ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 216 วิญญาณทารกแห่งความแค้น หายวับไปอย่างฉับไว
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 216 วิญญาณทารกแห่งความแค้น หายวับไปอย่างฉับไว
เมื่อเห็นวิญญาณทารกตรงหน้าที่มีขนาดเพียงสามกำปั้น แถมยังมีสายสะดือติดอยู่ ผมรู้สึกขนลุกขนชันขึ้นมาในทันที
ทารกวิญญาณ ทารกแห่งความแค้น และทารกซากศพคือสามกรรมหนัก
ครั้งก่อนที่สวนสาธารณะแถวถนนเสวี่ยฝู่ เราเจอทารกวิญญาณและเด็กปีศาจ แต่ตัวนี้แตกต่างออกไป มันไม่ใช่วิญญาณประเภทนั้น แต่เป็นทารกแห่งความแค้น
วิญญาณอาฆาตที่ถือกำเนิดในครรภ์ของมารดาด้วยแรงอาฆาตมหาศาล
เมื่อคลอดออกมา พวกมันจะสังหารมารดาของตนเอง ทารกที่โหดเหี้ยมขนาดนี้ก็คือทารกแห่งความแค้นโดยแท้
วิญญาณทารกแบบนี้ร้ายกาจมาก พวกมันเต็มไปด้วยพลังแห่งความแค้น ไม่สามารถเติบโตได้ แต่ก็ไม่มีวันแก่ พวกมันจะอยู่ในร่างทารกเช่นนี้ตลอดกาล ไม่มีสติปัญญา มีเพียงความหิวกระหายและสัญชาตญาณการฆ่า
หากปล่อยมันออกไป คงไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในบริเวณนี้รอดพ้น
แม้แต่พวกเดียวกันมันยังฆ่า นับประสาอะไรกับสิ่งมีชีวิตที่ยังมีเลือดเนื้อ
คิดถึงจุดนี้ ผมจึงตัดสินใจทันที
“นี่คือทารกแห่งความแค้น หนึ่งในสามกรรมหนัก มันอันตรายกว่าทารกวิญญาณและเด็กปีศาจที่เราเคยเจอที่สวนสาธารณะมาก!”
พูดจบ ผมก้มลงเก็บอุปกรณ์จากพื้น เตรียมพร้อมสู้ศึก
พานหลิงขมวดคิ้วแน่นแล้วเสริมขึ้น “สิ่งอัปมงคลนี่ร้ายกาจเกินไป แม้แต่พวกเดียวกันมันยังฆ่า!”
เม่าจิ้งแค่นเสียงเย็น “ในสายตาของมันไม่มีคำว่า ‘พวกเดียวกัน’ มีเพียงการสังหารและการอิ่มท้องเท่านั้น”
พวกเราทั้งสามพูดคุยกันอย่างรวดเร็ว
ทารกแห่งความแค้นที่หมอบอยู่ห่างออกไปจ้องมองพวกเรา ดวงตาของมันเป็นประกายขึ้นมา
“หิว…หิวแล้ว…”
เสียงเล็กแหลมของมันดังขึ้นอีกครั้ง และมันก็เริ่มคืบคลานเข้ามาหาเราอย่างช้าๆ
มันลากสายสะดือยาวของมันไปตามพื้น การเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่เต็มไปด้วยไอสีดำที่ลอยคลุ้งรอบตัว เส้นพลังงานบิดเบี้ยวไปมา ดูน่ากลัวและกดดันเป็นอย่างยิ่ง
“มาแล้ว!” ผมเตือนทุกคนพลางกำแส้กระดูกงูและกระบี่กระดูกปลาแน่น
เม่าจิ้งเองก็ยกกระบี่ไม้ท้อขึ้น ส่วนพานหลิงหยิบยันต์สีเหลืองออกมา พร้อมใช้งานทุกเมื่อ
“อ๊า” ทารกแห่งความแค้นไม่เกรงกลัวเราเลย มันคลานมาสองสามก้าวก่อนจะอ้าปากกว้างแล้วกรีดร้องเสียงแหลม
คลื่นเสียงอันรุนแรงดังกึกก้อง
มันดีดขาพุ่งกระโจนเข้ามาราวกับคางคก
เมื่อเห็นดังนั้น ผมฟาดแส้กระดูกงูออกไปทันที
เสียง “เพียะ’” ดังสนั่น แส้ฟาดไปยังทารกแห่งความแค้น แต่มันกลับสามารถสลายกลายเป็นหมอกดำกลางอากาศแล้วหายไป
การโจมตีของผมสูญเปล่าเพราะฟาดโดนอากาศ
มันปรากฏตัวอีกครั้งเบื้องหน้าเราเยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย
มันอ้าปากกว้างจนถึงใบหู พุ่งตรงไปกัดเม่าจิ้งทันที
เม่าจิ้งใช้กระบวนท่าเซียนชี้ทางแทงปลายกระบี่ไม้ท้อไปที่ปากของทารกแห่งความแค้น แต่ใครจะรู้ว่ามันกลับใช้ความสามารถพิเศษสลายตัวกลายเป็นหมอกดำมาโผล่ที่ด้านหลังของพวกเรา แล้วพุ่งเข้าหาผมจากด้านหลัง
พานหลิงสะบัดมือขว้างยันต์ออกไปพร้อมเปล่งเสียง “เร่งรัดดุจโองการสวรรค์ บัญชา!”
