ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 58 พบอาจารย์ คนแบบนี้นี่...
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 58 พบอาจารย์ คนแบบนี้นี่...
ผมยืนอยู่กับที่ มองดูเม่าจิ้งพาหวังชุ่ยจากไป
การจากไปของเธอทำให้ผมรู้สึกถึงอากาศบริสุทธิ์อีกครั้ง ร่างกายรู้สึกโล่งขึ้นไม่น้อย
ผมเข้าใจดี นี่คือลมแห่งการอวยพร
เมื่อใดที่สามารถส่งดวงวิญญาณไปสู่ที่ทางของมัน หรือทำลายมันได้สำเร็จ ผมมักจะได้รับความรู้สึกแบบนี้เสมอ
แต่ในใจของผมตอนนี้เต็มไปด้วยคำถามมากมาย
ทำไมเม่าจิ้งถึงเรียกตึกทดลองนั้นว่า ‘ตึกเก้าศพ’
เขายังบอกว่าก่อนที่ผมจะเข้าไป อาจารย์ยังใช้วิธีบางอย่างเพื่อดึงดูด ‘อาถรรพ์ร้าย’ ออกไป
แล้วเสี่ยวอวี่ล่ะ ทำไมเธอถึงไม่สามารถมาพบผมได้ ทั้งที่เธออยู่ในตึกนั้น? ต้องมีบางอย่างที่กำลังขัดขวางเธออยู่แน่
ตึกทดลองนี้มีความลับบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่
แต่ผมก็เชื่อว่าเสี่ยวอวี่มีเหตุผลของเธอที่ทำเช่นนี้
เราคบกันมานานกว่าหนึ่งปี เธอไม่เคยทำร้ายผม ซ้ำยังใช้เหรียญนำโชคต่ออายุให้ผมอีกด้วย
หากเธอเลือกที่จะไม่พบผมตอนนี้ นั่นแปลว่าเธอมีปัญหาบางอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
นี่คือสิ่งเดียวที่ผมสามารถเข้าใจได้ในตอนนี้…
ค่ำคืนนี้ทำให้ผมได้รู้จักกับโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งเร้นลับ มันทั้งอันตรายและน่าพิศวง
พลังของผมยังน้อยเกินไป แม้แต่การเอาตัวรอดยังยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการช่วยเสี่ยวอวี่เลย
ณ เวลานี้ ผมมีเป้าหมายใหม่แล้ว
นอกจากการเรียนรู้วิธีเสริมดวงชะตาเพื่อควบคุมสี่มหาเคราะห์ในร่างกายและปกป้องชีวิตตัวเองแล้ว ผมยังอยากพัฒนาพลังในการขับไล่วิญญาณให้แข็งแกร่งขึ้น
หวังว่าวันหนึ่งหากได้พบกับเสี่ยวอวี่อีกครั้ง ผมจะสามารถปกป้องเธอได้แทนที่จะปล่อยให้เธอต้องคอยปกป้องผมอยู่ฝ่ายเดียว
นี่คือสิ่งที่ผมจะใช้ตอบแทนบุญคุณที่เธอเคยช่วยต่ออายุให้ผมมาตลอดหนึ่งปี
คิดได้เช่นนั้น ดวงตาของผมก็เปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่นขึ้นมา
ผมสูดลมหายใจลึกก่อนจะหยิบซากกระต่ายที่ติดตัวมา จากนั้นมุ่งหน้าไปยังลำธารเล็กๆ ที่อาจารย์ตกปลาอยู่
หลังจากเดินมาเกือบสิบนาที ผมก็มาถึงริมลำธาร
แต่เมื่อไปถึง ผมก็ต้องชะงัก…
สิ่งที่เห็นมีเพียงรถของอาจารย์ และเบ็ดตกปลาที่วางอยู่ริมลำธาร แต่อาจารย์กลับไม่อยู่ที่นั่น
ผมหันซ้ายหันขวามองหา แต่ก็ไม่พบเขา
สุดท้าย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรหาเขา
เสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงไม่กี่วินาที จากนั้นปลายสายก็กดรับ
ก่อนที่อาจารย์จะพูดอะไร ผมก็ได้ยินเสียงหายใจหนักๆ จากปลายสาย
“แฮก...แฮก...ออกมาแล้วหรือ”
เสียงของเขาฟังดูเหนื่อยหอบ เหมือนคนที่เพิ่งวิ่งมา
“ออกมาแล้วครับ แล้วอาจารย์อยู่ที่ไหน ผมอยู่ตรงจุดที่อาจารย์ตกปลา”
“กำลัง…แฮก...ถ่ายหนักน่ะ อีกแป๊บเดียว เดี๋ยวกลับไป”
