ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1023 งานโชว์เคสไม่มีบอสฉางเหรอ
บทที่ 1023 งานโชว์เคสไม่มีบอสฉางเหรอ
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม
ห้าโมงเย็น
งานโชว์เคสจัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงโรงแรมโอเอซิสโฟร์ซีซั่น โรงแรมห้าดาวที่ใหญ่
ที่สุดในเมืองจิงโจว เหมือนงานโชว์เคส OTTO E1
จัดที่เดิม สินค้าคล้ายเดิม แต่ช่วงเวลาเปลี่ยนไป
รอบที่แล้วงานโชว์เคส E1 จัดตอนบ่ายสามวันอาทิตย์ แต่งานโชว์เคส G1 จัดห้า
โมงเย็นวันพฤหัสบดี นอกจากนั้นยังเป็นวันทํางานวันแรกหลังช่วงหยุดยาวเดือน
พฤษภาคม
ชัดเจนว่าเผยเชียนจงใจเลือกเวลานี้
รอบก่อนฉางโหย่วเป็นคนเลือกเวลาจัดงานโชว์เคส เผยเชียนเองก็ไม่ได้ถาม
ตอนนี้พอมาคิดดูแล้วก็พบปัญหาใหญ่ วันอาทิตย์เป็นวันหยุด มีคนออนไลน์มากมาย
บนโลกอินเทอร์เน็ต ทันทีที่มีการเผยแพร่งานโชว์เคสก็กลายเป็นกระแสไวรัลบนเว็บ
อ้ายลี่เต่าและได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
ดังนั้นเผยเชียนจึงจงใจกําหนดเวลางานโชว์เคส G1 ในช่วงเวลาแปลกๆ แบบนี้
เรื่องแรก วันนี้เป็นวันทํางานวันแรกหลังจบช่วงหยุดยาวเดือนพฤษภาคม เป็นวัน
แรกที่ทําคนกลับไปทํางาน ทุกคนน่าจะอารมณ์หดหู่ งานที่กองทับถมเพิ่มขึ้นช่วง
วันหยุดยาวทําให้หลายคนไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะไปสนใจงานโชว์เคส เรื่องที่สอง รอบนี้
กําหนดเวลาเป็นห้าโมงเย็น ถ้าจัดเร็วกว่านี้เหล่ามนุษย์ออฟฟิศอาจจะแวะมาดูงานโชว์
เคสหลังตื่นจากการงีบช่วงบ่าย ถ้าจัดช้าไปกว่านี้สักประมาณหนึ่งทุ่ม ทุกคนก็กลับบ้าน
กันหมดแล้ว มีเวลาดูงานโชว์เคสไปพร้อมกับกินข้าว
ดังนั้นเขาจึงเลือกเวลาห้าโมงเย็น ทุกคนกําลังอยู่ในอารมณ์อยากกลับบ้านและ
ครุ่นคิดว่าข้าวเย็นจะกินอะไร ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบของงานโชว์เคสลงได้แน่นอน!
ผู้ชมในงานโชว์เคสรอบนี้หลักๆ ยังเป็นสื่อด้านเทคโนโลยีและลูกค้าผู้ภักดีต่อแบ
รนด์ในจิงโจว ทุกคนได้ตั๋วเข้างานฟรี สื่อด้านเทคโนโลยีจากเมืองอื่นๆ จะได้รับเงิน
อุดหนุนค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่าเดินทาง
ถ้ามีจุดไหนเกี่ยวกับการใช้เงิน เขาก็จะทุ่มไม่อั้น
เผยเชียนมาถึงสถานที่จัดงานเร็วกว่ารอบที่แล้วและไปหาที่นั่ง
ในสถานที่จัดงานเปิดเพลงบรรเลงชวนผ่อนคลาย ผู้ชมทยอยเข้ามาในงานและไป
นั่งประจําที่ เหล่าทีมงานจากสื่อเทคโนโลยีถ่ายรูปผ่านกล้องที่พกมา ดูเหมือนว่าความ
นิยมของงานนี้จะสูงกว่างานโชว์เคส E1 รอบที่แล้ว
เผยเชียนยึดหลักเปลี่ยนที่นั่งในแต่ละงาน รอบที่แล้วเขานั่งอยู่มุมด้านหนึ่ง รอบนี้
เขานั่งอยู่ตรงกลางประมาณแถวที่ห้า รอบข้างรายล้อมไปด้วยผู้สื่อข่าวจากสื่อ
