ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 68 ส่งวิญญาณ อาจารย์ช่วยผมด้วย
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 68 ส่งวิญญาณ อาจารย์ช่วยผมด้วย
เมื่อผมพูดจบ วิญญาณทั้งสามก็หันมามองผมพร้อมกัน
หนึ่งในวิญญาณวัยกลางคนเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยา เขารีบพุ่งเข้ามาหาผมด้วยความร้อนรน
“อาจารย์ ได้โปรดช่วยผมด้วย! ผมไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว!”
ไม่ทันที่เขาจะพูดจบ วิญญาณวัยกลางคนอีกตนก็รีบกล่าวเสริม
“อาจารย์ ได้โปรดพาเรากลับไปด้วย! ผมอยากกลับบ้าน!”
“พี่ชาย ได้โปรดช่วยผมด้วย! ผมคิดถึงแม่เหลือเกิน!”
ทั้งสามต่างร้องขอให้ผมช่วยเหลือพวกเขา
ผมรู้ดีว่าหากต้องการสั่งสมพรก็ต้องช่วยพวกเขา ขอเพียงพวกเขาเอ่ยปาก ผมย่อมช่วยแน่นอน เพราะจะได้รับผลบุญจากพวกเขาด้วย
ผมไม่พูดพร่ำทำเพลง ตอบกลับไปทันที
“ได้สิ!”
พูดจบ ผมเดินไปที่ประตู
ใช้มือบิดลูกบิด ประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย
หนึ่งในวิญญาณวัยกลางคนเห็นดังนั้นก็รีบพุ่งตัวออกไปทันที
แต่ทันทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูก็เหมือนชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น
เขาถูกแรงสะท้อนจนกระเด็นกลับเข้ามา ล้มลงไปบนพื้น
เขากุมศีรษะอย่างเจ็บปวด พร้อมกับร้องโอดครวญ
ผมมองเขาอย่างใจเย็นก่อนกล่าวขึ้น “อย่าผลีผลาม พวกคุณออกไปเองไม่ได้ ต้องให้ผมเป็นคนนำทางเท่านั้น
“ถ้าจับมือผม พวกคุณถึงจะออกไปได้”
ผมยื่นมือออกไป
นี่คือวิธีที่ผมได้เรียนรู้จากหวังชุ่ยขณะอยู่ที่ตึกทดลอง
วิญญาณทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนจะพากันเอื้อมมาจับมือผม
ผมเดินนำพวกเขาก้าวออกจากประตูได้อย่างง่ายดาย
ครั้งนี้ไม่มีแรงต้านใดๆ ขวางกั้นพวกเขาอีกต่อไป
เมื่อเดินออกมาถึงหน้าประตู วิญญาณทั้งสามก็กระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาขอบคุณผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกล่าวอำลา…
แต่ผมกลับเพียงแค่ยิ้มบางๆ
จู่ๆ วิญญาณทั้งสามก็ชะงักไปเหมือนถูกสะกดให้หยุดเคลื่อนไหว
พวกเขาจำทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ครอบครัว หรือที่อยู่ของตัวเอง แต่พวกเขากลับจำทางกลับบ้านไม่ได้ คล้ายกับจางเฉียงในตอนนั้น
พวกเขายืนนิ่งอย่างมึนงง พยายามคิดสุดความสามารถ แต่กลับคิดไม่ออกว่าต้องกลับไปอย่างไร
พวกเขาแม้แต่จะแยกทิศเหนือใต้ยังไม่ได้เลย
ความทรงจำเรื่องทางกลับบ้านของพวกเขาเหมือนถูกลบออกจากจิตสำนึกไปอย่างสิ้นเชิง
“อาจารย์…ผมรู้ว่าผมพักอยู่แถวนี้ แต่กลับไม่รู้ว่าต้องกลับไปอย่างไร”
“พี่ชาย ผมจำที่อยู่ได้ แต่กลับจำไม่ได้ว่าต้องเดินทางไปยังไง”
“ผมเองก็เหมือนกัน จำบ้านได้ แต่กลับไม่ถูก”
ทั้งสามต่างเผยสีหน้าหวาดหวั่น
ผมเคยเผชิญสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เลยยังคงใจเย็นและกล่าวขึ้น
“พวกคุณเป็นวิญญาณที่ตายผิดธรรมชาติจึงแตกต่างจากวิญญาณทั่วไป อีกทั้งพวกคุณตายมาหลายเดือนแล้ว ไม่มีโคมวิญญาณหรือธงนำทาง จึงหาทางกลับบ้านไม่เจอ แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะเขียนยันต์และจุดธูปนำทางให้พวกคุณ”
“เยี่ยมไปเลย อาจารย์ช่วยผมด้วยเถอะ!”
