ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 49 ห้องเก็บตัวอย่าง บรรยากาศวังเวงและน่าสะพรึงกลัว
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 49 ห้องเก็บตัวอย่าง บรรยากาศวังเวงและน่าสะพรึงกลัว
“ตึกๆๆ” เสียงฝีเท้าของผมดังก้องไปทั่วตึกทดลอง
ผมวิ่งตามลงไปจนถึงเชิงบันได แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเฉินกั๋วฝู
ทว่าผมมองเห็นไอสีดำลอยวนอยู่ในโถงทางเดินภายใต้แสงไฟจากป้ายทางออกฉุกเฉิน
นั่นคงเป็นไอที่ระเหยออกมาจากบาดแผลของเฉินกั๋วฝู หลังจากที่ผมแทงเขาเข้าไปเต็มแรง
ตราบใดที่ผมติดตามไอสีดำนั้นไปก็จะเจอตัวเขา แต่ในใจผมก็อดกังวลไม่ได้ว่าเขาอาจจะซุ่มโจมตีอยู่
ผมไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับวิญญาณร้ายมาก่อน
ยิ่งตอนนี้เป็นการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต ผมยิ่งต้องระมัดระวัง
ผมไม่ได้บุ่มบ่ามพุ่งเข้าไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เพราะผมมีเพียงชีวิตเดียว หากพลาดขึ้นมาคนที่จะถูกส่งวิญญาณคงเป็นผมแทน
ผมเดินลงมาถึงชั้นล่างสุด และไล่ตามไอสีดำต่อไป พบว่ามันนำเข้าไปที่ชั้นใต้ดินของอาคาร
ชั้นใต้ดินของตึกทดลองเป็นห้องเก็บตัวอย่าง และถัดลงไปอีกคือบ่อเก็บศพ
ผมเคยลงไปที่นั่นไม่กี่ครั้ง แต่แม้จะเป็นตอนกลางวัน ที่นั่นก็ยังให้ความรู้สึกวังเวงและน่าขนลุก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่ผมกำลังไล่ล่าผีร้ายอยู่
แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่น
ผมพยายามตั้งสติให้มั่น กำกระบี่กระดูกปลาในมือแน่น แล้วค่อยๆ เดินลงไปยังชั้นใต้ดินด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เมื่อผมมาถึงชั้นใต้ดิน กลิ่นฟอร์มาลินเข้มข้นอบอวลไปทั่วอากาศ
นอกจากนั้นยังมีอีกกลิ่นหนึ่งปะปนอยู่…
กลิ่นเหม็นเน่าของศพ
เบื้องหน้าของผมคือห้องเก็บตัวอย่าง ไอดำพวยพุ่งเข้าไปในห้องนั้น
ผมหายใจแรงเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง
ภายในห้องเก็บตัวอย่างไม่ได้มืดสนิท ยังพอมีแสงจากหลอดไฟยูวีสีม่วงส่องสลัวอยู่บ้าง
เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ ผมเห็นตู้กระจกมากมายเรียงรายอยู่
ภายในตู้เหล่านั้นเต็มไปด้วยตัวอย่างร่างกายมนุษย์และอวัยวะต่างๆ ที่ถูกเก็บรักษา มีทั้งของชาย หญิง เด็ก และผู้ใหญ่ ครบทุกช่วงวัย
เป้าหมายของการเก็บตัวอย่างเหล่านี้ก็เพื่อให้พวกเรานักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาสรีระของมนุษย์ ในอนาคตจะได้รักษาผู้ป่วยได้ดีขึ้น
แต่แสงสีม่วงสลัวทำให้ทุกสิ่งดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น และไอดำที่ผมตามมาตลอดก็ถูกบดบังภายใต้แสงนี้
ผมลองเดินไปเปิดสวิตช์ไฟเพื่อใช้แสงสีขาว แต่กลับพบว่ามันไม่ติด
ทุกครั้งที่เปิดไฟ หลอดไฟจะกะพริบสองสามครั้ง ก่อนจะดับลง
นี่ไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิค แต่มันคือฝีมือของวิญญาณที่อยู่ในนี้!
เมื่อไฟเปิดไม่ได้ ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น จำต้องตามหาและจัดการมันภายใต้แสงสีม่วงนี้
แม้มันจะอันตรายมาก แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
ผมค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้า
ระหว่างที่เดินผ่านตู้เก็บตัวอย่างหลายใบ ผมสังเกตเห็นร่างของเด็กสองคนลอยอยู่ในขวดแก้วขนาดใหญ่ ร่างของพวกเขาถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในน้ำยาฟอร์มาลิน
บรรยากาศรอบตัวทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจ
กลิ่นฟอร์มาลินฉุนแสบจมูกจนทำให้ผมเวียนหัว และไอดำที่ลอยอยู่ในห้องนี้ก็หาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
การเดินผ่านกลุ่มตัวอย่างร่างมนุษย์เหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
และเมื่อผมเดินมาถึงบริเวณกลางห้องเก็บตัวอย่าง
เสียง “ปัง!” ดังขึ้นจากด้านหลัง
ประตูที่เปิดอ้าอยู่ก่อนหน้านี้ปิดลงอย่างแรงทันที!
