ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1081 กลุ่มนักลงทุนเล็งฟู้ดสตรีตอีกครั้ง
บทที่ 1081 กลุ่มนักลงทุนเล็งฟู้ดสตรีตอีกครั้ง
วันพุธที่ 30 พฤษภาคม
บริษัทลงทุนฟู่หุย
หลี่สือกําลังคิดเรื่องซิงเหนี่ยวฟิตเนส
เขาคุยกับฉางโหย่วจาก OTTO แล้ว ทั้งสองฝ่ายตกลงกันทันทีและคิดว่าควร
ดําเนินความร่วมมือเชิงลึกในโปรเจ็กต์นี้
สําหรับฉางโหย่ว ถึงฟิตเนสฝากประจําของกั่วลี่เฉิงจะเป็นเป้าหมายความร่วมมือ
แรก แต่ฟิตเนสฝากประจํามีพื้นที่จํากัด ไม่สามารถยัดราวตากผ้าออกกําลังกาย
อัจฉริยะใส่ไปได้จํานวนมาก
ก่อนหน้านี้เขาไม่มั่นใจว่า ราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะจะทําเงินได้หรือเปล่า
โรงงานจึงไม่สามารถลงทุนเปิดสายการผลิตเยอะเกินไปได้
ตอนนี้พอทําเงินได้และลงทุนเปิดสายการผลิตเพิ่มเต็มที่ ยอดผลิตต่อเดือนก็
เพิ่มขึ้นเกือบแตะหนึ่งหมื่นเครื่อง ถ้ายอมลงทุนเปิดสายการผลิตเพิ่มอีกก็ทํายอดได้
สองหมื่นต่อเดือนหรือสูงกว่านั้นได้ไม่ยาก
ราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะสิบเครื่องเพียงพอสําหรับฟิตเนสฝากประจําหนึ่ง
สาขา
ในฟิตเนสมีพื้นที่จํากัด ต้องแบ่งพื้นที่ขนาดใหญ่ให้กับโซนเวทเทรนนิ่ง อุปกรณ์
ระดับมืออาชีพอื่นๆ อย่างลู่วิ่ง เครื่องเดินวงรี และอุปกรณ์แอโรบิก รวมถึงห้องโยคะ
ห้องจัดคลาสออกกําลังกาย และอื่นๆ ซึ่งไม่สามารถตัดออกได้
ราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะสิบเครื่องในฟิตเนสฝากประจําไม่ครอบคลุม
กําลังผลิตทั้งหมด
จะบอกให้ฟิตเนสฝากประจําเปิดสาขาใหม่ร้อยสาขาทุกเดือนก็คงไม่ได้
ดังนั้นธุรกิจนี้จึงต้องร่วมมือกับฟิตเนสอื่น
ฉางโหย่วกับกั่วลี่เฉิงไม่ได้กลัวว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบกับกิจการของฟิตเนสฝาก
ประจํา เพราะมันไม่ใช่ความสามารถในการแข่งขันหลักของฟิตเนสฝากประจํา
ถ้านําราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะไปตั้งไว้ในฟิตเนสอื่นๆ นอกจากจะเพิ่ม
ฐานผู้เล่นและรายได้ให้กับ Fitness Battle ได้แล้ว ยังเป็นเครื่องโฆษณาให้กับเถิง
ต๋าและ OTTO ด้วย เมื่อเริ่มแล้วก็จะได้ผลตอบแทนสูงในระยะยาว
ดังนั้นฉางโหย่วจึงตั้งใจว่าจะใช้ซิงเหนี่ยวฟิตเนสเป็นตัวทดสอบตลาด เพื่อดูว่า
ราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะจะเป็นที่นิยมในฟิตเนสทั่วไปหรือเปล่า จากนั้นค่อย
เริ่มธุรกิจจัดซื้อขนาดใหญ่ให้เครือฟิตเนสใหญ่ๆ
เมื่อพิสูจน์ได้ว่าเส้นทางนี้มีความเป็นไปได้ เครือฟิตเนสใหญ่ๆ มีสาขาในประเทศ
อย่างน้อยหลายร้อยสาขา ยอดจัดซื้อราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะก็จะพุ่งสูงจนน่า
ตกใจ
ถ้านําราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะไปตั้งไว้ในเครือฟิตเนสเหล่านี้ ก็จะดึงดู
สมาชิกฟิตเนสมาลองเล่นดู บางคนอาจเลือกซื้อไว้ที่บ้านสักเครื่อง ฐานลูกค้าก็จะยิ่ง
ขยายออกไปอีก
พูดอีกอย่างคือการร่วมมือกับเครือฟิตเนสเป็นการขยายโอกาสและโปรโมตธุรกิจ
ผลลัพธ์ที่ได้ดีกว่าการโปรโมตทางออนไลน์แน่นอน
สําหรับหลี่สือ ซิงเหนี่ยวฟิตเนสถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการหากินกับเถิงต๋า ถ้า
ครั้งนี้ประสบความสําเร็จ นอกจากจะหากินกับเถิงต๋าได้แล้ว เขายังแย่งส่วนแบ่งตลาด
ส่วนหนึ่งจากเครือฟิตเนสใหญ่ๆ ได้ด้วย เมื่อซิงเหนี่ยวฟิตเนสเติบโตขึ้น การลงทุน
ของเขาก็จะได้ผลตอบแทนมหาศาล!