“อาจารย์ ได้โปรดเถอะ ผมคิดถึงภรรยาเหลือเกิน”
“พี่ชาย ผมอยากกลับไปหาแม่สักครั้ง”
พวกเขาพากันอ้อนวอนราวกับจะคุกเข่าขอร้องให้ช่วย
ผมไม่รอช้า เดินไปเปิดกล่องที่ลุงอวี๋วางไว้หน้าประตู
ข้างในมียันต์ กระดาษเหลือง ธูป และพู่กันจุ่มผงชาด
ผมหยิบถ้วยน้ำมาแล้วฝนหมึกลงไป จากนั้นเงยหน้ามองวิญญาณทั้งสามก่อนจะถามขึ้น
“บอกวันเดือนปีเกิดกับที่อยู่ของพวกคุณมา”
วิญญาณทั้งสามรีบพูดออกมาพร้อมกันอย่างรวดเร็ว
ปรากฏว่าวิญญาณสองตนนั้นเป็นชาวอพาร์ตเมนต์นี้ ส่วนอีกตนเป็นผู้อาศัยในตึกข้างๆ
พอเห็นว่าบ้านของพวกเขาอยู่ไม่ไกล ผมจึงพูดขึ้นอีกครั้ง
“บ้านของพวกคุณอยู่ใกล้กัน หลังจากจุดธูปนำทางแล้ว พวกคุณจะสามารถกลับไปได้ทันที เมื่อถึงบ้าน พวกคุณต้องไปยืนใกล้คนในครอบครัว ชายให้ยืนทางซ้าย หญิงให้ยืนทางขวา พวกคุณทำได้เพียงเข้าฝันพวกเขาเพื่อบอกลา จากนั้นก็กลับมา ผมจะช่วยส่งวิญญาณให้พวกคุณเอง
“แน่นอน พวกคุณเลือกที่จะไม่กลับมาก็ได้ แต่พวกคุณต้องไม่ลืมว่าการตายอย่างผิดธรรมชาติทำให้พลังอาฆาตยังตกค้างในร่าง หากถูกกระตุ้นขึ้นมา พวกคุณอาจกลายเป็นผีอาฆาตเหมือนผียายเฒ่า และอาจทำร้ายครอบครัวของตัวเอง หรือไม่ก็กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ไร้ที่ไป และหากวันใดต้องเผชิญกับแสงแดดแรงกล้า วิญญาณของพวกคุณก็อาจสลายไปตลอดกาล…”
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมเรียนรู้มาจากอาจารย์ซ่ง และตอนนี้ผมก็พูดออกไปด้วยท่าทางเคร่งขรึม
วิญญาณทั้งสามพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว รับปากว่าจะกลับมาแน่นอน
ผมจุดธูปสามดอก ก่อนจะเผากระดาษยันต์ที่มีวันเดือนปีเกิดและที่อยู่ของพวกเขา
เปลวไฟสีเขียวลุกโชนขึ้นจากกระดาษยันต์
เมื่อแผ่นยันต์ไหม้จนหมด วิญญาณทั้งสามก็เหมือนถูกกระตุ้น บางสิ่งบางอย่างเริ่มย้อนกลับมาในความทรงจำของพวกเขา
“จำได้แล้ว! ผมรู้ทางกลับบ้านแล้ว!”
“บ้านผมอยู่ตรงตึกฝั่งตรงข้าม! ผมจะไปหาภรรยา!”
