ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 24 ในกระจก แต่ละคนแยกกันไป
คำพูดของหญิงชราแฝงไว้ด้วยความอาฆาต ทำเอาผมกับลุงอวี๋ขนลุกไปทั้งตัว แต่ถ้าหญิงชราทำตามที่พูดจริงๆ ก็อาจช่วยพวกเราได้โดยไม่ตั้งใจ ถึงอย่างนั้นผมก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วอย่างสงสัย
ผมจำได้ว่าตอนที่เข้ามาในห้องน้ำ ลุงอวี๋เคยใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์ส่องไปรอบๆ แล้ว แต่ผมไม่เห็นมี ‘ผ้าขาว’ อะไรในห้องนี้เลย
ลุงอวี๋เปิดไฟฉายจากโทรศัพท์อีกครั้ง ส่องไปรอบๆ ห้องน้ำ
และแล้วบนชั้นวางของในห้องน้ำก็ปรากฏให้เห็นผ้าขาวผืนหนึ่งจริงๆ
ลุงอวี๋ขยับลุกขึ้นเพื่อจะไปหยิบ แต่ผมรีบคว้ามือเขาไว้ทันที
“ลุงอวี๋ แปลกๆ แล้ว!”
ลุงอวี๋ชะงัก หันมามองหน้าผมด้วยความสงสัย “มีอะไรเหรอ”
ผมชี้ไปที่ผ้าขาวบนชั้นวาง พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ลุงอวี๋ ตอนเราเข้ามา ห้องน้ำนี้ไม่มีแม้แต่สบู่สักก้อน ผ้าขาวผืนใหญ่อย่างนั้น ผมไม่มีทางไม่สังเกตเห็นแน่ๆ แต่จู่ๆ มันกลับโผล่มาตอนนี้ อย่าแตะต้องมันเลยดีกว่า!”
ผมจ้องไปที่ผ้าขาวผืนนั้นด้วยความกังวล พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่กดเสียงให้เบาที่สุดเพราะกลัวว่าหญิงชรานอกประตูจะได้ยิน
ลุงอวี๋ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า “เป็นไปได้ไหมว่านายจำผิด”
“จำผิด?” ผมคิดในใจ นี่มันเรื่องตลกรึไง ผมไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์สักหน่อย
ยิ่งกว่านั้น ผมเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ต้องจดจำข้อมูลมหาศาล ผมเชื่อมั่นในความจำของตัวเอง
ผมส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ไม่มีทางแน่นอน ผมจำได้ชัดเจน”
เมื่อเห็นว่าผมยืนยันหนักแน่น ลุงอวี๋ก็สูดหายใจลึกด้วยความไม่สบายใจ และไม่ได้ขยับตัวทำอะไร
แต่หญิงชรานอกประตูกลับเร่งเร้าอีกครั้ง “คนส่งอาหาร ยังหาไม่เจออีกเหรอ ก็ผ้าขาวที่อยู่บนชั้นวางของนั่นไง หยิบมันลงมาแล้วส่งผ่านช่องใต้ประตูมาให้ฉันสิ ฉันจะไปจัดการไอ้ตัวที่เคาะประตูเอง!”
คำพูดของเธอทำให้ลุงอวี๋เครียดกว่าเดิม
แต่ผมยังคงส่ายหน้าให้เขาอย่างหนักแน่น ไม่ให้เขาแตะต้องผ้าขาวนั่นเด็ดขาด
ผ้าขาวที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ ใครจะกล้าแตะต้อง
ผมกลัวว่าหากสัมผัสมัน คนที่จะถูกผ้ารัดคอจนตายอาจไม่ใช่เจ้าตัวที่เคาะประตู แต่เป็นผมกับลุงอวี๋เอง
ลุงอวี๋ดูเหมือนจะเชื่อคำพูดของผมในที่สุด
เขาจึงตอบกลับไปทางด้านนอกว่า “คุณป้า ขาเราชา หยิบไม่ถึง”
ลุงอวี๋โกหกออกไป
แต่ใครจะคิดว่าหลังจากเขาพูดจบ เสียงหญิงชรากลับดังขึ้นภายในห้องน้ำ
“ฉันว่าแกไม่อยากหยิบมากกว่า”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย็นเยียบและแหบพร่า
เมื่อได้ยินเสียงนี้ หัวใจของผมและลุงอวี๋ราวกับหยุดเต้นชั่วขณะ
เราหันไปตามทิศทางของเสียงทันที
และที่มุมซ้ายของห้องน้ำปรากฏกระจกเงาบานหนึ่ง
ภายใต้แสงไฟจากโทรศัพท์ของลุงอวี๋ เราสองคนเห็นภาพในกระจกชัดเจน
ในกระจกนั้นมีคนสองคนยืนอยู่
หนึ่งในนั้นเป็นหญิงชรารูปร่างเล็ก สวมชุดยาวสีเขียว ใบหน้าซีดเหลืองเหมือนคนตาย
ส่วนอีกคนคือจางเฉียง ผีจมน้ำ ตัวบวมอืด เปียกชุ่มไปทั้งร่าง ใบหน้าซีดขาวและไร้อารมณ์
พวกเขาสองคนยืนอยู่ในกระจก จ้องมองมาที่ผมและลุงอวี๋ที่กำลังหลบอยู่ในห้องน้ำ
เมื่อเห็นภาพนั้น ผมรู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง หัวใจแทบหยุดเต้น…
ผมรีบพูดขึ้นทันที “ลุงอวี๋ พวกเขาอยู่ในกระจก!”
