ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 753 – เปิดศูนย์พัฒนาอย่างเป็ นทางการ
อู๋ปินตอบ “บอสเผยไม่อยากให้จิตวิญญาณเถิงต๋าเป็ นแบบแผน ตายตัว ซึ่งเป็ นสิ่งที่บอสเผยย้ามาตั้งแต่ต้น
“ผมกับชุ่ยเกิ่งทาคู่มือจิตวิญญาณเถิงต๋าขึ้นมาเพื่อช่วยให้เรา ตีความความคิดบอสเผยได้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อให้เป็ นคาตอบมาตรฐาน เราไม่อยากให้คู่มือนี้จากัดความคิดของทุกคน
“แต่จิตวิญญาณเถิงต๋าก็กลายเป็ นแบบแผนตายตัว หลาย กิจการพยายามผ่านการสอบวัดความเข้ากันได้กับจิตวิญญาณ เถิงต๋าด้วยการบอกใบ้และปลูกฝังจิตวิญญาณเถิงต๋าที่เป็ นแบบแผน แทนจิตวิญญาณเถิงต๋าที่มีความเป็ นอิสระ จริงๆ แล้วถือเป็ นการทา ให้ความทุ่มเทของบอสเผยในการเตรียมการสอบวัดความเข้ากันได้ กับจิตวิญญาณเถิงต๋าสูญเปล่า!
“เพราะงั้นบอสเผยเลยบอกว่าไม่จาเป็ นต้องเสริมสร ้างจิต วิญญาณในเถิงต๋า อันที่จริงบอสหมายความว่าเถิงต๋าไม่ควรเป็ น เหมือนบริษัทอื่นที่ให้ท่องจาตรงๆ บอสต้องการย้าว่ากระบวนการ ส าคัญกว่าผลลัพธ์
“บอสเผยอยากให้พนักงานใหม่มีอิสระในการท าความเข้าใจจิต วิญญาณเถิงต๋าในสภาพแวดล้อมบริษัทและสร ้างแนวคิดที่
หลากหลาย บอสไม่อยากปิ ดกั้นความเข้าใจของทุกคนด้วยวิธีการ แบบเดียว
“ท าไมบอสเผยถึงไม่อยากให้แต่ละกิจการมีอิทธิพลต่อกันและให้ ใส่ใจแค่กิจการของตัวเอง
“ส่วนหนึ่งก็เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางความคิด กับ ป้ องกันไม่ให้จิตวิญญาณเถิงต๋าเป็ นแบบแผนตายตัวและมีค าอธิบาย แค่แบบเดียว
“อีกส่วนก็เพื่อส่งเสริมให้กิจการต่างๆ อธิบายจิตวิญญาณเถิงต๋า ตามสถานการณ์และเอกลักษณ์ของแต่ละกิจการ!
“แต่ละกิจการมีสิ่งที่ตัวเองต้องให้ความสาคัญ กิจการเกม กิจการภาพยนตร์ กิจการเทคโนโลยี กิจการหน้าร้าน… ทุกกิจการ ต้องใช ้จิตวิญญาณเถิงต๋าเป็ นแนวทางในการทางาน ถึงอย่างนั้นแต่ ละกิจการก็ต้องใช ้จิตวิญญาณเถิงต๋าที่แตกต่างกันไป
“ดังนั้นบอสเผยจึงอยากให้ทุกกิจการเข้าใจจิตวิญญาณเถิงต๋า ตามสถานการณ์และความต้องการในการใช้งานของแต่ละกิจการ
“ส่วนทาไมผู้จัดการกิจการต่างๆ ถึงไม่จาเป็ นต้องเข้าใจคาสั่ง แค่ท าตามก็พอ
“ผมคิดว่าเพราะไม่ช้าก็เร็ว ระหว่างขั้นตอนการดาเนินการทุก คนจะเข้าใจเอง บอสเผยจะบอกทุกคนว่าจิตวิญญาณเถิงต๋าไม่ต้อง อาศัยการปลูกฝัง แต่เป็ นการรับรู้ได้ด้วยตัวเอง
“ถ้าเป็ นเรื่องที่เข้าใจได้ด้วยตัวเองก็จะมีความลึกล้าและสร ้าง ความมั่นใจได้!”
ห่าวหยุนเข้าใจทันที “อย่างนี้นี่เอง
“บอสเผยคิดว่าจิตวิญญาณเถิงต๋าที่บอสทุ่มเทกลายเป็ นแบบ แผนตายตัว ก็เลยตัดสินใจปรับกระบวนการคิดใหม่ ไม่ใช่ว่าไม่อยาก ให้เสริมสร ้างจิตวิญญาณ แต่บอสอยากเสริมสร ้างด้วยวิธีที่ดีกว่าและ ละเอียดอ่อนกว่า!