สําหรับคําสั่งซื้อล็อตแรกจํานวนร้อยกว่าเครื่อง ฉางโหย่วตัดสินใจแบ่งสต๊อกล็อต
ต่อไปให้
เขาอยากเห็นว่าราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะจะประสบความสําเร็จในฟิตเนส
ทั่วไปหรือเปล่าเร็วที่สุด
ช่วงที่ผ่านมาซิงเหนี่ยวฟิตเนสเริ่มปรับผังร้านในสาขาต่างๆ และเผยแพร่ข่าวกับ
สมาชิกผ่านใบปลิวและบอร์ดโฆษณา ทันทีที่ราวตากผ้าออกกําลังกายอัจฉริยะล็อตที่
สั่งไปมาส่ง พวกเขาจะรีบนํามาติดตั้งให้สมาชิกทดลองเพื่อสร้างความนิยมให้เร็วที่สุด
เมื่อโมเดลนี้กลายเป็นที่นิยม หลี่สือจะพิจารณาร่วมมือกับนักลงทุนคนอื่นๆ เพื่อ
ขยายการลงทุนต่อไป เขาจะช่วยซิงเหนี่ยวฟิตเนสเปิดสาขาเพิ่มและสั่งราวตากผ้าออก
กําลังกายอัจฉริยะล็อตใหญ่ โดยอาศัยข้อได้เปรียบด้านความมีเอกลักษณ์ในระยะ
สั้นๆ เพื่อขยายผลให้ได้มากที่สุด!
ระหว่างที่คิดก็มีคนมาเคาะประตูห้องทํางาน จากนั้นเซวียเจ๋อปินก็เปิดประตูเข้ามา
“บอสหลี่ครับ ผมไปรวบรวมข้อมูลมาแล้ว เถิงต๋าสนใจซื้อหรือเช่าร้านบนถนน
ใกล้กับโฮสเทลเขย่าขวัญจริงๆ ครับ แถมเมื่อวานยังยื่นคําขาดว่าให้เลือกระหว่างขาย
หรือปล่อยเช่า ร้านไหนไม่ให้ความร่วมมือก็จะโดนตัดออกจากฟู้ดสตรีต!
“สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างวุ่นวาย เจ้าของร้านคุยเรื่องรวมตัวกันแต่จริงๆ ต่าง
ฝ่ายต่างมีแผนในใจ เท่าที่ผมรู้มาหลายร้านยอมเซ็นสัญญากับเถิงต๋าแล้วครับ…”
เซวียเจ๋อปินอธิบายทุกอย่างโดยละเอียด
หลี่สือหูผึ่ง “เยี่ยมเลย! ตรงกับที่ผมคิดไว้เป๊ะ!
“ตอนแรกแค่คุยเรื่องเช่าระยะยาว แต่ตอนนี้มีตัวเลือกซื้อเพิ่มเข้ามา ต้องเป็น
เพราะบอสเผยมีเงินทุนมากพอแล้วแน่เลย แค่นี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบอสเผยให้
ความสําคัญกับพื้นที่ตรงนี้ขนาดไหน!”
ข่าวนี้แว่วเข้าหูหลี่สือตั้งแต่ตอนที่ตลาดร้านข้างทางเพิ่งเริ่มก่อสร้าง แต่เขายังไม่มี
แนวคิดที่ชัดเจนว่าจะลงมือยังไง
เพราะรอบตลาดร้านข้างทางมีร้านรวงมากมายแต่อยู่ในสภาพกึ่งร้าง ถ้าเข้าไป
ลงทุนสวนทางกับทิศทางการพัฒนาของเถิงต๋าก็ขาดทุนยับเยินกันพอดี
แต่ตอนนี้เป้าหมายเริ่มชัดเจนแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของเถิงต๋าคือการเชื่อมตลาดร้านข้างทางกับโฮสเทลเขย่า
ขวัญเข้าด้วยกันผ่านฟู้ดสตรีตยาวกว่าหนึ่งกิโลเมตร!