เทคโนโลยีต่างๆ และอัปโหลดมาสเตอร์
ไม่เหมือนงานเปิดตัว E1 รอบที่แล้ว รอบนี้จอขนาดใหญ่ไม่ได้สว่างขึ้นตอนเริ่ม
งานอย่างเป็นทางการ แต่ขึ้นภาพไว้ล่วงหน้าเลย นอกจากเวลานับถอยหลังการเปิดงาน
ก็มีข้อความสั้นๆ
[OTTO Technology งานสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ ‘มุ่งสู่อนาคต’]
คําว่า ‘OTTO Technology’ มีโลโก้ของเถิงต๋ากับ OTTO อยู่ข้างๆ ส่วนคําว่า
‘มุ่งสู่อนาคต’ ใช้ฟ้อนต์ต่างจากคําอื่นๆ ดูเด่นสะดุดตามาก
ภาพรวมดูเรียบง่าย โก้เก๋ และมีกลิ่นอายของความเป็นเทคโนโลยี
เผยเชียนไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก จะเรียกว่างานโชว์เคสหรืองานอะไรก็ไม่สําคัญ แบ
รนด์มือถือหลายๆ แบรนด์ชอบเล่นแง่ในงานโชว์เคสด้วยการตั้งชื่อแปลกๆ เพื่อ
ยกระดับตัวเอง ตัวอย่างเช่น ‘ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวหลายมิติ’ ซึ่งไม่มี
อะไรมากไปกว่าการเพิ่มกราไฟต์เข้าไปช่วยระบายความร้อน ถึงชื่อจะฟังดูดีแต่หลายๆ
อย่างก็ไม่ได้แตกต่างจากสิ่งเดิมๆ ที่มีอยู่
ยังไงก็แล้วแต่ G1 จะเปิดตัวในงานนี้ ไม่ว่าจะใช้ชื่ออะไรก็ไม่กระทบกับเนื้อหา
งาน
สองคนที่นั่งอยู่หน้าเผยเชียนน่าจะเป็นคนจากสื่อเทคโนโลยี คนหนึ่งซึ่งดูอายุ
มากกว่าเล็กน้อยกําลังกํากับคนที่อายุน้อยกว่าถ่ายภาพต่างๆ น่าจะเป็น ‘รุ่นอาวุโส
ประกบรุ่นใหม่’ ที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยพาเด็กใหม่ของบริษัทมาร่วมงานเพื่อเยี่ยมชม
และฝึกฝนทักษะ
งานโชว์เคสยังไม่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ทั้งสองปรับอุปกรณ์และถ่ายภาพ
บรรยากาศงานเล็กน้อย จากนั้นก็เริ่มคุยกัน
“ไม่รู้ว่าวันนี้บอสฉางจะนําเสนองานในรูปแบบไหน ตื่นเต้นจังเลยครับ”
“ก็จริง งานเปิดตัวปีที่แล้วทําพี่อึ้งไปเหมือนกัน เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นงานเปิดตัว
มือถือทําแบบนี้ สุดยอดมากๆ”
“แต่เวลางานรอบนี้ค่อนข้างแปลกนะครับ แบรนด์อื่นจัดงานช่วงวันหยุดไม่ก็ช่วง
ค่ํา ทําไม OTTO เลือกวันทํางานตอนห้าโมงเย็น แบบนี้จะกินเวลาข้าวเย็นมั้ยครับเ
นี่ย”
“ไม่หรอก บอสฉางจัดงานได้มีประสิทธิภาพมาก รอบก่อนพูดไปแค่ชั่วโมงเดียว
ส่วนใหญ่พูดถึงข้อบกพร่องของมือถือ พี่ว่ารอบนี้ก็น่าจะเหมือนรอบที่แล้ว เนื้อหา
น่าจะบีบอัดมาเต็มที่ งานคงจบก่อนทุ่มนึง อาจจะประมาณหกโมงกว่าๆ ด้วยซ้ํา”
“เดี๋ยวนะครับ ผมเพิ่งนึกอะไรได้ ผมเห็นข่าวว่าบอสฉางไม่ได้ดูแลกิจการมือถือ
ของ OTTO แล้ว งั้นงานโชว์เคสนี้…จะมีคนมาแทนรึเปล่าครับ”
“ไม่น่าได้รึเปล่า งานโชว์เคสครั้งนี้ขาดบอสฉางไม่ได้! ถ้าเป็นคนอื่นก็ไม่น่าสนใจ
เหมือนเดิมสิ!”
“จริงด้วยครับ งานโชว์เคสประจําปีของบอสฉางคือความสุขของผม อย่าหาคนมา
แทนเลย!”
เผยเชียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในใจเมื่อได้ยินบทสนทนาของสองคนข้างหน้า
ยังคิดถึงบอสฉางอยู่อีกเหรอ
บอสฉางของพวกนายไปไม่กลับแล้ว!
เผยเชียนอดภูมิใจในการตัดสินใจอันชาญฉลาดของตัวเองไม่ได้ ดีจริงๆ ที่
จัดการฉางโหย่วไปได้ด้วยระบบกําจัดที่หนึ่ง ไม่อย่างนั้นทุกครั้งที่จัดงานเปิดตัวมือถือ
ฉางโหย่วก็จะเรียกความสนใจจากทุกคนได้ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นพูด แบบนั้นก็กลายเป็น
ปัญหาใหญ่กันพอดีสิ
ชัดเจนว่าแม้เวลางานจะดูแปลกๆ แต่ฉางโหย่วก็เรียกแขกให้มางานได้เยอะมาก
หลายคนที่มาร่วมงานไม่ได้สนใจแค่ตัวสินค้า แต่มารอฟังเดี่ยวไมโครโฟนของ
ฉางโหย่วด้วย
คนส่วนใหญ่คิดเหมือนกับสองคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า ถึงจะได้ข่าวว่าฉางโหย่วไม่ได้
คุมกิจการมือถือแล้ว แต่พวกเขาก็ยังตั้งตารอฉางโหย่วในงานโชว์เคส
พวกเขาคิดว่าฉางโหย่วยังอยู่ใน OTTO ไม่ได้ไปไหน น่าจะแค่เลื่อนขั้น ตอน
แรกเขาคุมแค่กิจการมือถือ แต่ตอนนี้ส่งกิจการมือถือให้ลูกน้องดูแลต่อ ส่วนตัวเองก็
เลื่อนไปคุมงานระดับสูงขึ้น
ถ้าเป็นแบบนั้นฉางโหย่วก็ต้องมาร่วมงานสําคัญๆ แบบนี้ด้วยตัวเองสิ
หลายคนพอเห็น OTTO ก็คิดถึงฉางโหย่ว ถ้าไม่มีฉางโหย่วผลกระทบของงาน
โชว์เคสต้องลดลงแน่นอน
คิดภาพออกเลยว่าพอเจียงหยวนขึ้นเวทีวันนี้ ผู้ชมจะผิดหวังกันขนาดไหน พวก
เขาคงบ่นอุบว่าโดนหลอก งานวันนี้ต้องสะดุดอย่างแน่นอน
ไม่นานก็ถึงเวลา
รอบนี้ไม่มีคลิปอุ่นเครื่องเหมือนรอบที่แล้ว เสียงผู้หญิงเตือนทุกคนว่างานวันนี้มี
ความยาวเพียงหนึ่งชั่วโมง โปรดปิดเสียงโทรศัพท์และห้ามลุกออกจากที่นั่ง จบงาน
แล้วให้ไปรับของที่ระลึก และอื่นๆ กลายเป็นเสียง AEEIS แทน
ขณะเดียวกันก็มีการประกาศว่างานวันนี้จะถ่ายทอดสดบนหลายแพลตฟอร์ม
และมีห้องไฟล์สตรีมพิเศษบนทู่เหว่ยไลฟ์สตรีมด้วย
ถึงคลิปอุ่นเครื่องจะหายไป แต่เสียงของ AEEIS ก็สร้างความฮือฮาได้เล็กน้อย
เมื่อถึงเวลาห้าโมงเย็น ไฟก็มืดลง ผู้ชมส่งเสียงปรบมือและโห่ต้อนรับทันที
“บอสฉาง! บอสฉาง! บอสฉาง!”
“อ้าว…”
หลายคนโห่เชียร์ บรรยากาศไม่เหมือนงานโชว์เคสแต่เหมือนงานเดี่ยวไมโครโฟน
ชัดเจนว่าผู้ชมส่วนใหญ่ตัดสินไปแล้วในใจว่าพระเอกของงานโชว์เคส OTTO
ยังไงก็ต้องเป็นบอสฉาง
แต่ผู้ชมก็อึ้งไปตามๆ กันเมื่อผู้พูดหลักเดินขึ้นเวที
“หือ? ใครน่ะ”
“บอสฉางล่ะ”
“เปลี่ยนคนจริงๆ เหรอ เราต้องการบอสฉาง!”