“บึ้ม!” ยันต์ระเบิดออก แต่ทารกแห่งความแค้นกลับสลายตัวหลบหนีไปได้อีกครั้ง และปรากฏตัวอีกทีห่างออกไปสามเมตร
มันไม่รอให้พวกเราตั้งตัว ยกสายสะดือสีดำคล้ำบนท้องเหวี่ยงไปทางพานหลิง
สายสะดือสีดำอมเขียวพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง ก่อนพันรอบขาของพานหลิงในพริบตา แล้วมันก็ดึงเธอล้มลงกับพื้น
ผมยกกระบี่กระดูกปลาฟันลงไปสุดแรง
เสียง “แคร่ก” ดังขึ้น สายสะดือขาดออกจากกันกลายเป็นควันดำ พานหลิงรอดพ้นจากอันตราย
เม่าจิ้งรีบพุ่งเข้ามายืนขวางหน้าผมกับพานหลิง มือกำกระบี่ไม้ท้อแน่น
ทารกแห่งความแค้นเก็บสายสะดือกลับแล้วส่งเสียงคำรามต่ำ ดวงตาของมันประกายอาฆาต ไม่กลัวเม่าจิ้งเลยสักนิด
มันกระโจนเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว
“บึ้ม!”
เม่าจิ้งใช้กระบวนท่าสะบั้นราชันไร้พ่าย การโจมตีรุนแรงอย่างมหาศาล อักษรยันต์เจ็ดดาราบนกระบี่ไม้ท้อส่องประกายแสงเจิดจ้า
แต่ใครจะคาดคิดว่า ทารกแห่งความแค้นจะใช้ความสามารถสลายตัวหนีอีกครั้ง หลีกเลี่ยงการโจมตีของเม่าจิ้งไปได้อย่างหวุดหวิด
มันปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งตรงข้างเท้าของเม่าจิ้งพอดี
เม่าจิ้งยังไม่ทันได้ยกขา ทารกแห่งความแค้นก็อ้าปากกัดเข้าที่น่องของเขาเต็มแรง!
