ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 77 เอาชีวิตเจ้า เดรัจฉานผู้รนหาที่ตาย!
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 77 เอาชีวิตเจ้า เดรัจฉานผู้รนหาที่ตาย!
เจ้าเดรัจฉานเฒ่าตัวนั้นโกรธจัด ดวงตาของมันฉายแววอาฆาตเหมือนอยากฉีกผมเป็นชิ้นๆ
ทันทีที่มันพูดจบ มันก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น
รอบตัวผมถูกล้อมด้วยภูเขาและก้อนหิน ทุกเส้นทางถูกปิดตาย มีเพียงทางด้านหน้าที่มันขวางอยู่
พลังของมันกดดันจนผมหายใจแทบไม่ออก
หากผมเลือกปะทะตรงๆ มีแต่จะพ่ายแพ้
ผมทำได้เพียงค่อยๆ ถอยหลังไปอย่างระมัดระวัง
“อาจารย์ ช่วยผมด้วย!”
เสียงของผมดังก้องไปทั่วป่า หวังว่าอาจารย์จะได้ยินและมาช่วย
แต่เจ้าเดรัจฉานเฒ่ากลับหัวเราะเยาะด้วยความโกรธ
“คืนนี้ ต่อให้เจ้าตะโกนจนสุดเสียงก็ไม่รอดอยู่ดี!”
พูดจบ มันดีดตัวออกจากพื้น กระโจนใส่ผมด้วยความเร็วสูง
ผมเบิกตากว้าง ยกกระบี่กระดูกปลาขึ้นป้องกันโดยสัญชาตญาณ
“ปัง!”
แรงมหาศาลซัดเข้ามาเต็มที่ กระบี่ในมือของผมกระเด็นหลุดไป
ตัวของผมเองก็ถูกแรงปะทะซัดกระเด็นจนล้มลงกระแทกพื้น
มือและแขนของผมสั่นสะท้านจากแรงกระแทก ปวดแสบปวดร้อนไปหมด
มันยืนคร่อมผมไว้ ใบหน้าครึ่งคนครึ่งสัตว์เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ไอ้เด็กโง่! ทำไมไม่ตอบข้าดีๆ! ทำไม! ทำไม!?”
เมื่อพูดคำว่า ‘ทำไม’ ครั้งสุดท้าย มันอ้าปากกว้าง แยกเขี้ยว แล้วเงื้อกรงเล็บใส่ผมเต็มแรง
ผมถูกต้อนจนไม่มีทางหนีแล้ว
มันเร็วเกินไป ผมไม่สามารถหลบได้ทันแน่
แต่ในวินาทีนั้นเอง…
เสียงตะโกนก้องกังวานดังขึ้นขัดจังหวะทุกอย่าง!
“ทำไมอะไรของแก!”
เสียงดังขึ้น ก่อนที่เงาดำจะกระโจนลงมาจากก้อนหินด้านหลัง
เป็นอาจารย์ของผม! เขามาถึงแล้ว!
เจ้าเดรัจฉานเฒ่าเบิกตากว้าง มันยังไม่ทันได้เห็นชัดว่าเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้น “ปัง!”
อาจารย์ของผมกระโดดเตะมันเต็มแรง ร่างของมันปลิวกระเด็นไปไกลห้าเมตร กระแทกเข้ากับต้นไม้เสียงดังสนั่น
มันกรีดร้องออกมา เลือดพุ่งกระฉูดออกจากปาก
เมื่อเห็นอาจารย์ ผมแทบจะหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ
“อาจารย์!”
อาจารย์มองผมแวบหนึ่งก่อนพยักหน้า
“ฉันอยู่นี่แล้ว ไม่มีทางที่สัตว์เดรัจฉานพวกนี้จะทำร้ายนายได้”
เมื่อเจ้าเดรัจฉานเฒ่าที่กระอักเลือดออกมาเห็นความแข็งแกร่งของอาจารย์ก็ไม่กล้าแสดงท่าทีโอหังอีก
มันรีบพยุงตัวขึ้นมา แล้วพุ่งกระโจนเข้าป่าทันที
แต่อาจารย์แค่นเสียงเย็นชา “คิดจะหนีงั้นรึ”
เขาล้วงเอาเส้นเอ็นออกมา ก่อนจะสะบัดข้อมือขว้างปลายสายออกไป
“ฟิ้ว!”
