ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี - บทที่ 890 “Successor”/ “ผู้สืบทอด”
ห้าโมงห้าสิบห้านาที คอร์สสร้างแรงบนัดาลใจเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน “ได้เวลากลับแล้ว!
“สุดสัปดาห์นี้เราจะไปร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูกันอีกมั้ย”
“ไปสิ ฉันก็อยากไป!”
“พี่ชุยจะไปรึเปล่า” ชุยเกิ่งส่ายหัว “ไม่อะ พวกนายไปกันเลย” นักเขียนคนที่ออกปากชวนไม่ได้รบเร้าต่อ เขาลุกเก็บข้าวของเตรียมกลับ ตั้งใจว่า
กินข้าวเย็นเสร็จจะกลับไปพักผอ่น คอร์สสร้างแรงบันดาลใจนั้นเหมือนคอร์สอบรมนักเขียนโดยยึดตามเวลาทํางาน แปดชั่วโมง เริ่มคอร์สตอนเก้าโมงเช้าเลิกตอนหกโมงเย็น พักกินข้าวตอนเที่ยงถึงบ่าย โมง อันที่จริงถ้าดูจากความเข้มข้นของงานในคอร์สสร้างแรงบันดาลใจแล้ว โดย
พื้นฐานก็ไม่ต่างอะไรกับการดูหนังมาราธอนแปดช่ัวโมง คอร์สสร้างแรงบันดาลใจเริ่มอย่างเป็นทางการวันพฤหัสบดี นักเขียนส่วนใหญ่ยัง หาแรงบันดาลใจเหมาะๆ ไม่ได้ในสองวันที่ผ่านมา จึงมีแค่สองถึงสามคนที่เริ่มเขียน งานได้แล้ว
นักเขียนคนอื่นๆ ส่วนใหญ่ตั้งใจใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ให้เต็มอิ่มแล้วค่อย กลับมารวบรวมแรงบันดาลใจต่อวันจันทร์หน้า ซึ่งต้องใช้เวลาในการวางแผนสําหรับ นิยายเรื่องใหม่ เพราะยังไงทางเว็บก็ใช้ระบบซื้อลิขสิทธิ์ จํานวนงานที่ต้องเขียนลงทุกวันจึงลดลง
ไปมาก พวกเขาเลยพักผ่อนในวันเสาร์อาทิตย์ได้ นักเขียนส่วนใหญ่อายุยังน้อย โดยรวมอยู่ที่ระหว่างยี่สิบสองถึงยี่สิบแปดปี จึงไม่
แปลกที่จะนัดกันไปเล่นเกมที่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูในช่วงวันหยดุสุดสัปดาห์ แต่ชุยเกิ่งกลับแหวกแนวไม่ไปกับเหล่านักเขียน เพราะหลังจากค้นคว้าข้อมูลมาอย่างหนักหน่วงเป็นเวลาสองวัน ในหัวของเขาก็มี ประกายแรงบันดาลใจขึ้นมา ดูเหมือนว่าแรงบันดาลใจที่มอดหายไปในช่วงหลายเดือน ที่ผ่านมาจะเริ่มมสีัญญาณฟื้นคืนกลับมาใหม่!
