ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 1093 ไอเดียดีๆ นี้แค่ขี้เล็บ
บทที่ 1093 ไอเดียดีๆ นี้แค่ขี้เล็บ
เผยเชียนอึ้งกับแผนสุดอัจฉริยะของเขา
คิดวิธีโกงแบบนี้ได้ ฉันนี่โคตรจีเนียส!
ไม่เหมือนผู่ตู้ รอบนี้เผยเชียนใช้วิธี ‘หญ้าปากคอก’ ในการโกง
ผู่ตู้ซ่อนไว้ดีเกินไป แต่ผู้เล่นก็แสนแปลก ยิ่งซ่อนดีเท่าไหร่ก็ยิ่งพยายามขุดหากัน
จนเจอ
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่ซ่อนกระบี่มารอีก แต่เอาใส่เข้าไปในเนื้อเรื่องแทน
ทําแบบนี้ผู้เล่นก็จะคิดว่ามันเป็นอาวุธประกอบเนื้อเรื่อง พวกเขาจะค้นหาอาวุธโกง
เหมือนผู่ตู้ตามหลืบมุมต่างๆ แต่มองข้ามไปว่าอาวุธโกงจริงๆ อยู่กับพวกเขามาตลอด
เงื่อนไขในการใช้กระบี่มารโกงถือว่าโหดมาก
อันดับแรกดาเมจของกระบี่มารต่ํากว่าอาวุธอื่นๆ ตั้งแต่ต้น อาวุธใดๆ ที่ดรอปจาก
บอสอย่างไม้เท้าโศกาที่ดรอปจากยมทูตขาวดําแข็งแกร่งกว่าหลายเท่า
อาวุธตั้งต้นตอนเริ่มเกมของตัวเอกไม่ใช่กระบี่มาร แต่เป็นกระบี่ที่เขาชอบที่สุด
ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งค่าพลังของกระบี่เล่มนี้ก็ดีกว่ากระบี่มารเช่นกัน
แถมยิ่งสู้กับบอสไปเรื่อยๆ ดาเมจที่กระบี่มารทําได้ก็ยิ่งลดลง
เงื่อนไขการสะสมแต้มพลังมารโหดมากเหมือนกัน ผู้เล่นต้องใช้แค่กระบี่มาร
เท่านั้น ห้ามใช้อาวุธอื่น
เนื่องจากตัวเอกเป็นเทพยุทธ์ อาวุธที่ใช้ได้ในกลับเกิดชั่วกัปกัลป์จึงมีอิสระ
มากกว่าในกลับใจคือฟากฝั่ง
ตัวเอกใช้อาวุธอะไรก็ได้ ถืออาวุธสองมือก็ทําได้
อาวุธสองมือจะมีระยะการโจมตีที่กว้างกว่าและสร้างความเสียหายได้มากกว่าอาวุธ
มือเดียว แต่ความถี่ในการโจมตีจะทิ้งช่วงนานกว่า
ภายใต้สถานการณ์นี้ผู้เล่นระดับเซียนของกลับใจคือฟากฝั่งจะเลือกใช้อาวุธสอง
มือที่มีพลังโจมตีสูงกว่าและใช้จัดการบอสได้ง่ายกว่าแน่นอน
ค่าพลังของกระบี่มารต่ํามาก ถึงจะมีคนลองใช้งานดู ยังไงก็ต้องเปลี่ยนไปใช้อาวุธ
อื่นแน่
แต่ก็จะไม่สามารถสะสมแต้มพลังมารได้มากพอ
ผู้เล่นใช้ได้แค่กระบี่มารค่าพลังสุดห่วยที่ตีใครแทบไม่เข้า แถมยังต้องตายซ้ํา
หลายครั้งถึงจะเริ่มสัมผัสการเปลี่ยนแปลงในกระบี่มาร
นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงในช่วงต้นยังสังเกตเห็นได้ไม่ชัด เพราะแต้มพลังมาร
ถูกจํากัดในช่วงต้น ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ ขีดจํากัดแต้มพลังมารก็ยิ่งสูง เมื่อถึงตอนนั้นก็
จะได้พบ ‘การปัดป้องแบบออโต้ที่สมบูรณ์แบบ’
สรุปแล้วกระบี่มารไม่มีประโยชน์ในช่วงต้น แต่หลังจากตายบ่อยหน่อยก็สามารถ
จัดการบอสได้อย่างไม่มีปัญหา ยิ่งช่วงท้ายๆ ตายเยอะก็ยิ่งดี แต่สุดท้ายจะนําไปสู่
ตอนจบที่เลวร้ายเท่านั้น
สําหรับเผยเชียนที่รู้แมคคานิกนี้ตั้งแต่แรก เขาก็แค่ตายบ่อยหน่อยและทนทรมาน
ในช่วงต้นเกม พอผ่านไปช่วงหลังที่เจอบอสยากๆ ก็จะสามารถโกงจนผ่านได้
จากการพัฒนาเกมไปจนถึงตอนเกมวางขายอย่างเป็นทางการใช้เวลานาน ตราบใด
ที่ตายบ่อยครั้งพอก็สามารถเคลียร์เกมได้
ผู้เล่นที่ไม่รู้กลไกนี้จะเลือกอาวุธที่แข็งแกร่งกว่าหรือตามหาอาวุธแบบผู่ตู้ พวกเขา
ไม่มีทางคิดว่าอาวุธโกงที่แท้จริงอยู่กับตัวเองมาตั้งแต่แรก
แน่นอนว่าก็มีพวกฝีมือมหาเทพที่โคตรเก่งกล้าสามารถอยู่ อาจมีกรณีที่พวกเขาไม่
มีอาวุธไหนสร้างความท้าทายให้ได้ เลยจงใจใช้กระบี่มารที่กากที่สุดสู้กับบอส
แต่ถ้าเป็นกรณีนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนค้นพบเหมือนกัน
เพราะพวกผู้เล่นระดับเซียนฝึกปรือฝีมือจนไร้เทียมทานแล้ว จึงไม่มีทางตายบ่อย
แน่นอน พวกเขาจะไม่มีทางสะสมแต้มพลังมารได้มากพอที่จะเปิดใช้งานแมคคานิกปัด
ป้องอัตโนมัติของกระบี่มาร
พูดง่ายๆ คือพวกมือใหม่จะไม่ใช้อาวุธนี้ ส่วนพวกระดับเซียนจะเปิดใช้งานแมค
คานิกนี้ไม่ได้
ยิ่งคิดเผยเชียนก็ยิ่งรู้สึกว่าสมบูรณ์แบบ
หึๆ ไอ้พวกเกมเมอร์หน้าโง่ คงคิดไม่ถึงล่ะสิ ฉันเปลี่ยนที่ซ่อนอาวุธโกงแล้ว!
ตราบใดที่ชาวเกมเมอร์ไม่ค้นพบวิธีที่ถูกต้องในการใช้อาวุธนี้ พวกเขาก็ต้องใช้
ฝีมือตัวเองสู้กับบอส พอเล่นกลับเกิดชั่วกัปกัลป์ไม่ผ่าน ยอดขายกลับใจคือฟากฝั่งก็
ต้องลดลง
หลังจากนั้นก็จะเปิดให้ดาวน์โหลดเกมฟรีได้!
เผยเชียนทุ่มเทเต็มที่เพื่อทําให้เกมได้ปล่อยฟรี
นอกจากนั้นเนื่องจากเกมยากมาก ผู้เล่นต้องทุกข์ทรมานกันแน่นอน
ชอบนักใช่มั้ยเกมยากๆ เจอความยากที่แท้จริงหน่อยเป็นไง!
ฉันไม่เชื่อหรอกว่านักออกแบบเกมอย่างฉันจะจัดการพวกเกมเมอร์ไม่ได้!