พูดจบ อาจารย์ก็ตัดสายไปโดยไม่รอให้ผมพูดอะไรต่อ
แต่ผมฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ เสียงของเขาไม่ได้ฟังดูเหมือนคนที่กำลังปลดทุกข์เลย…
แต่ไหนๆ อาจารย์ก็ยังไม่กลับมา ผมเลยเลือกที่จะหาที่เหมาะๆ แล้วเริ่มลงมือทำบางอย่าง
ผมวางซากกระต่ายลงบนพื้น แล้วเริ่มขุดหลุมเล็กๆ
เมื่อขุดได้ลึกพอ ผมก็ค่อยๆ วางร่างของมันลงไป ใช้ดินกลบ
หลังจากนั้นผมเด็ดหญ้าสดๆ มาวางไว้บนหลุม ก่อนจะจุดธูปหนึ่งดอกแล้วพึมพำเบาๆ “พี่กระต่าย พี่ช่วยชีวิตผมเอาไว้ ผมก็จะทำตามสัญญา ฝังพี่อย่างสมเกียรติ หวังว่าชาติหน้าพี่จะได้เกิดเป็นมนุษย์…”
ผมปักธูปลงบนเนินดิน
ทันใดนั้นเอง เสียงของอาจารย์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ไม่เลวนี่ เจ้าหนู…ออกมาแล้วยังมีน้ำใจเผาธูปให้เจ้ากระต่ายตัวนี้ด้วย”
ผมหันกลับไปมองทันที…
เมื่อหันกลับไป ผมเห็นอาจารย์เดินเข้ามาหาผม
“อาจารย์!” ผมร้องเรียก
อาจารย์พยักหน้าให้ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ “ไม่ต้องห่วงไปหรอก สัตว์ที่ตายเพื่อมนุษย์ย่อมได้กุศลกรรมยิ่งใหญ่ เว้นเสียแต่ว่าชาติที่แล้วมันทำบาปมหันต์ไว้ หากไม่เป็นเช่นนั้น ในชาติต่อไปมันย่อมได้เกิดเป็นมนุษย์ หลุดพ้นจากภพสัตว์เดรัจฉาน”
ขณะพูด อาจารย์ก็เดินเข้ามาใกล้มากขึ้น
แต่เมื่อผมสังเกตดูชัดๆ ใบหน้าของเขาซีดเซียว เหงื่อไหลซึมทั่วหน้าผาก แม้แต่ที่มุมปากยังมีรอยเลือดจางๆ เสื้อผ้าก็เปรอะเปื้อนไปหมด
นี่เขาแค่ไปถ่ายหนักจริงๆ น่ะเหรอ
ผมนึกถึงคำพูดของเม่าจิ้งที่เคยพูดไว้
เขาบอกว่าอาจารย์ของผมลงมือทำบางอย่างเพื่อดึงดูดอาถรรพ์ร้ายออกจากตึกทดลอง ทำให้ผมสามารถเข้าไปในตึกที่แม้แต่เม่าจิ้งยังไม่กล้าเข้า และสามารถใช้วิธีที่อาจารย์สอนจัดการกับอาจารย์วิชากายวิภาคที่คอยหลอกหลอนผมได้สำเร็จ
เมื่อคิดย้อนกลับไป
อาจารย์หลอกผมตั้งแต่แรก
เขาบอกว่าเขาต้องตกปลาจึงไม่สามารถไปกับผมได้
แต่ความจริงแล้ว หลังจากที่ผมออกไป เขาก็แอบช่วยผมอยู่เบื้องหลัง
เขาดึงดูดบางสิ่งที่ร้ายกาจกว่าออกไปจากตึก ทำให้ผมมีโอกาสจัดการกับอาจารย์วิชากายวิภาคโดยไม่มีอุปสรรคอื่น
ผมกำหมัดแน่น ก่อนจะสบตากับอาจารย์อีกครั้ง
“อาจารย์…ท่านกำลังปิดบังอะไรผมอยู่ใช่ไหม”
เมื่อมองดูสภาพของอาจารย์ในตอนนี้ ใบหน้าซีดขาว มุมปากเปื้อนเลือด แน่นอนว่าเขาได้รับบาดเจ็บ
ถึงขนาดทำให้อาจารย์บาดเจ็บได้ ‘อาถรรพ์ร้าย’ ที่อยู่ในตึกทดลองต้องร้ายกาจขนาดไหนกัน
จู่ๆ ผมก็รู้สึกซาบซึ้งขึ้นมา
ชายชราขี้โมโห ปากแข็งแต่ใจดีคนนี้…กลับเป็นคนที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผม
“อาจารย์…มุมปากของท่านมีเลือดครับ”
ผมพูดด้วยเสียงสั่นเครือ แต่ไม่ได้พูดออกไปตรงๆ
อาจารย์กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “มีเลือดเหรอ ไม่น่าจะใช่นะ”
พูดจบ เขายกมือขึ้นปาดที่มุมปาก และพบว่ามีเลือดจริงๆ
เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “เฮ้อ…ช่วงนี้ตกปลาเยอะไปหน่อย คงร้อนใน เลือดออกตามไรฟันเท่านั้นเอง!”