ตลอดสองวันที่ผ่านมาเขาทั้งดูหนัง ดูซีรีส์ และอ่านนิยายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังค้นหาข้อมูลต่างๆ บนโลกออนไลน์ด้วย โครงเรื่องใหญ่ของเรื่องราวทั้งหมดปรากฏ ขึ้นในหัวและเรื่องราวปมูหลังก็แทบจะสมบูรณ์แล้ว จู่ๆ ชุยเกิ่งก็อยากเขียนฉากเปิดเรื่องขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว ก็เหมือนคําพูดที่ว่าทุกอย่างยากที่สุดตอนเริ่มต้น แต่ก็ไม่จริงเสียทีเดียวถ้าอยู่ใน
บริบทของการเขียนนิยาย นักเขียนส่วนใหญ่จะเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจในช่วงต้น พวกเขาเขียนงานได้ ดั่งใจต้องการ แต่พอเนื้อเรื่องเริ่มดําเนินไปแรงบันดาลใจก็เริ่มหมด เขียนไม่ค่อยออก ลืมสิ่งที่ปูไว้ตอนต้นไปหมด… โครงเรื่องทั้งหมดของนิยายก็จะเริ่มเละเทะ สุดท้ายก็ ต้องรีบตัดจบและยอมโดนดา่กระจาย
ตอนนี้ชุยเกิ่งเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ เขาอยากเขียนช่วงต้นของเรื่องจนแทบ
ขาดใจ ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วการเขียนนิยายจะง่ายในช่วงต้น แต่พอผ่านไปจะเริ่มยากขึ้น
เรื่อยๆ
การเขียนงานกินพลังสมองเยอะมาก เนื้อหาที่เขียนออกมาในช่วงที่สมองปลอด โปร่งจะแตกต่างจากเนื้อหาตอนที่หัวไม่ค่อยแล่นราวฟ้ากับเหว แรงบันดาลใจหลุดลอย ไปได้เร็วมาก ดังนั้นเมื่อนักเขียนได้แรงบันดาลใจข้ึนมาก็ต้องรีบคว้าไว้และบันทึกไว้ กันลืม ไม่อย่างนั้นจะพลาดรายละเอียดบางอย่างตลอดไป ชุยเกิ่งเดินไปโซนทํางานของคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ สเป็กคอมพิวเตอร์ที่นี่เหมือนเครื่องในคอร์สอบรมนักเขียน จอมอนิเตอร์ขนาด ใหญ่ คีย์บอร์ดกลไก และเก้าอี้เออร์กอนอมิกส์มอบประสบการณ์การเขียนที่ สะดวกสบายที่สุดให้ ชุยเกิ่งไม่ได้ตั้งใจจะเขียนอะไรเยอะแยะ แค่จะเขียนฉากเปิดเรื่องง่ายๆ อย่างมาก
สุดก็น่าจะใช้เวลาแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมง เขากดเปิดคอมพิวเตอร์แล้วสร้างเอกสารไฟล์ใหม่
“อืม… จะเริ่มตรงไหนดี…” ระหว่างที่ชุยเกิ่งกําลังครุ่นคิดถึงรายละเอียดต่างๆ อยู่ เวลาบนหน้าจอ
คอมพิวเตอร์ก็กลายเป็นหกโมงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
“อืม… ฉันว่าน่าจะดีกว่าถ้าเริ่มเรื่องด้วยการเล่าย้อนอดีต เริ่มจากตอนที่ตัวเอก เปลี่ยนเป้าหมายชีวติ” พอตัดสินได้เขาก็เอื้อมไปจับเมาส์ที่วางอยู่ข้างๆ กะว่าจะปรับขนาดตัวอักษรและ
การเว้นบรรทัดตามรูปแบบที่ใช้งานประจาํ
ถ้าไม่ใช้ฟ้อนต์กบัขนาดตัวอักษรตามนี้จะรู้สึกอึดอัด แต่มือของชุยเกิ่งกลับจบไม่โดนเมาส์ ชุยเกิ่ง “?” ตอนนี้เขาเกือบจะคิดว่าสมองมีอะไรผิดปกติ เมาส์ก็อยู่ตรงหน้าแท้ๆ วืดได้ไง
แม้แต่เด็กขวบเดยีวก็ไม่น่าจะจับพลาด ชุยเกิ่งไม่ได้ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยนี้มากนัก เขาเอื้อมมือไปหาเมาส์อีกครั้ง!
แต่ก็ยังวืดอีก!
ครั้งนี้เขาเห็นเต็มสองตา จู่ๆ เมาส์ก็วิ่งทแยงไปทางขวาบนตอนที่มือของเขาเอื้อม
ไปอยู่เหนือเมาส์!
ชุยเกิ่งตกใจ เขารีบเอื้อมมือไปจับเมาส์อีก แต่การตอบสนองของเมาส์ว่องไวกว่าที่
คิดไว้ มันขยับไปมาอย่างผดิปกติทําให้เขาไม่สามารถคว้าไวไ้ด้!
