ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1015 ลดเกณฑ์ลง
วันเสาร์ที่ 28 เมษายน ตอนบ่าย
ห้างแห่งนี้ปกติเป็นห้างที่ค่อนข้างเป็นที่นิยม ยิ่งวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยิ่งมีคน
หนาแน่นและคึกคัก
ชายร่างกํายําแต่ใบหน้าดูเซ่อๆ สูงประมาณร้อยแปดสิบสองเซนติเมตรยืนอยู่หน้า
ทางเข้าร้านของหวานในห้าง เขามองไปรอบๆ ด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนจะก้มลงมอง
ข้อความในมือถือ
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีมาคนแตะไหล่ พอหันกลับไปมองรอยยิ้มก็ปรากฏบน
ใบหน้าเซ่อ “พี่หมาดํา!”
เถียนโม่ยิ้ม “ไอ้ต้ง ไม่เจอกันมาปีกว่าแล้วใช่มั้ย”
ชายร่างกํายําคนนี้ชื่อจวงต้ง เป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้นของเถียนโม่
ทั้งสองดีใจที่ได้เจอเพื่อเก่าอีกครั้ง
จวงต้งมองเถียนโม่ตั้งแต่หัวจดเท้า “เอ๊ะ ทําไมพี่แต่งตัวแบบนั้น ทรงผมก็ดูเท่
มาก ไม่ได้เจอกันแค่ปีกว่า พี่กลายเป็นคนรวยไปแล้วเหรอ”
เถียนโม่ทําตามที่บอสเผยสั่งและแวะไปพบกับสไตลิสต์เพื่อแปลงโฉมตัวเองใหม่
ในทุกด้าน
เขาเปลี่ยนทรงผม เสื้อผ้า และเครื่องประดับ แถมยังใส่ชุดลําลอง ดูไม่เหมือนชุด
ทํางาน ทําให้ดูเหมือนเป็นวัยรุ่นตามเทรนด์
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นยิ่งใหญ่มากจนจวงต้งจําไม่ได้ในทีแรก
เถียนโม่ยิ้ม “ไว้ค่อยคุยกันเรื่องฉัน เอาเรื่องของนายก่อน ฉันได้ยินจากไอ้เถี่ยว่า
นายโดยหลอกไปเข้ารังพวกต้มตุ๋น ใช้เวลาเกือบสองเดือนกว่าจะช่วยออกมาได้ ก็
สงสัยอยู่ว่าทําไมทักแชตไปไม่เคยตอบ”
จวงต้งเกาหัวเขินๆ “คือ…คนที่หลอกผมไปเป็นคนที่ผมเคยนับถือว่าเป็นลูกพี่
ผมเลยไม่ทันระวังตัว แต่ไม่ต้องห่วง อยู่ในนั้นมีของให้กินให้ดื่ม อยู่ได้ไม่นานก็มีคน
ช่วยออกมา”
เถียนโม่ไม่ได้ถามรายละเอียดต่อ เขาพาจวงต้งเดินไปในห้างแล้วถามขึ้น “แล้ว
ตอนนี้นายทําอะไร”
จวงต้งยิ้มเป๋อเหลอ “ผมยังไม่มีงานทํา ลุงผมกําลังถามดูให้อยู่ว่าจะให้ผมไปเป็น
ยามเฝ้าตึกได้มั้ย”
เถียนโม่ส่ายหัว “ทําไมต้องเป็นยามด้วย มากับฉันดีกว่า”
จวงต้งประหลาดใจ “จริงเหรอ พี่หมารวยแล้วเหรอเนี่ย ไม่มีปัญหา ในเมื่อผมจะ
เป็นยามอยู่แล้ว งั้นผมมาเป็นบอดี้การ์ดให้พี่ดีกว่า! พี่หมาให้แค่เงินเดือนผมก็พอ แต่
ถ้าให้อาหารกับที่อยู่ด้วยได้ก็ยิ่งดีเลยพี่!”
เถียนโม่ยิ้ม “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ใช่คนกําหนดเงินเดือนนาย แต่รับรองว่าเยอะ
กว่าที่นายคิดแน่นอน! ฉันไม่ได้รวย แค่เจอผู้มีพระคุณน่ะ!
“นายรู้จักเถิงต๋าคอร์เปอเรชันมั้ย ฉันรู้จักกับบอสของเถิงต๋า! บอสเป็นคนให้งาน
ฉันทํา!”
