ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 876 ศรัทธาคงอยู่ตลอดไป
บทที่ 876 ศรัทธาคงอยู่ตลอดไป
วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ ลู่จือเหยาที่อยู่ในโรงแรมเพิ่งกินอาหารจากโมหยูเดลิเวอรี่เสร็จ วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ กองถ่ายแยกย้ายกันพักผ่อน โดยทั่วไปแล้วกองถ่ายหนังจะไม่หยุดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพราะหนังส่วนใหญ่มี ตารางค่อนข้างเร่งรัด ทีมถ่ายทํายิ่งมีตารางงานรัดตัว อย่าว่าแต่หยุดสุดสัปดาห์หรือ หยุดนักขัตฤกษ์เลย บางทีก็ต้องถ่ายงานกันจนดึกดื่น แต่เพราะเป็นทีมถ่ายทําของเถิงต๋า พวกเขาจึงต้องยึดจิตวิญญาณเถิงต๋าและ
พักผ่อนกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ โชคดีที่หวงซื่อปั๋วกับผู้กํากับจูเสี่ยวเช่อต่างก็เซียนเรื่องการจัดการเวลา ทั้งสองจัด
ตารางการถ่ายทําไดอ้ย่างชัดเจนแม้จะมีวันหยุดพักผ่อน แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้โดยรวมแล้วเป็นการฉายเดี่ยวของลู่จือเหยา ฉากถ่ายทํา นอกสถานที่ก็มีไม่เยอะ ส่วนใหญ่ใช้เอฟเฟ็กต์พิเศษ เลยไม่ต้องประสานเวลากับ นักแสดง ติดต่อสถานที่ และใช้พร็อบจํานวนมาก การจัดแจงเวลาจึงมีความยืดหยุ่น กว่า การถ่ายทําหนังคัตซีนเกม Mission & Choice เดินทางมาถึงส่วนสุดท้ายแล้ว หลังจากถ่ายส่วนแรกไปบางส่วนก็อยู่ในขั้นตอนการตัดต่อและใส่เอฟเฟ็กต์พิเศษ แล้ว เพราะถ้ารอให้ถ่ายทําจนครบทุกส่วนจะมีเวลาไม่พอสําหรับการตัดต่อและใส่เอ ฟเฟ็กต์พิเศษ พล็อตของหนังคัตซีนแบ่งออกเป็นตอนๆ แต่ละตอนไม่มีจุดเชื่อมโยงกันมากจึง
ไม่เป็นปัญหาที่จะตัดต่อและใส่เอฟเฟ็กต์พิเศษแยกกัน
หลังจากถ่ายส่วนสุดท้ายเสร็จ การตัดต่อและใส่เอฟเฟ็กต์พิเศษส่วนแรกอย่าง คร่าวๆ ก็น่าจะเสร็จแล้ว หลังตัดต่ออย่างพิถีพิถันและเก็บรายละเอียดเอฟเฟ็กต์พิเศษ อีกสองสามเดือนก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์ ตอนนี้งานหลักของลู่จือเหยาคือตีความบทตอนสุดท้าย แสดงเนื้อเรื่องส่วน
สุดท้ายออกมาให้ดี และปิดฉากเนื้อเรื่องอย่างสมบูรณ์แบบ เขาเพิ่งได้บทตอนสุดท้ายมาเมื่อคืน แต่กลับถึงห้องก็เหนื่อยเกินจะอ่านและเผลอ
หลับไป หลังนอนหลับเต็มอิ่มและกินข้าวเช้าเสร็จลู่จือเหยาก็หยิบบทออกมาเตรียมอ่าน
เนื้อเรื่องส่วนสุดท้าย เนื้อเรื่องตอนที่แล้วจบแบบสิ้นหวังมาก ฉินอี้เป็นผู้บัญชาการใน ‘ศึกชี้ขาดครั้งสุดท้าย’ เขาพยายามกํากับการรบเต็มที่ และคิดว่าในที่สุดก็สละชีพได้อย่างสมเกียรติและหนีจากชะตากรรมอันแสนยากลําบาก นี้ได้