ลุงอวี๋สะดุ้งตกใจ รีบดึงมีดหัวมังกรออกมาอย่างรวดเร็ว
ส่วนผมไม่รอช้า กำหมัดแน่นแล้วซัดเข้าไปที่กระจกเงาเต็มแรง
“เพล้ง!” กระจกแตกกระจาย เศษแก้วร่วงลงเกลื่อนพื้น
กระจกเงาทั้งบานถูกผมทุบจนแตกละเอียด แต่กำปั้นของผมก็ถูกบาดจนเลือดไหลหยดเป็นสาย
ลุงอวี๋มองผมด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนัก “เวรเอ๊ย พวกมันร่วมมือกันจนได้ โชคดีนะเสี่ยวเจียงที่นายเป็นคนระวังตัว ไม่งั้นลุงคงโดนหลอกเต็มๆ”
เขาพูดด้วยความโล่งอกที่แฝงไปด้วยความหวาดหวั่น
ในขณะเดียวกัน เสียง “แกร๊ก” ก็ดังมาจากด้านนอก เหมือนกับว่าประตูหน้าห้องถูกเปิดออก จากนั้นเสียง “ปัง!” ก็ดังขึ้นตามมา
กลิ่นเหม็นคาวปลาที่โชยเข้ามาในห้องยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ไม่ต้องสงสัยเลย ตอนนี้จางเฉียง ผีจมน้ำ ได้เข้ามาในห้องแล้ว!
ในขณะนั้นเองเสียงแหบพร่าของหญิงชราก็ดังขึ้นอีกครั้งจากนอกห้องน้ำ “แกคนหนึ่ง ฉันคนหนึ่ง”
ทันทีที่พูดจบ เสียงจางเฉียงก็ดังตอบกลับมาอย่างไร้อารมณ์ “ตกลง”
ร่างกายผมเย็นวาบไปทั้งตัว เดิมทีเรามาที่ห้องอาถรรพ์นี้เพื่อหลบภัย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าหญิงชราในบ้านหลังนี้จับมือกับจางเฉียง ผีจมน้ำไปเสียแล้ว
ผมหันไปถามลุงอวี๋ด้วยความกังวล “ลุงอวี๋ ตอนนี้พวกเขาร่วมมือกันแล้ว เราจะหลบจนถึงเช้าได้ไหม”
ลุงอวี๋เปิดไฟฉายจากโทรศัพท์แล้ววางไว้บนอ่างล้างหน้า ทำให้ห้องน้ำที่มืดสนิทมีแสงสลัวขึ้นมาบ้าง เขากำมีดหัวมังกรแน่น สีหน้าหนักใจ “บอกไม่ได้ ต้องพยายามถ่วงเวลาไปก่อน”
แต่คำพูดของลุงอวี๋ยังไม่ทันจบ เสียง “ปัง!” ก็ดังมาจากประตูห้องน้ำ สิ่งที่อยู่นอกห้องเริ่มพุ่งชนประตู
ผมกับลุงอวี๋ตกใจแทบลืมหายใจ แต่ผมรีบตั้งสติและใช้ตัวเข้ายันประตูไว้ทันที
“ถ้าประตูพัง เราสองคนจบเห่แน่!”
ผมกับลุงอวี๋พยายามยันประตูห้องน้ำไว้อย่างสุดแรง
แต่เสียงกระแทกยังคงดังต่อเนื่อง
“ตึง…ตึง…ตึง…”
แรงกระแทกแต่ละครั้งหนักขึ้นเรื่อยๆ จนประตูเริ่มแตกร้าว หากปล่อยให้พุ่งชนอีกไม่กี่ครั้ง ประตูก็คงพังแน่นอน
ในขณะนั้นลุงอวี๋ส่งสัญญาณมือให้ผม เขาชี้ไปที่หุ่นที่สวมเสื้อผ้าของผมซึ่งวางอยู่บนพื้น แล้วชี้ไปที่หน้าต่างเล็กๆ อีกฝั่งหนึ่งของห้องน้ำ
ความหมายชัดเจน เขาให้ผมใช้หุ่นล่อสิ่งชั่วร้ายที่กำลังพุ่งชนประตูออกไป
ผมเข้าใจทันที และไม่ลังเล รีบคว้าหุ่นที่สวมเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมา
จากนั้นเปิดหน้าต่างเล็กๆ ด้านหลัง แล้วโยนหุ่นนั้นลงไปจากชั้นเจ็ดทันที
ทันทีที่หุ่นถูกโยนออกไป เสียงกระแทกประตูก็หยุดลง
ตามมาด้วยเสียงแหบพร่าของหญิงชราเอ่ยขึ้นว่า “ไอ้หนูนั่นกระโดดตึกหนีไปแล้ว”
หลังจากนั้นไม่นาน เสียง “แกร๊ก” ก็ดังขึ้น เป็นเสียงประตูด้านนอกที่ถูกเปิดออก...
