ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1024 แฟนตัวจริงแห่ซื้อกันยกใหญ่!
บทที่ 1024 แฟนตัวจริงแห่ซื้อกันยกใหญ่!
งานโชว์เคสดําเนินต่อไป
เห็นได้เลยว่าเจียงหยวนยังประหม่าอยู่เล็กน้อย แต่ก็พยายามปรับอารมณ์ตัวเอง
เขาพยายามพูดช้าๆ ด้วยน้ําเสียงที่นุ่มนวลมากที่สุดเพื่อให้ผู้ชมไม่รู้สึกว่าเขาเร่งรีบหรือ
กังวลใจ
แต่วิธีนี้ทําให้บรรยากาศในงานซึมเซาลงและทําให้ผู้คนรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อย
“หัวข้องานในวันนี้คือการแลกเปลี่ยนความรู้ ‘มุ่งสู่อนาคต’ เราจะมาแชร์เกี่ยวกับ
เทคโนโลยีใหม่ที่จะใช้ในการผลิตมือถือกระแสหลักในอนาคต ซึ่งมีทั้งเทคโนโลยี
ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีหน้าจอฟูลสกรีน เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้จอ
เทคโนโลยีจดจําใบหน้าด้วยแสงโครงสร้างสามมิติ เทคโนโลยีเสียงบนหน้าจอ
3DTouch เทคโนโลยีชาร์จเร็ว…”
เจียงหยวนแนะนําเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดในอุตสาหกรรมมือถือ
เผยเชียนอดรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ ไม่ได้
เพราะเทคโนโลยีบางตัวที่เจียงหยวนแนะนําไม่ได้เอามาใช้ใน OTTO G1
ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีจดจําใบหน้าด้วยแสงโครงสร้างสามมิติ เทคโนโลยีนี้ต้อง
เว้นรอยบากบนจอเพราะต้องใส่กล้องหน้าเข้ามาหลายตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับแนวทาง
ของ G1 เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ควบคู่ด้วยกัน
แต่เจียงหยวนก็ยังพูดถึงเรื่องกล้องป๊อปอัปและเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือหน้าจอ
เขาวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของเทคโนโลยีต่างๆ อย่างละเอียด
ตอนแรกผู้ชมรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนและคิดว่าไม่น่าสนใจ แต่หลายคนก็เริ่มตั้งใจ
ฟังมากขึ้น
เพราะมีการตั้งสมมติฐานบางอย่างระหว่างการนําเสนอแต่ละเทคโนโลยี เช่น ถ้า
นําเทคโนโลยีใหม่ตัวนี้มาใช้ในแวดวงมือถือจะเกิดอะไรขึ้น พฤติกรรมการใช้งานมือ
ถือจะเปลี่ยนไปยังไง รูปร่างของมือถือจะเปลี่ยนไปไหม
เนื้อหาเหล่านี้น่าดึงดูดใจมากสําหรับกลุ่มคนที่สนใจด้านดิจิทัลและการพัฒนามือ
ถือ เพราะพวกเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญและไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้
การได้ฟังเรื่องราวความก้าวหน้าใหม่ๆ ในสาขาดิจิทัลเป็นเรื่องที่ไม่เลวเลย แม้จะ
เป็นการเล่าเนื้อหาความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ล้วนๆ ก็ตาม
แต่เนื้อหาส่วนนี้ก็ยังสร้างความทรมานประมาณหนึ่งให้กับผู้ชมทั่วไป เพราะผู้ชม
ทั่วไปหลายคนสนใจเรื่องการใช้งานจริงของมือถือมากกว่า ถึงเทคโนโลยีเหล่านี้จะ
ยอดเยี่ยม แต่ถ้าเอามาใช้จริงไม่ได้จะไปมีประโยชน์อะไร