เหล่านักออกแบบในห้องประชุมจดบันทึกอย่างจริงจัง
หูเสี่ยนปินอยากจะลุกขึ้นปรบมือ
ออกแบบได้สุดยอดมาก!
ถึงแนวทางจะแตกต่างจากผู่ตู้โดยสิ้นเชิง แต่ก็มีบางอย่างคล้ายคลึงกัน
วางเซ็ตติ้งแบบนี้เข้ากับเนื้อเรื่องสุดๆ
ตัวเอกจะโดนพลังมารครอบงํามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมายความว่าร่างของเขาจะโดน
ความคิดชั่วร้ายเข้าครอบงํา ถ้าต่อสู้ภายใต้สภาพที่โดนมารครอบงํา เขาก็สามารถปัด
ป้องการโจมตีได้อัตโนมัติ แต่ก็จะค่อยๆ สูญเสียความเป็นตัวเองไป ไม่สามารถดึงสติ
กลับมาและกลายเป็นผู้ปกครองได้ จากนั้นก็จะทําให้ทั้งโลกตกสู่หายนะ
ระบบเดิมนั้นยากอยู่แล้ว แต่พอเพิ่มแมคคานิกนี้เข้าไป ความยากของเกมจะ
เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์
เมื่อผู้เล่นติดอยู่จุดเดิมและตายซ้ําหลายครั้ง แต้มพลังมารก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นและ
ระบบปัญญาประดิษฐ์ก็จะเข้ามาช่วยควบคุม โอกาสในการปัดป้องอัตโนมัติเพิ่มขึ้น
เรื่อยๆ ความยากของเกมก็ย่อมลดลง ทําให้ผู้เล่นรุดหน้าต่อไปได้
แน่นอนว่าจะเป็นแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นรู้แมคคานิกนี้
ถ้าผู้เล่นไม่ได้ต่อสู้กับบอสด้วยกระบี่มารอย่างเดียว ไม่ว่าจะตายกี่ครั้งก็จะเปิดใช้
แมคคานิกนี้ไม่ได้
ถึงจะซ่อนแมคคานิกนี้ไว้ลึกเกินไป หูเสี่ยนปินก็ไม่ได้รู้สึกกังวล
ขนาดผู่ตู้ซ่อนไว้ลึกขนาดนั้นผู้เล่นยังหาเจอเลย
ข้อเท็จจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสติปัญญาของชาวเกมเมอร์ไร้ที่สิ้นสุด สิ่งใดก็
ตามที่ซ่อนอยู่ในเกมย่อมถูกค้นพบได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะเร็วหรือช้าก็เท่านั้น
ต้องยอมรับเลยว่าบอสเผยเล่นใหญ่จริงๆ
ระบบการต่อสู้และเนื้อเรื่องระดับนี้เอาไปพัฒนาเป็นเกมใหม่ได้เลย
จะเรียกว่าเป็นกลับใจคือฟากฝั่ง 2 ก็ไม่มีปัญหา
ถึงอย่างนั้นบอสเผยกลับเอาไอเดียดีๆ แบบนี้มาทําเป็น DLC จะเล่นใหญ่ไปมั้ย!