เถียนโม่ดูภาคภูมิใจมาก
บอสแห่งเถิงต๋าใช่คนธรรมดาซะที่ไหน มีคนตั้งมากมายในจิงโจวที่อยากพบแต่ก็
ไม่เคยได้พบ เรื่องแบบนี้น่าภาคภูมิใจจนอยากจะป่าวประกาศให้โลกรู้ทุกวัน
จวงต้งดูสงสัย “จริงเหรอ เถิงต๋าเป็นบริษัทใหญ่ไม่ใช่เหรอ แน่ใจนะว่าเป็นบอส
ของเถิงต๋าจริงๆ ไม่ใช่พวกต้มตุ๋นมาแอบอ้างชื่อ”
เถียนโม่กลอกตา “คิดว่าฉันจะทึ่มเท่านายเหรอ นายทึ่มสุดในกลุ่มพวกเราแล้ว
ต้องให้ฉันย้ําจริงๆ ใช่มั้ย”
จวงต้งเกาหัวเขินๆ “แหะๆ ก็จริง”
ทั้งสองเดินไปหน้าร้านที่เถียนโม่เพิ่งได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลเมื่อวาน
เถียนโม่หยิบกุญแจจากในกระเป๋ามาเปิดประตูแล้วพาจวงต้งเข้าไปด้านใน
“ร้านนี้แหละ ต่อไปจะเป็นร้านของพวกเราพี่น้อง!
“เจ๋งเลยใช่มั้ยล่ะ”
เถียนโม่ทําตัวเหมือนเป็นเถ้าแก่ คําพูดของเขาดูทะนงตัวและมั่นใจสุดๆ
เขารู้ดีว่าบอสเผยงานยุ่งทุกวัน โอกาสที่จะแวะมาร้านมีน้อยมาก อีกทั้งเขากับบอส
เผยก็ไม่มีหัวหน้ากั้นระหว่างกัน ดังนั้นเขาจึงทําตัวเหมือนเป็นเจ้าของร้านนี้
ถึงยอดขายของร้านจะไม่ส่งผลต่อรายได้ของเขา แต่เขาก็มีอํานาจแทบจะทุกอย่าง
ในร้านนี้ ดังนั้นเขาจึงมีความรู้สึกเป็นเจ้าของโดยธรรมชาติ
จวงต้งตกตะลึง “โอ้โห ร้านใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ! ห้างใหญ่แบบนี้ค่าเช่าต่อเดือน
น่าจะหลายร้อยหยวนเลยใช่มั้ยพี่”
เถียนโม่อึ้ง “หลายร้อย? นายคิดว่าเขาให้เช่าฟรีเหรอวะ
“ช่างเถอะ ฉันไม่โทษนาย นายไม่น่าจะเข้าใจเรื่องตัวเลขเท่าไหร่ คนที่สอบ
คณิตศาสตร์ได้แค่สามสิบคะแนนไม่ต้องพูดถึงตัวเลขจะดีกว่า
“สรุปคือร้านนี้จะเป็นร้านของเราในอนาคต พอเริ่มอยู่ตัวฉันจะเรียกไอ้เถี่ย พี่เต๋อ
กับคนอื่นๆ มา พวกเราพี่น้องต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน!”
จวงต้งซึ้งใจมาก “พี่หมารวยแล้วคิดถึงผมเป็นคนแรกเหรอ โคตรซึ้งใจเลยพี่!”
เถียนโม่ถอนหายใจ “ฉันไม่มีทางอื่น นายคือคนที่ทึ่มที่สุดในแก๊ง คนอื่นๆ น่าจะ
หางานพาร์ตไทม์ทําได้ตามความสามารถของตัวเอง นายคือคนที่ฉันกังวลจริงๆ
“แล้วก็…”
เถียนโม่ลดเสียงลงเล็กน้อย “ฉันกําลังทดสอบเกณฑ์ต่ําสุดของบอส ถ้าฉันจ้าง
นายได้พี่น้องคนอื่นๆ ก็น่าจะพามาได้ไม่มีปัญหา”
จวงต้งเดินวนรอบร้านสองรอบแล้วหยิบมือถือที่วางโชว์อยู่ขึ้นมาอย่างเบามือ
“อ้าว ของจริงเหรอเนี่ย”
เถียนโม่ “ไอ้บ้า แล้วจะเอาของปลอมมาขายได้ยังไง”
จวงต้งมองป้ายราคาที่ติดไว้ “โห แพงมาก! แพงกว่ามือถือผมสิบเท่า
“หลังร้านมีที่ยังไม่ได้แกะกองเป็นตั้ง
“รวมๆ แล้วก็หลายแสนเลย!