ผมหันขวับไปมอง รู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง มือที่กำกระบี่กระดูกปลาแน่นอยู่แล้วกำแน่นขึ้นไปอีก
ผมเบิกตากว้าง กวาดสายตาไปทั่วห้อง จับตามองทุกมุมอย่างระแวดระวัง
และในจังหวะนั้นเอง ผมรู้สึกถึงลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านจากด้านหลัง!
หัวใจผมเต้นแรง รู้ทันทีว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่
ผมหันกลับไปอย่างรวดเร็ว
ที่นั่นเอง ผมเห็นเฉินกั๋วฝูที่หนีไปเมื่อครู่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังโดยไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย!
เท้าของเขาลอยเหนือพื้น ดวงหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอาฆาต
เขาดูน่ากลัวกว่าที่เคยภายใต้แสงสีม่วงจากหลอดไฟยูวี
“นักเรียนแย่ๆ…”
เขาพูดเสียงต่ำ ก่อนจะพุ่งมือออกมาหมายจะคว้าตัวผม ปากของเขาอ้ากว้าง เตรียมจะกัดลงที่ลำคอ!
การโจมตีของเขาเกิดขึ้นกะทันหันมาก
ถ้าผมไม่ได้อยู่ในสภาวะระวังตัวสุดขีดคงไม่มีโอกาสตอบโต้ ถึงอย่างนั้นผมก็ทำได้แค่ยกแขนขึ้นกันไว้โดยสัญชาตญาณ!
เสียง “เกร๊ง!” ดังขึ้น
กรงเล็บของเฉินกั๋วฝูกระทบบนกระบี่กระดูกปลาของผม
แม้แรงกระแทกนั้นจะมหาศาล แต่ก็ยังน้อยกว่าครั้งก่อน
ผมเริ่มรับมือกับพลังของเขาได้ดีขึ้น แต่เสื้อด้านหน้าของผมถูกกรงเล็บของเขาฉีกขาดออกเป็นทางยาว!
ผมถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะตั้งหลักได้อีกครั้ง
เมื่อมองเสื้อที่ถูกฉีกขาด ผมแสยะยิ้มเย็นชา
“อาจารย์เฉิน ได้เวลาส่งคุณไปแล้ว!” ผมพูดเสียงหนักแน่น
ตอนนี้เมื่อเจอเขาแล้ว ผมไม่มีทางปล่อยให้เขาหนีไปอีก
“นักเรียนแย่ๆ…” เฉินกั๋วฝูยังคงส่งเสียงเย็นเยียบ ดวงตาขาวโพลนของเขาจับจ้องมาที่ผมด้วยความเคียดแค้น
จากนั้นเขาอ้าปากกว้าง เตรียมจะพุ่งเข้ามากัดผมอีกครั้ง!
ผมกำกระบี่กระดูกปลาแน่น ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีเขาโดยตรง
หากเฉินกั๋วฝูไม่ได้ดื่มเลือดของกระต่ายตัวแทนและไม่ได้รับบาดเจ็บจากกระบี่ของผมก่อนหน้านี้ ผมคงไม่มีทางสู้เขาได้เลย
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ผมไม่กลัวเขาอีกแล้ว
แม้จะต้องปะทะกันตรงๆ ผมก็ยังได้เปรียบเล็กน้อย
เขาดูเหมือนคนเมาที่กำลังคลุ้มคลั่ง แม้จะดูน่ากลัว แต่ก็แทบทรงตัวไม่อยู่
การเคลื่อนไหวเองก็ช้าลงและไม่แม่นยำเหมือนก่อน
เขาเซไปมา ไม่สามารถเล็งโจมตีผมได้อย่างแม่นยำ
ปะทะกันเพียงไม่กี่ครั้ง ผมก็ฉวยโอกาสเตะเขาจนล้มลงกับพื้น!
จากนั้นผมกระโจนเข้าใส่ และแทงกระบี่กระดูกปลาลงไปที่ท้องของเขาเต็มแรง!