แต่ก็หมายความว่าบอสเผยมีไอเดียดีๆ อีกมากมาย การออกแบบระดับนี้แค่ขี้เล็บ
บอสไม่ได้กังวลเลยว่าจะหมดแรงบันดาลใจในการทําเกมใหม่ๆ
พอคิดได้แบบนั้น หูเสี่ยนปินก็รู้สึกเคารพบอสเผยยิ่งกว่าเดิม
รายละเอียดบางอย่างจัดการได้ง่ายขึ้นเมื่อมีแนวทางภาพรวม
ตัวอย่างเช่น ระบบอาวุธในกลับเกิดชั่วกัปกัลป์จะยกเครื่องครั้งใหญ่
อาวุธทั้งหมดสามารถใช้เป็นอาวุธคู่ได้อย่างอิสระ การจับคู่อาวุธหลักและอาวุธรอง
ที่ต่างกันทําให้เอฟเฟกต์การโจมตีหนักและการโจมตีเบาเปลี่ยนไป ผู้เล่นสามารถจับคู่
อาวุธตามแบบที่ตัวเองชอบได้
นอกจากนั้นหลังจากเพิ่มการตีความของบอสเผยเข้าไป พล็อตของเกมก็ชัดเจนขึ้น
สามารถปรับปรุงรายละเอียดบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องในเกมได้
ตัวอย่างเช่น ตัวเอกเจอศัตรูและตัวร้ายที่เขาเคยฆ่าตอนยังมีชีวิตอยู่ในยมโลก
คนเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้นในยมโลกและออกตามหาตัวเอกเพื่อล้างแค้น แต่ก็ยังพ่ายแพ้
อยู่ดี
หลังจากสังหารศัตรูเหล่านี้ หรือในสถานที่อย่างหินสามชาติก็จะมีไอเทมพิเศษ
บางอย่างที่เปิดเผยเรื่องราวตอนที่ตัวเอกยังมีชีวิตอยู่
เหล่านักออกแบบรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจและเริ่มออกแบบกันอย่าง
จริงจัง
หยูเฟยที่เป็นเจ้าของต้นฉบับรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจมากเช่นกัน
ถึงจะเป็นผู้เขียนกลับเกิดชั่วกัปกัลป์ แต่เขากลับรู้สึกว่าความเข้าใจในตัวเรื่อง
ทั้งหมดของตัวเองไม่ได้ลึกซึ้งเท่าบอสเผย
เรื่องราวทั้งหมดดูลึกยิ่งขึ้นเมื่อผ่านการตีความของบอสเผย
รายละเอียดหลายๆ อย่างในต้นฉบับดูหยาบมากเมื่อเทียบกับความเข้าใจของบอส
เผย
DLC กลับเกิดชั่วกัปกัลป์ระดมพลพนักงานตัวจี๊ดของฝ่ายเกมเถิงต๋ามาช่วยกัน
แถมบอสเผยยังลงมากํากับงานเองอีก ทุกคนให้เกียรติเขาสุดๆ!
ผู้เล่นหลายคนต้องเข้ามาอ่านนิยายต้นฉบับของกลับเกิดชั่วกัปกัลป์แน่นอน
เขาจะทนเห็นผู้เล่นต้องผิดหวังกับนิยายเขาได้ยังไง
เขาต้องปรับแก้นิยายใหม่!
หยูเฟยตัดสินใจไม่ดองนิยายต้นฉบับอีกต่อไป เมื่อกลับจากที่นี่ เขาจะตั้งหน้าตั้ง
ตาปรับเนื้อหานิยายแบบไม่กินไม่นอน พยายามปรับโครงสร้างเรื่องราวเดิม และทําให้
เนื้อหานิยายออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด!
…
…
วันอังคารที่ 5 มิถุนายน
เมิ่งชั่งเข้าออฟฟิศแต่เช้าเพื่อเช็กผลลัพธ์แผนประชาสัมพันธ์คอร์สสร้างแรงบันดาล
ใจ
ต้องยอมรับเลยว่าฝ่ายโฆษณาและการตลาดทํางานกันรวดเร็วมาก หลังจากส่ง
แผนให้หยูเย่าเมื่อวาน วันนี้โฆษณาก็ลงเว็บต่างๆ แล้ว
โฆษณาตามป้ายรถเมลและสถานีรถไฟจะช้ากว่าหน่อย แต่ก็น่าจะเผยแพร่เต็ม
รูปแบบได้ภายในหนึ่งสัปดาห์!