แต่หลังจบศึกเขาก็ได้รู้ว่าทั้งหมดเป็นการจําลองการรบของ AEEIS ข่าวดีคือทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นไม่จริง ไม่มีใครตายเลยสักคน ข่าวร้ายคือ AEEIS จําลองผลลัพธ์ศึกครั้งสุดท้ายระหว่างมนุษย์กับเซิร์กซึ่งอัตรา การชนะเท่ากับศูนย์ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือผู้บัญชาการตายไปพร้อมกับราชินีเซิร์ก พวก เขาต้องเลอืกผู้บัญชาการคนใหม่และเตรียมพร้อมสําหรับศึกชี้ขาดครั้งต่อไป แต่ศึกครั้งต่อๆ ไปมีแต่จะยากขึ้นเรื่อยๆ และโอกาสชนะของมนุษย์ก็จะลด น้อยลงไป สติปัญญาของราชินีเซิร์กจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากจิตใต้สํานึกของเซิร์ก ความสามารถในการกวาดล้างกองกําลังของเซิร์กจะยิ่งเหนือช้ันกว่ามนุษย์ขึ้นไปอีก ถ้าคว้าชัยชนะขาดลอยในศึกชี้เป็นชี้ตายครั้งนี้และฉวยโอกาสส่งกองกําลังไป
จัดการเซิร์กที่เหลืออยู่ทั้งหมดไม่ได้ ในอนาคตมนุษย์จะมีโอกาสน้อยลง สิ่งที่ทําให้ฉินอี้สิ้นหวังยิ่งกว่าเดิมคือการทบทวนการตัดสินใจทั้งหมดของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเค้นหัวคิดและใช้กลยุทธ์ไหน เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า ศึกครั้งสุดท้ายนั้นคือความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ฉินอี้แบกรับชะตากรรมของมวลมนุษยชาติไว้บนบ่า แต่ชะตากรรมที่ต้องเผชิญคือ
ความตาย
เขาไม่รู้ว่าวันนี้จะมาถึงเมื่อไหร่และไม่รู้ว่าการยืนหยัดของเขาจะมีความหมาย หรือไม่ แม้แต่นักรบอย่างเขาที่เคยชินกับความเป็นความตายก็ไม่สามารถแบกรับทุก อย่างได้ไหว เขาจึงได้แต่จมอยู่กับความสิ้นหวัง…
ลู่จือเหยายิ่งอยากรู้ตอนจบมากกว่าเดิม เขารีบเปิดส่วนสุดท้ายของบทและเริ่ม
อ่านอย่างตั้งใจ
…
เริ่มฉากด้วยภาพระยะใกล้ของฉินอี้ในเคบินสําหรับนอน ช่วงแรกของเรื่องก็มีการถ่ายภาพระยะใกล้แบบนี้ แต่ทั้งสองฉากแตกต่างกันอย่าง
ชัดเจน ครั้งนี้ผมของฉินอี้กระเซอะกระเซิง หนวดเคราไม่ได้โกน ดวงตาหมองคล้ํา สีหน้า ปราศจากความรู้สึก ใบหน้าซีดเซียวและรอยดําคล้ําใต้ตาแสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่ ย่ําแย่อย่างยิ่งของเขา
ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่บนเพดานแม้จะอยู่ในแคปซูลสําหรับนอน ผ่านไปพัก
ใหญ่เขากก็ะพริบตาหนึ่งครั้ง แสดงให้ทุกคนเห็นว่ายังมีชีวิตอยู่ แม้จะอยู่ในแคปซูลสําหรับนอนแต่เขาก็หลับไม่ลง เห็นได้ชัดว่าความกดดันทาง
จิตใจของเขาเกือบถึงขดีจํากัดแล้ว แคปซูลสําหรับนอนที่ขอบมุมพอดีสําหรับคนหน่ึงคนดูไม่ต่างอะไรจากโลงศพ เสียง AEEIS ดังขึ้น “ผู้บัญชาการ สภาพจิตใจของคุณไม่มั่นคงอย่างมาก สภาพ
ร่างกายก็ย่ําแยเ่ช่นกัน กรุณาพักผ่อน
“ฉันจัดเวลาพักผ่อนเพิ่มให้อีกสองชั่วโมง กรุณานอนให้เร็วที่สุด
