ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1092 วิธีโกงแบบ ‘หญ้าปากคอก’
บทที่ 1092 วิธีโกงแบบ ‘หญ้าปากคอก’
จะโกงเกมอย่างเป็นทางการได้ยังไง
เขาต้องคิดให้ถี่ถ้วน
ก่อนหน้านี้เขาสร้างผู่ตู้ อาวุธโกงอย่างเป็นทางการสําหรับการเล่นไปถึงฉากจบ
สังสารวัฏทั้งหก แถมยังพยายามซ่อนไว้อย่างเต็มที่
แต่เขาไม่คิดเลยว่าผู้เล่นจะหาพบแม้ต้องตายด้วยน้ํามือลูกกระจ๊อกที่อ่อนแอที่สุด
ถึงเจ็ดหนเพื่อปลดล็อก
บอกได้แค่ว่าเขาประเมินความว่างงานของผู้เล่นมากเกินไป!
กลับใจคือฟากฝั่งมีผู้เล่นจํานวนมาก ซึ่งผู้เล่นเหล่านี้มักชอบเจาะลึกเนื้อหาเกม
เป็นพิเศษ ดังนั้นการซ่อนไว้ลึกๆ จึงไม่ปลอดภัย ตราบใดที่มีไอเทมชิ้นนี้อยู่ในเกม ผู้
เล่นก็มีโอกาสหาเจอแน่นอน
สถานการณ์จะยิ่งแย่ลงไปอีกพอเป็นกลับเกิดชั่วกัปกัลป์
หลังจากใช้เวลาสะสมฐานผู้เล่นกว่าสองปี ฐานผู้เล่นเกมกลับใจคือฟากฝั่งก็ก้าว
ข้ามตอนที่เปิดตัวเกม นอกจากนั้นส่วนใหญ่ยังเป็นผู้เล่นระดับเซียนที่สํารวจครบทุก
ซอกทุกมุมของเกมแล้ว
พอปล่อย DLC ออกไป พวกผู้เล่นเก่าต้องค้นหา ‘ทางลัด’ ใหม่เหมือนผู่ตู้
แน่นอน
เหมือนเกม Diablo ที่ผู้เล่นตามล่าหาไอเทมลับทุกภาคต่อ ถึงจะบอกว่าไม่ได้
ซ่อนอะไรไว้ พวกเขาก็ไม่เชื่อและตั้งหน้าตั้งตาค้นหาอย่างไม่ลดละ
ดังนั้นวิธีซ่อนผู่ตู้จึงใช้ไม่ได้แน่นอน เขาต้องเปลี่ยนวิธี
นอกจากนั้นถึงจะซ่อนอาวุธสุดโกงไว้ เผยเชียนก็คิดว่าด้วยระบบการต่อสู้ที่ปรับ
มาใหม่ มันก็ไม่น่าช่วยคนฝีมือกากแบบเขาได้
เพราะระบบการต่อสู้ก่อนหน้านี้ค่อนข้างเรียบง่าย แค่กลิ้งหลบการโจมตีของมอน
สเตอร์ไปมา ตราบใดที่ไม่กระหายเลือดอยากเร่งฆ่าศัตรูและทําความเข้าใจรูปแบบการ
โจมตีของศัตรู โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถเล่นผ่านได้
ส่วนผู่ตู้มีระยะโจมตีไกลและออกแอ็กชันเร็ว ทําให้จัดการกับศัตรูได้ง่ายในโหมด
การต่อสู้นี้
แต่สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เขาต้องคอยดูค่าลมปราณ แถมแค่หลบอย่าง
เดียวก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่สามารถลดเลือดบอสได้ ต้องคิดหาทางทําให้ค่า