หลังจากแสดงความดีใจได้ไม่นาน พวกเขาก็รีบลอยกลับไปยังทิศทางบ้านของตัวเอง
เมื่อพวกเขาจากไป ผมก็เดินกลับเข้าไปในห้องอาถรรพ์อีกครั้ง
ลุงอวี๋ได้โทรศัพท์คืนมาแล้ว และกำลังพิงโซฟาสูบบุหรี่
เมื่อเห็นผมเดินกลับเข้ามา เขาหัวเราะแล้วพูดขึ้น “เก่งมากเสี่ยวเจียง นายเรียนรู้วิธีส่งวิญญาณได้เร็วดีนี่”
ผมหัวเราะเบาๆ “ผมก็แค่ทำตามที่เคยเห็น หวังว่าจะได้รับพรจากการช่วยเหลือพวกเขา”
ลุงอวี๋ยื่นบุหรี่ให้ผมมวนหนึ่ง “นายนี่นะ…มีสี่มหาเคราะห์ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่ก็เป็นดวงชะตาที่เหมาะกับงานนี้ที่สุด ตราบใดที่นายยังเดินเส้นทางนี้ต่อไปก็จะไม่เจ็บป่วยหรือมีเคราะห์ร้าย”
ผมเพียงยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร
ดวงชะตาเป็นสิ่งที่ลึกลับและซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันมันก็ดูเหมือนจะมีอิทธิพลต่อชีวิตของผมเสมอ
เพราะสี่มหาเคราะห์ทำให้ผมถูกสิ่งลี้ลับรบกวนมาตลอด และก็เพราะดวงชะตานี้ ผมจึงเลือกที่จะต่อสู้กับพวกมัน
ทุกอย่างล้วนเป็นเพียงการเล่นตลกของโชคชะตา…
หลังจากนั้นผมกับลุงอวี๋ก็นั่งคุยกันสัพเพเหระบนโซฟาอยู่อีกนาน
ลุงอวี๋เล่าเรื่องเกี่ยวกับผีและสิ่งลี้ลับให้ผมฟังเพิ่มเติม
แต่เมื่อผมถามเขาว่าทำไมถึงมีปัญหากับอาจารย์ซ่ง
ลุงอวี๋ก็สูบบุหรี่เข้าลึกก่อนตอบด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ไอ้เวรนั่นปากหมา ลุงทนฟังไม่ไหว”
พูดถึงปากหมา อาจารย์ของผมนี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้อน แม้แต่ตอนตกปลายังสามารถทะเลาะกับคนอื่นได้ ดูท่าลุงอวี๋คงเคยโดนด่าจนฝังใจแน่ๆ
เห็นสีหน้าของลุงอวี๋ดูไม่ค่อยดี ผมเลยไม่ซักไซ้ต่อ กลัวว่าเขาจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้
แต่ถึงอย่างนั้น ลุงอวี๋ก็เป็นคนเปิดเผยและไม่ถือสาหาความ
หลังจากพ่นควันออกมา เขาก็พูดขึ้นอีก “เสี่ยวเจียง! ลุงกับอาจารย์ของนายมีเรื่องขัดแย้งกันเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรใหญ่โต ถ้านายมีปัญหาอะไรก็บอกลุงได้ หรือถ้าไอ้เวรนั่นมันหาเรื่องนายก็บอกลุงเลย ลุงอาจไม่เก่งเท่ามัน แต่ลุงมีวิธีจัดการมัน”
คำพูดนี้ทำเอาผมไม่รู้จะตอบอะไร ได้แต่พยักหน้ารับและเปลี่ยนเรื่อง
“ลุงอวี๋ พูดถึงเรื่องนั้นแล้ว…เหรียญที่ผมให้ไปเมื่อคราวก่อน ลุงยังพกไว้อยู่ไหม”
ก่อนหน้านี้อาจารย์เคยบอกว่าอยากดูเหรียญที่เสี่ยวอวี่อมไว้ในปาก แต่เหรียญนั้นอยู่กับลุงอวี๋
เมื่อลุงอวี๋ได้ยินผมถามถึงเหรียญ จึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ
“อยู่กับลุงนี่แหละ มันกลายเป็นสีดำสนิทไปแล้ว แต่ทำไมต้องเป็นเหรียญปีหนึ่งแปด ลุงก็ไม่รู้เหมือนกัน…”
พูดจบ เขาก็หยิบเหรียญออกมา
เหรียญสีเงินที่เคยสว่างสดใส ตอนนี้ดำสนิทเหมือนถูกไฟเผา
ผมไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับ ‘เหรียญนำวิญญาณ’ มากนัก รู้แค่ว่ามันเป็นเพียงสื่อกลางในการ ‘ซื้อชีวิต’ ‘ทวงหนี้’ หรือ ‘เสริมโชคชะตา’
ปกติแล้ววิญญาณจะเป็นผู้มอบพลังให้เหรียญเหล่านี้เพื่อใช้ทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะให้คุณหรือให้โทษ เช่นเดียวกับเสี่ยวอวี่ที่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ใช้ ‘เหรียญนำโชค’ เพื่อยืดอายุให้ผม
แต่ทำไมเสี่ยวอวี่ถึงเลือกใช้เหรียญจากปีที่กำหนดตลอดมา ผมก็ไม่รู้เหตุผล ทำได้เพียงนำเหรียญนี้กลับไปให้อาจารย์ตรวจดู
บางทีเขาอาจจะค้นพบอะไรบางอย่าง
หรือบางทีเขาอาจจะรู้ว่าเสี่ยวอวี่กำลังเจอกับปัญหาอะไร…