“ร่างกายของคุณไม่ได้เป็นของคุณแค่คนเดียว แต่เป็นของมวลมนุษยชาติด้วย ถ้าคุณเสียชีวิตกะทันหันก่อนศึกตัดสิน มวลมนุษยชาติจะสูญเสียความหวังสุดท้ายที่ เหลืออยู่ไปอย่างสิ้นเชิง” ฉินอี้ไม่ตอบแต่ยื่นมืออันสั่นเทาไปเกาะผนังเคบินเพื่อลุกขึ้น จากนั้นก็หันหลังพิง
แคปซูลแลว้นั่งลงกับพื้น เขาหลับตาพักผ่อนครู่หนึ่ง เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าศึกตัดสินระหว่างมนุษย์กับเซิร์กเปิดฉากขึ้นได้ทุกเม่ือ การเปิด
ศึกครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมนุษย์แตข่ึ้นอยู่กับเซิร์ก ฉินอี้หัวเราะเบาๆ แล้วพูดขึ้นอย่างตัดพ้อ “ชะตากรรมที่ขีดไว้ให้ต้องตาย ต่อให้
มาถึงเร็วหรือช้าแล้วมันแตกต่างกันด้วยเหรอ
“อ๋อ ไม่สิ มีความแตกต่างอยู่ ถ้ามาถึงช้ากว่านี้ ฉันก็ต้องทนทุกข์ทรมานเพิ่มขึ้น อีกสองสามวนั”
AEEIS “ผู้บัญชาการ สภาพจิตใจของคุณไม่เอื้อต่อการรบท่ีกําลังจะมาถึง
“ถ้าคุณตกลง ฉันจะฉีดยาระงับประสาทและสารอาหารให้เพื่อที่จะได้พักผ่อน อย่างเต็มที่ และสงบสติอารมณ์ก่อนการต่อสู้ครั้งสุดท้าย “ฉันหวังว่าคุณจะกลับมาฝึกได้โดยเร็วที่สุดหลังจากพักผ่อนเต็มที่ ถ้าคุณไม่ฝึก จําลองเป็นเวลาห้าสิบสามชั่วโมงติดต่อกัน อาจนํามาซึ่งความสูญเสียที่มากขึ้นของ มนุษย์ระหว่างการรบ…” แต่ก่อน AEEIS จะทันได้พูดจบทั่วพื้นที่ก็ฉาบไปด้วยสัญญาณเตือนสีแดง!
“ผู้บัญชาการ เซิร์กจํานวนมากรวมตัวกันอยู่ใต้ดิน การบุกโจมตีของเซิร์กกําลังจะ เริ่มขึ้น!
“ไม่ว่าอย่างไรกรุณากลับไปคอนโซลควบคมุเพื่อกํากับการรบทันที!” ฉินอี้หลับตาไม่สนใจ AEEIS หลังเงียบไปครู่ใหญ่เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ําเสียงเย็น
เยียบ “ฉันอยากคุยกับทุกคนในกองกําลังสมาพันธ์” ถึงฉินอี้จะเป็นผู้บัญชาการแต่ก็มีอํานาจแค่ออกคําสั่งโจมตีไปยังแต่ละขบวนรบ
คําสั่งเฉพาะอื่นๆ AEEIS เป็นฝ่ายดําเนินการหมด
AEEIS เงียบไปสองวินาทีราวกับพยายามวิเคราะห์เจตนาที่แท้จริงเบื้องหลังคําขอ ของฉินอี้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าทําไม่ได้
“ผู้บัญชาการ ขอโทษด้วย คุณไม่มีอํานาจเช่นนั้น
“โปรดกลับไปที่คอนโซลควบคุมเพื่อกํากับการรบทันที มิเช่นนั้น AEEIS จะเข้า ควบคุมกองกําลังเอง” ฉินอี้ไม่หวั่นไหว สีหน้าของเขาดูเย็นชา “ถ้าคิดว่าการอยู่รอดของมนุษย์สําคัญ
กว่าการคุยครั้งน้ีก็เชิญตามสบาย
“ขอเวลาแค่ห้านาที”
AEEIS เงียบไปอีกครั้ง
ฉินอี้ไม่ได้เร่งเร้า เขายังคงมองไปยังเบื้องหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าขณะไตร่ตรอง
บางสิ่ง
สัญญาณเตือนสีแดงยังกะพริบอยู่อย่างนั้น ฉินอี้เห็นกองทัพแมลงรวมตัวกัน เหนือพื้นผิวโลกได้อย่างชัดเจนผ่านระบบสื่อสารแอนซิเบิล สงครามกําลังจะเปิดฉาก ขึ้น!