ลมปราณบอสปั่นป่วนและโจมตีปิดฉาก
เมื่อพิจารณาจากเลือดบอสในตอนนี้ ถ้าคอยตอดเลือดบอสทีละนิดก็ไม่รู้ว่าชาติ
ไหนจะล้มบอสได้
ให้กดปัดป้องให้ติดรัวๆ งั้นเหรอ
เผยเชียนรู้ดีว่าฝีมืออย่างเขาทําไม่ได้แน่นอน
ดังนั้นมีผู่ตู้ไปก็ทําอะไรไม่ได้
เพราะถึงจะเป็นอาวุธโกงแต่ก็มีขอบเขตจํากัด อาวุธนี้โจมตีแรงก็จริงแต่ก็ใช้
จัดการบอสในการโจมตีเดียวไม่ได้ ระบบไม่อนุญาตให้ทําแบบนั้น
พูดอีกอย่างคือระบบโกงใหม่ต้องเข้าเงื่อนไขสองอย่าง
อย่างแรกคือวิธีซ่อนต้องแตกต่างจากผู่ตู้ ต้องเป็นวิธีใหม่ที่ล้ํามากจนผู้เล่นไม่มี
ทางค้นพบ
อย่างที่สองคือต้องใช้งานกับแมคคานิดใหม่ของเกมได้ ไม่จําเป็นต้องโจมตีรุนแรง
แต่ต้องช่วยให้ผู้เล่นกากๆ อย่างเผยเชียนล้มบอสภายใต้แมคคานิกการต่อสู้ใหม่ได้
พอมีแนวทางที่ชัดเจนแล้ว เผยเชียนก็คิดวิธีแก้ปัญหาดีๆ ได้อย่างรวดเร็ว
“ความยากของเกมต้องปรับใหม่จริงๆ
“พอมีค่าลมปราณเพิ่มเข้ามาก็จะใช้วิธีเดิมเอาชนะบอสไม่ได้อีก ถ้าค่าลมปราณ
และค่าพลังกายของบอสเต็ม แต่ผู้เล่นค่อยๆ ตอดจนตายได้ก็ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล
เท่าไหร่
“ดังนั้นเราควรตั้งค่าแบบนี้ เมื่อค่าลมปราณและค่าพลังกายของบอสอยู่ในสถานะ
ที่ดี ถึงจะโดนโจมตีบอสก็จะไม่เสียเลือด
“เมื่อบอสอยู่ในสถานะดีเยี่ยมสุดๆ การโจมตีของผู้เล่นมีโอกาสโดนบอสปัดป้อง
ได้ โดยเฉพาะในส่วนของการสะท้อนการโจมตี การปัดป้อง หรือข้อผิดพลาดอื่นๆ
รวมถึงปริมาณการสูญเสียเลือดและค่าลมปราณ ทั้งหมดนี้จะสุ่มโดยใช้
ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ประสบการณ์การต่อสู้ของผู้เล่นแตกต่างกันไปเล็กน้อยทุก
ครั้ง”
หูเสี่ยนปิน “เอ่อ…”
เขาพูดอะไรไม่ออก
จริงๆ แล้วตอนที่ถามว่าควรปรับระดับความยากไหม เขาตั้งใจจะถามว่าควรปรับ
ลงหรือเปล่า
เพราะระบบการต่อสู้นี้ซับซ้อนและท้าทายกว่าระบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด ถ้ายังคง
ความยากไว้เท่าเดิมก็น่าจะเคลียร์เกมได้ยากขึ้น
แต่บอสดันเพิ่มความยากขึ้นอีกซะงั้น!