ผู้ชมที่มาร่วมงานต่างเป็นคนมีมารยาท พวกเขาไม่ได้ตะโกนโห่ไล่ตรงๆ แต่ก็เห็น
ได้ชัดเจนจากสีหน้าท่าทางว่าทุกคนค่อนข้างผิดหวัง
ว่ากันตามตรงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ถูกหลอก เพราะการประชาสัมพันธ์ก่อนงานโชว์
เคสก็ไม่ได้ระบุว่าฉางโหย่วเป็นผู้พูดหลัก ทุกคนแค่วาดภาพฝันกันไปเอง
แต่ถ้าบอสฉางไม่ขึ้นพูด งานจะมีอะไรน่าสนใจอีก
พวกเขาอดฟังเดี่ยวไมโครโฟนแล้ว ความตื่นเต้นในงานลงฮวบทันที!
เจียงหยวนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย แต่ก็คาดเอาไว้แล้วว่าจะเกิดเรื่องแบบ
นี้ เขาจึงกล่าวเปิดงานตามบท
“ขออภัยทุกท่านที่ทําให้ผิดหวัง วันนี้บอสฉางไม่มาครับ
“สวัสดีครับทุกท่าน ผมคือผู้ดูแล OTTO Technology คนใหม่ ชื่อเจียงหยวน
ครับ
“ก่อนอื่นเลยผมขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาจากตารางงานอันแสนยุ่งเพื่อมา
ร่วมงานสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ ‘มุ่งสู่อนาคต’ ของ OTTO Technology ผมขอ
ต้อนรับทุกท่านในนามของบอสเผย บอสฉาง และพนักงานทุกคนใน OTTO
Technology ขณะเดียวกันก็ผ่านมาหนึ่งปีแล้วตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง OTTO Technology
ผมอยากใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณทุกท่านในนามของบอสเผย บอสฉาง และ
OTTO Technology ครับ!”
เสียงปรบมือดังกระหึ่ม
ยังไงซะคนส่วนใหญ่ที่มาร่วมงานก็เป็นแฟนผู้ภักดีของ OTTO ผู้ดูแลคนใหม่
แสดงความขอบคุณแฟนๆ บนเวทีแบบนี้ ทุกคนก็ย่อมต้องตอบสนองและให้การ
สนับสนุน
แต่บทสนทนาระหว่างสองคนที่นั่งอยู่หน้าเผยเชียนเผยให้เห็นความคิดที่แท้จริงใน
ใจของผู้ชมหลายคน
“ผู้ดูแลคนใหม่ก็ดูไม่แย่ แต่ไม่มีออร่าแบบเดียวกับบอสฉางเลยนะครับ!”
“จริง บทพูดของเขาดูดาดๆ แถมยังดูเป็นคนเก็บตัวและออกจะเกร็งๆ กระตุ้น
บรรยากาศในงานไม่ได้เลย”
“เทียบกับบอสฉางแล้วทักษะการพูดแตกต่างกันมากเลยครับ”
“รอดูกันต่อเถอะ เรื่องเดี่ยวไมโครโฟนไม่ต้องคาดหวังแล้ว มาหวังกันว่าเนื้อหา
งานจะน่าสนใจมั้ย”
แม้ประโยคเปิดงานจะลื่นไหลและไม่มีปัญหา แต่ทันทีที่เจียงหยวนเปิดปากพูด
ผู้ชมก็ตระหนักถึงทักษะการพูดที่แตกต่างกันระหว่างเจียงหยวนและฉางโหย่ว
ถึงฉางโหย่วจะมาสายหลักการเทคนิคแต่เขาก็เป็นคนที่เข้าถึงง่าย พอยืนบนเวทีก็
ดูเหมือนนักพูดเดี่ยวไมโครโฟน เขาคุมทุกอย่างอยู่หมัดไม่ว่าจะอยู่บนเวทีหรือนอก
เวที และจัดการบรรยากาศในงานในอย่างง่ายดาย
แถมอารมณ์ขันติดตัวยังแพร่เชื้อสู่ผู้คนได้ง่ายด้วย
แต่เจียงหยวนไม่มีออร่าแบบนั้นเลย นอกจากนั้นก็ยังทําให้ผู้คนรู้สึกว่าเขาเป็นคน
ขี้อาย เวลาพูดดูไม่ค่อยมั่นใจ แค่คุมบรรยากาศในงานให้คนสนใจยังดูเป็นเรื่องยาก
คนที่รอดูบอสฉางต่างรู้สึกผิดหวัง
แต่ก็ตามข้ออ้างยอดฮิต ‘ไหนๆ ก็ไหนๆ’ ไหนๆ ก็มาแล้วถึงผู้พูดหลักจะไม่ใช่
คนที่คาดหวัง ก็ได้แต่หวังว่าเนื้อหางานจะน่าสนใจ