ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 78 ตั้งตาย ตัดรากถอนโคน
นี่ต้องบำเพ็ญเพียรมานานแค่ไหน ถึงจะฝึกจนมีร่างเท่าคนและพูดได้แบบนี้
น่าเสียดาย มันทำเรื่องผิดพลาดและเลือกคนผิด วันนี้จึงชนแผ่นเหล็กเข้าอย่างจัง
เมื่อครู่มันยังขู่เข็ญให้ผมแต่งตั้ง แต่ตอนนี้กลับนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นราวกับกองโคลน ร่างสะบักสะบอม เลือดไหลซึมออกจากปากและจมูก
ขณะที่ผมกำลังจับจ้องมันอยู่ก็พบว่าร่างกายที่มีขนาดเท่ามนุษย์ของมัน จู่ๆ ก็เริ่มปล่อยไอสีเขียวออกมา
ไอสีเขียวนี้ค่อยๆ ลอยออกจากร่างของมัน ดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
ผมไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนจึงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
“อาจารย์ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
อาจารย์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่สะบัดมือใส่ไอสีเขียวเหล่านั้น
เพียงพริบตาเดียว ร่างของเดรัจฉานเฒ่าที่เคยมีขนาดเท่ามนุษย์กลับหดลงจนกลายเป็นขนาดดั้งเดิมของมัน นั่นคือขนาดของพังพอนธรรมดาตัวหนึ่ง
ที่เรียกมันว่าเฒ่า เพราะขนของพังพอนตัวนี้ออกจะซีดขาวไปมากแล้ว โดยเฉพาะหนวดรอบปาก ล้วนแต่เป็นสีขาวโพลนทั้งสิ้น
“อาจารย์ นี่คือร่างที่แท้จริงของมันใช่ไหม” ผมเอ่ยถามอีกครั้ง
ปกติภาพแบบนี้มีให้เห็นแค่ในโทรทัศน์ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะได้เห็นกับตาจริงๆ
“ถูกต้อง นี่คือร่างจริงของมัน เมื่อครู่เป็นเพียงร่างแปลงเท่านั้น” อาจารย์พูดด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
ขณะเดียวกันก็ขยับเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วพูดต่อว่า “เสี่ยวเจียง อาจารย์จะสอนบทเรียนให้นายอีกข้อ หน้าที่ของเราต้องทำให้ถึงที่สุด นำส่งพุทธก็ต้องส่งให้ถึงตะวันตก การตัดหญ้าก็ต้องตัดรากถอนโคนให้หมด”
จบคำ อาจารย์สะบัดมือขึ้นกลางอากาศ
ผมรู้สึกถึงสายลมประหลาดที่โหมกระหน่ำใส่หน้าในเสี้ยววินาที
เสียงหวีดหวิวของสายลมดังก้องไปทั่วบริเวณ
อาจารย์ใช้มือข้างหนึ่งกอบอากาศไว้ราวกับจับบางสิ่งได้…
ผมเห็นอาจารย์หรี่ตาลงเล็กน้อย และในมือที่คว้าอากาศไว้ จู่ๆ ก็ปรากฏเป็นพังพอนโปร่งแสงตัวหนึ่ง
พังพอนตัวนั้นดิ้นรนขัดขืนด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่อาจหนีจากมือของอาจารย์ได้
ผมอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง สิ่งที่อาจารย์จับไว้คือวิญญาณของมันหรือ
“ท่านนักพรต โปรดเมตตาด้วย! ไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!”