ทําแบบนี้นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินฟู้ดสตรีตตอนกลางคืนหลังเที่ยวโฮสเทลเสร็จ
และเพลิดเพลินกับอาหารเลิศรสมากมาย
มีข่าวลือว่าโฮสเทลเขย่าขวัญกําลังก่อสร้างโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ใหม่อยู่ ซึ่งจะทําให้
เศรษฐกิจของพื้นที่ในละแวกกลับมาคึกคักมากขึ้น
เถิงต๋าคิดวิธีรับมือกับร้านที่เรียกราคาสูงเกินเหตุเอาไว้แล้ว
ความโลภของคนเรานั้นไร้ที่สิ้นสุด พวกเขาเอาใจร้านพวกนี้มากเกินไปไม่ได้
ไม่อย่างนั้นถ้ามีร้านหนึ่งเรียกราคาได้สําเร็จ ร้านอื่นๆ ก็จะแห่ขึ้นราคาตาม พวกเขา
ต้องเจรจากับแต่ละร้านไม่จบไม่สิ้น
เถิงต๋าเสนอราคาให้ทุกร้านเท่ากัน โดยเสนอตัวเลือกให้สองอย่างคือเช่าระยะยาว
กับขาย ราคาที่ให้ก็ถือว่าใจกว้างทีเดียว
ถ้าไม่ใช่โปรเจ็กต์ของเถิงต๋า หลี่สือคงคิดว่าขายย่อมคุ้มกว่าปล่อยเช่าแน่นอน
เพราะเงินมีมูลค่าตามเวลา ตราบใดที่เจ้าของร้านไม่เอาไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายและ
เลือกเอาไปลงทุนที่ได้ผลตอบแทนดี กําไรที่ทําได้ในช่วงสิบปีย่อมมากกว่า 50%
แน่นอน
แต่พอเป็นโปรเจ็กต์ของเถิงต๋าก็คิดแบบนั้นไม่ได้
ผลตอบแทนที่ได้จากโปรเจ็กต์ของเถิงต๋าคํานวณเป็นตัวเลขง่ายๆ ไม่ได้
แต่เจ้าของร้านอาจไม่เข้าใจตรรกะนี้ เพราะพวกเขาไม่ได้เชื่อมั่นในตํานานการ
ลงทุนของเถิงต๋าเท่าบอสหลี่
ว่ากันตามตรงแล้วการรวมหัวกันขึ้นราคาของเจ้าของร้านเป็นการมองระยะสั้น
เถิงต๋าเองก็ได้วิธีจัดการเรื่องนี้แล้ว นั่นก็คือตัดพวกเขาออก
แผนเดิมคือทําเป็นถนนตรงจากตลาดร้านข้างทางยาวไปถึงโฮสเทลเขย่าขวัญ
หลายๆ ร้านที่อยู่บนเส้นทางนี้จึงคิดว่าเถิงต๋าต้องซื้อร้านของตัวเองแน่นอน พวกเขา
เลยไม่รู้สึกหวั่นเกรงใดๆ
แต่ตอนนี้เถิงต๋าเปลี่ยนความคิดแล้ว พวกเขาจะเลือกหลายๆ เส้นทางแล้วค่อย
สรุปเป็นทางเดียวตามสถานการณ์จริง
ฟู้ดสตรีตอาจเลี้ยวหลบบางร้าน
ทําแบบนี้ร้านที่เดิมไม่มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของฟู้ดสตรีตก็จะอยู่ในขอบเขตการ
พิจารณา
ร้านเหล่านี้ต้องแข่งกันเสนอเซ็นสัญญากับเถิงต๋าเพื่อคว้าโอกาสนี้ไว้
ร้านที่เดิมอยู่บนทางตรงสุดท้ายอาจต้องกลับไปมือเปล่า
ในสถานการณ์นี้เป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าของร้านจะรวมหัวกันได้ เพราะหากพลาด
เพียงก้าวเดียวอาจก่อให้เกิดความเสียหายเป็นแสนๆ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่
ไม่กล้าเสี่ยงขนาดนั้น
นอกจากนั้นยังมีข่าวว่าเถิงต๋าเพิ่มแผนใหม่โดยนอกจากเช่าระยะยาวแล้วยังสนใจ
ซื้อเลยด้วย แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเรื่องนี้ทําให้บอสเผยตื่นตระหนกและอัดเงินทุน
เพิ่มเข้าไปก้อนใหญ่
หลี่สือคิดว่าโอกาสมาถึงแล้ว!