แถมพวกเขายังประกาศว่างานวันนี้คือ ‘งานสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้’ ตั้งแต่ต้น
เจียงหยวนเองก็อธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ ทันทีที่ขึ้นเวที เทคโนโลยีใหม่ๆ
เหล่านี้ดูจะไม่สามารถผลิตเป็นจํานวนมากในเร็วๆ นี้ ผู้ชมจึงรู้สึกทนไม่ไหว
ทั้งงานอื้ออึงไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แม้แต่สองคนจากสื่อเทคโนโลยีที่นั่งอยู่
หน้าเผยเชียนก็กระซิบคุยกัน
“เนื้อหาก็ไม่แย่ แต่น่าจะมีแค่คนที่สนใจด้านดิจิทัลอย่างเราถึงจะทนฟังได้”
“ใช่ครับ ผมว่าคนอื่นๆ น่าจะทนนั่งฟังไม่ไหวแล้ว”
“ทุกคนมางานเพราะอยากดูเดี่ยวไมโครโฟนของบอสฉาง ตอนนี้ไม่มีแล้วแถมยัง
ไม่เปิดตัวสินค้าใหม่อีก แล้วเทคโนโลยีพวกนี้จะเอาไปใช้ได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
“จริงครับ มาพูดเรื่องเทคโนโลยีใหม่ตอนนี้ดูไม่มีประโยชน์เลย…”
ชัดเจนว่าคนส่วนใหญ่น่าจะรู้สึกสับสนสุดๆ เหมือนสองคนนี้
ทําไม OTTO ถึงจัดงานนี้ขึ้นมา
พวกเรามานั่งดูอะไรกัน
ที่สําคัญที่สุดคือเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้โดยพื้นฐานแล้วมาจากซัปพลายเออร์
OTTO ไม่ได้พัฒนาขึ้น ทําไมถึงเอามาแนะนําให้คนอื่นฟัง
ถ้าทุกคนไม่รู้ล่วงหน้าว่างานวันนี้ยาวแค่หนึ่งชั่วโมง หลายคนคงอยากลุกออกไป
ทันที
พวกเขาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ!
เผยเชียนดีใจมากเมื่อเห็นบรรยากาศในงาน
โอเคเลย!
เปลี่ยนคนนี่ช่วยได้จริงๆ!
ถ้าฉางโหย่วเป็นคนจัดงาน เขาน่าจะใช้ทักษะการพูดสอดแทรกมุกตลกเข้าไป
ระหว่างนําเสนอเทคโนโลยีเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ด้วยวิธีนี้ถึงเนื้อหาจะน่าเบื่อแต่ก็ช่วย
ดึงความสนใจของผู้ชมได้เป็นเวลานาน
แต่เจียงหยวนไม่ได้มีทักษะระดับนั้น เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เตรียมมุกมาเลย เขา
แค่แนะนําเทคโนโลยีต่างๆ ตามปกติ ทําให้คนรู้สึกง่วงนอนเอาได้ง่ายๆ
แต่เผยเชียนก็เกิดคําถามขึ้นมา
แล้วมือถือล่ะไปไหน
ไม่เปิดตัว OTTO G1 แล้วเหรอ ทําไมจนถึงตอนนี้ยังไม่พูดถึงเลยล่ะ
ถ้าเผยเชียนไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของงานนี้ เขาคงจะคิดว่าเป็นงานแลกเปลี่ยน
ความรู้เรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ เหมือนคนอื่นๆ
ไม่นานเทคโนโลยีหลักๆ ก็ยกขึ้นมาพูดจนหมด
ความอดทนของผู้ชมถึงขีดจํากัดแล้ว โชคดีที่ใช้เวลาไม่นานมาก คนส่วนใหญ่จึง
ยังทนฟังและพอเข้าใจเทคโนโลยีใหม่นี้คร่าวๆ
ได้จังหวะเหมาะพอดี
เจียงหยวนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศไม่พอใจในงานและรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย
แม้ว่าบรรยากาศนี้จะสร้างขึ้นโดยเจตนา แต่บรรยากาศอันอึมครึมนี้ก็รุนแรงเกินความ
คาดหมายของเขาไปหน่อย
แต่จังหวะนั้นเองเขาก็เห็นคนหน้าคุ้นในแถวที่ห้า
นั่นบอสเผยนี่!