ครู่ต่อมาเสียงไร้อารมณ์ของ AEEIS ก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ผู้บัญชาการ การกระทําของ คุณไม่มีความหมาย ระบบสื่อสารเรียลไทม์ของ AEEIS สามารถส่งข้อมูลได้มากกว่า ภาษามนุษย์หลายพันเท่า
“การส่งข้อมูลและการแสดงออกทางอารมณ์ที่ไร้ประสิทธิภาพของมนุษย์อาจ ส่งผลตรงกันข้าม เมื่อรู้ความจริงบางอย่าง มนุษย์อาจตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย และเกิดความขัดแย้งภายในได้ คณะกรรมการบริหารสูงสุดแห่งกองกําลังสมาพันธ์บลู สตาร์ไม่ยอมรับความเสี่ยงน้ี
“ผู้บัญชาการ กรุณาตั้งสติให้ดีและหยุดความพยายามท่ีไร้ความหมายนี้” ฉินอี้พูดขึ้นอย่างเย็นชา “AEEIS ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ฉันต้องการใช้ คอนโซลควบคุมและระบบสื่อสารแอนซิเบิลเพื่อพูดกับทหารทุกนายในกองกําลัง สมาพันธ์ ถ้ายังคิดจะห้ามฉัน ทั้งฉัน แก และมวลมนุษยชาติทั้งหมดก็จะพินาศไป ด้วยกัน
“แกเป็นแค่หุ่นยนต์โง่ๆ ที่พยายามจะแก้ปัญหาทั้งหมดด้วยข้อมูล ถ้าแกจัดการเ ซิร์กได้ กองกําลังสมาพันธ์ก็คงไม่เลือกฉันมาเป็นผู้บญัชาการ
“ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ฉันเป็นผู้บัญชาการ ทําตามที่ฉันสั่งซะ!” สัญญาณเตือนสีแดงยังคงกะพริบวาบ ผ่านไปเกือบนาที AEEIS ก็พูดขึ้น “ผู้ บัญชาการ คุณสามารถใช้คอนโซลควบคุมสื่อสารกับทหารทุกนายในกองกําลัง สมาพันธ์ได้
“ชะตากรรมของมวลมนุษยชาติอยู่ในมือคุณ ฉันหวังว่าคุณจะไตร่ตรองให้ดีก่อน จะพูดอะไร” ฉินอี้พยงุตัวลุกยืนด้วยสองมือ จากนั้นก็ค่อยๆ เดินไปนั่งตรงคอนโซลควบคุม เขาเห็นการวางกาํลังทหารทั้งหมดของกองกําลังสมาพันธ์ได้จากตรงนี้ ฉินอี้สุ่มดูสถานการณ์ของทหารในยานรบเพื่อยืนยันว่าทุกคนจะได้ยินสิ่งที่เขาพูด
ผ่านระบบสื่อสารแอนซิเบลิ เขาเห็นสีหน้างุนงง หวาดกลัว และตื่นตระหนกของทหารภายในยานรบ ซึ่ง หมายความว่าสิ่งที่เขาเห็นน่าจะเป็นภาพแบบเรียลไทม์ เพราะ AEEISไม่น่าจะสามารถ จําลองสีหน้าของมนษุย์ได้เหมือนจริงทุกอย่าง ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าทหารทุกนายต่างแปลกใจมากที่จู่ๆ ผู้บัญชาการ