เสียงร้องของพังพอนดังแว่วขึ้น แม้ร่างกายของมันจะโปร่งแสง แต่ผมสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันถูกอาจารย์กำไว้แน่น
ทว่าอาจารย์กลับไม่แสดงท่าทีเห็นใจแม้แต่น้อย เขายืนหันหลังให้ผมก่อนจะพูดขึ้นว่า “เสี่ยวเจียง ในสายงานของเรา สิ่งที่ต้องห้ามที่สุดคือเมตตา มันหมายจะฆ่าล้างครอบครัวนาย นายจึงต้องไร้ความปรานีต่อมันเช่นกัน”
“ข้า…ข้าเป็นอสูรน้อยจากเขาไป๋อู่…” พังพอนพยายามเอ่ยอย่างร้อนรน
แต่ไม่ทันที่มันจะพูดจบ อาจารย์ก็ตัดบททันที
“ฉันไม่สนว่าแกมาจากเขาไหน ถ้ากล้าแตะต้องศิษย์ของฉันก็ต้องชดใช้” พูดจบ อาจารย์เพิ่มแรงบีบ
เสียงกรีดร้องดังโหยหวน ตามมาด้วยเสียง “ปัง” คล้ายลูกโป่งแตก
พังพอนที่อยู่ในมืออาจารย์พลันระเบิดกลายเป็นเปลวเพลิงสีเขียวลอยกระจายไปในอากาศ
ลมพายุที่เคยโหมกระหน่ำเมื่อครู่สงบลงทันที บรรยากาศรอบข้างกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
อาจารย์ไร้ความลังเล เขามือหนักและเด็ดขาด ไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูรอดชีวิต
นี่คือบทเรียนที่อาจารย์สอนผมด้วยตนเอง
หลังจากทำลายวิญญาณของพังพอน อาจารย์ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาเลย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นเขาก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอย่างใจเย็น
แต่สำหรับผม นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอสูรตัวหนึ่งถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตา แถมยังเป็นการทำลายที่ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณ
ผมกลืนน้ำลายก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยถามอาจารย์ว่า “อาจารย์ ท่านพูดถึง ‘ตั้งตาย’ และเรื่องที่มันต้องการให้ผมตายทั้งครอบครัว นั่นหมายความว่าอะไร”
อาจารย์ปรายตามองศพของพังพอน ก่อนจะกล่าวว่า “การขอแต่งตั้งเป็นการขอพลังชีวิตอย่างหนึ่ง ถือเป็นทางลัดของพวกสัตว์เดรัจฉานในการฝึกตน โดยพวกมันจะเลือกคนที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลาหรือเงื่อนไขเฉพาะ เพื่อทำพิธีขอแต่งตั้ง ซึ่งแบ่งออกเป็นตั้งตายกับตั้งเป็น
“การตั้งตายคือสิ่งที่มันพยายามขอจากนายเมื่อครู่ มันต้องการให้นายทำพิธีมอบยศเทพหรือเซียนให้ แต่นายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แถมยังใช้ชีวิตโดยไม่เข้าใจอะไรเลย จะมีสิทธิ์ที่ไหนไปแต่งตั้งมันเป็นเทพหรือเซียนล่ะ
“ดังนั้น หากนายยอมทำตาม ไม่ใช่แค่ตัวนาย แม้แต่ครอบครัวของนายก็จะถูกมันขโมยโชคลาภไปด้วย หากโชคลาภไม่พอ มันจะใช้ชีวิตของพวกเขาแทน สุดท้ายแล้ว ครอบครัวนายจะต้องตายหมด นี่แหละที่เรียกว่าการแต่งตั้งด้วยชีวิต นี่คือ ‘ตั้งตาย’ ”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ผมก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นเยียบ
โชคดีที่เมื่อครู่ผมไม่ได้เผลอตอบตกลงไปอย่างไร้สติ มิฉะนั้นคงไม่ใช่แค่ตัวผมที่เคราะห์ร้าย แต่คงพลอยทำให้ปู่และญาติๆ ที่บ้านเดือดร้อนไปด้วย
อาจารย์เห็นผมยังมีสีหน้าหวาดหวั่นอยู่ ก็หัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “ดีที่ไอ้หนุ่มอย่างนายไม่โง่ ไม่ได้ตอบรับมันมั่วๆ แถมยังทำลายพลังของมัน และทำให้มันบาดเจ็บอีกด้วย
“เจ้าพวกเดรัจฉานเฒ่าเหล่านี้ หากพวกมันพลาดพลั้งในการขอแต่งตั้ง แต่สามารถฆ่าผู้ที่ควรเป็นผู้แต่งตั้งได้ พร้อมทั้งกินเลือดเนื้อคนคนนั้น พลังที่พวกมันเสียไปก็จะได้รับการเติมเต็มกลับคืน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงพยายามฆ่านายให้ได้เมื่อครู่ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไม่มีภัยคุกคามอีกต่อไป”
ผมพยักหน้าแล้วถามต่อว่า “อาจารย์ แล้ว ‘การตั้งเป็น’ คืออะไรเหรอ”
อาจารย์สูบบุหรี่หนึ่งฟอด ก่อนจะตอบว่า “การตั้งเป็น คือการที่มันถามว่ามันเหมือนมนุษย์หรือไม่ หากตอบว่าเหมือน อย่างมากก็แค่เสียโชคลาภเพียงเล็กน้อย หากมันล้มเหลว พลังก็ลดลงเพียงเล็กน้อยเช่นกัน และฉันก็ไม่จำเป็นต้องลงมือจนทำให้มันสูญสลาย
“ปกติแล้ว หากคนในสายของเราพบเจอก็มักจะถือโอกาสสร้างความสัมพันธ์อันดี บางครั้งก็ช่วยเหลือพวกมันไปบ้าง ถือเป็นบุญกุศลร่วมกัน แต่เจ้าเดรัจฉานตัวนี้จิตใจไม่ซื่อตรง สมควรตายโดยไม่มีข้อแก้ตัว”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ผมก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าความแตกต่างระหว่างการตั้งเป็นกับตั้งตายคืออะไร และจดจำคำสอนของอาจารย์ไว้ให้มั่น
เมื่อเห็นว่าผมสงบลงแล้ว อาจารย์จึงเอ่ยถามอีกครั้ง “เอาละ มาคุยเรื่องสำคัญกัน ตอนที่นายลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคืออะไร เป็นก้อนหินหรือกิ่งไม้?”