บอสเผยยิ้ม ใบหน้าของบอสดูเต็มไปด้วยความไว้วางใจและให้กําลังใจ
เจียงหยวนรู้สึกมั่นใจมากขึ้นทันที
จริงด้วย บอสเผยเป็นคนวางแผนนี้ เพราะงั้นจะมีอะไรให้ต้องกังวลอีก ตราบใด
ที่ทําไปตามขั้นตอนก็ต้องบรรลุผลตามที่ต้องการแน่นอน!
คิดได้แบบนั้นเจียงหยวนก็กดรีโมตแล้วพูดต่อ
“หลังจากทําความเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ ในแวดวงโทรศัพท์มือถือกันไปแล้ว เรา
ก็น่าจะคาดเดารูปแบบและทิศทางการพัฒนามือถือในอนาคตกันได้นะครับ
“ในฐานะอุปกรณ์เคลื่อนที่ มือถือจะมีบทบาทสําคัญต่อชีวิตเรามากขึ้นเรื่อยๆ
อนาคตของมือถือต้องได้รับการบูรณาการและขัดเกลาระดับสูง โดยจะรวมฟังก์ชัน
ทั้งหมดที่เราคิดได้เอาไว้ และเป็นหน้าต่างแสดงข้อมูลให้เรามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“เรามักจะเห็นฉากคล้ายกันนี้ในภาพยนตร์ มือถือไซไฟสุดล้ําที่เป็นแผ่นกระจก
ใสแสดงข้อมูลต่างๆ โดยตรง หรือฉายภาพสามมิติบนกระจกทําให้เราสามารถโต้ตอบ
กับภาพสามมิติได้…
“แม้เทคโนโลยีพวกนี้จะยังห่างไกลเกินไป แต่เราก็สามารถสํารวจต่อไปในทิศทาง
นี้โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ เราพยายามขยายขนาดหน้าจอในพื้นที่จํากัดบนส่วนหน้า
ของเครื่องเพื่อแสดงข้อมูลให้มากขึ้นในเวลาเดียวกันได้ ชัดเจนว่านี่คือทิศทางของ
ความพยายามในอนาคต”
เจียงหยวนเล่าคร่าวๆ ถึงเทคโนโลยีหน้าจอฟูลสกรีนในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงหน้าจอ
รูปทรงพิเศษที่จะใช้ในมือถือรุ่นเรือธงของ Pineapple และแบรนด์มือถือของบริษัท
อื่นๆ ก็กําลังค้นคว้าและพัฒนาหน้าจอฟูลสกรีนของตัวเอง
บนจอขนาดใหญ่ฉายภาพหน้าจอมือถือรูปทรงต่างๆ โดยพื้นฐานแล้วมีหน้าจอ
รูปทรงพิเศษมากมาย ว่าง่ายๆ คือมีส่วนเว้าแหว่งกันตามจุดต่างๆ
ในบรรดาหน้าจอเหล่านั้นมีหน้าจอฟูลสกรีนที่ไม่มีช่องว่างตรงส่วนไหนเลย ซึ่งดู
สะดุดตามาก
เจียงหยวนกดรีโมต หน้าจอฟูลสกรีนที่ไม่มีช่องว่างเลื่อนมาอยู่ตรงกลางจอ
หน้าจอรูปทรงอื่นๆ หายวับไป
“ต่อไปผมขอแนะนํามือถือรุ่นใหม่ล่าสุดของ OTTO Technology เชิญพบกับ
OTTO G1!
“มือถือเครื่องนี้ใช้แนวทางการออกแบบหน้าจอแบบฟูลสกรีนที่ล้ําที่สุดที่เรา
แนะนํามา ซึ่งก็คือกล้องแบบป๊อปอัป ด้วยแนวทางนี้เราสามารถขยายขนาดหน้าจอ
ครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า 90% ของตัวเครื่อง นอกจากนั้นยังใส่เซนเซอร์สแกน
ลายนิ้วมือใต้จอและเทคโนโลยีฟาสต์ชาร์จเข้าไปด้วย…”
เจียงหยวนเร่งจังหวะการพูดของตัวเอง รีบแนะนําจุดเด่นของมือถือ G1
หลังจากปูทางไว้ก่อนหน้านี้ทุกคนในงานก็มีความเข้าใจในเรื่องหน้าจอฟูลสกรีน
เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ และเทคโนโลยีอื่นๆ ดังนั้นเจียงหยวนจึงแค่นําคํา
เหล่านี้มารวมกันเพื่อสร้างผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ชม
“หมายความว่ายังไง”
“มือถือรุ่นใหม่เหรอ”
“นี่มันงานแลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีใหม่ไม่ใช่เหรอ ทําไมจู่ๆ ก็เปิดตัวมือถือ”
“มือถือเครื่องนี้สุดยอดมาก ด้านหน้าเป็นจอหมดเลย โคตรสวย!”