ตามการออกแบบของบอสเผย ผู้เล่นจะไม่สามารถค่อยๆ ตอดเลือดบอสจนตาย
ได้อีก ต้องเข้าไปสู้กับบอสซึ่งๆ หน้าเท่านั้น ถ้าชนะก็สังหารบอสได้อย่างรวดเร็ว ถ้า
แพ้ก็โดนบอสเก็บอย่างรวดเร็ว
ทําแบบนี้ทุกอย่างก็เรียบง่ายขึ้น การต่อสู้จะไม่ยืดเยื้อจนต้องอั้นฉี่ แต่ผู้เล่นส่วน
ใหญ่ไม่น่าจะล้มบอสได้เนี่ยสิ…
ถ้าเปลี่ยนระบบเป็นแบบนี้ผลลัพธ์จะเป็นยังไง
พอปล่อย DLC ออกไปก็น่าจะเป็นกระแสฮือฮา ผู้เล่นเก่าคงโดนทรมานจนน้ําตา
ตก
เพราะผู้เล่นเก่าเคยชินกับระบบการต่อสู้เดิมของกลับใจคือฟากฝั่งแล้ว พวกเขาจะ
สังเกตการเคลื่อนไหวของบอสและสู้อย่างระมัดระวัง ตราบใดที่ไม่รีบร้อนและพยายาม
สักหน่อยก็น่าจะผ่านได้อย่างปลอดภัย
แต่ในกลับเกิดชั่วกัปกัลป์พวกเขาจะพบว่ายิ่งมัวสังเกตการเคลื่อนไหวของบอส
การต่อสู้จะยิ่งยากขึ้น ค่าลมปราณพวกเขาจะปั่นป่วน ในขณะที่ค่าลมปราณของบอส
มั่นคงขึ้น…
ประมือได้สักพักก็จะโดนบอสเด็ดหัว
เขารู้ว่าแฟนเกมกลับใจคือฟากฝั่งชอบความทรมาน แต่นี่มันทรมานเกินไป ไม่รู้
พวกเขาจะรับไหวหรือเปล่า
จู่ๆ หลี่หย่าต๋าที่นั่งเงียบมาโดยตลอดก็พูดขึ้น “งั้น…เราควรทําอาวุธเหมือนผู่ตู้ใส่
เข้าไปในเกมไหมคะบอสเผย
“ธรรมเนียมความเมตตานี้ไม่ควรตัดออกนะคะ”
กลับใจคือฟากฝั่งพัฒนาขึ้นโดยหลี่หย่าต๋าตอนที่ยังรับตําแหน่งหัวหน้าฝ่าย
วางแผน ดังนั้นเธอจึงเข้าใจเกมนี้ลึกซึ้งกว่าหูเสี่ยนปิน
ผู่ตู้ทําให้ผู้เล่นมีตัวเลือกในการโกง ถือเป็นส่วนสําคัญของการออกแบบเกม เรียก
ได้ว่ากลายเป็นธรรมเนียมของเกมกลับใจคือฟากฝั่งไปแล้ว
DLC เปลี่ยนแปลงระบบไปเยอะขนาดนี้ก็น่าจะได้เวลาทําอาวุธโกงใหม่แล้ว
หูเสี่ยนปินตาเป็นประกายขึ้นมา
ใช่แล้ว ยังมีผู่ตู้อยู่นี่!
บอสเผยเห็นใจผู้เล่นมาก ก่อนหน้านี้บอสใส่ผู่ตู้เข้าไปเพราะกลัวว่าผู้เล่นที่ฝีมือไม่
ค่อยดีจะทุกข์ทรมานเกินไปและไม่สามารถเคลียร์เกมได้ ดังนั้นบอสจึงซ่อนมันไว้ใน
เกมรอให้ผู้เล่นหาเจอ
ตอนนี้ความยากของเกมเพิ่มขึ้นอีก เพราะงั้นก็ยิ่งต้องสงสารผู้เล่นใช่มั้ยล่ะ
เผยเชียนแสยะยิ้มในใจ
เมตตาผู้เล่นเหรอ
ทําไมฉันต้องเมตตาผู้เล่นด้วย
ฉันนี่สิที่ต้องการความเมตตา!