เสียงกรีดร้องของเขาดังก้องไปทั่วห้อง
ร่างของเขาบิดเกร็ง ไอสีดำพวยพุ่งออกจากแผลไม่หยุด
ส่วนผม นอกจากเสื้อที่ขาดและรอยข่วนเล็กน้อยบนผิวหนังก็แทบไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
ผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย
ตราบใดที่เฉินกั๋วฝูถูกกำจัด ผมก็จะหลุดพ้นจากการถูกวิญญาณตามรังควาน
ผมมองเฉินกั๋วฝูที่ได้รับบาดเจ็บหนักจนแทบไม่มีแรงขัดขืน ก่อนจะกล่าวเสียงเข้ม “ไปสู่สุคติเถอะ!”
พูดจบ ผมยกกระบี่กระดูกปลาขึ้นแล้วแทงลงไปเต็มแรง
เฉินกั๋วฝูที่หมดเรี่ยวแรงไปแล้วทำได้เพียงมองผมด้วยสายตาตื่นตระหนก ปลายกระบี่ปักเข้าที่กลางอกของเขาอย่างแม่นยำ
“อ๊าก!” เสียงกรีดร้องแหบแห้งของเขาดังก้องไปทั่วห้อง ดวงตาของเขาเบิกโพลงราวกับกำลังจะหลุดออกจากเบ้า ควันสีดำทะลักออกจากปากของเขาไม่หยุด ร่างเองก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ผมออกแรงกดกระบี่ลงไปจนสุดด้าม
ไอดำพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อไอดำถูกขับออกจากร่างมากขึ้น การดิ้นรนของเฉินกั๋วฝูก็ค่อยๆ ลดลง
ผ่านไปเพียงเจ็ดถึงแปดวินาที ร่างของเขาก็เริ่มสลัวราง จากนั้นหน้าอกของเขากระตุกเกร็ง
“ปัง!”
เสียงดังสนั่นราวกับบางสิ่งระเบิดออก
ร่างของเขาแตกสลายกลายเป็นเปลวไฟสีฟ้าพุ่งขึ้นสู่กลางอากาศ ก่อนจะดับวูบไปอย่างไร้ร่องรอย
มือผมที่กำกระบี่กระดูกปลาไว้แน่นสั่นเล็กน้อย
“นี่คือ…ขวัญสิ้นวิญญาณสลายสินะ…?” ผมพึมพำกับตัวเอง ขณะจ้องมองเปลวไฟสุดท้ายของเฉินกั๋วฝูที่จางหายไป
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะดีใจหรือถอนหายใจด้วยความโล่งอก บางสิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
ทันทีที่เฉินกั๋วฝูหายไป เสียง “ตึงๆๆ” ดังขึ้นทั่วทั้งห้องเก็บตัวอย่าง
ขวดแก้วที่บรรจุร่างตัวอย่างเริ่มสั่นไหว น้ำยาฟอร์มาลินภายในกระเพื่อมไปมา ส่งเสียง “ซ่าๆ” ดังทั่วทั้งห้อง!
เสียงสั่นสะเทือนดังขึ้นราวกับมีใครบางคนกำลังกระแทกและเขย่าตู้เก็บตัวอย่าง
ร่างของผมแข็งค้างขณะเฝ้าดูปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นรอบตัว
ผมเห็นร่างมนุษย์ที่ถูกแช่อยู่ข้างในซึ่งเคยเงียบสงบค่อยๆ ขยับตัวภายใต้แสงสีม่วงจากหลอดไฟยูวีทีละร่าง…ทีละร่าง…พวกมันทั้งหมดพร้อมใจกันหันหน้ามาทางผม!
ดวงตาของพวกมันซีดขาว เนื่องจากถูกน้ำยาฟอร์มาลินกัดจนเปลี่ยนเป็นสีอ่อน
ดวงตาเหล่านั้นจับจ้องมาที่ผมไม่กะพริบ
แววตาว่างเปล่าและไร้ชีวิตของพวกมันสะท้อนเงาสีม่วงจากแสงไฟ ทำให้บรรยากาศภายในห้องหนักอึ้งจนน่าสะพรึงกลัว
ขนบนร่างกายของผมลุกชันโดยไม่ต้องสงสัย
ความกลัวแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลังราวกับมีเงามืดกำลังกดทับลงมา
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงว่าต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
ถ้าผมยังอยู่ต่อไป เกรงว่าเช้าวันพรุ่งนี้ร่างของผมอาจจะเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ถูกแช่อยู่ในขวดเหล่านี้
ผมกำกระบี่กระดูกปลาไว้แน่นก่อนจะพุ่งตัวไปที่ประตูอย่างสุดแรงเกิด ไม่กล้าเสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว
แต่ที่นี่คือห้องเก็บตัวอย่างที่เต็มไปด้วยซากศพและพลังอาฆาตอันเข้มข้น ไม่ใช่สถานที่ธรรมดา…
การเข้ามานั้นง่าย แต่การออกไป…ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายขนาดนั้น!