ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 830 – เมฆวิเศษของเมิ่งชั่งกับหุบเขาห้านิ้วของบอส
- Home
- ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี
- บทที่ 830 – เมฆวิเศษของเมิ่งชั่งกับหุบเขาห้านิ้วของบอส
เผย
ตอนบ่าย
หลังจากยุ่งตลอดช่วงเช้า ฉีเหยียนก็จัดการทุกอย่างตามที่
วางแผนไว้เสร็จเรียบร้อย
เธอเสนอจ้างงานเจ้าของร้านข้างทางฝีมือโดดเด่นให้มาเป็นที่
ปรึกษาด้านอาหารของสาวหน้านิ่งอย่างเป็นทางการ จางหยาฮุยตอบ
ตกลงทันที เจ้าของร้านคนอื่นๆ ยังลังเลกันอยู่ พวกเขาบอกว่าขอ
เวลาคิดดูสักสองสามวันแล้วจะให้ค าตอบ
เห็นได้ชัดว่าหลายคนจะพาครอบครัวมาอยู่ด้วย พวกเขาต้องคุย
กับครอบครัวก่อนตัดสินใจ
แต่ฉีเหยียนมั่นใจว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ได้ประโยชน์กับทั้งสาว
หน้านิ่งและเจ้าของร้านข้างทาง
ที่ปรึกษาด้านอาหารเหล่านี้จะผ่านกระบวนการรับเข้าท างาน
ตามระบบ ฉีเหยียนตั้งใจว่าจะเรียนรู้จากโมหยูเดลิเวอรี่ เธออยากตั้ง
ห้องวิจัยอาหารที่มีเชฟมืออาชีพ เจ้าของร้านข้างทางฝีมือโดดเด่น
และนักโภชนาการดูแลเรื่องการทดสอบทางเคมีและความสมดุลทาง
โภชนาการคอยพัฒนาเมนูใหม่ไปด้วยกัน
,
โมหยูเดลิเวอรี่เป็นกิจการของบอสเผย บอสน่าจะยอมให้ท า
แน่นอน
บอสเผยน่าจะประทับใจมากถ้าเธอตั้งห้องวิจัยอาหารแบบโมหยู
เดลิเวอรี่ขึ้นมา
ถึงจะไม่เคยเจอบอสเผยมาก่อน แต่ฉีเหยียนก็พอจะเดา
จุดประสงค์ของบอสได้คร่าวๆ จากความเข้าใจของเธอในตัวบอส
ห้องวิจัยอาหารเป็นสิ่งที่ส าคัญมากส าหรับสตรีตฟู้ด
เมิ่งชั่งไม่ผิดที่เปรียบเทียบอาหารข้างทางกับอาหารฟาสต์ฟู้ดใน
จีน แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ต้องตระหนักว่ายังมีหนทางอีกยาวกว่า
อาหารข้างทางจะกลายเป็นแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดจริงๆ ได้
แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดนั้นดูเรียบง่ายมาก ไม่มีอะไรมากไปกว่าไก่ทอด
เฟรนช์ฟรายส์ แฮมเบอเกอร์ และอื่นๆ แต่ก็ไม่ควรประเมินห่วงโซ่
อุปทาน การผลิต และความสามารถในการวิจัยเมนูใหม่ๆ ต ่าเกินไป
พวกเขาสั่งสมประสบการณ์มาเป็นสิบๆ ปี ยังไงก็ไม่มีทางไล่ตามได้
ทันภายในวันสองวัน
เมิ่งชั่งน่าจะรู้เรื่องนี้ดีและคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะท าได้
เพราะงั้นจึงเลือกการวาดภาพฝันและเร่งท าเงินให้ได้เร็วๆ
มีค าพูดที่ว่า โลกนี้มีทางเลือกอยู่สองทาง ทางที่ถูกกับทางที่ง่าย
เมิ่งชั่งเลือกทางที่ง่าย ส่วนบอสเผยเลือกทางที่ถูก
,
ฉีเหยียนคิดว่าในเมื่อบอสเผยพบทางพลิกสถานการณ์และมอบ
โอกาสให้สาวหน้านิ่งได้เริ่มต้นใหม่ พร้อมปูเส้นทางที่ชัดเจนให้แบ
รนด์ที่ก าลังอยู่ในสภาพร่อแร่ เธอในฐานะผู้ดูแลกิจการก็มีหน้าที่ใน
การท าตามวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของบอสเผย
ถึงฉีเหยียนจะไม่รู้ว่าสาวหน้านิ่งจะเป็นยังไงต่อไปในอนาคต แต่
เธอก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมขึ้นมา!