ขณะเดียวกันก็มีหน้าต่างแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
“ได้เวลาเลิกงานแล้ว กรุณากลับไปพักผ่อนทันที หากยังพยายามทํางานต่อ สัญญาณเตือนจะดังและมีการบันทึกความประพฤติ คุณจะต้องรับผิดชอบผลที่ ตามมา”
ชุยเกิ่ง “???” เขาตะลึงงันไปเลย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ไม่ให้ทํางานล่วงเวลางั้นเหรอ ที่บ้ากว่านั้นคือเจ้าเมาส์นี่ ถึงขั้นที่ว่าต่อต้านการทํางานล่วงเวลาโดยเลี่ยงการสัมผัส
ได้เลยเนี่ยนะ
เมื่อวานชุยเกิ่งเลิกงานตรงเวลา ไม่ได้มัวโอ้เอ้อยู่ต่อเลยไม่เคยเจอสถานการณ์นี้
มาก่อน เขาเพิ่งจะเจอเหตุการณ์นี้ครั้งแรกวันน้ี
“ช่างเหอะ ไปเขียนที่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูใกล้ๆ ก็ได้!” ชุยเกิ่งไม่คิดเลยว่าตัวเองจะคิดอยากเขยีนงานช่วงพักผ่อนขึ้นมา แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เขารู้สึกแย่ถ้าไม่ได้เขียนตอนท่ีมีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม
เพราะกลัวว่าวันจันทร์จะลืมรายละเอียดทั้งหมดไปถ้าไมร่ีบเขียนวันนี้ ดังนั้นเขาจึงพุ่งไปที่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูสาขาใกล้ๆ ทันที ด้วยความตั้งใจว่าจะ
ไปเขียนฉากเปิดเรื่องที่นั่น
…
…
อันดับแรกก็ต้องเป็นชื่อเรื่อง หลังจากคิดอยู่นานชุยเกิ่งก็ตัดสินใจว่าจะใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษโดยแปลจีนกํากับ
ไว้
[Successor] [ผู้สืบทอด] เหตุผลที่แปลเป็น ‘ผู้สืบทอด’ แทนที่จะเป็น ‘ทายาท’ หลักๆ เป็นเพราะตัว ละคร ‘สืบทอด’ พลังพิเศษและตัวตนของกัปตันเวิลด์มา ไม่ได้ตกทอดต่อกันทาง มรดก
ชุยเกิ่งคิดไว้แล้วว่าจะวางฟอร์แมตชื่อเรื่องยังไง เขาจะเน้นคําว่า ‘Success’ ใน
‘Successor’ เป็นสีแดงสด ชื่อเรื่องมีความหมายด้วยกันสามอย่าง อย่างแรกคือซูเปอร์ฮีโร่ทุกคนถือว่าตัวเองเป็นผู้สืบทอดของซูเปอร์ฮีโร่คนแรกซึ่งก็ คือกัปตันเวิลด์ กัปตันเวิลด์กระจายพลังวิเศษของตัวเองไปทั่วประเทศทําให้ทุกคนมี โอกาสได้ขึ้นเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ขณะเดียวกันก็ได้รับความรักใคร่จากก้นบึ้งของหัวใจชาว อเมริกันและได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบของซูเปอร์ฮีโร่ ดังนั้นซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหมดที่ปรากฏตัวหลังจากนี้จะนับว่าตัวเองเป็นผู้สืบทอด หมายความว่าต้องปฏิบัติตัวเหมือนกับกัปตันเวิลด์และต้องไม่ทําให้คนที่สนับสนุน ผิดหวัง สอง ในเรื่องจะมีพล็อตสําคัญมากอยู่หนึ่งจุดซึ่งก็คือรายการทีวีช่ือ ‘ผู้สืบทอด’
โดยรายการนี้มีส่วนสําคญัในแผนของตัวเอก สาม คําว่า ‘Success’ บังเอิญอยู่ในคําว่า ‘Successor’ พอดี การเน้นให้คําว่า Success เป็นสีแดงสดก็เพื่อบอกเป็นนัยว่าถึงเบื้องหน้าจะเป็น เรื่องราวของ ‘ผู้สืบทอด’ แต่จริงๆ เป็นเรื่องราวของ ‘ผู้ประสบความสําเร็จ’ มองผิว เผิน ‘ความสําเร็จ’ ในที่นี้คือ ‘ความสําเร็จ’ ของคนธรรมดาที่กลายมาเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่จริงๆ แล้วเป็น ‘ความสําเร็จ’ ที่แลกมาด้วยการนองเลือดและการเข่นฆ่า เป็น ความสําเร็จของจอมวางแผนผู้ทะเยอทะยานไล่ตามเป้าหมายชั่วร้ายด้วยวธิีการสกปรก ชุยเกิ่งคิดถึงแนวทางการเขียนที่เฉพาะเจาะจงก่อนจะเริ่มเขียน ตอนเปิดเรื่องมีจุดเริ่มต้นมากมายให้เลือกใช้ ถ้าใช้วิธีเล่าเรื่องตามปกติที่เว็บโน