อาจารย์ถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับกำลังคาดหวังคำตอบบางอย่าง
ผมรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย ก่อนจะชี้ไปที่ซากงูที่อยู่ไม่ไกล “อาจารย์ สิ่งแรกที่ผมเห็นคือซากงูตัวนั้น”
“ซากงู?” เมื่ออาจารย์ได้ยินคำตอบ ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มกลับแปรเปลี่ยนไปในพริบตา
“ใช่ ตัวที่ถูกพังพอนแทะกินนั่นแหละ” ผมตอบตามความจริง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของอาจารย์ ผมก็รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องดีเสียแล้ว
“อาจารย์ มีอะไรไม่ดีหรือ” ผมลองถามอย่างลังเล
อาจารย์ไม่ได้ตอบในทันที แต่ยกมือขวาขึ้นแล้วเริ่มคำนวณบางอย่าง ริมฝีปากขยับราวกับกำลังพึมพำกับตัวเอง “งูคือสัญลักษณ์ของมะเส็ง คือไฟในห้าธาตุ ทิศใต้ก็เป็นไฟ ไฟทางใต้สัมพันธ์กับซากงูนี้ มันหมายถึงไฟที่ดับมอดหรือไฟแห่งวิญญาณกันแน่? ไม่ถูกต้อง…ซากงูเผยให้เห็นทั้งเลือด เนื้อ และกระดูก ไฟที่ดับมอดหมายถึงความตายของมนุษย์ ขีดสุดแห่งลางร้าย…”
สีหน้าของอาจารย์เคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ การคำนวณของเขาเร็วขึ้นจนมือเดียวไม่พอ ต้องใช้มืออีกข้างช่วย
ผมยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างตกตะลึง
ถึงแม้ผมจะไม่เข้าใจหลักการของห้าธาตุ แต่จากคำพึมพำของอาจารย์ ก็รู้ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่
ผมไม่ได้รบกวนอาจารย์ เพียงยืนดูอยู่ข้างๆ เฝ้ารอผลลัพธ์จากการคำนวณ
ผ่านไปกว่าสิบนาที ทันใดนั้นอาจารย์ก็สบถออกมา “ช่างแม่มมันเถอะ คิดไม่ออกโว้ย!”
ผมตกใจที่จู่ๆ อาจารย์ก็อารมณ์เสียและสัมผัสได้ทันทีว่าสถานการณ์นี้ร้ายแรง จึงรีบเอ่ยถาม “อาจารย์ ทำไมถึงเลิกคำนวณแล้วล่ะ มันร้ายแรงมากเลยหรือ”
อาจารย์เหลือบมองผมด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย ก่อนตอบอย่างหงุดหงิด “คำนวณไม่ได้ ยังจะให้คิดต่อไปอีกหรือไง ช่างมันไปเถอะ ไหนๆ นายก็เห็นซากงูแล้ว ก็ถือว่าเป็นสัญญาณจากบรรพจารย์ไปแล้วกัน
“งูตายคือไฟที่ดับมอด ไฟที่ดับมอดหมายถึงความตายของมนุษย์ นี่อาจเป็นคำเตือนจากบรรพจารย์ว่า เส้นทางของนายอาจเต็มไปด้วยอุปสรรค จำไว้ให้ดี จากนี้ไปจงหลีกเลี่ยงการข้องเกี่ยวกับคนที่มีพลังธาตุน้ำ แล้วนายจะปลอดภัย…”