หลังจัดการงานเสร็จ เธอก็ลุกไปกดกาแฟดื่ม ขณะเดียวกันก็
เช็กดูการท างานของเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศไปด้วย
โดยรวมแล้วสถานการณ์มีความซับซ้อนมากขึ้น
นอกจากหน้าร้านแล้ว สาวหน้านิ่งมีโซนออฟฟิศด้วย พวกเขา
เช่าพื้นที่ส านักงานในอาคารส านักงานใกล้ๆ ร้าน เมิ่งชั่งพร้อมจ่าย
ให้กับโปรเจ็กต์นี้ทีเดียว ในออฟฟิศมีกาแฟ เครื่องดื่ม ชายามบ่าย
ขนม ผลไม้ อื่นๆ ให้บริการ สภาพแวดล้อมการท างานดีมากๆ
หลังเถิงต๋าเข้าซื้อกิจการ ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่มี
สัญญาณว่าจะลดสวัสดิการลง ทุกคนพอใจกันมาก
แต่ทัศนคติการท างานในปัจจุบันของทุกคนเปลี่ยนไป
บางคนพยายามอู้งานอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาดูสับสนและสมาธิ
หลุด บางคนเปี่ยมไปด้วยไฟในการท างาน อยากหาอะไรท า แต่ไม่รู้
จะเริ่มตรงไหน
,
หลังสาวหน้านิ่งเปลี่ยนเจ้าของ กิจกรรมส่งเสริมการตลาดเดิม
ถูกยกเลิกหมด คนที่รับผิดชอบจัดกิจกรรมทางการตลาดทุ่มกับการ
จัดงานแข่งขันสตรีตฟู้ดเต็มที่ แต่พองานจบแล้วก็ไม่มีอะไรท า
พนักงานบางส่วนกังวลกับอนาคตของสาวหน้านิ่งมาก
พวกเขาน่าจะไม่ได้อ่านบทความและไม่รู้แผนที่บอสเผยเตรียมไว้
ให้สาวหน้านิ่ง จึงคิดแค่ว่าจากสภาพในตอนนี้ที่ไม่มีอะไรท าเลย ไม่
ช้าก็เร็วบริษัทต้องเจ๊งแน่นอน ตอนนี้แค่อยู่รอดไปวันๆ ทัศนคติของ
พวกเขาจึงเป็นไปในทางลบ
ฉีเหยียนรู้สึกว่าต้องคิดหาทางเพิ่มขวัญก าลังใจทุกคน
เธอได้แรงบันดาลใจหลังได้การแนะน าจากบอสเผย ตอนนี้เธอ
มีไอเดียบางอย่างในหัว แต่ไอเดียวเหล่านี้จ าเป็นต้องได้ความร่วมมือ
และลงแรงจากคนอื่น ถ้าทุกคนยังคิดในแง่ลบกันอยู่อย่างนี้ ถึงฉีเห
ยียนจะมอบหมายงานให้ ก็ไม่สามารถด าเนินการได้อย่างราบรื่น
ถ้าอยากเพิ่มขวัญก าลังใจ เธอก็ต้องหาโอกาสพูดโน้มน้าวใจทุก
คน
แต่ถ้าพูดปลุกใจ ผลลัพธ์ก็คงไม่ดีนัก อาจจะส่งผลย้อนกลับได้
ฉีเหยียนครุ่นคิด บทความนั้นก็ค่อนข้างดี
ตอนนี้เพื่อนร่วมงานของเธอไม่มีไฟในการท างานและรู้สึกขาด
เป้าหมาย เหตุผลหลักมาจากการที่พวกเขาไม่รู้อดีต ปัจจุบัน และ
,
อนาคตของสาวหน้านิ่งอย่างชัดเจน ถ้าได้อ่านบทความนั้น พวกเขา
ก็จะรู้เกี่ยวกับแผนที่บอสเผยวางไว้ให้สาวหน้านิ่ง สภาพการท างาน
ของทุกคนจะดีขึ้น!
เธอรีบค้นหาชื่อผู้เขียนในอินเทอร์เน็ต ก่อนจะตกใจเมื่อพบว่า
เขามีบทความลงใหม่!
แถมชื่อบทความยังดุดันกว่าบทความที่แล้วอีก ‘สาวหน้านิ่ง: เมฆ
วิเศษของเมิ่งชั่งกับภูเขาห้านิ้วของบอสเผย!’