“ปุ่มทริกเกอร์สองปุ่มดูน่าสนใจมาก”
“เป็นตัวต้นแบบจําลองแนวคิดที่ผลิตจํานวนมากไม่ได้รึเปล่า น่าจะแค่เอามาอวด
เฉยๆ แหละ”
แต่เจียงหยวนก็เข้าสู่ช่วงต่อไปอย่างรวดเร็วขณะที่ผู้ชมยังถกกันอยู่
“เราบอกจุดเด่นและจุดด้อยไปครบถ้วนแล้ว
“ต่อไปคือราคา
“OTTO G1 ราคาเริ่มที่ 9,899 หยวน รุ่นเพิ่มความจุอยู่ที่ 9,999 หยวน
“นอกจากนี้เรายังมีรุ่นปรับแต่งพิเศษ ‘รุ่น Mission & Choice’ วางขายที่ราคา
10,199 หยวน!
“มือถือเครื่องนี้ปรับแต่งเป็นพิเศษสําหรับเล่นเกมมือถือของเถิงต๋าหลายๆ เกม
ดีไซน์ปุ่มทริกเกอร์คู่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมได้เป็นอย่างมาก…
“มือถือเครื่องนี้มาพร้อมสิทธิประโยชน์ของเถิงต๋าครบทุกอย่างเหมือน E1 ถ้า
ลูกค้า E1 ต้องการซื้อ G1 ก็สามารถใช้สิทธิ์พิเศษแลกซื้อเครื่องใหม่ได้
“เนื่องจากรุ่น E1 และ G1 ต่างก็มาพร้อมสิทธิประโยชน์ของเถิงต๋าเหมือนกัน
ลูกค้าเก่าที่ต้องการซื้อเครื่องใหม่จึงไม่จําเป็นต้องเสียเงินเพิ่มในส่วนนี้ และได้รับ
ส่วนลดไปเลยสามพันหยวน ส่วนมือถือ E1 ก็สามารถส่งคืนเพื่อแลกส่วนลดเพิ่มขึ้น
อีกได้…”
การเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่กับการประกาศราคาขายต่อกันมาติดๆ ห่างแค่ไม่กี่นาที
ผู้ชมหลายคนยังไม่ทันจะประมวลผลข้อมูลเสร็จก็เจอตัวเลขอัดหน้าเข้าให้
ก่อนหน้านี้หลายคนคิดว่าสิ่งที่เห็นเป็นแค่ตัวต้นแบบจําลองแนวคิดที่ไม่สามารถ
ผลิตจํานวนมากได้ พวกเขาคิดว่าแค่เอามาอวดภูมิเฉยๆ พอเห็นราคาจึงตะลึงพรึง
เพริดไปตามๆ กัน
“ไม่ใช่ตัวต้นแบบจําลองแนวคิด แต่ผลิตขายได้แล้วเหรอ!”
“เชี่ย เวอร์ชันพิเศษฉลอง Mission & Choice โคตรเท่!”
“ราคาอะไรกันเนี่ย เวอร์ชันพิเศษราคาแพงกว่านิดหน่อย เวอร์ชันเพิ่มความจุก็
แพงกว่าแค่นิดเดียว ใครซื้อเวอร์ชันธรรมดาก็บ้าแล้ว!”
“ลูกค้าเก่าได้ส่วนลดสามพันหยวนเลยเหรอ!”