เขาพูดขึ้นทันที “เราจะซื้อร้านในละแวกนั้นด้วย! แต่แตกต่างจากเถิงต๋าตรงที่เรา
ซื้ออย่างเดียว ไม่เช่า
“แล้วก็เราจะไม่สู้กับเถิงต๋า เมื่อเถิงต๋ากําหนดเส้นทางแล้ว เราจะเข้าไปซื้อร้านที่
ขายไม่สําเร็จในราคางามๆ
“ผมคิดว่า…ให้ราคาเพิ่มจากตลาดสัก 40% น่าจะโอเค”
เถิงต๋าเสนอราคาให้เพิ่ม 50% แต่สุดท้ายแล้วฟู้ดสตรีตจะมีแค่เส้นทางเดียวและ
จะมีร้านที่ไม่โดนเลือก
เจ้าของร้านพวกนี้คงจะเสียอกเสียใจ
แน่นอนว่าน่าจะมีเจ้าของร้านที่มั่นใจในตัวเองสูงและคิดว่าจะหากินกับฟู้ดสตรีต
ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ย่อมต้องมีเจ้าของร้านที่รู้สึกลังเลและคิดว่าตัวเองพลาดโอกาส
ขายร้านไปแล้ว
หลี่สือกับกลุ่มนักลงทุนจะเข้าหาคนกลุ่มนี้และเสนอซื้อในราคาสูง
สําหรับร้านที่ยืนยันแล้วว่าจะไม่ได้อยู่ในฟู้ดสตรีต ราคานี้ถือว่าใจกว้างมาก ต้อง
มีคนยอมขายแน่นอน
หลังจากซื้อมาแล้วหลี่สือจะส่งมืออาชีพจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ลงทุนเข้าไปดูแล
เช่น ร้านอินเทอร์เน็ต บาร์ คาเฟ่ และอื่นๆ
นอกจากนั้นหลี่สือยังเลือกปล่อยเช่าร้านบางส่วนให้เถิงต๋าในราคาถูกๆ และเซ็น
สัญญาระยะยาวได้ด้วย
ฟู้ดสตรีตอาจครอบคลุมพื้นที่แค่หนึ่งถนนในตอนแรก แต่ถ้าต่อไปในอนาคตต้อง
ขยับขยายเพราะคนที่หลั่งไหลเข้ามาเพิ่มล่ะ
นอกจากนั้นชื่อเสียงของบอสหลี่ยังแตกต่างจากเจ้าของร้านเหล่านี้ลิบลับ
เจ้าของร้านส่วนใหญ่ไม่มีทรัพยากรหรือความสามารถมากพอ แถมยังปฏิเสธ
น้ําใจของเถิงต๋า เถิงต๋าไม่มีทางร่วมมือกับพวกเขาแน่นอน
แต่หลี่สือมีทรัพยากรและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบอสเผย ความร่วมมือของทั้งสอง
ฝ่ายเป็นที่น่าพอใจ ถึงจะไม่สามารถเป็น ‘ร้านค้าภายในฟู้ดสตรีต’ ได้ การได้เป็น
‘ร้านในความร่วมมือของฟู้ดสตรีต’ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรสําหรับพวกเขา
ถ้าได้รับการอนุมัติจากเถิงต๋า พวกเขาก็กอบโกยส่วนแบ่งผลประโยชน์ได้อย่างไม่
มีปัญหา
เถิงต๋าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธข้อเสนอนี้ เพราะหลี่สือกับนักลงทุนคนอื่นๆ
ซื้อร้านรอบๆ ฟู้ดสตรีต คงเป็นไปไม่ได้ที่เถิงต๋าจะกว้านซื้อเองได้หมด
แทนที่จะร่วมงานกับเจ้าของร้านที่ไม่รู้จักและไม่มีทรัพยากรหรือความสามารถ
ร่วมมือกับคนที่รู้จักกันดีอย่างหลี่สือจะไม่ดีกว่าเหรอ
สิ่งที่หลี่สือใส่ใจมากที่สุดคือศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าของร้านเหล่านี้ในอีกหลาย
ปีข้างหน้า
เจ้าของร้านเหล่านี้อาจคลางแคลงใจและทนรอนานขนาดนั้นไม่ไหว แต่หลี่สือไม่มี
ทางคลางแคลงใจ
เซวียเจ๋อปินพยักหน้า “โอเคครับ ผมจะรีบแจ้งให้นักลงทุนคนอื่นๆ ทราบ!”