ถ้าไม่มีอาวุธลับ ฉันจะเคลียร์ไอ้เกมบ้าๆ นี่ได้เหรอ
แต่พอคิดดูอีกที ปล่อยให้ทุกคนคิดว่าเขาเมตตาผู้เล่นก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เพราะ
‘บอสเผยทําอาวุธโกงให้ตัวเองใช้’ ฟังดูไม่ค่อยเข้ากับภาพลักษณ์อันดีงามของเขา
เท่าไหร่
เผยเชียนกระแอมกระไอ “รอบนี้เราจะไม่สร้างอาวุธแบบผู่ตู้
“ตัวเอกของกลับใจคือฟากฝั่งเป็นคนธรรมดา ถือว่าสมเหตุสมผลถ้าเขาจะโกง
แต่ตัวเอกในกลับเกิดชั่วกัปกัลป์เป็นเทพยุทธ์ ให้เขาใช้อาวุธโกงแบบนั้นจะ
สมเหตุสมผลเหรอ
“แน่นอนว่าเทพยุทธ์ต้องทําลายทุกสิ่งได้ไม่ว่าจะใช้อาวุธอะไร”
ทุกคนหันมองกันด้วยสายตาสับสน
หูเสี่ยนปินพูดขึ้น “บอสเผยพูดถูก ถ้ายึดตามเนื้อเรื่องก็ถือว่าสมเหตุสมผล แต่
ไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนจะมีฝีมือระดับเทพยุทธ์เนี่ยสิครับ…”
เผยเชียนยิ้ม “ผมรู้ ไม่ต้องห่วง
“ถึงจะไม่ทําอาวุธแบบผู่ตู้ก็มีทางอื่นๆ อยู่
“ในเนื้อเรื่องระบุว่าช่วงบั้นปลายชีวิต เทพยุทธ์เอาทรัพย์สมบัติและสิ่งล้ําค่าที่
รวบรวมมาตลอดชีวิตสร้างเป็นกระบี่วิเศษที่สามารถคร่าวิญญาณได้ จากนั้นก็อาบด้วย
เลือดของนักบวชผู้ตรัสรู้
“ต่อมาตัวเอกก็ใช้ไสยเวทหลอมโอสถที่ทําให้เขาก้าวเข้าสู่โลกแห่งความตายและ
ล่องลอยอยู่ระหว่างสองโลก เขาใช้กระบี่มารสังหารยมทูตดําขาวและบุกเข้าไปใน
ยมโลก
“ตามการออกแบบเดิมคือพลังของกระบี่มารมีจํากัด ยิ่งคร่าวิญญาณมากเท่าไหร่
พลังก็ยิ่งอ่อนลง
“ขณะเดียวกันเพื่อเน้นตัวตนของตัวเอกที่เป็นเทพยุทธ์ เราจะส่งเสริมให้ผู้เล่นใช้
อาวุธหลายๆ ชนิด การจับคู่อาวุธหลักและอาวุธรองแต่ละแบบจะมีเอฟเฟกต์การต่อสู้
และท่าการโจมตีที่แตกต่างกัน
“ดังนั้นในการออกแบบขั้นสุดท้าย กระบี่มารควรเปรียบเหมือนอุปกรณ์พิเศษ
สําหรับสังหาร ตอนต่อสู้ปกติผู้เล่นจะใช้อาวุธต่างๆ แต่ในจังหวะที่เข้าปลิดชีพจะใช้
กระบี่มารสังหาร
“เมื่อดําเนินเรื่องไปเรื่อยๆ พลังของกระบี่มารก็จะอ่อนแอลง”
ทุกคนพยักหน้า นี่คือความเห็นส่วนใหญ่ของนักออกแบบในทีมพัฒนา
ถ้าใช้แค่กระบี่มาร ระบบการเล่นและกระบวนการทั้งหมดของเกมจะเป็นรูปแบบ
เดียวเกินไป ดังนั้นการกําหนดให้ ‘ใช้อาวุธปกติสู้และใช้กระบี่มารสังหาร’ นอกจาก
จะเป็นการส่งเสริมให้ผู้เล่นใช้อาวุธหลายๆ แบบแล้ว ยังเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องด้วย
ตอนนั้นเองหยูเฟยเจ้าของเรื่องกลับเกิดชั่วกัปกัลป์ก็พูดขึ้น “บอสเผยครับ จริงๆ
แล้วเซ็ตติ้งยิ่งใช้กระบี่มารพลังจะยิ่งอ่อนลงเป็นสิ่งที่ผมบังเอิญคิดขึ้นได้ ผมคิดว่าถ้า
วางเซ็ตติ้งแบบนี้จะทําให้เรื่องราวน่าสลดใจมากขึ้น
“นอกจากนั้นพอพลังของกระบี่มารอ่อนลง ตัวเอกก็สติแจ่มชัดขึ้น ทําให้ตระหนัก
ได้ว่าทําผิดพลาดครั้งใหญ่และสุดท้ายก็ยอมกลายเป็นผู้ปกครองคนแรก เรื่องราวจะ
สมเหตุสมผลกว่า
“แต่พล็อตเรื่องต้องเชื่อมโยงกับระบบการเล่น
“ถ้าจําเป็นจริงๆ ผมเปลี่ยนให้กระบี่มารแข็งแกร่ง…”
เผยเชียนยกมือห้าม “ไม่ต้อง! เซ็ตติ้งนี้สมบูรณ์แบบแล้ว เปลี่ยนไม่ได้!