“บอสเชื่อใจพี่มากเกินไปแล้ว! ไม่กลัวพี่จะหอบหนีไปเลยเหรอ!”
เถียนโม่อึ้ง “จะบ้าเหรอ! ฉันไม่โง่แบบนั้นหรอก ฉันจะเลือกเสี่ยงคุกแทนทํางาน
กินเงินเดือนเดือนละหลายพันได้ยังไง อีกอย่างบอสอุตส่าห์ไว้ใจฉันขนาดนี้ ถ้าฉันทํา
ตัวเป็นโจรราคาถูกจะยังถือว่ามีใจเป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า
จวงต้งรีบพูดขึ้น “แน่นอนผมรู้ว่าพี่ไม่ใช่คนแบบนั้น แต่บอสเขาอาจจะไม่รู้นี่ ผม
แค่คิดว่าบอสคนนี้ใจกล้าเกินไป ยอมยกร้านใหญ่ขนาดนี้ให้พี่ดูแลโดยตรง ความเชื่อ
ใจระดับนี้ไม่ใช่ระดับที่คนธรรมดาจะมีได้!”
เถียนโม่พยักหน้า “ใช่แล้ว บอสเราจะเป็นคนธรรมดาได้ยังไง”
จวงต้งนั่งลงบนโซฟาแล้วถามขึ้น “พี่หมา เราจะเริ่มทํางานกันเมื่อไหร่”
เถียนโม่ตอบ “อย่าเพิ่งรีบร้อนไป เราต้องทําตามขั้นตอน
“ฉันคุยกับสไตลิสต์ไว้แล้วว่าเดี๋ยวจะพานายไปแปลงโฉมใหม่ จะได้ไม่กระทบกับ
ภาพลักษณ์ของบริษัท ไม่ต้องห่วงรายจ่ายทั้งหมดบริษัทออกให้ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าราคา
เท่าไหร่
“พอกลับจากนั้นฉันจะมาสอนแนวทางของฝ่ายขายให้นาย
“หลังจากนายจําแนวทางได้ฉันจะแนะนํารายละเอียดสเป็กสินค้าของเรา นายต้อง
จําให้ได้ทั้งหมด
“ระหว่างนั้นก็ช่วยฉันดูร้านและหัดสื่อสารกับลูกค้า ถึงระดับการสื่อสารกับลูกค้า
ของฉันจะยังไม่ถึงเกณฑ์ของบอสเผย แต่อย่างน้อยฉันก็บรรลุระดับเริ่มต้นแล้ว”
จวงต้งกังวลเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าต้องจําสิ่งต่างๆ “คือ…พี่หมาก็รู้จักผมอยู่ ผม
ความจําไม่ดี แค่บทกวีโบราณสมัยเรียนม.ต้นก็จําไม่ได้ ให้จําเยอะแยะขนาดนี้มันยาก
เกินไป!”
เถียนโม่พยักหน้าเล็กน้อย “อืม… ก็จริง
“ฉันเองก็ต้องท่องอยู่สองวันกว่าจะจําทุกคําได้ คงจะยากถ้าให้นายต้องท่องจํา
อะไรเยอะๆ
“งั้นเอางี้ เดี๋ยวฉันไปรายงานและขอแนวทางจากบอสเผยดูว่าเราจะลดเกณฑ์ลง
ให้จําแต่เนื้อหาภาพรวมได้รึเปล่า”
จวงต้งดีใจมาก “เยี่ยมเลยพี่!”