โฆษณาประเภทนี้มักจะอยู่นาน
แต่เมิ่งชั่งก็ไม่ได้คิดไปไกลมาก ทัศนคติในตอนนี้ของเขาคือ อย่ามัวหวังน้ําบ่อ
หน้า ทําวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ!
เขาต้องวางเป้าหมายเล็กๆ ก่อน ซึ่งก็คือคงสถานะของการประชาสัมพันธ์แบบ
ย้อนกลับให้ได้สองสัปดาห์ เพื่อการันตีค่าคอมมิชชัน
เป้าหมายระดับกลางคือคงสถานการณ์ประชาสัมพันธ์แบบย้อนกลับให้ได้หนึ่ง
เดือนเพื่อค่าคอมมิชชันที่สูงขึ้น
ส่วนเป้าหมายสูงสุด ก็ต้องเป็นค่าคอมมิชชันแบบเต็มจํานวน
แต่เมิ่งชั่งรู้สึกว่าการได้ค่าคอมมิชชันเต็มจํานวนยากเกินไป แค่บรรลุเป้าหมาย
ระดับกลางได้ก็แทบกราบขอบคุณสวรรค์กับบอสเผยแล้ว
เขาเลื่อนอ่านคอมเมนต์เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์อย่างตั้งใจ
“โฆษณาใหม่ของเว็บจงเตี่ยนจงเหวินมันอะไรเนี่ย อุบาทว์มาก”
“ดูอุบาทว์หน่อยก็คงไม่เป็นไร แต่เนื้อหามันทะแม่งๆ ยอดสถิตินิยายพวกนี้ไม่ได้
ดีเลย ทําไมกล้าเอามาโฆษณาอวด”
“ติดท็อปสามสิบของทั้งเว็บไซต์นี่เป็นความสําเร็จที่เอามาโปรโมตได้จริงๆ เหรอ
เหมือนหลอกด่ายังไงไม่รู้”
“แผนโปรโมตนี้จ้างเอ้าต์ซอร์สทํารึเปล่า ฉันรู้สึกว่าคนที่ทําไม่เข้าใจวงการเว็บโน
เวลเลย โคตรจะไม่มืออาชีพ!”
“คนจากเว็บจงเตี่ยนจงเหวินไม่ได้เช็กก่อนเหรอ”
“ฉันว่าคอร์สสร้างแรงบันดาลใจโคตรห่วย ปั้นงานขยะอะไรออกมาก็ไม่รู้
นักเขียนดังๆ ที่ไปร่วมคอร์สฉิบหายกันหมด เอาพรสวรรค์ตัวเองมาทิ้งเปล่ากับการ
เขียนงานได้ค่าตอบแทนสูง!”
มุมปากเมิ่งชั่งโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจเมื่อได้อ่านคอมเมนต์เหล่านี้
เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้เลย!
อันที่จริงนักอ่านหลายคนไม่พอใจคอร์สสร้างแรงบันดาลใจกันอยู่แล้ว
นักเขียนเขียนผลงานออริจินัลของตัวเองได้ดีมาก นักอ่านตัวยงชอบกันสุดๆ แต่
คอร์สสร้างแรงบันดาลใจกลับใช้สัญญาลิขสิทธิ์ราคางามล่อให้นักเขียนมาเขียนงานที่
ไม่ถนัด นักเขียนรู้สึกอึดอัดเขียนงานไม่ออก นักอ่านก็ไม่สบายใจที่จะอ่าน นี่มัน
หมายความว่ายังไงกัน
แผนประชาสัมพันธ์ของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจนี้ทําได้ห่วยมาก ทําให้ยิ่งเหมือน
ราดน้ํามันลงกองเพลิงจนนักอ่านไม่พอใจหนักกว่าเดิม
นี่คือผลลัพธ์ที่เมิ่งชั่งต้องการ
ถ้านักอ่านโกรธเกรี้ยวและไม่พอใจกันต่อแบบนี้ ค่าคอมมิชชันเดือนนี้ก็น่าจะกา
รันตีได้