อยากพูดกับทุกคน เพราะตั้งแต่เริ่มทําสงครามมา ผู้บัญชาการทุกคนสั่งการกองกําลังผ่าน ปัญญาประดิษฐ์ AEEIS ฝั่งทหารก็สื่อสารได้แค่กับ AEEIS เท่านั้น พวกเขาไม่รู้เลยว่า ผู้บัญชาการคือใคร หน้าตาเป็นยังไง และอยู่บนยานรบลําไหน แต่ครั้งนี้นอกจากจะได้ยินเสียงของผู้บัญชาการแล้ว พวกเขายังได้เห็นหน้าตาของ
อีกฝ่ายด้วย มีคนในกองกําลังเอเชียไม่กี่คนที่รู้จักฉินอี้ ทหารส่วนใหญ่ในกองกําลังสมาพันธ์เห็นเพียงชายหนวดเคราไม่โกน ใต้ตาดําคล้ํา และสภาพจิตใจย่ําแย่สุดๆ บนหน้าจอ ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ของผู้บัญชาการที่ เคยคิดไว้ในหัวลิบลับ ฉินอี้ไล่สายตามองเหล่าทหารอีกครั้ง เขารู้ว่าทุกคนที่ตัวเองสั่งการในสงครามเป็นคนที่มีชีวิตจริงๆ ในอนาคตจะมีคนท่ีไม่ยอมเชื่อฟังคําสั่งของเขาหลบหนีไปด้วยความตื่นตระหนก และทําผิดพลาดในศึกชี้ขาดระหว่างมนุษย์กับเซิร์ก คนพวกนี้อาจจะรอฟังเขาอยู่ใน ยานรบ อาจจะเป็นเด็กหนุ่มสักคนในนี้ ประโยคแรกของฉินอี้ทําให้ทุกคนตกตะลึง
“ผมคือฉินอี้ เคยเป็นหัวหน้าทีม AS-371-45 ซึ่งปฏิบัติภารกิจตัดหัวได้สําเร็จ และเป็นผู้บัญชาการคนปัจจุบันของกองกําลังสมาพันธ์
“ผมหวังว่าจะได้บอกความจริงบางอย่างกับทุกคนก่อนท่ีมนุษยชาติจะสูญพันธุ์
“เซิร์กกําลังเตรียมตัวบุกโจมตีครั้งสุดท้าย
“ตามการคํานวณของ AEEIS โอกาสชนะของมนุษย์ในศึกชี้ขาดครั้งนี้คือศูนย์ แม้กรณีดีที่สุดจะมีแค่ผมท่ีตายไปพร้อมราชินีเซิร์ก ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์ก็จะโดนกวาด ล้างในสงครามที่ยืดเยื้อ
“ตลอดห้าสิบชั่วโมงที่ผ่านมา ผมลองวิธีต่างๆ มานับไม่ถ้วน แต่ไม่ว่าจะพยายาม ยังไง ก็เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์สุดทา้ยไม่ได้
“ผมเชื่อว่าทุกคนเบื่อกับการปกปิดความจริงและการหลอกลวงไม่ต่างจากผม
“ในการต่อสู้กับเซิร์กผู้บัญชาการทุกคนพยายามเต็มที่เพื่อฝึกฝนให้มนุษย์ กลายเป็นเซิร์กและหลอกล่อมนุษย์ให้ตายเหมือนเซิร์กด้วยวิธีการต่างๆ “ถึงเราอาจจะได้ชัยชนะมาด้วยวิธีนี้ แต่มันไม่ใช่ความเชื่อและวิธีการเอาชนะของ มนุษย์!