“ผมแค่คิดว่าเราต่อยอดจากเซ็ตติ้งนี้ได้
“ตามการออกแบบในตอนนี้ กระบี่มารจะเป็นอาวุธประกอบที่นํามาถือไม่ได้
“แต่ผมคิดว่าเราเปลี่ยนให้เป็นอาวุธที่ใช้สู้ได้
“แต่พลังโจมตี ระยะโจมตี และค่าพลังตั้งต้นอื่นๆ จะด้อยกว่าอาวุธอื่นๆ
“ไม่ใช่แค่นั้น เมื่อดําเนินเรื่องต่อไป ตัวเอกจะฆ่าบอสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่าพลังของ
กระบี่มารก็จะยิ่งลดลง
“ในช่วงท้ายๆ อาจใช้สร้างความเสียหายไม่ได้เลย
“แต่เราจะใส่เอฟเฟ็กต์พิเศษให้กระบี่มาร
“เมื่อผู้เล่นใช้แค่กระบี่มารโดยไม่ถือคู่กับอาวุธอื่น การตายแต่ละครั้งจะทําให้พลัง
มารเข้าครอบงําทีละนิด
“หลังจากสะสมไปถึงระดับหนึ่ง ตัวเอกจะปัดป้องการโจมตีได้เองผ่านการควบคุม
ของระบบปัญญาประดิษฐ์
“ยิ่งโดนพลังมารครอบงํามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งปัดป้องการโจมตีได้อัตโนมัติมากขึ้น
เท่านั้น
“แน่นอนว่าความเสียหายที่กระบี่มารสร้างได้จะยังต่ํามาก แต่ถ้าปัดป้องและ
สะท้อนการโจมตีอัตโนมัติได้บ่อยครั้ง ถึงความเสียหายที่สร้างได้จะต่ํา แต่ก็ทําให้ค่า
ลมปราณของศัตรูปั่นป่วนและเข้าเงื่อนไขการโจมตีปลิดชีพ
“ในแต่ละช่วงของเกมจะมีข้อจํากัดในการโดนพลังมารครอบงํา
“ในช่วงต้นพลังของกระบี่มารจะแข็งแกร่งมาก ถึงจะตายหลายครั้ง ผลจากการ
โดนพลังมารครอบงําก็จะสังเกตเห็นได้ไม่ชัด โดยจะแค่เปลี่ยนการปัดป้องธรรมดา
ของผู้เล่นเป็นการสะท้อนการโจมตี ซึ่งแทบจับสังเกตไม่ได้เลย
“เมื่อเล่นไปเรื่อยๆ พลังของกระบี่มารก็จะอ่อนลง ผู้เล่นต้องตายบ่อยครั้งขึ้นเพื่อ
เพิ่มอิทธิพลของพลังมาร
“ในช่วงท้ายเกมผู้เล่นจะได้รับผลการปัดป้องการโจมตีอัตโนมัติหลังจากตายมาก
ครั้งพอ
“แต่ถ้าเล่นแบบนี้ผู้เล่นจะไม่พบฉากจบแบบในนิยาย แต่จะพบฉากจบ ‘เกิดชั่ว
กัปกัลป์’ แทน โดยตัวเอกจะกลายเป็นมารร้ายและเสียสติไปโดยสิ้นเชิง โลกทั้งใบจะ
กลายเป็นนรกบนดิน
“ผู้เล่นจะพบฉากจบผู้ปกครองตามแบบนิยายก็ต่อเมื่อไม่โดนพลังมารครอบงํา
มากเกินไป และเคลียร์เกมได้ด้วยความสามารถของตัวเอง”