอีก ทุกคนระวังให้ดี”
ขณะที่เรากำลังพูดกันอยู่นั้น ทารกวิญญาณก็สูดลมหายใจเข้า กลุ่มหมอกดำรอบตัวทั้งหมดถูกดูดเข้าสู่ปากและจมูกของมันในพริบตา
ต่อมา มันหันไปมองวิญญาณชุดขาวสองตนสุดท้ายที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
มันไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย กระโจนเข้าใส่พวกนั้นทันที
“แคว็กๆ” เพียงแค่สองคำ มันก็ฉีกกัดวิญญาณชุดขาวทั้งสองตนจนสิ้น ร่างของพวกนั้นถูกกลืนลงไปในท้องของมันทั้งหมด ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึงสี่วินาทีด้วยซ้ำ!
มันลงมือฉับไว หมดจด และโหดเหี้ยมเกินบรรยาย
หลังจากมันกลืนกินวิญญาณชุดขาวจนหมด ร่างของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
มันเงยหน้าจ้องมองพวกเรา ดวงตาสีขาวซีดกลอกไปมา ก่อนที่มันจะส่งเสียงหัวเราะน่าขนลุกดัง “แกร๊กๆๆ”
มันยื่นแขนเล็กๆ สีดำอมเขียว พลางขยับนิ้วเหมือนกำลังคว้าอากาศตรงหน้า จากนั้นเสียงแหลมสูงก็ดังออกมาจากปากของมัน
“หิว…ฉันหิว…”