“อ๊าก!” เม่าจิ้งร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ผมรีบกำกระบี่กระดูกปลาแน่น ก่อนจะฟันลงไปสุดแรง
แต่เจ้าสิ่งนี้กลับสลายตัวกลายเป็นหมอกดำแล้วหายไปต่อหน้าต่อตา ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นอีก
พลังอาฆาตในบรรยากาศหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ พริบตาเดียว หมอกขาวก็เริ่มปกคลุมรอบลานที่เรายืนอยู่
แม้มองไม่เห็น แต่เรารู้ว่ามันยังอยู่ใกล้ๆ พวกเราสามคนรีบยืนหันหลังชนกัน จับตาดูรอบด้านอย่างระแวดระวัง
“เม่าจิ้ง น่องเป็นไงบ้าง”
ผมยังคงจับตาดูรอบตัว เร่งเร้าประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวถึงขีดสุด
น่องของเม่าจิ้งมีเลือดไหลซึมออกมา เขาขยับเท้าทดลองดู ก่อนจะพูดเสียงเครียด “ยังขยับได้ ระวังกันให้ดี เจ้านี่เคลื่อนที่เร็วมาก อย่าประมาทเด็ดขาด”
เม่าจิ้งเพิ่งพูดจบ พานหลิงก็สังเกตเห็นเงาของมันในหมอกทันที
“บนกำแพง!” พานหลิงชี้ไปที่กำแพงด้านขวา
ผมกับเม่าจิ้งรีบหันไปมอง พลันเห็นทารกแห่งความแค้นเกาะอยู่บนนั้น
มันแสยะยิ้มให้พวกเรา เผยให้เห็นฟันเล็กแหลมเต็มปาก ประกอบกับผิวสีเขียวดำคล้ำ ทำให้ภาพตรงหน้าชวนขนลุกอย่างที่สุด
“เวรเอ๊ย!” ผมสบถออกมา ก่อนจะสะบัดแส้กระดูกงูฟาดไปที่มันทันที แต่มันกลับไต่ไปตามผนังด้วยความเร็วสูง หลีกเลี่ยงการโจมตีของผมได้อีกครั้ง ปลายแส้ฟาดลงบนกำแพง ทิ้งรอยลึกไว้บนพื้นผิว
พานหลิงเองก็โยนยันต์ออกไปหมายจะโจมตีมัน แต่กลับพลาดเป้า ท้ายที่สุด มันก็กระโดดหายเข้าไปในกลุ่มหมอกสีขาว ซ่อนตัวอีกครั้ง
“มันเร็วเกินไป เราโจมตีไม่โดนเลย!”
พานหลิงบ่นออกมาเบาๆ สายตากวาดมองไปรอบด้านอย่างรวดเร็ว
เธอมองเห็นร่องรอยของทารกวิญญาณในม่านหมอก แต่ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้
ผมนึกถึงวิธีที่เคยใช้รับมือกับทารกวิญญาณก่อนหน้านี้ จึงหันไปพูดกับทั้งสองคนว่า “ในเมื่อจับตำแหน่งมันไม่ได้ ก็ต้องลดพื้นที่ให้แคบลง ปิดประตูตีแมว”
พอทั้งสองคนได้ยิน ต่างก็มีประกายสว่างวาบขึ้นในดวงตา
พื้นที่ภายนอกกว้างเกินไป แถมทารกแห่งความแค้นยังเคลื่อนไหวรวดเร็ว การจะโจมตีมันให้โดนเป็นเรื่องยากมาก แต่หากเราจำกัดพื้นที่ ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าก็พอจะทดแทนข้อเสียเรื่องความเร็วได้
“ดี นี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยม!” เม่าจิ้งกล่าวอย่างเห็นด้วย
ผมมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ก่อนพูดต่อ “พานหลิง เธอลากเหลียงโย่วชีเข้าไปข้างใน แล้วนำตาข่ายสะกดวิญญาณทั้งหมดจากในกระเป๋าอุปกรณ์มา ฉันกับเม่าจิ้งจะล่อมันเข้าไปในห้องโถงฝั่งซ้าย พอเธอเตรียมพร้อมแล้วให้ส่งสัญญาณมา…”
ที่ผมกล้าพูดแผนการออกมาต่อหน้า เพราะทารกแห่งความแค้นแตกต่างจากทารกวิญญาณ
ทารกวิญญาณและเด็กปีศาจพอเข้าใจภาษามนุษย์บางส่วนได้
แต่ทารกแห่งความแค้นไม่มีสติปัญญาของตัวเอง ต่อให้ได้ยินก็ไม่เข้าใจ
พานหลิงได้ยินแผนของผมก็พยักหน้ารับทันที “เข้าใจแล้ว! ฉันจะไปจัดการให้เอง พวกนายระวังตัวด้วย”
พูดจบพานหลิงก็เริ่มถอยออกไป
ผมกับเม่าจิ้งรีบขยับถอยตาม คอยคุ้มกันเธอไว้
แต่ในจังหวะที่เรากำลังก้าวถอยหลัง พลันเกิดความเคลื่อนไหวในหมอกสีขาว มีหมอกดำพวยพุ่งออกมา
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น ทารกแห่งความแค้นพุ่งออกมาจากหมอกดำ โจมตีใส่เราอย่างฉับพลัน…