“สมเหตุสมผลมาก เพราะลูกค้าเก่าได้สิทธิพิเศษเถิงต๋าถาวรอยู่แล้ว ไม่
จําเป็นต้องเสียเงินซื้อซ้ํา”
“แต่ฉันรู้สึกว่ามันมีผลมากเลยนะ! ส่วนลดสามพันหยวนสําหรับมือถือราคาเกือบ
หมื่น ถ้าดูจากระดับการรักษามูลค่าสูงของ E1 ถึงจะแลกเครื่องเป็นส่วนลดได้แค่สาม
พันหยวน ก็ควักเงินเพิ่มแค่สามพันหยวนเพื่อเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่สุดเจ๋ง รู้สึกโคตรได้
กําไรเลย!”
“จริง รูปลักษณ์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มาก จะใช้เองหรือให้เป็นของขวัญก็รู้สึกดี
ทั้งนั้น!”
คนในงานฮือฮากันยกใหญ่!
ก่อนหน้านี้เจียงหยวนเล่าเทคโนโลยีใหม่ต่างๆ และนําเสนอเรื่องแนวทางการทํา
จอฟูลสกรีน แม้จะฟังกันแบบง่วงๆ แต่คนส่วนใหญ่ก็มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ
เทคโนโลยีเหล่านี้แล้ว
ตอนแรกไม่มีใครคิดว่าจะมีมือถือแบบนั้นออกมา น่าจะต้องรออย่างน้อยอีกครึ่งปี
หรือหนึ่งปี
แต่จู่ๆ OTTO ก็ข้ามขั้นตอนการผลิตตัวต้นแบบจําลองแนวคิดไปเปิดตัวเครื่องทํา
สําเร็จพร้อมขายโดยไม่คาดคิด!
ถึงเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีจุดบกพร่องอยู่บ้างแต่บางจุดก็ทําได้ดีมากพอ แค่นี้ก็ดี
ถมแล้ว
ความประหลาดใจช่วยกลบความกังวลใจเกี่ยวกับข้อบกพร่องของเทคโนโลยีไป
ทันที ทุกคนแทบอดใจไม่ไหวที่จะได้เป็นหนูทดลองและสัมผัสเสน่ห์ของเทคโนโลยี
ใหม่
เมื่อรวมเข้ากับสิทธิประโยชน์พ่วงมากมาย รวมถึงส่วนลดแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหน
มาก่อนสําหรับลูกค้าเก่าและการตั้งค่าพิเศษมากมายสําหรับเกมมือถือของเถิงต๋า
ความคิดของทุกคนก็ยิ่งแน่วแน่มากขึ้น
ตามหลักแล้วแบรนด์มือถืออื่นต้องโดนด่าเปิงแน่นอนถ้าปล่อยมือถือราคาเกือบ
หมื่นออกมา
แต่พอ OTTO เปิดตัวมือถือราคาแตะหมื่นดันไม่มีใครบ่นกันสักคน
ถึงส่วนใหญ่จะมองว่าแพง แต่หลายคนก็รู้สึกว่าคุ้ม ซึ่งเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ!
หลายคนไม่สนใจเนื้อหาของงานด้วยซ้ํา พวกเขาหยิบมือถือมาค้นหน้าสั่งซื้อ
OTTO G1 ทันที
แฟนตัวปลอมยังฟังการนําเสนอในงานต่อไป ส่วนแฟนตัวจริงแห่เข้าไปซื้อกัน
อย่างบ้าคลั่ง
ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะตอนเปิดตัว E1 มีการสต๊อกของไว้น้อยมาก เครื่องขาย
หมดเกลี้ยงก่อนงานโชว์เคสจบซะอีก ดังนั้นแฟนตัวจริงจึงได้บทเรียนและรู้ว่าสต๊อก
ของไม่พอแน่ถ้ารอจนจบงาน พวกเขาจึงต้องรีบชิงลงมือก่อน!
เผยเชียนอึ้งไปเมื่อเห็นผู้ชมฮือฮากันสุดๆ
เขาเงยหน้ามองเจียงหยวนและเห็นอีกฝ่ายขยิบตาขวาให้พร้อมกับสีหน้าที่สื่อว่า
‘เราร่วมมือกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ’
เผยเชียนงงหนักยิ่งกว่าเดิม
เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!