เวลนิยมใช้กนัก็ต้องเดินเรื่องตามลําดับเหตุการณ์ แต่ชุยเกิ่งมาคิดดูแล้ว ว่ากันตามตรงเนื้อหาที่เขาจะเขียนไม่ควรใช้รูปแบบทั่วไป ในเว็บโนเวล ควรเขียนออกมาเหมือนบทหนังหรือเรื่องสั้นที่มีคุณภาพทางวัฒนธรรม สูง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจใช้เทคนิคเล่าเรื่องย้อนอดีตเพื่อทําใหเ้นื้อเรื่องกระชับขึ้น
…
คืนฝนตก คริสต์ทศวรรษ 2010 โฮปซิตี้ สหรัฐอเมริกา โฮปซิตี้เป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในแถบชายฝั่งตะวันออกของ สหรัฐอเมริกา อากาศในเมืองนี้ค่อนข้างปั่นป่วนและเปลี่ยนไปมาตลอด บางทีก็ครึ้มฟ้า ครึ้มฝน บางทีก็แดดจ้า มหานครแสนพลุกพล่านนี้เป็นศูนย์รวมสิ่งต่างๆ มากมาย สิ่งปลูกสร้าง หลากหลายรูปแบบพบเห็นได้ในทุกมุมเมือง ในเบื้องหน้าดูหรูหราและสวยสง่า แต่ แท้จริงแล้วมีความสกปรกและความชั่วร้ายซ่อนอยู่ในตรอกซอกซอยที่มืดมิด เมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในสหรัฐอเมริกาซ่ึงมีเหล่าเศรษฐีมา รวมตัวกัน และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา อีกด้วย แต่อัตราการเกิดอาชญากรรมก็ลดน้อยลงทุกปีจากความร่วมมือของเหล่าซูเปอร์ฮี
โร่และตํารวจ ทั้งเมืองและพลเมอืงต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังเหมืองดังชื่อเมือง ถึงอัตราการเกิดอาชญากรรมจะสูงเมื่อดูจากตัวเลขสถิติ แต่ผู้คนก็มักเห็นซูเปอร์ฮี โร่คอยลาดตระเวนบนท้องฟ้าและได้ยินข่าวว่าองค์กรอาชญากรรมโดนซูเปอร์ฮีโร่บุก ทําลายทุกวัน ความรู้สึกปลอดภัยและความสุขของชาวเมืองจึงอยู่ลําดับต้นๆ ของทั้ง ประเทศ ฟีล ซิมมอนส์ ลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ไรอัน ซิมมอนส์
คือหนุ่มเจ้าสําราญชื่อกระฉ่อนในโฮปซิตี้ รถสปอร์ต เรือยอชต์ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว นางแบบระดับแนวหน้า ปาร์ตี้กลาง
ทะเล… ฟีลใช้เงินเก่งมากและเอาแต่เล่นสนุกไปวันๆ ฟีลไม่ใช่ทายาทตระกูลร่ํารวยที่มีเงินเยอะที่สุด แต่ก็เป็นทายาทตระกูลร่ํารวยที่ โด่งดังที่สุด เขาเก่งเรื่องการโฆษณาตัวเองมาก ในปีนี้ที่อายุเข้าวัยสามสิบเอ็ดปี เขา สะสมผู้ติดตามในแอ็กเค้านต์โซเชียลมีเดียได้หลายล้านคนแล้ว ผู้ติดตามหลักล้านดูจะไม่ใช่จํานวนที่เยอะเมื่อเทียบกับซูเปอร์ฮีโร่ นักแสดง นักกีฬาดาวเด่น และนักการเมืองที่มีผู้ติดตามหลักสิบล้าน แต่ฟีลไม่ได้มีตําแหน่ง ฐานะอะไรแบบนั้นเลย ตัวตนของเขาคือทายาทตระกูลร่ํารวยเท่านั้น การรวบรวมแฟน คลับได้จํานวนมากเท่านี้ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึง ‘ความสามารถ’ ของเขาในบาง แง่มุม แน่นอนว่า Simmons Media ก็มีส่วนช่วยเยอะในเรื่องนี้
ตอนนี้ชายหนุ่มหุ่นดีหน้าตาหล่อเหลา สูงหนึ่งร้อยเก้าสิบสองเซนติเมตร นั่งแท่น
CEO ของ Simmons Media พร้อมด้วยปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตและ
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต กําลังร้องไห้อยู่บนดาดฟ้าของตึกระฟ้า เขากลัวจนควบคุมตัวเองไม่ได้และฉี่รดกางเกงชุดสูทตัดพอดีตัว ทิ้งรอยเปียกสี
เข้มน่าอับอายที่ค่อยๆ ขยายขนาดขึ้น เนกไทสีแดงสดสะดุดตาที่เขารักมากถูกดึงรั้งไว้โดยแขนกล้ามกํายําขนดกเส้น เลือดปูดโปน ร่างของเขาทั้งร่างอยู่นอกพื้นที่ดาดฟ้าชั้นบนสุด ถ้าไม่โดนดึงเนกไทไว้ ร่างก็คงรว่งจากความสูงสามร้อยกว่าเมตรลงไปกระแทกพื้นแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาของฟีล ซิมมอนส์บูดเบี้ยวไปด้วยความหวาดกลัว น้ําตา น้ํามูก และน้ําฝนผสมปนกันมั่วไปหมด บางส่วนไหลเข้าปากที่กําลังร่ําร้องขอความเมตตา ก่อนจะถูกพน่ออกมาพร้อมน้ําลาย “ได้โปรด อย่าฆ่าฉันเลย!