เส้นเอ็นพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของผมยังตามไม่ทัน
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากในป่า ก่อนที่อาจารย์จะกระตุกเส้นเอ็นกลับมาอย่างง่ายดาย
เจ้าเดรัจฉานเฒ่าที่พยายามหนีถูกลากกลับมาอย่างหมดหนทาง
มันกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะมาหยุดที่ปลายเท้าของอาจารย์
“ตุบๆๆ!”
มันพยายามลุกขึ้น แต่ก็ถูกแรงเหวี่ยงซัดจนกลิ้งไม่เป็นท่า
ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
อาจารย์ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน!
เพียงแค่เส้นเอ็นและตะขอเกี่ยวตัวเดียวก็สามารถดึงเดรัจฉานเฒ่าตัวนี้กลับมาได้อย่างง่ายดาย
อาจารย์แข็งแกร่งเหลือเกิน
เมื่อเทียบกับลุงอวี๋แล้ว ความแตกต่างในฝีมือเห็นได้ชัดเจน
ฝีมือของอาจารย์นั้นสูงส่งเหนือชั้นไปอีกระดับ
อาจารย์มองเดรัจฉานเฒ่าที่นอนอยู่บนพื้นก่อนจะเหยียบหัวของมันเต็มแรง
“หนีสิวะ! ไหนบอกจะหนีไง!
“กล้าทำร้ายศิษย์ของฉัน สมควรตายนัก!
“ยังกล้ามาถามว่าทำไมอีก! ตอนนี้เข้าใจรึยังว่าทำไม!
“เวรเอ๊ย! นี่มันตัวอะไรวะ…”
อาจารย์สบถไม่หยุด ท่าทางแข็งกร้าวและดุดันสุดๆ
เดรัจฉานเฒ่าที่ถูกเหยียบหัวตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง
มันร้องขอชีวิตด้วยเสียงสั่นเครือ “ท่านนักพรต! ไว้ชีวิต! โปรดไว้ชีวิต!”
อาจารย์ไม่ตอบ เพียงหันกลับมาถามผม “เสี่ยวเจียง เจ้าตัวนี้ทำอะไรนาย”
ผมที่เพิ่งหยิบกระบี่กระดูกปลาขึ้นมาเดินเข้าไปใกล้
เมื่อได้ยินคำถามของอาจารย์ ผมตอบอย่างตรงไปตรงมา “อาจารย์ มันพยายามบังคับให้ผมแต่งตั้งมัน”
เมื่ออาจารย์ได้ยินก็หรี่ตาลงทันที
เขาเพิ่มแรงที่เท้า ก่อนจะสบถเสียงดัง
“บัดซบ! แทนที่จะตั้งใจบำเพ็ญ ดันอยากใช้ทางลัดอันผิดศีลธรรม สมควรตายแล้ว!”
เดรัจฉานเฒ่าตัวนั้นร้องขอชีวิตอีกครั้ง ร่างกายมันสั่นสะท้าน
“ท่านนักพรต! ข้าทำไม่สำเร็จ ข้ายังไม่ได้รับการแต่งตั้ง! ขอท่านเมตตา!”
อาจารย์กลับดูแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาถามผม “เสี่ยวเจียง นายตอบมันว่าอะไร”
ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบไปตามจริง
“ผมบอกมันว่า…เหมือนไอ้จ้อน”
เมื่ออาจารย์ได้ยินคำตอบ สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ว่าอะไร เหมือนอะไรนะ”
“…ไอ้ ไอ้จ้อน!”
ผมทำตัวไม่ถูก เลยลูบหัวตัวเองอย่างกระอักกระอ่วน
อาจารย์ได้ยินคำตอบของผมแล้วก็หัวเราะลั่น “ดีๆ! ตอบได้ดี! ฮ่าๆๆ!”
เขาหัวเราะแทบน้ำตาไหล
“ฉันทำงานสายนี้มาหลายสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินใครตอบแบบนี้! เจ้าหนูนี่มันมีของจริงๆ!”