“ดังนั้นแม้ว่าสุดท้ายเราจะตาย ผมก็หวังว่าทุกคนจะตายอย่างมีศรัทธา!” ฉินอี้เบิกตากว้าง เขาที่จมอยู่กับความสิ้นหวังมาตลอดเหมือนจะเปล่งประกายไป ด้วยออร่าแสนเจิดจ้า “คุณเลือกได้ว่าจะหนีในวินาทีสุดท้าย ไม่ปฏิบัติตามคําสั่ง และ มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสองสามชั่วโมง คุณหาพันหมื่นเหตุผลมากล่อมตัวเองว่าความตาย ของคุณไม่มีความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้ากองทัพแมลงนับล้านได้ คุณโบ้ยความผิดให้ คณะกรรมการบริหาร ผู้บัญชาการ และทุกคนหลังจากลม้เหลวครั้งแล้วครั้งเล่าได้
“แต่สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็เหมอืนเดิม
“บลูสตาร์จะถูกฝูงแมลงกลืนกิน คุณจะต้องมองบ้านเกิดโดนทําลายด้วยไฟ สงครามและตกเป็นเหยื่อของฝูงแมลงอย่างไร้ซึ่งความหวัง! พวกคุณบางคนอาจจะหนี ไปในยานรบและท่องไปในจักรวาลอันกว้างใหญ่เหมือนสุนัขหลงทาง! เมื่อมอง ย้อนกลับมาก็จะเห็นบลูสตาร์ดวงสีน้ําเงินแสนสวยถูกทําลายล้างและเต็มไปด้วยหลุม บ่อ ร่องรอยการดํารงอยู่ของมนุษย์ถูกกรงเล็บและคมเขี้ยวของเซิร์กกวาดล้างจนหมด สิ้น!”
เสียงของฉินอี้สูงขึ้นจากการตะโกนดังลั่นจนแทบสุดเสียง “ถึงตอนนั้นคุณจะนึก เสียใจว่าทําไมไม่ยอมตายในแนวหน้า ทําไมไม่ยอมพลีชีพในสนามรบไปพร้อมพวกเซิ ร์ก! พวกที่เลือกหน้าด้านมีชีวิตต่อไปจะต้องจมอยู่กับความเสียใจและความผิดหวังไป ชั่วนิรันดร์!
“คุณจะนึกเสียใจว่าทําไมถึงไม่ยอมใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ยื้อให้ตัวเองมีชีวิตรอด เพื่อแลกกับโอกาสพิสูจนศ์รัทธาของมนุษยชาติ!
“ใช่ สําหรับทุกคนแล้วสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังความตายก็ไม่มีความหมายอีก เพราะสิ่งที่รอเราอยู่คือความว่างเปล่าชั่วนิรันดร์ แต่การตายของเรานั้นมีความหมายกับ คนที่ยังมีชีวิตอยู่ กับครอบครัว กับมิตรสหาย และเพื่อนร่วมชาติของเรา!
“AEEIS คํานวณว่าอัตราการชนะศึกครั้งสุดท้ายคือศูนย์ แต่ผมไม่มีทางยอมรับ ผลลัพธ์นี้ เพราะปัญญาประดษิฐ์ไม่มีทางคํานวณคุณค่าศรัทธาของมนุษย์ได้!
“ถ้าเราแพ้ในศึกครั้งนี้มนุษยชาติก็จะพินาศ อารยธรรมของเราจะสูญหายจาก จักรวาลตลอดไป และหลักฐานการดํารงอยู่ของเราท้ังหมดก็จะถูกลบล้างไปโดย สิ้นเชิง!
“แต่ถ้าเราชนะความตายของพวกคุณจะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์!
“ข้างหลังเราคือบลูสตาร์!
“ในศึกครั้งสุดท้ายนี้ผมจะให้ความหมายกับการเสียสละของมนุษย์ที่ผ่านมา ทั้งหมด! เราจะพลีชีพอย่างมีเกียรติ เราจะจมอยู่ในทะเลแมลงไร้ที่สิ้นสุด เราจะถูก กวาดล้างด้วยแรงระเบิด เราจะไม่เหลือแม้กระดูกภายใต้กรงเล็บของเซิร์กด้วยซ้ํา!
“แต่ศรัทธาของเราจะคงอยู่ในผืนอวกาศที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวพร่างพราวตราบนาน เท่านาน เหมือนดังเช่นดวงดาวที่มีอยู่ตั้งแต่ครั้งกระโน้นและไม่มีวันเลือนหายไปไหน!
“ศรัทธาของมนุษยชาติจะไม่มวีันลบเลือน!
“ทหารทุกนาย ให้ความร่วมมือกับผมและเดิมพันทุกอย่างเพื่อชะตากรรมของ มวลมนุษย์ เราจะยอมตายอย่างสมเกียรติ!”