…
หลังส่งจวงต้งไปหาสไตลิสต์เพื่อ ‘แปลงโฉม’ เถียนโม่หยิบมือถือออกมา ตั้งใจ
ว่าจะส่งข้อความไปเล่าสถานการณ์คร่าวๆ ของจวงต้งให้บอสเผยทราบ
ถึงจวงต้งจะตรงกับข้อกําหนดของบอสเผยทุกประการ แต่เถียนโม่ก็รู้สึกผิด
เล็กน้อยเมื่อต้องส่งเรซูเม่ของจวงต้วงไปให้บอสเผย
อีกอย่างด้วยมันสมองของจวงต้งแล้วหมอนั่นน่าจะจําแนวทางไม่ได้ด้วยซ้ํา เขา
ต้องขอให้บอสเผยเมตตาลดเกณฑ์ลง เรื่องนี้ทําให้เถียนโม่กังวลใจมาก
แต่ถึงจะรู้สึกไม่สบายใจก็ต้องรายงานไปตามตรงอยู่ดี
เขาลบและแก้ไขข้อความอยู่หลายครั้ง ก่อนที่ในที่สุดจะตัดสินใจกดปุ่มส่ง
“บอสเผยครับ ผมได้พนักงานคนแรกแล้วครับ ชื่อจวงต้ง เป็นเพื่อนสนิทของผม
สมัยเรียนม.ต้น นี่รูปกับประสบการณ์การทํางานของเขาครับ…
“ไม่ต้องห่วงนะครับบอสเผย ถึงจวงต้งจะหัวไม่ค่อยไวแต่ก็เป็นคนดีและเชื่อถือ
ได้! ปัญหาเดียวคือเขาจําอะไรไม่ค่อยเก่ง บอสช่วยลดเกณฑ์ของฝ่ายขายลงได้ไหม
ครับ ให้เขาจําแค่แนวทางภาพรวมแทนได้ไหมครับ”
หลังจากส่งข้อความไปเถียนโม่ก็กังวลใจขึ้นมาเล็กน้อย เพราะกลัวว่าบอสเผยจะ
ปฏิเสธกลับมาทันที
แต่ไม่ถึงสองนาทีบอสเผยก็ตอบกลับมา
“ไม่เป็นไรเลย!
“ก็เหมือนคําพูดที่ว่า คุณค่าของคนไม่ได้วัดกันที่การศึกษา เกณฑ์ของฝ่ายขาย
ปรับไปมาได้ตลอด ถึงจะจําทุกอย่างไม่ได้ก็ไม่ได้แสดงถึงความสามารถที่แท้จริง!
“ในเมื่อคนที่คุณหามาตรงกับข้อกําหนดและเป็นเพื่อนสนิทของคุณ ก็ไม่น่ามี
ปัญหาอะไร ดูแลพนักงานให้ดี ผมเชื่อมั่นในการทํางานของคุณ!”
เถียนโม่ประทับใจมากหลังได้อ่านข้อความอันอบอุ่นของบอสเผย
“ฉันไปทําอะไรถึงคู่ควรกับความเชื่อมั่นจากบอสเผยขนาดนี้!
“เราต้องทํางานให้เต็มที่เพื่อตอบแทนที่บอสเผยเมตตาเรา!”
…
เถียนโม่ไม่รู้เลยว่าบอสเผยแอบดีใจอยู่
“เจ้าเถียนโม่ทําได้ไม่เลวเลย ทําหน้าที่ได้เหนือไปอีกขั้นและปฏิบัติภารกิจสําเร็จ
ลุล่วงอย่างสมบูรณ์แบบ!
“พอบอกให้ไปหาคนที่ไม่เก่งเท่าตัวเอง เขาก็หาเพื่อนที่จบม.ต้นให้อย่างรวดเร็ว
แถมคนคนนั้นยังจําแนวทางที่ให้ไปไม่ได้จนมาขอให้ฉันลดเกณฑ์ลง
“คนมีความสามารถพวกนี้มาจากไหนกัน สุดยอดมาก!”
เถียนโม่ส่งรูปจวงต้งมาให้ หมอนี่ร่างสูงกํายํา ใบหน้าเหลี่ยมดูทึ่มๆ ไม่รู้ทําไม
มองแล้วให้ความรู้สึกเหมือนไอ้หม่า
แต่ประเด็นคือไอ้หม่ายังเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยดัง ถึงจะทึ่มขนาดไหนก็มี
ขีดจํากัด
หมอนี่แค่ด้านการศึกษาก็เหนือกว่าไอ้หม่าแล้ว!
ถ้าพนักงานคนแรกที่เถียนโม่จ้างมาเป็นแบบนี้ คนที่เหลือจะขนาดไหน
พวกเขาต้อง ‘สุดยอด’ ยิ่งกว่าเดิมแน่นอน!
การพัฒนาของฝ่ายขายเกินความคาดหมายของเผยเชียนไปโดยสิ้นเชิง เขาคิด
ภาพไม่ออกเลยว่าเถียนโม่กับพรรคพวกจะพัฒนาฝ่ายขายของเถิงต๋าไปยังไงในอนาคต
เขารู้สึกคาดหวังอย่างบอกไม่ถูก!