อาจารย์หัวเราะขณะพูด แต่เดรัจฉานเฒ่าที่ถูกเหยียบอยู่ใต้เท้าของเขากลับมีสีหน้าเศร้าสลด ร่างกายสั่นเทา
“อาจารย์ ผมตอบแบบนี้…จะไม่มีปัญหาใช่ไหม”
ผมถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะผมเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก
อาจารย์ส่ายหน้า “ไม่มีปัญหาแน่นอน พวกเดรัจฉานที่มาขอการแต่งตั้งแบบนี้หวังจะขโมยโชคชะตาของผู้อื่นเพื่อเพิ่มตบะให้ตัวเอง ถ้านายตอบตามที่มันต้องการได้ซวยแน่ โชคชะตาของนายจะถูกพรากไป และมันจะได้พลังเพิ่มขึ้น!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผมก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ผมยังคงมีสติและนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ได้ทัน
มิฉะนั้น ผมคงต้องพบกับเคราะห์ร้ายไปอีกนาน
ขณะเดียวกันเดรัจฉานเฒ่าที่อยู่ใต้เท้าอาจารย์ก็ร้องขอชีวิต
“ท่านนักพรต! โปรดเมตตาเถอะ! ข้าเพียรพยายามบำเพ็ญเพียรมาอย่างยากลำบาก ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
อาจารย์มองมันแวบหนึ่งก่อนกล่าว
“แกถามศิษย์ฉันว่าอะไร”
“ข้า…ข้าเพียงแต่ถามว่า…”
เดรัจฉานเฒ่าพูดตะกุกตะกัก ไม่กล้าตอบตรงๆ
อาจารย์ไม่รอให้มันพูดจบ เขากระทืบมันไปหนึ่งที ทำให้มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“ฉันถามว่าแกถามศิษย์ฉันว่าอะไร!”
ผมเห็นดังนั้น จึงตอบแทน “มันถามผมว่ามันเหมือนเทพหรือเซียน”
สีหน้าของอาจารย์ที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อครู่กลับกลายเป็นเย็นเยือกขึ้นมาทันที
เขาส่งเสียงฮึดฮัด แล้วคว้าตัวเดรัจฉานเฒ่าขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เพียงมือเดียวก็สามารถยกมันขึ้นจากพื้นได้ราวกับมันเป็นแค่ถุงขยะ
“สารเลวเอ๊ย! สมควรตายแล้ว กล้ามาขอให้ศิษย์ฉันตั้งตายให้งั้นหรือ! คิดจะทำให้ตายยกครัวเลยหรือไง!”
ตั้งตาย? ตายยกครัว?
ผมอึ้งไปทันที
มันหมายความว่ายังไงกันแน่!
ผมจ้องมองอาจารย์อย่างสงสัย แต่เลือกที่จะเงียบ ไม่ขัดจังหวะเขา
เดรัจฉานเฒ่าที่อยู่ใต้เท้าอาจารย์ตัวสั่นเทิ้ม ส่งเสียงร้องขอชีวิต “ท่านนักพรต! ข้า ข้าผิดไปแล้ว! โปรดเมตตาข้าด้วย!”
แต่มีเพียงเสียงหัวเราะเย็นชาเป็นคำตอบ “ทำผิดก็ต้องรับผลกรรม!”
อาจารย์ไม่ลังเล เขาบีบคอเดรัจฉานเฒ่าตัวนั้นแน่นขึ้น
“กร๊อบ!”
เสียงกระดูกหักดังชัดเจน
ดวงตาของเดรัจฉานเฒ่าเบิกโพลง มันพยายามเปล่งเสียงร้อง แต่ทำได้แค่ครางเสียงแผ่วเบา
เลือดเริ่มไหลออกจากปากและจมูกของมัน ดวงตาสีเขียวมรกตที่เคยเรืองแสงค่อยๆ มืดดับลง
อาจารย์สะบัดมือทิ้ง ร่างของมันร่วงลงสู่พื้น ไร้ซึ่งสัญญาณชีวิต…