เขาพยายามทำให้ทุกอย่างดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เอาละ ไหนๆ เรื่องก็จบลงแล้ว กลับไปพักผ่อนกันเถอะ นายไปเก็บอุปกรณ์ตกปลาให้หน่อย ฉันขอสูบบุหรี่สักเดี๋ยว” พูดจบ เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบ แล้วจุดไฟอย่างใจเย็น
แต่ผมเห็นชัดเจนว่ามือที่ถือไฟแช็กของเขากำลังสั่น
นอกจากนี้ นิ้วมือของเขายังมีบาดแผลและรอยเลือดซึมออกมา
ดูเหมือนจะเป็นแผลที่เกิดจากการกัด
นี่ราวกับการใช้เลือดเป็นเครื่องบูชา เช่นเดียวกับพวกนักพรตในละครที่ใช้พลังวิชา
ผมพยักหน้ารับ “ได้ครับ!”
ภายนอกผมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความตื้นตัน
อาจารย์ของผม…แม้จะรับผมเป็นศิษย์ได้เพียงวันเดียว แต่เขากลับยอมเสี่ยงและเสียสละมากมายเพื่อช่วยผม
สักพักผมก็จัดเก็บอุปกรณ์ตกปลาเสร็จเรียบร้อย
อาจารย์หันมาถามผม “ขับรถเป็นไหม”
“ไม่เป็นครับ”
เขาพยักหน้า ก่อนจะพูดขึ้น ”หาเวลาไปเรียนขับรถซะ มันจะช่วยให้นายทำงานสะดวกขึ้น”
ผมพยักหน้ารับปาก แต่ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก
ในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนหลายคนของผมไปเรียนขับรถกันหมด แต่สำหรับผม ฐานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยเลย
จู่ๆ เสียงแจ้งเตือน “ติ๊งๆๆ” จากมือถือก็ดังขึ้น
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบว่าอาจารย์โอนเงินมาให้ผมสามหมื่นหยวน แบ่งเป็นสามครั้ง
“อาจารย์…นี่มันอะไรครับ” ผมถามอย่างตกใจ
แต่เขากลับตอบด้วยท่าทีสบายๆ ”อ๋อ ให้เป็นค่าเรียนขับรถ จะได้ใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต”
“แต่มันมากเกินไปหรือเปล่าครับ” ผมยังคงตกใจไม่หาย
อาจารย์ทำเพียงโบกมือ “หาที่เรียนดีๆ แล้วเรียนให้เป็นไวๆ ส่วนที่เหลือเอาไว้ไปหาหมอ เช็กแผลที่หลังซะหน่อย เลือดออกตั้งขนาดนั้น ถ้ายังเหลือก็เก็บไว้ใช้เถอะ บางทีฉันจะใช้ให้นายไปซื้อของ ถือเสียว่าเป็นค่าแรง”
พูดจบ เขาเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง โดยทิ้งผมไว้ข้างนอกกับมือถือที่มียอดเงินโอนเข้ามา
นี่มันเป็นแค่ข้ออ้างในการให้เงินผมชัดๆ!
อยู่ๆ แผลโดนผีทำร้ายที่หลังก็เหมือนจะเจ็บน้อยลงทันที
“มัวยืนอึ้งอะไร ขึ้นรถได้แล้ว!” อาจารย์ลดกระจกลงแล้วตะโกนเร่ง
ผมไม่รอช้า รีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งทันที
ขณะที่เขาเริ่มขับรถ อาจารย์ก็ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนี้ว่าทำไมผมถึงบาดเจ็บ
ผมจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังตั้งแต่ต้น
ตั้งแต่ผมเข้าไปในมหาวิทยาลัย ไล่จับผีจมน้ำที่ทะเลสาบชุ่ยหลิ่ว เข้าไปในตึกทดลอง พบกับไก่เรียกวิญญาณและหวังชุ่ย การต่อสู้กับอาจารย์วิชากายวิภาคในห้องเก็บตัวอย่างชั้นใต้ดิน การเผชิญกับภาพลวงตา การถูกไล่ล่าโดยเหล่าศพตัวอย่าง หวังชุ่ยช่วยชีวิตผม จนสุดท้ายเราสามารถหลบหนีออกมาได้ รวมถึงเรื่องที่ผมได้พบกับเม่าจิ้งแห่งศาลฮวงจุ้ยเป่าซาน
และที่สำคัญ เรื่องที่เสี่ยวอวี่ อดีตแฟนของผมอาจยังอยู่ในตึกนั้น!
อาจารย์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้น
“คาดไม่ถึงเลยจริงๆ…ฉันประเมินผิดไป…ไม่คิดเลยว่าตึกนั่นในยามค่ำคืนจะอันตรายถึงเพียงนี้ แต่ยังดีที่โชคของนายยังไม่หมด อีกทั้งอดีตแฟนของนายก็ช่วยเอาไว้ นายจงตั้งใจฝึกให้ดี เมื่อถึงเวลา…เราจะไปถล่มรังของพวกมันด้วยกัน!”