กลิ่นเหม็นคาวที่รุนแรงจางหายไปอย่างรวดเร็ว
จางเฉียง ผีจมน้ำ คงถูกล่อออกไปแล้วแน่นอน
แต่เสียงแหบพร่าของหญิงชรากลับดังขึ้นอีกครั้งจากด้านนอก “คิดจะหลอกฉันเหรอ จากนี้ไม่ต้องเอาอาหารมาอีก อยู่ในบ้านนี้เป็นเพื่อนฉันเถอะ!”
พูดจบ เสียง “ตึงๆๆ” ของการกระแทกประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่แรงกระแทกนั้นเบาลงกว่าก่อนหน้า
ถึงอย่างนั้น ประตูห้องน้ำที่แตกร้าวก็ทนได้อีกไม่นาน
ลุงอวี๋ที่เห็นว่าห้องน้ำในห้องอาถรรพ์นี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป รีบหันมาบอกผมว่า “ฝ่าออกไป!”
พูดจบ เขาก็เปิดประตูห้องน้ำทันที พร้อมพุ่งออกไปด้วยมีดหัวมังกรในมือ
ทันทีที่เห็นหญิงชราด้านนอก ลุงอวี๋ก็ฟันเข้าไปเต็มแรง
แต่หญิงชราร่างเล็กคนนั้นกลับคว้าข้อมือของลุงอวี๋ไว้ได้แน่น ราวกับมีกำลังมหาศาลทำให้เขาขยับไม่ได้
ผมที่ตามออกมา เห็นภาพนั้นพอดี
ผมไม่คิดจะทิ้งลุงอวี๋ไว้ จึงตัดสินใจลงมือเต็มกำลัง กำหมัดที่เปื้อนเลือดไว้แน่น แล้วชกเข้าที่ใบหน้าของหญิงชราอย่างจัง
หญิงชราแสดงท่าทีตกใจกับการจู่โจมของผมเล็กน้อย…
หญิงชราจ้องมาที่ผมด้วยดวงตาเบิกกว้าง ดูเหมือนเธอกำลังสงสัยว่า ‘ไม่ใช่ว่าผมกระโดดตึกไปแล้วเหรอ ทำไมยังอยู่ในห้องน้ำได้’
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบสนอง หมัดของผมก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าเธอเต็มแรง
“อ๊าก!” หญิงชราร้องโหยหวนออกมาทันที
เธอรีบปล่อยข้อมือของลุงอวี๋อย่างรวดเร็ว
ผมรู้สึกแปลกใจมาก เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่ผมซัดจางเฉียงที่ริมทะเลสาบ เขาไม่สะทกสะท้านอะไรเลย แต่ตอนนี้หมัดเดียวกลับทำให้หญิงชราร้องด้วยความเจ็บปวดและถอยกรูด
หรือว่ามันเป็นเพราะเลือดที่เปื้อนหมัดของผม
ขณะที่ผมยังตกตะลึง ลุงอวี๋ก็ไม่ปล่อยโอกาสนี้ เขาใช้มีดหัวมังกรฟันเข้าไปที่แขนของหญิงชราอีกครั้ง
หญิงชราร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมถอยหลังอย่างต่อเนื่อง
ลุงอวี๋ไม่ได้ตามไปโจมตีต่อ เขารีบคว้าตัวผมแล้วพาผมวิ่งออกจากห้องอาถรรพ์ทันที ไม่มีเวลาแม้แต่จะกลับไปสนใจโทรศัพท์ที่ตกอยู่ในห้องน้ำ
เราวิ่งสุดชีวิตออกจากห้องอาถรรพ์โดยไม่หยุดพัก
เมื่อออกมาได้ เราสองคนหันไปมองรอบตัวอย่างเร่งรีบ
กลิ่นเหม็นคาวปลาที่คุ้นเคยกำลังลอยขึ้นมาจากด้านล่าง
มันคือจางเฉียง ผีจมน้ำ ที่รู้แล้วว่าหุ่นที่โยนไปนั้นเป็นของปลอม และตอนนี้กำลังกลับมา
ลุงอวี๋เห็นสถานการณ์ไม่ดี รีบพูดกับผมด้วยความร้อนรน “ไปที่ดาดฟ้า!”