ฉีเหยียนผงะไป สาวหน้านิ่งอีกแล้วเหรอ
ลงสองบทความในเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้ นี่ตั้งใจจะหาเรื่องอะไร
สาวหน้านิ่งรึเปล่า
ฉีเหยียนทั้งงุนงงและแปลกใจ
เพราะเธอรู้ดีว่าผู้เขียนคนนี้เขียนแต่สาระเน้นๆ ในบทความ เขา
ไม่จ าเป็นต้องเขียนถึงสองสามบทความในประเด็นเดียวเพื่อขยี้
ประเด็นดังสร้างกระแส
จากมุมมองนี้ ผู้เขียนคนนี้ดีกว่าพวกสื่อทางการตลาดมาก
ถ้าเป็นบทความใหม่เกี่ยวกับสาวหน้านิ่ง ผู้เขียนก็น่าจะไปเจอ
เนื้อหาหรือมุมมองใหม่มา
แต่บทความ ‘การพังและสร้างชื่อเสียงของสาวหน้านิ่งขึ้นมาใหม่
ผ่านงานแข่งขันสตรีตฟู้ด’ ก็บอกความแตกต่างระหว่างแนวทางการ
,
บริหารงานของเมิ่งชั่งกับบอสเผยอย่างละเอียดแล้ว ประเด็นของสาว
หน้านิ่งก็เขียนออกมาได้ชัดเจนสุดๆ
บทความใหม่นี้มีค าว่า ‘เมฆวิเศษ’ กับ ‘ภูเขาห้านิ้ว’ เขาต้องการ
จะสื่ออะไรกันแน่
จะแต่งนิยายเกี่ยวกับไซอิ๋วเหรอ
ฉีเหยียนเปิดบทความอ่านด้วยความงุนงง
…
ช่วงต้นของบทความ ผู้เขียนกล่าวถึงสองบทความที่แล้วคร่าวๆ
ซึ่งก็คือ ‘ความคิดทางอินเทอร์เน็ตของสาวหน้านิ่งไม่มีอะไรมากไป
กว่าการเสแสร้ง’ กับ ‘การพังและสร้างชื่อเสียงของสาวหน้านิ่งขึ้นมา
ใหม่ผ่านงานแข่งขันสตรีตฟู้ด’ สองบทความนี้คาดการณ์การ
ล้มละลายของสาวหน้านิ่งภายใต้การดูแลของเมิ่งชั่งและการ
เปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังบอสเผยเข้าซื้อกิจการต่อ
ผู้เขียนใส่ลิงก์ของทั้งสองบทความให้ผู้อ่านกลับไปอ่านดูอีกรอบ
ได้ และเป็นการบอกกับผู้อ่านเป็นนัยว่า ฉันไม่ได้พยายามเกาะกระแส
และซ ้าเติมตอนคนล้ม ฉันตั้งข้อสงสัยนี้ขึ้นมาตั้งแต่สาวหน้านิ่งยังอยู่
จุดสูงสุด บทความของฉันอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาดีๆ แตกต่างจาก
พวกสื่อการตลาดที่ลงบทความคลิกเบตที่รวบรวมข้อมูลบน
อินเทอร์เน็ตมามั่วๆ!
จากนั้นก็เป็นช่วงเนื้อหาหลัก
,
แต่ก่อนจะเข้าเนื้อหา ผู้เขียนจงใจใส่ย่อหน้าสั้นๆ มาบอกใบ้
ผู้อ่านว่าบทความนี้ต่างจากสองบทความที่แล้ว
“หลังพิจารณาเนื้อหาดูแล้ว ผมก็ตัดสินใจเปลี่ยนสไตล์การเขียน
ของตัวเอง ผมทบทวนความส าเร็จและความล้มเหลวของสาวหน้านิ่ง
ผ่านมุมมองของเมิ่งชั่ง อาจจะมีความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนและการ
ใช้เทคนิคเล่าเรื่องเข้ามาเสริม แต่ผมการันตีได้เลยว่าโครงเรื่อง
ส าคัญของเรื่องราวทั้งหมดนั้นสอดคล้องกับความจริงแน่นอน หาก
ขาดตกบกพร่องประการใด ทุกท่านสามารถติชมและบอกให้ผม
แก้ไขได้”
ฉีเหยียนแปลกใจยิ่งกว่าเดิม
สองบทความที่แล้วเขียนโดยใช้มุมมองของคนนอก โดยเน้นไป
ที่การเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและการวิเคราะห์เป็นหลัก ถึง
บทความจะมีการสอดแทรกอารมณ์ขันและการเสียดสี บวกด้วยการ
เปรียบเปรยอันชาญฉลาดเพื่อสร้างความบันเทิง แต่ในภาพรวมก็ยัง
ยึดแนวทางแบบดั้งเดิม
แต่ครั้งนี้ผู้เขียนจะเล่าในมุมของเมิ่งชั่งงั้นเหรอ
ฉีเหยียนรู้สึกว่าบทความนี้ไม่ธรรมดา ก่อนจะอ่านต่อ
…
,
“วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2011 วันนี้ ชายหนุ่มชื่อเมิ่งชั่ง
เดินทางมาที่ตั้งบริษัทลงทุนหยวนเมิ่งในจิงโจว เขาอยากเริ่มต้น
อาชีพที่นี่
“เขามาพร้อมแผนการใหญ่และสโลแกนติดหู แต่ไม่มีใครเดาได้
ว่าจริงๆ แล้วเขาคิดอะไรอยู่
“เมิ่งชั่งดูเหมือนจะมีบุคลิกนักแสดง ทักษะการแสดงของเขาก็ไม่
เลวเลย
“แต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยคือภายในใจของเขาจะเต็มไปด้วยความรู้
เศร้าเสียดายในอีกสองเดือนให้หลัง ตอนที่เขามองย้อนกลับมาเช้า
วันอังคารนี้อีก
“สาวหน้านิ่งเริ่มจากก่อตั้งแบรนด์และกลายเป็นกระแสไปทั่ว
อินเทอร์เน็ต ก่อนจะถูกสงสัยและพังไม่เป็นท่า เหมือนค ากล่าวสมัย
โบราณที่ว่า ยิ่งเจริญรุ่งเรืองเร็วฉันใด การล่มสลายก็ตามมาไวฉันนั้น
“ชะตากรรมของสาวหน้านิ่งถูกตัดสินไว้แล้วตั้งแต่เช้าวันอังคาร
นี้
“เมิ่งชั่งเลือกบริษัทลงทุนหยวนเมิ่งเป็นเป้าหมายแรกด้วยเหตุผล
ง่ายๆ คือ น่าจะขอเงินจากที่นี่ได้ง่ายที่สุด
“เมิ่งชั่งจะได้ฉายา ‘ผู้ประกอบการผู้สมบูรณ์แบบ’ ในอนาคตอัน
ใกล้ แต่เขาไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในตอนนี้ เรซูเม่ของเขาไม่ได้แย่
แต่ก็ไม่มีอะไรอื่นอีกเลย แค่เรซูเม่กับวาทศิลป์เพียงอย่างเดียวไม่เพียง
,
พอที่จะท าฝันและเป้าหมายของเขาให้เป็นจริงได้ นักลงทุนคนอื่น
ยินดีให้เงินทุนกับเขา แต่เงินทุนก้อนนั้นมาพร้อมข้อตกลงความ
รับผิดชอบแบบไม่จ ากัดหรือข้อตกลงการซื้อคืน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เมิ่ง
ชั่งยอมรับไม่ได้
“อันที่จริงเมิ่งชั่งรับแค่ ‘เงินร้อน’ มาตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเป็นหนี้
แค่ไม่กี่ล้าน เทียบไม่ได้เลยกับผู้ประกอบการที่มักจะเป็นหนี้หลาย
ร้อยล้าน
“แต่ผู้ประกอบการที่ยอมเซ็นสัญญาคนอื่นอาจจะไม่ใช่เพราะ
ความประมาทเลินเล่อ แต่เพราะเชื่อมั่นว่าธุรกิจของตัวเองจะประสบ
ความส าเร็จ ส่วนที่เมิ่งชั่งไม่ยอมเซ็นเป็นเพราะความระแวง อาจจะ
เพราะรู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้นว่าธุรกิจของตัวเองเป็นแค่การแสดง เขาจะรีบ
ชิ่งไปในจังหวะที่ก าลังรุ่งเรือง ก่อนหายนะและความล้มเหลวจะทันย่าง
กรายเข้ามา
“ขณะที่เถิงต๋าคอร์เปอเรชันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ บอสเผย ‘เทพเจ้า
แห่งการลงทุน’ ผู้เก็บเกี่ยวผลก าไรจากการลงทุนได้ทุกอย่าง
ตัดสินใจมุ่งความสนใจไปจุดอื่น บริษัทลงทุนหยวนเมิ่งจะด าเนิน
กิจการตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้และลงทุนกับธุรกิจสตาร์ตอัปไปทีละขั้น
ซึ่งเมิ่งชั่งเห็นว่านี่คือโอกาส
“เมิ่งชั่งได้เงินมาตามที่ต้องการและใช้ ‘เงินลงทุนจากบอสเผย’
เป็นประเด็นในการสร้างกระแส เขาถึงขั้นจัดงานโชว์เคสพิเศษเพื่อ
อธิบายอนาคตอันสดใสของสาวหน้านิ่งให้กับนักลงทุนคนอื่นๆ ตรงนี้
,
จะเห็นได้ว่าความกระตือรือร้นด้านการตลาดของเมิ่งชั่งฝังลึกอยู่ใน
กระดูก เขาไล่ล่าหาความนิยมอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่สนว่าจะ
ส่งผลกระทบอย่างไรบ้างในอนาคต”