“งั้น… เราควรทายังไงดี”
อู๋ปินไม่ลังเล “แน่นอนว่า เราต้องทาตามคาสั่งของบอสเผยครับ!
“พูดให้ชัดเจนคือ ผมคิดว่ามีอยู่สองสามประเด็น
“ก่อนอื่นเลย เลิกเผยแพร่คู่มือจิตวิญญาณเถิงต๋าและการ ตีความจิตวิญญาณเถิงต๋าแบบเฉพาะเจาะจง เลิกให้ค าใบ้กับ พนักงานที่จะสอบวัดความเข้ากันได้กับจิตวิญญาณเถิงต๋า โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาในการทาข้อสอบ ปล่อยให้พวกเขาโดนคัด ออก ถ้าพวกเขาไม่เข้าใจจิตวิญญาณเถิงต๋าภายใต้อิทธิพลของ สภาพแวดล้อมการทางานแบบนี้ ก็แสดงว่าการทาความเข้าใจของ พวกเขาไม่ดีพอ ความคิดเป็ นแบบแผนเกินไป ควรโดนคัดออก
“ห้ามให้คู่มือจิตวิญญาณเถิงต๋ากับคนที่ไม่มีความเข้าใจในจิต วิญญาณเถิงต๋าที่ลึกซึ้งมากพอ เพราะอาจจะทาคนคนนั้นเลิกค้นคว้า และครุ่นคิดเรื่องจิตวิญญาณเถิงต๋า
“ให้คู่มือจิตวิญญาณเถิงต๋าได้แค่กับคนที่มีความเข้าใจในจิต วิญญาณเถิงต๋าที่ลึกซึ้งและไม่ขัดแย้งในตัวเอง พวกเขาจะเห็นถึง มุมมองใหม่และได้ความคิดใหม่ๆ โดยไม่กระทบกับความเข้าใจเดิม
“ทาแบบนี้ อัตราการผ่านของการสอบวัดความเข้ากันได้กับจิต วิญญาณเถิงต๋าก็จะลดลง แต่ก็น่าจะตรงกับที่บอสเผยต้องการ
“สอง กิจการต่างๆ ไม่ควรมีการสื่อสารเรื่องจิตวิญญาณเถิงต๋า มากจนเกินไป ควรใช ้สถานการณ์จริงเพื่อเจาะลึกลงไปในจิต วิญญาณเถิงต๋าซึ่งตรงกับความต้องการของกิจการ ผู้จัดการกิจการ แต่ละคนควรพัฒนาจิตวิญญาณเถิงต๋าของกิจการตัวเองโดยอ้างอิง จากจิตวิญญาณเถิงต๋าเดิมและพยายามไม่แทรกแซงกิจการอื่น
“สาม เราระมัดระวังมากเป็ นพิเศษเรื่องการพัฒนาวัฒนธรรมจิต วิญญาณเถิงต๋ า เร าต้อ งแนะ น าไม่ใ ช่ป ลูก ฝั ง ต้อ งส ร ้า ง สภาพแวดล้อมที่จิตวิญญาณเถิงต๋าไม่ได้แค่ลอยอยู่อย่างผิวเผิน แต่ จมลึกลงไปในรายละเอียดงานและฝังอยู่ในก้นบึ้งหัวใจของทุกคน โดยที่เราไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้กันอีก”
ห่าวหยุนพยักหน้าอย่างจริงใจ
สมแล้วที่เป็ นคนที่เข้าใจจิตวิญญาณเถิงต๋าลึกซึ้งที่สุด การ วิเคราะห์ของเขาช่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือมาก
“โอเค งั้นเดี๋ยวพี่บอกข้อมูลนี้กับผู้จัดการคนอื่นๆ และทาตาม คาสั่งบอสเผยอย่างเคร่งครัด!”
ห่าวหยุนนึกอะไรขึ้นได้พอดี “จริงด้วย อู๋ปิน ฉันตัดสินใจเองว่า จะไม่รับรางวัลพักร ้อนหนึ่งสัปดาห์แบบได้เงินเดือน อย่าโกรธกันนะ”
อู๋ปินรีบตอบ “ดีแล้วครับพี่ที่ไม่รับ!
“ผู้จัดการคนอื่นๆ มีความเข้าใจในระดับสูง พวกเขารู ้ว่าจิต วิญญาณเถิงต๋าเป็ นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่อธิบายไม่ได้ พอพูดออกไป ความหมายจะเปลี่ยนและไปจากัดความคิดของคนอื่น
“พักร ้อนหนึ่งสัปดาห์น่าจะเป็ นเหยื่อล่อที่บอสเผยเหวี่ยงออกไป รอให้ปลาพุ่งเข้ามาฮุบ!