“พ่อฉันมีเงินเยอะมาก นายอยากได้เท่าไหร่เขาให้นายแน่!” คนที่รั้งเนกไทสีแดงสดของฟีล ซิมมอนส์ไว้ในขณะนี้คือชายร่างกํายําสูง 2.5
เมตร น้ําหนักเกือบสองร้อยกิโลกรัม ในคืนฝนตกคืนนั้น ฟีล ซิมมอนส์กําลังขับรถสปอร์ตท่องราตรีตามปกติ จู่ๆ ชาย ร่างกํายําก็พุ่งพรวดมาขวางรถ ก่อนจะทุบรถสปอร์ตสุดรักของเขาจนแหลกเป็นชิ้นๆ จากนั้นชายร่างกํายําก็ลากฟีล ซิมมอนส์ซึ่งอยู่ในสภาพโคม่าเนื่องจากการปะทะออกมา จากห้องโดยสารที่ถูกทุบจนบิดเบี้ยว เขาแบกอีกฝ่ายขึ้นไปชั้นบนสุดของดาดฟ้าราวกับ เป็นลูกไก่ตัวน้อย พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะสายฝนเย็นเยียบ ร่างของฟีล ซิมมอนส์ก็ลอยอยู่บนชั้น
ดาดฟ้าแล้ว ชีวิตของเขาอยู่ในมือของชายกํายําเบื้องหนา้ ฟีล ซิมมอนส์ไม่คิดต่อต้านแม้แต่น้อย เพราะชายหน้าตาโหดเหี้ยมแข็งแกร่ง
เทียบเท่ากับซูเปอร์ฮีโร่คนที่อ่อนแอที่สุด ในโฮปซิตี้มี ‘สุดยอดวายร้าย’ ที่มีพลังทําลายล้างสูงเช่นนี้มีจํานวนไม่มาก ถึง อย่างนั้นวายร้ายแต่ละคนก็ทําให้ตํารวจที่คอยรักษาความปลอดภัยของเมืองต้องปวด หัวหนัก แม้อัตราการเกิดอาชญากรรมในโฮปซิตี้จะสูง แต่ส่วนใหญ่ก็เกิดในละแวกที่คน จนและคนไร้บ้านพักอาศัย ฟีล ซิมมอนส์อาศัยอยู่ในละแวกคนรวยจึงไม่เคยพบเจอ สถานการณ์เช่นนี้มาก่อนตลอดการใช้ชีวิตสามสิบเอ็ดปี ความกลัวจับจิตทําให้แขนขาของเขาเย็นเยียบและสูญเสียการควบคุมร่างกายไป
เขาทําอะไรไม่ได้เลยนอกจากร่ําร้องและอ้อนวอนขอความเมตตา วายร้ายผู้นี้ซึ่งเหมือนภูเขาก้อนเนื้อมองใบหน้าบูดเบี้ยวของฟีล ซิมมอนส์ด้วย
ความสนใจ จากนั้นก็ผุดยิ้มเย้ยหยนั
ภูมิหลัง รูปลักษณ์ ความมั่งคั่ง มันสมอง… สิ่งเหล่านี้เขาเทียบฟีล ซิมมอนส์
ไม่ได้เลย แต่วายร้ายผู้นี้ก็มีบางสิ่งที่ฟีล ซิมมอนส์ไม่มี ซึ่งก็คือพลัง