“พูดตรงๆ เลยนะ ผมคิดว่าบอสเผยน่าจะไม่พอใจกับการกระท า ของผมในตอนนี้ ถึงผมจะย้าไปแล้วว่าการตีความของผมอาจจะไม่ ถูกต้องเสมอไปและพยายามให้ความร่วมมือกับบอสเผยอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็กลายเป็ นสร้างผลกระทบเชิงลบซะได้
“เพราะงั้นผมไม่ได้ทาไปเพราะอยากได้หน้า แต่ทาไปเพราะ อยากเผยแพร่จิตวิญญาณเถิงต๋าล้วนๆ ถ้าพี่บอกไปว่าเป็ นผลงานผม ก็เท่ากับเผาผมทั้งเป็ น!
“ถ้าเจอปัญหาเรื่องจิตวิญญาณเถิงต๋าอีกก็ไม่ต้องอ้างชื่อผมนะ ครับ นี่คือการตีความจิตวิญญาณเถิงต๋าที่ดีที่สุด!”
ใบหน้าอู๋ปินฉายชัดถึงความไม่เห็นแก่ตัว
ห่าวหยุนพยักหน้า “ได้เลย ฉันเข้าใจแล้ว!”
… …
วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน
ที่อาคารสานักงานระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่งในปักกิ่ง
อูจื้อเฉิงเช็กความเรียบร ้อยของตัวเองหน้าประตูก่อนจะเดินเข้า ไป
วันนี้เขาเลือกใส่เสื้อผ้าเข้าชุดซึ่งค่อนข้างแพง แถมยังสระผม ก่อนออกมาข้างนอกเพราะกลัวว่าจะดูเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงและไป ลดมูลค่าของอาคารส านักงานลง
แต่พอไปถึงออฟฟิ ศ เขาก็พบว่าตัวเองยังห่างชั้นจากอาคาร ส านักงานอยู่มาก
สองสัปดาห์ก่อน ชิวหงไปหาอูจื้อเฉิงถึงที่พักเพื่อดูสถานการณ์ และตัดสินใจลงทุนกับอูจื้อเฉิงในโปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลาน
นอกจากนั้นแล้ว พอได้เห็นสภาพแวดล้อมการทางานอันน่า เวทนาของอูจื้อเฉิง ชิวหงก็เสนอว่าจะสนับสนุนพื้นที่สานักงานและ ความช่วยเหลือจาเป็ นอื่นๆ
หลังเตรียมการสองสัปดาห์ เมื่อวานชิวหงก็โทรมาบอกอูจื้อเฉิง ว่าศูนย์พัฒนาพร ้อมให้บริการแล้ว แถมยังส่งโลเคชันมาให้และบอก ให้เขาแวะเข้าไปที่ศูนย์พัฒนาวันพรุ่งนี้
อูจื้อเฉิงดูโลเคชันแล้วพบว่าห่างจากที่อยู่ตัวเองแค่สี่สถานี จัดว่า ค่อนข้างสะดวก เขาจึงแวะไป
แต่ก็ไม่มั่นใจในศูนย์พัฒนานี้เท่าไหร่
มีออฟฟิ ศเป็ นหลักเป็ นแหล่งก็ดี แต่ถ้าต้องเดินทางไปกลับ ออฟฟิศทุกวัน ท าเกมอยู่ห้องจะไม่ดีกว่าเหรอ
ถึงห้องของเขาจะรกสุดๆ แต่ก็สะดวกสบายมาก เพราะไม่มีที่ไหน สุขใจเท่าบ้านตัวเอง
อูจื้อเฉิงเป็ นผู้พัฒนาเกมอินดี้ และถือว่าเป็ นฟรีแลนซ ์ การต้อง ไปทางานข้างนอกหมายความต้องเสียเวลาเดินทางเพิ่มขึ้นในแต่ละ วัน นอกจากความเหนื่อยล้าและความแออัดแล้ว เวลาที่ใช ้ไปในแต่ละ วันถ้าเอามารวมกันก็ไม่ใช่จ านวนน้อยๆ เลย
เพราะงั้นถ้าไม่มีเหตุผลที่ล่อตาล่อใจเป็ นพิเศษ อูจื้อเฉิงก็คง เลือกที่จะทาเกมอยู่ที่ห้องตัวเองมากกว่า
ชั้นหนึ่งเป็ นห้องโถงระยิบระยับที่ต้องใช ้การ ์ดรูดเข้าไป อูจื้อเฉิง เดินไปหาพนักงานและอธิบายจุดประสงค์ที่มาวันนี้ พนักงานเลย ขอให้เขาลงชื่อก่อนเข้าไปด้านใน
“อย่าลืมขอบัตรผ่านกับทางบริษัทนะคะ” พนักงานสาวเตือนเขา
อูจื้อเฉิงขึ้นลิฟต์ไปชั้นยี่สิบสาม ทันทีที่เดินออกไป เขาก็ต้อง ตกใจ
ออฟฟิศกว้างมาก!
ทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ก็เจอกับโซนเลานจ์ซึ่งมีโซฟาที่นั่งเดี่ยว หลายตัว โต๊ะกาแฟ ทีวีจอใหญ่ เครื่องเกมคอนโซล และเคาน์เตอร ์ บาร ์
พนักงานสาวที่เคาน์เตอร ์บาร ์รับหน้าที่ต้อนรับแขกด้วย เธอยิ้ม และทักทายทันทีที่เห็นเขา “สวัสดีค่ะ คุณอูจื้อเฉิงใช่ไหมคะ”
ศูนย์พัฒนาเพิ่งเปิ ดทาการอย่างเป็ นทางการวันนี้ พวกเขา ให้บริการแค่ผู้พัฒนาเกมอินดี้ที่เข้าร่วมโปรเจ็กต์ล้มลุกคลุกคลาน และยังไม่มีออฟฟิศ เพราะงั้นจึงมีคนใช ้บริการไม่มาก
พนักงานต้อนรับจาอูจื้อเฉิงได้ทันทีหลังอ่านข้อมูลทุกคนไว้ ล่วงหน้า
อูจื้อเฉิงก้าวไปข้างหน้าอย่างขวยเขินเล็กน้อย “ใช่ครับ ผมอูจื้อ เฉิง ผมต้องไปติดต่อใครเหรอครับ”
พนักงานสาวประจ าเคาน์เตอร ์รับรองรู ้ว่าอีกฝ่ ายต้องการจะถาม อะไร จึงยิ้มแล้วตอบกลับ “รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวคนจากแผนกธุรการ จะมาแนะนาเรื่องต่างๆ กับคุณ เชิญดื่มกาแฟและหาที่นั่งรอก่อนค่ะ”
พอเห็นอูจื้อเฉิงทาหน้าลังเล เธอก็รีบพูดเสริม “ฟรีค่ะ ถ้าไม่ อยากดื่มกาแฟ รับเป็ นชาหรือเครื่องดื่มอื่นก็ได้ค่ะ”
อูจื้อเฉิงรีบตอบ “อ๋อ งั้นขอชานมแก้วนึงครับ”
พนักงานสาวพยักหน้า “ได้ค่ะ สักครู่นะคะ”
อูจื้อเฉิงนั่งลงบนโซฟาตัวหนึ่ง เขารู ้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในคาเฟ่ ระดับไฮเอนด์ขึ้นมาชั่วขณะ ซึ่งรู ้สึกไม่ชินเลย
เขาเงยหน้ามองไปรอบๆ ออฟฟิศ จริงๆ แล้วมีโซนเลานจ์อยู่สอง จุดคือตรงทางเข้าและลึกเข้าไปในออฟฟิศ
ดูเหมือนว่าโซนเลานจ์ตรงทางเข้าจะมีไว้รับแขก ส่วนโซนด้าน ในค่อนข้างเป็ นส่วนตัวกว่า
พื้นที่เลานจ์ทั้งสองจุดใช ้เคาน์เตอร ์บาร ์ร่วมกัน ซึ่งมีกาแฟและ เครื่องดื่มมากมายเตรียมไว้บริการ
พื้นที่ที่เหลือเป็ นโซนทางาน โต๊ะทางานตัวใหญ่จัดวางกระจาย กันไป อูจื้อเฉิงรู ้สึกว่าเป็ นการใช ้พื้นที่ออฟฟิศได้สิ้นเปลืองมาก
ที่นี่ไม่มีห้องประชุม เพราะก็ไม่น่าจะจาเป็ น
เนื่องจากผู้ใช ้บริการส่วนใหญ่ในศูนย์พัฒนาเป็ นผู้พัฒนาเกม อินดี้ เป็ นเรื่องยากมากที่จะมีคนจานวนมากมาประชุมกัน ถ้าจะ ประชุมกันเล็กๆ แค่สองสามคนก็ไปคุยกันในโซนเลานจ์แทนได้ ไม่ จ าเป็ นต้องมีห้องประชุมแยกเป็ นพิเศษ
พื้นที่ออฟฟิศทั้งหมดให้ความรู ้สึกเปิดกว้างและเป็ นอิสระ เทียบ ไม่ได้เลยกับสภาพแวดล้อมแสนคับแคบและน่าหดหู่ในบริษัทอื่นๆ
อูจื้อเฉิงมองซ ้ายมองขวาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
นี่มันดีกว่าที่คิดเอาไว้อีก!